登入“ไม่เชื่อหรอก ยูอาร์ไลเออร์ บันนี่ ยูโกหก ยูแถ...!!”
“…”
เจสซี่หยิบมือถือออกจากกระเป๋าของตัวเอง กดเข้าไปยังแชทของเลขา กดรูปที่เลขาเธอส่งมา ยกขึ้นชูให้ทั้งสามดู และแน่นอนว่าหนึ่งในสามกำลังกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออึกใหญ่
“บอกความจริงมาได้แล้ว!! บันนี่ หลักฐานฟ้องขนาดนี้ ทั้งโอบไหล่ โอบเอว ไหนจะลูบหัวอีก” เจสซี่เลื่อนรูปหลายสิบรูปให้ทุกคนดู
ส่วนการันต์กลับยกยิ้มขึ้นมาเบาๆ อย่างพอใจที่แผนของเขาสำเร็จ จริงๆ วันนั้นเขาเห็นเจ๊แหม่มและพนักงานอีกหลายคนที่พยายามยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเขาเอาไว้ เลยกะโชว์อะไรดีๆ ให้เห็นกันสักหน่อย
“เชี่ยเอ๊ย...แล้วดูสายตาที่มึงมองคุณบันนี่ของกู แต่ละรูปนี่แทบจะกินหัวเขา ไอ้เหี้ย ไอ้ห่า”
“บันนี่ ทำไมยูใจง่ายแบบนี้ ไอยอมรับว่าคุณการันต์เขาหล่อ รวย แฮนด์ซั่ม แต่ยูพึ่งจะรู้จักเขาได้แค่ไม่กี่วันเองนะ”
“เฮ้อ…พอก่อน ทุกคนใจเย็น โดยเฉพาะยู...เจส ถึงเวลาเล่าความจริงให้ยูฟังสักที” ในเมื่อปิดบังต่อไปไม่ได้ ก็คงต้องเล่าความจริงให้เพื่อนทั้งสองคนฟังสักที
“คุณการันต์คือคนที่ทำให้ไอหนีมาอยู่ที่นี่ เราเป็นแฟนกันมาก่อนหน้านี้แล้ว เราไม่ได้ทะเลาะกัน แต่เป็นไอนี่แหละที่เข้าใจอะไรผิดๆ แล้ววันนั้นที่คลับ ไอไม่คิดว่าอยู่ดีๆ เราจะเจอกันโดยบังเอิญแบบนั้น แถมคุณการันต์ยังเป็นเพื่อนของคุณก้องภพอีก”
เพื่อนทั้งสองต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ทำตาโต กลอกตาใส่กันไปมา
“แล้วยูก็ใช้ให้ไอไปดูแลคุณการันต์อีก” นาราตัดพ้อ ก่อนการันต์เอื้อมมือมากระชับโอบไหล่ของนารา พลางใช้มือลูบหัวเบาๆ โชว์ความเป็นเจ้าของ พร้อมกับสายตาเยาะเย้ยที่ส่งไปยังเพื่อนของตัวเอง
“เชี่ยเอ๊ย! ไอ้เหี้ยรันต์ มึงทำกูอกหัก แฟนทิพย์ของกูที่จริงเขาก็มีแฟนอยู่แล้วนี่เอง แม่งเอ๊ย!!”
“ก็กูบอกมึงแล้วไง ว่านารามีแฟนแล้ว แล้วแฟนก็ดุมากด้วย มึงไม่ยอมเชื่อกูเอง”
“ใครมันจะไปคิดว่าเป็นมึงวะ ละตอนนี้คือดีกันแล้ว ว่างั้น!?”
“เออดิ กูตามง้อเมียกูมาเป็นอาทิตย์แล้วเนี่ย”
ได้ยินคำว่า ‘เมีย’ กระต่ายน้อยถึงกับชะงัก และตีเข้าที่ขาของการันต์เบาๆ ด้วยความเขิน
“มิน่าล่ะ ตอนยูไม่สบาย คุณการันต์ดูแลยูทั้งคืนแทบไม่ได้นอน ดูแลแบบโคตรดี แถมตอนไอจะพายูกลับเขาก็ไม่ยอม…แล้วสรุปที่ยูลาออกนี่คือยอมทิ้งเพื่อนทิ้งงาน เพื่อจะตามผัวกลับไปใช่มะ”
“คุณเจสซี่ครับ ผมขอบันนี่ตัวนี้ของผมคืน ถือว่าแลกกับการร่วมลงทุนโปรเจกต์ใหม่ของคุณก็แล้วกันครับ”
“โอ้ว…ถ้างั้นรีบเอาบันนี่คืนไปเลยค่ะ รีบเอากลับไป แล้วก็อย่าเปลี่ยนใจนะคะคุณการันต์ ฮ่าๆๆๆ”
คนที่โดนพูดถึงยิ้มตาหยีให้กับเพื่อนสนิทของตัวเองด้วยความเขินอาย ก่อนที่ทั้งเจสซี่และก้องภพจะกล่าวอวยพรและยินดีกับความรักของทั้งคู่ที่ได้กลับมาคบกันอีกครั้ง
“แล้วนี่พวกยูจะกลับกันเมื่อไหร่”
“พรุ่งนี้เย็นๆ ไอต้องไปเก็บของที่โรงแรมก่อน”
“คิดแล้วก็ใจหาย งั้นพรุ่งนี้ไอกับไอ้ก้องจะไปส่งยูที่สนามบินเองนะ”
หลังจบบทสนทนา ทั้งสี่คนก็ร่วมสังสรรค์และสนุกกับปาร์ตี้ต่อ จนตอนนี้เจ้าของงานกำลังจะร่วงในอีกแค่ไม่กี่แก้วต่อจากนี้
“คุณการันต์ ถ้านาราเมาแอ๋จนสลบไป คุณลากนารากลับไปด้วยนะ”
“ผมก็ทำแบบนั้นมาตั้งนานแล้วนี่” การันต์ยิ้มให้ กระต่ายน้อยยิ้มหวานตอบจนตาหยี ก่อนจะลุกขึ้นเต้นตามจังหวะเพลง EDM มันๆ ที่ดีเจเลือกเปิดเพื่อเอาใจเจ้าของงาน ค่ำคืนนี้การันต์ปล่อยให้เธอสนุกอยู่กับแขกในงาน ก่อนส่ายหัวเบาๆ ให้กับความน่ารักของแฟนตัวเอง
“ยิ้มหวานเชียวนะมึง หมั่นไส้ว่ะ”
“เสือก”
“เออ กูยอมรับว่าเสือก มึงนี่แม่งโคตรโชคดีเลยว่ะ ได้คนน่ารักนิสัยดีแบบนี้เป็นแฟน ตอนที่ไอ้กายเล่าให้กูฟังตอนกูเจอมันที่งานแต่งคราวก่อน กูรู้ว่ามึงมีแฟน แต่ไม่รู้ว่าเป็นนารา”
“ไง ตอนนี้สมองมึงอัปเดตเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดแล้วใช่มะ?”
“เออ แถมอัพเดทก่อนคนอื่นอีก” ก้องภพพูดขึ้นมาด้วยท่าทีภูมิใจ “มึงรักษานาราไว้ดีๆ นะเว้ยไอ้รันต์ ถ้าคราวหน้าเขาหนีกลับมาอีก อย่าหาว่ากูไม่เตือน”
“ไม่มีวันนั้นอีกแน่ๆ”
“เออๆ มาๆๆ ฉลองกันหน่อย เอ้า...ชนเว้ย”
สองเพื่อนสนิทนั่งคุยกันจนถึงเที่ยงคืน และตอนนี้แขกส่วนใหญ่เริ่มทยอยกลับกันหมดแล้ว การันต์จึงบอกลากับทุกคน แล้วพยุงกระต่ายน้อยที่หมดสติขึ้นรถพากลับบ้าน
การันต์ขับรถไปตามทางกลับบ้านที่พอจะคุ้นเคย พลางหันไปมองคนเมาที่นอนเอนอยู่ตรงเบาะข้างๆ มือซ้ายของเขากอบกุมมืออีกคนไว้แน่นด้วยหัวใจที่ลิงโลด อิ่มเอม และมีความสุข
ด่านแรกผ่านไปได้แล้ว สำหรับการง้อขอคืนดี พรุ่งนี้เขากำลังจะพาคนรักของเขากลับไปอยู่ด้วยกันอีกครั้ง
แต่ด่านต่อไปนี่สิ…คิดหนัก!! เพราะมันดูยากและยังหาวิธีไม่ได้ จะทำให้นารากลับไปทำงานกับเขาได้ยังไง ในเมื่อเจ้าตัวยังรั้นและรู้สึกกลัวกับเรื่องนั้นอยู่
เฮ้อ…แต่ก่อนจะข้ามไปคิดเรื่องอื่น เอาเรื่องนี้ก่อนดีกว่า คืนนี้เขาจะทำยังไงกับไอ้เจ้ากระต่ายขาวตัวนี้ดี เพื่อนสนิทของเจ้ากระต่ายนี่ก็ไม่ถนอมใจกันเลย ที่จับบันนี่ของเขาแต่งตัวได้น่าจับฟัดขนาดนี้!!
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม






![คลั่งรัก I [พระเอกเจ้าเล่ห์ หล่อร้าย] 18+](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
