登入| การันต์ |
เหมือนบันนี่ได้สติ พยายามผลักผมออก เธอคงรู้สึกกลัวและยังสับสน ผมเลยบอกไปว่า ผมให้เวลาเธอได้เสมอ
ผมจูบนาราอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่จูบเมื่อกี้มันยังไม่อิ่มพอ ก่อนไหลเลื่อนไปพรมจูบตรงซอกคอขาวเนียนที่โหยหา
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นเดิมที่คุ้นเคย มันหอมหวนจนผมอยากจะกระโดดเข้าไปฟัดเจ้าบันนี่ตัวนี้ให้รู้แล้วรู้รอด จมูกผมกดลงกับซอกคอ วนเวียนสูดดมกลิ่นนั้นอยู่นาน และนั่นทำให้เธอส่งเสียงพึงพอใจออกมา
เจ้าบันนี่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ ซุกไซ้ที่ซอกคอผมกลับ เห็นไหมล่ะ!! บอกแล้วว่าคุณขาดผมไปไม่ได้หรอก
ความมั่นใจของผมเริ่มกลับมาเกือบเต็มร้อย ตอนนี้สมองเริ่มสั่งการให้ลองสอดมือที่สั่นเทาผ่านล้วงลึกเข้าไปผ่านอกกว้างของชุดเดรส สอดผ่านเพื่อคลึงเคล้นที่หน้าอกทรงสวย เพื่อจะลองดูอากัปกิริยาของเธอว่าจะตอบกลับมาเช่นไร
ทันทีที่นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ขีดเขี่ยเม็ดเล็กๆ เพียงแผ่วเบา เธอเริ่มเปล่งเสียงครางอือออกมาอย่างพึงพอใจ แต่…เสียดายที่มีคนมาขัดจังหวะซะก่อน นาราเลยผละตัวออก จัดระเบียบเสื้อผ้า รีบเดินไปปลดล็อกประตู
เจสซี่เดินเข้ามาบอกลา และยังฝากฝังให้ผมไปส่งนาราที่โรงแรม คุณคิดว่าคืนนี้บันนี่ของเธอจะรอดจากเงื้อมมือผมเหรอครับ และไม่นานหลังจากนั้น ผมก็เดินจูงมือนาราออกจากห้องวีไอพีนั่น พลางต่อสายถึงไอ้ก้อง เพื่อจะบอกมันว่าผมจะกลับแล้ว
“ก้อง กูกลับแล้วนะ”
[ฮะ…ยังไม่ทันจะเที่ยงคืนเลย มึงทำไมรีบกลับจังวะ]
“กูต้องไปส่งบันนี่ของพวกมึงกลับ แล้วกูก็รู้สึกเพลียๆ ด้วยว่ะ”
[เออๆ ขับรถกลับไหวใช่มะ งั้นก็กลับดีๆ ล่ะ ที่สำคัญอย่าคิดอะไรไม่ดีกับบันนี่ของกูนะเว้ย]
“นาราไม่ใช่ของมึงปะวะก้อง”
[ไม่รู้แหละ กูยกให้บันนี่เป็นแฟนทิพย์ของกูอยู่]
“สัส…มโนตามที่มึงสบายใจละกัน” ผมวางสายจากมัน รู้ว่ามันพูดเล่น แต่ก็แอบเคืองคนข้างๆ ที่ทำตัวเฟรนด์ลี่น่ารักจนใครๆ ก็พากันหลงไปหมด ไม่รู้ว่าระหว่างที่หายไป แอบไปโปรยเสน่ห์ใส่ใครไว้บ้าง
.....
ผมเปิดจีพีเอสนำทางไปยังโรงแรมเดอลาแกรนด์ เราสองคนนั่งเงียบกันตลอดทาง มีแต่เสียงเพลงเบาๆ จากเครื่องเล่นที่ผมเปิดคลอ ช่วยลดบรรยากาศที่ดูอึดอัดลง
เอี๊ยด…กึก!! ผมหมุนพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าข้างทาง ก่อนแตะเบรกให้รถจอดหยุดนิ่งอยู่กับที่
“หืม…รถเป็นอะไรเหรอคะ”
“เปล่าครับ รถไม่ได้เป็นอะไร ผมนี่แหละที่เป็น”
“…”
ผมหันไปมองคนข้างๆ ที่ตอนนี้นั่งเกร็งไม่พูดไม่จากับผมสักคำตั้งแต่ออกจากคลับมา ผมจึงใช้สองมือจับเข้าที่ใบหน้าสวยหวานของเธอ ค่อยๆ จับให้หันมาทางผม
“ผมอยากคุยด้วย หันมาคุยกันก่อนได้ไหม มาเคลียร์กันให้รู้เรื่อง นาราจะได้ไม่เข้าใจผิด”
“…”
“เรื่องทั้งหมดผมยอมรับว่าผมผิดเอง ที่ไปสืบประวัติของครอบครัวคุณโดยไม่ได้ขออนุญาต”
“แล้วทำไมคุณต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะ”
“ก็วันที่ผมไปส่งนาราที่บ้านครั้งแรก ผมรู้สึกคุ้นหน้าแม่คุณมากๆ เหมือนเคยเจอตอนเด็กๆ พอได้ยินชื่อก็เลยจำได้ว่าแม่คุณเป็นใคร ผมเลยให้เพื่อนที่เป็นตำรวจช่วยสืบให้...แล้วความจริงก็เป็นอย่างที่คุณเห็น”
คนข้างๆ น้ำตาเริ่มไหลลงอาบแก้ม แค่ผมเห็นน้ำตาเธอ ใจผมก็แทบจะขาด ใจมันเจ็บไปหมด
“คนดีของผม อย่าร้องไห้เลยนะครับ เรื่องที่พ่อคุณเคยทำ ผมยอมรับว่าผมเองก็ทำใจยอมรับยาก รักษาจิตใจกันอยู่เกือบสิบปี”
“สิบปี...ทำไมคุณไม่เห็นเคยเล่าเรื่องนี้ให้นาราฟังเลย”
“เรื่องแย่ๆ ไม่มีใครอยากจะจำมันหรอก เรื่องพ่อนาราก็เหมือนกัน เรื่องมันเกิดไปแล้ว เราย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ แค่ต้องอยู่กับมันและหาวิธีก้าวข้ามมันให้ได้ก็แค่นั้น”
“นาราขอโทษคุณการันต์ด้วยนะคะ...นาราไม่คิดเลยว่าพ่อจะทำแบบนั้นกับคุณ”
“อย่าโทษตัวเองแบบนั้น คุณกับพ่อคุณเป็นคนละคนกัน แค่เลือกจำแต่เรื่องดีๆ ของพ่อแค่นั้นก็พอ แล้วผมก็ไม่ได้โกรธไม่ได้เกลียดอะไรทั้งพ่อและแม่ของนาราเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำผมยังรู้สึกเห็นใจน้าริน ที่ต้องแบกรับอะไรตั้งมากมายคนเดียว แม่นารานี่โคตรเก่งเลยรู้ไหม”
ยิ่งผมพูด น้ำตาคนข้างๆ ยิ่งไหลออกมามากกว่าเดิม ผมจึงรวบตัวเธอเข้ามากอดพลางลูบหลังปลอบประโลมให้คนในอ้อมกอดอุ่นใจมากขึ้น
“หยุดร้องไห้เถอะนะ นาราของผม”
“แต่มันยังมีหนี้ที่พ่อทิ้งไว้อีกนะ ตอนนี้นาราเป็นหัวหน้าครอบครัวแล้ว นาราก็ต้องรับผิดชอบ”
“นาราครับ คุณก็อ่านสำนวนคดีนั่นแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าป๊ายกหนี้ให้หมดแล้ว”
“แต่นาราไม่สบายใจเลย ยิ่งรู้แบบนี้นารายิ่งไม่กล้าสู้หน้าพ่อคุณหรอก”
“งั้นกลับกรุงเทพฯ แล้วไปคุยกับป๊าเรื่องนี้กันไหม?”
“ขอเวลาให้นาราสักระยะได้ไหม รอให้นาราพร้อมกว่านี้”
“ไม่เอาอะ เดี๋ยวนาราก็หนีผมไปอีก”
“…”
“อืม...งั้นอาทิตย์นึงพอไหม คุณจะได้เคลียร์งานที่นี่ก่อนกลับด้วยไง”
“นาราเกรงใจเจสซี่มันอะ”
“เอาหน่า ผมมีวิธีของผมก็แล้วกัน” ว่าแล้วก็จับมือบางเล็กของเธอไว้ ก่อนจับมันขึ้นมาจูบซับเบาๆ แล้วมองไปที่นัยน์ตาสวยใสที่ยังมีคราบน้ำตา
“นาราครับ...สรุปตอนนี้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้แล้วใช่ไหม”
ดวงใจของผมนิ่งเงียบไปสักพัก เหมือนกำลังใช้ความคิด แต่สุดท้ายเธอก็ตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้มหวานๆ ที่ผมคิดถึง
“อืม...ลองดูก็ได้ค่ะ แต่อย่าเพิ่งบอกใครนะว่าเราเป็นอะไรกัน เผื่ออาทิตย์นึงลองกลับมาคบกับคุณการันต์แล้วไม่โอเค นาราจะได้ไม่ต้องหน้าแตก”
“ยัยตัวแสบของผม คิดเหรอว่าจะทนคิดถึงผมไหว!!” ผมเอื้อมมือปัดป่ายปอยผมที่คลอเคลียตรงใบหน้าไปทัดหูเธอไว้ ก่อนเธอจะตอบกลับผมมาด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้มกว้างๆ ที่แสนจะคุ้นเคย
ถึงตอนนี้นาราจะตอบตกลงกลับมาคบกับผมเหมือนเดิมแล้ว แต่ก็ยังวางใจมากไม่ได้หรอก เพราะเจ็ดวันต่อจากนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ เกิดเช้าพรุ่งนี้ตื่นมาแล้วเธอหายไปอีก ผมจะไปตามหาเธอได้ที่ไหน แค่นี้ก็โคตรของโคตรของความมิราเคิลออฟไลฟ์แล้วละครับ
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







