تسجيل الدخولตั้งแต่หมอพอร์ชหย่ากับภรรยา เขาก็ชอบมาอยู่ใกล้ ๆเธอ และชอบทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวกับสัมผัส ใบหน้าร้อนวูบวาบทุกครั้งที่ใกล้กัน เธอไม่กล้าที่จะว่าเขา เพราะเขาคือนายจ้าง มีบางครั้งเธอรู้สึกเหมือนใจสั่นเต้นแรง รู้สึกเสียว ๆ ในสิ่งที่เขาทำ หรือว่าเธอเองรู้สึกชอบและหลงไหลในสิ่งที่หมอพอร์ชทำ “หมอจะตรวจดูให้นะครับ ว่าทำไมตรงนี้ของเกี๊ยวถึงได้แฉะอย่างนี้”
عرض المزيدหลังจากที่งานศพของป้าพรผ่านไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจ ด้วยความอาลัยยิ่งของนางสาวธัญชนก อาบอารี หรือเกี๊ยว ซึ่งเป็นหลานแท้ ๆของป้าพร ที่ป้าพรเลี้ยงมาตั้งแต่เกิดเลยก็ว่าได้
เพราะหลังจากที่น้องสาวของป้าพรได้คลอดเกี๊ยวไว้แล้ว ก็ทิ้งไปอย่างไม่ไยดี จะด้วยเหตุผลใดเกี๊ยวไม่เคยถามป้าพร เกี๊ยวไม่อยากให้ป้าพรต้องคิดมาก เพราะเธอรักป้าพรมาก เกี๊ยวจึงเป็นเด็กดีตลอดเชื่อฟังคำสั่งสอนของป้าพรตั้งแต่เด็กจนตอนนี้ก็เป็นสาวแล้ว นอกจากเธอจะต้องเชื่อฟังคำสั่งสอนของป้าพรแล้วเธอต้องอยู่ในโอวาทของหมอด้วย เพราะหมอเป็นคนส่งเสียให้เธอเรียนตั้งแต่เด็กจนตอนนี้ใกล้จะจบปริญญาตรีแล้ว ตอนนี้เกี๊ยวก็ต้องมานั่งกลุ้มใจอยู่คนเดียวในบ้านหลังเล็ก ๆ แต่ตอนนี้มันหลังใหญ่ขึ้นเมื่อป้าพรเสีย เธอไม่มีใครไม่มีญาติที่ไหนนอกจากป้าพร บ้านหลังนี้คือที่ซุกหัวนอนของเธอกับป้าพร เป็นบ้านพักสำหรับแม่บ้านหรือคนใช้นั่นเอง บ้านหลังนี้เธออาศัยมาตั้งแต่เด็กในตำแหน่งหลานป้าพร ป้าพรเป็นแม่บ้านของบ้านวรโชติเมธีกุล เจ้าของบ้านก็คือหมออคิราห์ วรโชติเมธีกุลหรือหมอพอร์ช เมื่อป้าพรจากไปแล้วตอนนี้ในบ้านหลังนี้ก็มีแค่เธอคนเดียว และบ้านหลังใหญ่ก็มีคุณหมอพอร์ชคนเดียว เมื่อป้าของเธอเสียชีวิตหมอพอร์ชก็จ้างแม่บ้านคนใหม่มาแทนป้าพร แต่ไม่ได้จ้างให้มาอยู่ประจำเหมือนป้าพร จ้างเพียงมาช่วยดูแลงานบ้านแต่เป็นแบบเช้ามาเย็นกลับ ตอนเช้าเป็นหน้าที่ของเธอต้องไปทำอาหารเช้าให้คุณหมอ แม้หมอพอร์ชจะดื่มแค่กาแฟดำหนึ่งแก้ว แต่กาแฟแก้วนั้นเธอก็ต้องเป็นคนชง ส่วนอาหารเย็นจะเป็นหน้าที่ของแม่บ้านคนใหม่ที่ชื่อป้าหลิวและมีเกี๊ยวเป็นผู้ช่วย ป้าหลิวจะทำงานบ้านและทำอาหารเย็นไว้ให้คุณหมอ วันไหนที่ป้าหลิวกลับก่อนก็จะเป็นหน้าที่ของเธอในการตั้งโต๊ะอาหารให้คุณหมอ และส่วนมากคุณหมอก็ไม่ค่อยจะมาทานข้าวเย็นที่บ้าน ฉันไม่รู้ว่าหมอพอร์ชไปทานที่ไหน แต่ที่รู้คืองานคุณหมอเยอะมาก หมอพอร์ชไม่ใช่แค่นายแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญการรักษาผ่าตัด แต่หมอพอร์ชเป็นผู้บริหารหรือเป็นเจ้าของโรงพยาบาลนั่นเอง ซึ่งกว่าหมอพอร์ชจะกลับบ้านก็ดึก และนั่นเกี๊ยวก็นอนหลับไปแล้ว หมอพอร์ชไม่ใช่หนุ่มน้อย เขาเป็นหนุ่มใหญ่วัย 35 ปี เคยมีประวัติการแต่งงานหนึ่งครั้ง และสถานะตอนนี้คือเป็นพ่อหม้ายลูกติดหนึ่งคน สาเหตุการเลิกกับภรรยาและเกิดการหย่าร้างนั้นเกี๊ยวเองก็ไม่ทราบ รู้แต่ว่าหมอพอร์ชและภรรยาตกลงหย่ากันและจบกันด้วยดี ตอนที่หมอหย่ากันเกี๊ยวอายุได้สิบเก้าปีแล้วอยู่ในช่วงเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ตอนนี้ก็สามปีแล้ว ทั้ง ๆที่หมอพอร์ชเป็นคนหล่อมาก หล่อแบบวัวตายควายล้มไปหลายคอก หล่อแบบไร้เทียมทาน เกี๊ยวสงสัยมาตลอดเกี่ยวกับหมอพอร์ชและคุณปนัดดาหรือภรรยาเก่าของเขา เกี๊ยวเองไม่ค่อยเห็นภรรยาของหมออยู่ที่บ้าน ป้าพรบอกว่าภรรยาของหมอพอร์ชต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศบ่อย ๆ จึงไม่ค่อยได้อยู่บ้าน ที่เธอแปลกใจมาก ๆคือ อยู่มาวันหนึ่งภรรยาของหมอพอร์ชก็มีเด็กน้อยกลับมาด้วยชื่อว่าหนูนุดาอายุเจ็ดขวบ และป้าพรก็บอกเธอว่าเด็กคนนี้คือลูกของหมอพอร์ชและภรรยาของเขา เธอไม่กล้าถามเพราะกลัวป้าพรดุ เพราะเป็นเรื่องของเจ้านาย และเธอมีคำถามมากมายเกี่ยวกับหมอพอร์ช แต่ก็ไม่กล้าที่จะถามจึงเก็บคำถามนี้ไว้ในใจตลอด จนหมอพอร์ชและภรรยาหย่าขาดจากกัน แม้ตอนนี้หมอพอร์ชจะยังไม่แต่งงานใหม่ แต่เกี๊ยวก็ไม่เคยเห็นหมอพอร์ชควงผู้หญิงกลับมาบ้านสักที ที่เกี๊ยวเห็นก็จะมีคุณปนัดดาซึ่งเป็นภรรยาเก่าของหมอพอร์ชมาที่บ้านเพื่อมาส่งหนูนุดา คือลูกสาวของหมอพอร์ช ถ้าหากวันไหนที่หมอพอร์ชคิดถึงลูกสาว เขาก็จะให้ภรรยาเก่ามาส่งหนูนุดาที่บ้าน บางครั้งมาพักค้างคืนที่นี่หนึ่งหรือสองคืน บางครั้งก็มาเช้าตอนเย็นภรรยาเก่าของหมอพอร์ชก็จะมารับกลับทันที แหละช่วงนี้เธอก็เห็นว่าหนูนุดามาบ่อยมาก และหมอพอร์ชก็ขอร้องให้เธอช่วยดูแลหนูนุดา เพราะเพื่อนเล่นของหนูหนุดาคือเธอคนเดียว เพราะบางครั้งคุณหมอก็จะขึ้นไปทำงานในห้องหนังสือ ปล่อยให้เกี๊ยวเป็นคนดูแลหนูนุดาและหนูนุดาติดเธอมาก หลังจากที่ป้าพรเสียชีวิตคนที่เป็นเพื่อนยามเหงาของเกี๊ยวคือหนูนุดา วันนี้ก็เช่นกันหลังจากที่เกี๊ยวเรียนคาบสุดท้ายเสร็จ เธอก็ได้รับข้อความจากหมอพอร์ชให้รีบกลับบ้านเพราะหนูนุดามาที่บ้าน “วันนี้หนูนุดามา เกี๊ยวเรียนเสร็จแล้วกลับบ้านนะ หนูนุดาคิดถึง” แต่วันนี้เธอนัดกับเพื่อนว่าจะเข้าห้องสมุดเพื่อไปทำรายงานด่วนและต้องส่งอาจารย์และพรีเซ็นต์งานในคาบพรุ่งนี้เช้า กว่าที่เกี๊ยวจะพิมพ์ข้อความตอบกลับหมอพอร์ชไปก็พิจารณาในข้อความที่พิมพ์ไปตั้งหลายรอบ เพราะกลัวว่าจะไม่สมเหตุสมผล เพราะเธอเกรงใจหมอพอร์ชมาก เพราะเขาคือผู้มีพระคุณ “วันนี้เกี๊ยวต้องทำรายงานกับเพื่อนที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัยค่ะ เพราะต้องส่งอาจารย์ในคาบเรียนพรุ่งนี้ค่ะคุณหมอ” “ก่อนกลับทักมาจะไปรับ” “คะ” “หนูนุดาก็จะไปรับด้วย บอกว่าอยากไปรับพี่เกี๊ยว” “ค่ะคุณหมอ” อาจเป็นเพราะรายงานที่ทำมันมีหัวข้อที่ต้องค้นหาและนำมาเขียนรายงานหลายอย่าง จึงทำให้เวลาของการทำรายงานกินเวลานานจนเกี๊ยวและเพื่อน ๆลืมไปเลยว่าตอนนี้จะหนึ่งทุ่มแล้ว “พี่เกี๊ยวขา” เสียงที่เรียกชื่อเธอ เธอจำได้ว่าเป็นใครเรียก จึงหันไปตามเสียงและยิ้มจนตาหยี๋ เมื่อเห็นว่าใช่คนที่คิดไว้จริง ๆ “หนูนุดา” เธอเรียกชื่อหนูนุดากลับ ว่าจะเอ่ยถามว่ามาได้อย่างไรก็ต้องเบรกตัวเองไว้ก่อน เมื่อเธอหันไปก็ได้สบตาคมกล้ากับผู้ชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆหนูนุดา ผู้ชายคนนั้นมีผิวขาว ตัวสูงมากประมาณ 188 ซม. เขาเป็นผู้ชายที่มีหุ่นดีเพราะเป็นคนชอบออกกำลังกาย รวม ๆแล้วคือเขาเป็นคนหุ่นดีมีกล้ามอกแน่นๆ เขาใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวและพับตรงข้อศอก มือข้างหนึ่งเขาจับมือกับหนูนุดา และอีกข้างก็ยืนล้วงกระเป๋ากางเกง ทำให้ดูเก๋มีเสน่ห์ดูดีมาก ๆ เขาเป็นหมอแต่เขาไม่ได้ใส่แว่นตา เขาเหมือนนายแบบหรือเหมือนพระเอกในซีรีย์จีนยังไงยังงั้นเลย ที่สำคัญเขาเป็นผู้ชายที่มีแรงดึงดูดต่อเพศตรงข้ามมาก ๆ เขามีเสน่ห์ที่ทำให้ทุกครั้งที่เขาเดินเข้ามาในห้อง ทุกสายตาจะต้องหันไปมองอย่างหลงใหล โดยเฉพาะกับเธอ เขาคือหมออคิราห์ วรโชติเมธีกุลหรือหมอพอร์ช “หนูนุดามารับพี่เกี๊ยวกลับบ้านค่ะ” เมื่อเกี๊ยวเดินเข้ามาหาสองพ่อลูกที่ตอนนี้ยืนอยู่ในห้องสมุดเดียวกับเธอ เธอรู้สึกแปลกใจแต่ก็ไม่กล้าถามอะไร ได้แต่ยิ้มรับในความสดใสของเด็กน้อย และเก็บความแปลกใจไว้ในใจเช่นเดิม “พี่เกี๊ยวทำรายงานเพลินไปหน่อยค่ะ” “คุณพ่อชวนหนูนุดามารับพี่เกี๊ยวค่ะ เพราะค่ำแล้วอันตราย” เกี๊ยวเงยหน้าขึ้นเพื่ออยากจะเอ่ยขอบคุณเขา แต่ต้องสบกับสายตาคมกล้าของหมอพอร์ชที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงแต่ไม่พูดอะไร แล้วเธอก็รู้สึกร้อนผ่าวที่หน้าอีกแล้วเพราะความรีบเร่งกลัวไม่ทันเพื่อน หลังจากที่เกี๊ยวอาบน้ำเสร็จ ก็เดินออกมา ร่างบอบบางมีเพียงชุดชั้นในสุดเซ็กซี่ตั้งแต่ความสัมพันธ์ของเธอกับหมอเปลี่ยนไป เกี๊ยวก็เลือกจะดูแลตัวเองมากขึ้น การเลือกชุดใส่ก็ดูพิถีพิถันเหมือนต้องการดูดีในสายตาหมอด้วย ชุดนี้ไม่โอเคเธอก็รีบถอดออกเพื่อหาชุดใหม่มาลอง แล้วเสียงประตูที่ถูกเปิดออก ทำให้เกี๊ยวต้องยืนตะลึงเพราะสิ่งที่เธอเห็นคือหมอพอร์ช จังหวะการเต้นของหัวใจแรงขึ้น ดวงตากลมของกวางน้อยเผลอสบตาคมนั้น แล้วเธอก็อดไม่ได้เมื่อหัวใจเต้นตามจังหวะการเดินของขายาวนั้น หมอพอร์ชกำลังก้าวเดินเข้ามาหาเธออย่างช้า ๆ “หมอ!” เสียงเรียกนั้นแผ่วเบา “หมออยากอรุณสวัสดิ์เกี๊ยวตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว แต่หมอกลัวเกี๊ยวเพลีย” หมอพอร์ชเดินเข้ามาประชิดด้านหลังของตัวเกี๊ยว และใช้มือใหญ่ลูบวนอยู่หน้าอกดูมใหญ่ของเกี๊ยว และมืออีกข้างก็ลูบไล้ไปทุกส่วนทุกจุดที่ไวต่อความรู้สึก“หมอคะ” เหมือนเกี๊ยวจะตั้งสติได้จึงมองหาชุดที่เธอถอดทิ้งไว้“ยังไม่ต้องใส่ได้ไหม นะเกี๊ยว”“เกี๊ยวจะไปทำรายงานกับเพื่อนค่ะ”“เกี๊ยวนัดเพื่อนกี่โมง”ปากถามเกี๊ยวไปแต่มือก็ไม่ยอมหยุดสักนาทีเดียว“สิบโมงค่ะ”“หมอจะเร่งใ
เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น“มาอะไรแต่เช้า”“แหม นี่น้องสาวมาหาต้องดีใจสิคะ...อริสมาหาเกี๊ยวค่ะ อริสต้องการคุยกับเกี๊ยวไม่ใช่พี่พอร์ช” อริสนั่งจ้องหน้าที่ชายที่ตอนนี้นั่งทำหน้าเรียบตึงตามสไตส์เดิม“เราก็มาแต่เช้าเกินไป”“ปกติพี่พอร์ชก็ตื่นเช้าอยู่แล้วนี่คะ จะบ่นทำไม แล้วอีกอย่างอริสจะมาทานข้าวด้วย แล้วเกี๊ยวละคะ”“น่าจะยังไม่ตื่น พี่ให้ป้าหลิวไปตามให้แล้ว”“นอนดึกเหรอค่ะ”“พี่ไม่รู้ น่าจะทำรายงานดึก”“อริสเห็นมีคนงานอยู่บ้านหลังเล็กที่ริมสระ พี่พอร์ชจะทำอะไรกันค่ะ”“พี่จะทำเป็นศาลานั่งอ่านหนังสือไว้นั่งพักผ่อนเล่น ๆ”“อ่าว ปกติเกี๊ยวเขานอนบ้านหลังเล็กไม่ใช่เหรอคะ”“อื่อ หึ”“ตอนนี้”“นอนอยู่ข้างบน พี่ให้มาอยู่บ้านหลังใหญ่ด้วยกัน”“จะรอดไหมคะ”“อะไร”“เนื้อกวางหวานอยู่ใกล้ปากเสือ มีเหรอเสือจะไม่งับ”“พี่ไม่ได้แค่งับ แต่พี่กลืนกินทั้งตัว”“ว้าย!!หมอพอร์ช โอ้วพระเจ้า”“ปะ กินข้าวพี่ให้ป้าหลิวตั้งโต๊ะแล้ว”“เราไม่รอเกี๊ยวก่อนเหรอคะ”“เดี๋ยวก็ลงมา”เมื่อสองพี่น้องมานั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกัน ก็มีเรื่องให้คุยมากมาย“เห็นว่าอาทิตย์หน้าพี่พอร์ชจะไปญี่ปุ่นใช่ไหมคะ”“ใครบอกเรา”“พี่นนท์ค่ะ” อริสหมายถ
“แล้วหมอก็.... หมอถอดได้ไหม ถอดตัวนี้ออกด้วย เกี๊ยวขอสั่งให้หมอถอดทุกชิ้นให้หมด” หมอพอร์ชดูแล้วเด็กดีของเขาน่าจะเมาจริง ๆเพราะตอนนี้เธอสั่งให้เขาถอดเสื้อผ้าทุกชิ้นออกให้หมด เป็นอาการเมาที่กร้าวใจหมอสุด ๆ “ครับ หมอจะถอดตามที่เกี๊ยวสั่ง ถอดให้หมดทุกชิ้นเลย”“หมอคะ”“หมอถอดแล้ว แล้วจะให้หมอทำอะไรอีก”“หมอ หมอดูดปากเกี๊ยวหน่อย”“เด็กน้อยขี้เมา” หมอพอร์ชก้มลงจูบที่ริมฝีปากบางที่ตอนนี้ยั่วยวนเขาอยู่“อื่ออ หมอ”“อ่าส์ เกี๊ยวยังไม่ถอดเลย ตอนนี้หมอถอดหมดแล้วเห็นไหม”“เห็น” เกี๊ยวเห็นมังกรยักษ์ของเขาตั้งผงาดตื่นตัวเต็มที่ และตอนนี้มันชี้โด่มาที่เธอแล้ว“อยากจับไหม”“เกี๊ยวอยากกัดเจ้ามังกรยักษ์ของหมอ”“แค่อมกับดูดหมอก็ใจจะขาดแล้ว เราไปข้างหลังรถกันดีกว่า หมออยากกร้าวใจกับเกี๊ยวตอนนี้เลย” หมอพอร์ชค่อยพยุงเด็กดีของเขาให้ไปอยู่โซนเบาะผู้โดยสาร เพื่อเขาและเธอจะได้มีพื้นที่ในการทำกิจกรรมอย่างเต็มที่“เกี๊ยวจะดูด แล้วก็...” หมอเพิ่งจะจัดท่านั่งของเขาและเธอ เกี๊ยวใจร้อนเธอรุกเขาก่อนทันที“โอ้วว เด็กน้อยของหมอ ใจร้อนแต่สุดยอดจริง ๆ” หมอพอร์ชนั่งอยู่เบาะต้องร้องครางออกมาเพราะคนที่นั่งข้างล่างเล่น
เสียงเกี๊ยวสะอึกกลั้นไห้จนต้องสูดน้ำมูก เพราะความน้อยอกน้อยใจในตัวหมอพอร์ช คำพูดของเธอทำให้หมอรู้ว่าสามวันที่ผ่านมา ไม่มีแค่เขาที่คิดถึงและถวิลหาเธอ และเขาก็รู้สึกเอ็นดูในคำพูดของเธอ “หมอไม่มาหาเกี๊ยว ทิ้งเกี๊ยวไปตั้งสามวัน”“กลับบ้านเรานะครับ” หมอพอร์ชเข้าประคองตัวเกี๊ยวที่ตอนนี้ยืนก็ยังไม่ตรง แต่เมื่อเกี๊ยวรู้ว่าหมอพอร์ชจะประคองตัวเธอ เกี๊ยวเองก็เข้าซบแนบอกโดยไม่สนสายตาของเพื่อน ๆที่มองออยู่“แต่เกี๊ยวเมา”“เฮ้ยรัญ” ออยร้องห้ามรัญ เพราะไม่อยากให้เพื่อนไปแสดงท่าทางไม่ดีกับหมอพอร์ชซึ่งเป็นผู้ปกครองของเกี๊ยว“ก็เกี๊ยวเมาอยู่แกก็เห็นน่ะออย แล้วจะให้ปล่อยเกี๊ยวไปกับผู้ชายสองต่อสองได้ยังไงวะ”“หมอพอร์ชเขาเป็นผู้ปกครองเกี๊ยว แกลืมไปแล้วเหรอ”“จะผู้ปกครองหรือใครก็ช่างกูไม่ไว้ใจ”“แล้วถ้าปล่อยให้เกี๊ยวไปกับคุณสองคนล่ะ คุณคิดว่าผู้ปกครองอย่างผมจะยอมไหม เพราะผมเองก็ไม่ไว้ใจคุณ” หมอพอร์ชตอบกลับทันที เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มคนนี้แสดงออกว่าไม่ชอบเขาอย่างเห็นได้ชัด“ผมเป็นห่วงเกี๊ยว เพื่อน ๆก็เป็นห่วงเกี๊ยว”“แล้วถ้าผมเป็นแฟนเกี๊ยว พอจะไว้ใจได้ไหม”“คุณหมอ” ทุกคนพูดขึ้นพร้อมกันยกเว้นอรัญที่ทำสีหน





