登入| นารา |
“ทีนี้จะยอมเป็นเมียผมได้รึยังครับ”
“ยะ...ยอมแล้วค่ะ อ๊า~” จังหวะนี้ตอบปฏิเสธไปก็คงจะไม่ได้แล้วแหละ อารมณ์มันมาเต็มขนาดนี้ ไหนจะมือซุกซนที่จัดการกับด้านในช่องทางรักของฉัน ที่ตอนนี้เหมือนจะเริ่มเพิ่มน้ำหนักให้รุนแรงและหนักหน่วงมากขึ้น ทำเอาฉันแทบจะเสร็จ
“นี่แค่อินโทร ของจริงคือต่อจากนี้ต่างหาก!!”
ฮะ…!! คนตรงหน้าพูดอย่างหน้าตาเฉย แต่สักพักเขาก็หยุดชะงัก พลางเอ่ยถามบางอย่างกับฉัน
“นารา...ผมต้องใช้ถุงยางไหมครับ”
“ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ นาราไม่ได้ยุ่งกับใครเลย”
อย่าว่าแต่ยุ่งกับใคร…แค่จะช่วยตัวเองยังไม่เคยทำเลย แค่คิด…ภาพของคนตรงหน้าก็ผุดขึ้นมาในหัวให้ใจเจ็บตลอด
“แต่ถ้าคุณ...”
“มั่นใจได้ ผมก็มีแต่นาราคนเดียวนั่นแหละ ไม่เคยเปลี่ยนใจ”
ใจฉันลิงโลด พองโต ความรู้สึกรักเอ่อล้นอยู่เต็มอกเมื่อได้ยินประโยคเมื่อครู่ เอาจริงๆ ฉันก็ไม่โกรธนะ ถ้าเขาจะไปมีอะไรกับคนอื่นระหว่างที่ฉันหนีมาที่นี่ ช่างแสนดี...ทำไมอีกฝ่ายถึงทำให้ฉันคลั่งรักเขาได้ขนาดนี้นะ
เมื่อบทสนทนาจบลง คนตรงหน้าถอดกางเกงของเขาออกอย่างรวดเร็ว จนการันต์น้อยมันเด้งดึ๋งออกมาอวดโลกภายนอก
แค่ฉันเห็นตัวตนที่แข็งขืนนั่น ความหงี่ก็เริ่มไหลมาอีกระลอก แท่งร้อนลำเขื่อง ส่วนหัวแดงระเรื่อบวมเป่งถูกทาทาบด้วยน้ำหวานจากกลีบดอกไม้สีหวานของฉัน จากการที่เขาเอามันถูไถขึ้นลงเร้าอารมณ์
คนบนร่างโน้มตัวลงมามองหน้าฉัน ก่อนค่อยๆ เสือกไสเอาตัวตนขนาดใหญ่นั่นเข้าไปในช่องทางรักที่เขาคุ้นเคย
“อึก...อ๊ะ!!” ฉันเริ่มร้องครางด้วยความเสียว แก่นกายอันใหญ่นั่นค่อยๆ ซอยเข้าออกเป็นจังหวะ เข้ากันกับสะโพกของฉันที่เด้งรับขึ้นลง ทำให้มันกระแทกลึกมากขึ้นเรื่อยๆ ความเสียวจากจุดด้านในไหลจี๊ดขึ้นมาที่สมองกระทั่งขาวโพลนไปหมด...นี่คือความรู้สึกที่คุ้นเคย
“อ๊า~”
“อื้อ~”
เสียงร้องครางจากความเสียวบวกกับเสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นไปทั่วห้อง เมื่อกี้ว่าเสียว...ตอนนี้มันเสียวยิ่งกว่า
“อื้อ...ตรงนั้นของเมียทำไมมันฟิตแบบนี้ ตอดแรงเชียวนะ สะ...เสียว ซี้ด~”
ใครจะไปรู้ว่าเบื้องหลังชีวิตเซ็กส์ของท่านซีอีโอสุดหล่อมาดขรึม มันจะร้อนแรงยังกะไฟร์เออร์แบบนี้ แล้วประโยคสุดห่ามเมื่อกี้นี้อีก มันยิ่งทำให้สะโพกฉันเด้งรับเร็วและแรงขึ้นไปอีก แล้วมันก็ยิ่งทำให้คนตรงหน้าสวนกระแทกแรงและเร็วมากขึ้น อย่างที่เราทั้งคู่ไม่สามารถหยุดยั้งอารมณ์ตัวเองไหว
เราอยู่ในท่านี้ไม่นาน เขาก็หยุดขยับสะโพก แล้วจับฉันเปลี่ยนท่าพลิกนอนตะแคง จากนั้นก็จัดแจงท่าทางเอาตัวเองไปอยู่ด้านหลัง ก่อนจับฉันซอยยิกแบบไม่หยุดยั้ง ไม่มีคำว่าเหนื่อย ไม่มีคำว่าพอ
“อ้า~ เมียชอบท่านี้ไหมครับ”
“อ๊ะ คุณการันต์ มันละ...ลึก อื้อ~”
“เรียกผมว่าผัวสิครับ”
ผะ…ผัวงั้นเหรอ!! ฉันเขินหนักมาก อารมณ์ที่มีมากอยู่แล้ว พอคำนี้มาสะกิดใจ มันยิ่งเสียววูบวาบไปหมดทั้งตัว
แต่อยู่ดีๆ อีกฝ่ายพลันหยุดทุกการกระทำ แช่เจ้าการันต์น้อยค้างไว้อยู่ในตัวฉันแบบนั้น
“ยะ...หยุดทำไมคะ”
“เรียกผมว่าผัวก่อนสิครับ”
ฉันนิ่งเงียบ เพราะยังเขินกับคำใหม่คำนี้อยู่ ฉันไม่ยอมพูดมันออกมาสักที จนคนด้านหลังจับฉันกระแทกไปหนึ่งทีแล้วหยุดค้างไว้เหมือนเดิมอีกครั้ง
“อ๊ะ…อึก!!”
“ว่าไงครับ อยากให้ผัวหยุดทำรึเปล่า”
“ยะ...อย่าหยุดสิคะ”
“งั้นก็ต้อง...”
“ผะ...ผัวขา ช่วยทำต่อได้ไหม อย่าทำให้เมียค้างสิคะ”
แค่นั้นแหละ คนด้านหลังจับฉันซอยไม่ยั้ง มันเสียวจนตอนนี้สมองฉันขาวโพลนไปหมด คำพูดห่ามๆ ดิบๆ แบบนี้ทำไมยิ่งทำให้รู้สึกเสียวมากขึ้นกว่าเดิมกันนะ
ไม่รู้อีกคนไปอึดมาจากไหน เขาจับฉันเปลี่ยนท่าไปเรื่อยๆ จนมาถึงท่าสุดโปรด เขาจับฉันโก้งโค้ง แอ่นสะโพกฉันให้ยกขึ้น ก่อนเสียบแท่งร้อนเข้ามาแล้วซอยแบบถี่รัว ให้ตายเถอะ...จุดเสียวด้านใน เมื่อโดนแก่นกายของคนด้านหลังเสียดสีชำเราซ้ำแล้วซ้ำอีก พอถึงจุดนึง...
“ผัวขา เมียจะไม่ไหวแล้วนะ ซี้ด~ อื้อ~”
อารมณ์ที่พุ่งถึงขีดสุด เลยจุดที่จะเขินอายกันอีกต่อไป ฉันว่าฉันกำลังจะเสร็จในอีกไม่กี่วินาทีนี้แน่ๆ
“อื้อ~ ซี้ด~ พร้อมกันนะครับ”
คนด้านหลังกระแทกส่วนนั้นเข้ามา และขยับสะโพกซอยถี่ๆ อีกไม่กี่ที เสียงเราทั้งคู่ร้องครางดังลั่น ก่อนที่น้ำรักของฉันจะพวยพุ่ง เขาจึงรีบดึงเอาแท่งร้อนที่กำลังจะระเบิดนั่นออกจากตัว และรูดรั้งกระทั่งน้ำสีขาวมุกพุ่งปรี๊ดออกมาเปรอะทั่วหน้าท้อง
เช็ดทำความสะอาด และนอนแผ่หลาพักเหนื่อยสักครู่ ก่อนที่จะรู้สึกได้ถึงแผ่นอกแกร่งของคนข้างหลังขยับเข้ามาประกบทาบทับแผ่นหลังของฉัน พร้อมกับแขนที่สอดแทรกผ่านเอวเข้ามากอดกระชับตัวฉันแน่น และปากที่ขยับมาจูบซับตรงไหล่เล็กที่ชื้นเหงื่อ
“นาราครับ อย่าหนีผมไปไหนอีกนะ ไม่งั้นผมต้องอกแตกตายแน่ๆ” คนด้านหลังพูดไปพรมจูบท้ายทอยและหัวไหล่ของฉันไป
“เอ๊…อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับหนึ่งวีคต่อจากนี้แล้วละค่ะ ว่าคุณการันต์จะทำตัวเป็นแฟนของนาราได้ดีแค่ไหน”
ไม่อยากจะบอกหรอก...จริงๆ ฉันยอมกลับไปหาเขาตั้งแต่อยู่ในรถก่อนถึงโรงแรมแล้ว แต่แค่อยากลองใจ แล้วก็อยากรู้ว่าคุณซีอีโอสุดหล่อคนนี้เขาจะมีวิธีง้อ หรือจะมีลูกเล่นอะไรมาเอาใจฉันก็แค่นั้นเอง…พ่อคนคลั่งรัก!!
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







