登入เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง หลังจากที่ทุกคนกำลังสนุกกับเพลงมันๆ จากดีเจคริสโตเฟอร์ เจสซี่เดินไปยังโต๊ะที่การันต์และก้องภพนั่งคุยกันอยู่ พลันเขย่าตัวบันนี่แรงๆ ให้สติกลับคืนมา
“บันนี่ ยูตื่นได้แล้ว”
คนที่โดนเรียกค่อยๆ ลืมตา ก่อนยกแก้วน้ำเปล่าตรงหน้าขึ้นมาดื่มอึกใหญ่ แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อรู้ว่าตัวเองซบไหล่คุณการันต์อยู่ เธอจึงทำทีหันมาขอโทษ เพื่อไม่ให้เพื่อนตัวเองสงสัย พลันสะบัดหัวแรงๆ สองสามทีให้สติกลับมา
“เซอร์ไพรส์จะเริ่มแล้ว ยูนั่งตรงนี้นะ ห้ามไปไหน! ไอ้ก้อง ฉันฝากดูด้วย”
“เออๆ รู้แล้วหน่า”
คล้อยหลังไปไม่กี่นาที เจสซี่เดินขึ้นเวทีแล้วกระซิบให้ดีเจหยุดเล่นเพลง หยิบไมโครโฟนขึ้นมาแล้วประกาศถึงโชว์ที่เป็นไคลแม็กซ์ และเป็นเซอร์ไพรส์สำหรับค่ำคืนนี้ และนั่นก็ทำให้ทุกคนในงานเริ่มส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดวี้ดวิ้วดังออกมา
“และนี่คือเซอร์ไพรส์สำหรับคืนนี้ค่า ไอเลิฟยูนะมายบันนี่”
เสียงจากเพลงที่เตรียมไว้ค่อยๆ ดังขึ้นมา ก่อนที่จะมีหนุ่มๆ สี่คนเดินมายังตัวนาราที่นั่งอยู่ด้านล่าง ฉุดเธอพาให้ขึ้นมาบนเวที พวกเขาแต่งตัวด้วยชุดคล้ายๆ กับบันนี่ แต่เปลี่ยนจากกางเกงสีขาวเป็นสีดำเงาวับ ไม่มีเสื้อกล้าม มีเพียงแผงอกกล้ามแน่นๆ กับที่คาดคอเป็นแบบปกคอเสื้อกับหูกระต่ายสีดำ
บันนี่ถูกสี่คนนั่นพามานั่งตรงเก้าอี้ที่พวกเขาวางไว้กลางเวที จากนั้นทั้งสี่ก็เต้นด้วยท่าทางที่ยั่วยวน ทั้งเด้งหน้าเด้งหลังใส่เธอ บางคนก็ขึ้นคร่อมตัว บางคนก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้เกือบจะจูบก็มี ยิ่งทำท่าทางเสียวสยิวเท่าไร เสียงกรี๊ดจากคนด้านล่างก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ
เจ้าของงานที่นั่งงงๆ อยู่บนเวที เมื่อโดนเซอร์ไพรส์แบบนี้ จากที่มึนๆ เมื่อครู่ สติเริ่มกลับมาเป็นปกติ พลางอมยิ้มและก้มหน้างุดด้วยความเขิน พร้อมกับใบหน้าที่เริ่มขึ้นริ้วสีแดงระเรื่อ
ทุกคนกำลังมีความสุขจากโชว์บนเวที จะมีก็แค่คนหนึ่งที่ไม่สบอารมณ์กับโชว์นี้เอามากๆ ไม่ใช่ใครที่ไหน พ่อซีอีโอหนุ่มของเรานั่นเอง นาทีนี้เลือดเริ่มขึ้นหน้า อารมณ์โกรธจากความหึงหวงเริ่มเพิ่มทวีคูณจนร้อนผ่าวออกหน้าออกตัวไปหมด ยิ่งท่าทางของเด็กๆ แดนเซอร์พวกนั้นที่ขึ้นคร่อมตัวกระต่ายน้อยของเขา ยิ่งทำให้แรงหึงโหดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
การันต์ลุกยืนขึ้นเต็มความสูง เดินขึ้นไปบนเวที เขาทำท่าทางผลักสี่คนบนเวทีนั้นออกไป หนุ่มๆ ทั้งสี่คนเลยเริ่มมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนทำเนียนเต้นกระย่องกระแย่งพากันเดินลงเวที
ตั้งแต่ที่การันต์เดินขึ้นเวทีไป เสียงกรี๊ดจากสาวๆ และเก้งกวางทั้งหลายต่างก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ
การันต์เดินเข้าประชิดตัวกระต่ายน้อยจากทางด้านหลัง มือข้างหนึ่งจับที่ไหล่ อีกมือเอื้อมไปข้างหน้าล็อกคอหลวมๆ แล้วจับที่สันกรามของเธอ พลางโน้มตัวลงไปใกล้ใบหน้า แล้วกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูเบาๆ
“กรี๊ด…”
“วี้ดวิ้ว…”
“เขาเป็นใครอะ หล่อมาก!!”
“ฉันอยากได้คนนั้น!!”
“หอมเลยๆๆๆ”
เสียงคนในงานตะโกนเชียร์ไปที่สองคนบนเวที สุดท้ายเพื่อความเนียน การันต์เลยหอมแก้มบันนี่ไปฟอดใหญ่ และจับมือดึงตัวลงเวที
เสียงกรี๊ดยังคงดังอย่างต่อเนื่องจนทั้งคู่เดินลงเวทีไป ดีเจรู้งานจึงเริ่มเปิดเพลงต่อ ทำให้ทุกคนหยุดกรี๊ดและเข้าสู่บรรยากาศของปาร์ตี้มันๆ นี้อีกครั้ง ส่วนตรงข้างเวที เด็กๆ แดนเซอร์ทั้งสี่เดินเข้ามาหาเจสซี่ที่ยังงงๆ กับเหตุการณ์เมื่อครู่
“พี่เจสซี่ อะไรของพี่วะครับ ทำไมมีคิวของพี่ผู้ชายคนนั้นขึ้นมาผลักพวกผมด้วยล่ะ พี่ไม่เห็นบอกพวกผมก่อนเลย”
“อย่าว่าแต่พวกเราเลย พี่ก็งงเหมือนกัน”
“ช่างมันเถอะ ยังไงวันนี้ขอบคุณมากนะครับที่เรียกใช้งานพวกผม”
“จ้า เดี๋ยวยังไงพวกน้องๆ ก็อยู่สนุกในงานต่อได้เลยนะ อยากกินอะไรก็จัดได้เลยเต็มที่ กินฟรีไม่อั้น”
เด็กๆ ทั้งสี่ยกมือไหว้ขอบคุณเจสซี่ หลังจากที่เธอหยิบซองในกระเป๋าขึ้นมาส่งต่อให้เด็กๆ ไป ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาดู เมื่อมีเสียงจากแอปพลิเคชันไลน์ดังขึ้นรัวๆ ไม่หยุดจากเลขาของเธอ
เจสซี่ก้มหน้าพิมพ์ตอบไลน์กลับไปสักพัก เก็บมือถือใส่กระเป๋า แล้วเดินขึ้นเวที ทำหน้าที่ประกาศผลชุดแฟนซีที่ได้รางวัล ไม่ต้องเดา แขกทั้งงานเทใจให้คุณกระต่ายและคุณจิ้งจอกสำหรับรางวัลนี้
เจสซี่จึงเรียกให้ทั้งคู่ขึ้นมารับรางวัล และนั่นก็ทำให้สาวๆ ในงานกรี๊ดกร๊าดขึ้นมาอีกครั้ง และเรียกร้องให้คุณจิ้งจอกแนะนำตัว
“สวัสดีครับ ผมการันต์ เป็นเพื่อนก้องภพครับ” เมื่อเขาพูดจบก็ได้รับเสียงกรี๊ดกร๊าดอีกรอบ แต่รอบนี้มันดังจนทำให้เจ้ากระต่ายน้อยที่ยืนอยู่ข้างๆ เริ่มอึดอัดและรู้สึกหึงหวงอยู่ในใจลึกๆ
เจสซี่มอบซองเงินรางวัลให้กับบันนี่และคุณการันต์ ก่อนทั้งคู่จะโบกไม้โบกมือให้กับทุกคนและเดินกลับมานั่งที่โต๊ะของตัวเอง
เมื่อถึงโต๊ะ เจสซี่ที่เดินตามสองคนนั้นมา หันไปสบตากับก้องภพที่นั่งจิบเบียร์อยู่ ทั้งคู่มองตากันอย่างเข้าใจความหมาย เพราะตอนนี้ทั้งคู่ต้องการคำตอบว่า เมื่อกี้ตอนโชว์นั่นเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วทำไมการันต์ถึงต้องทำแบบนั้น!?
“คุณการันต์คะ โชว์เมื่อกี้มันคืออะไรคะ?”
“นั่นดิ อะไรของมึงวะไอ้รันต์ มึงไปทำตัวแบบนั้นกับคุณบันนี่เขาได้ยังไง ทั้งกอด ทั้งหอม” ก้องภพ ทำหน้างงตาม หน้านิ่วคิ้วขมวดไปหมด
“คือ...” การันต์กำลังจะอ้าปากอธิบาย แต่นารากลับบีบที่ขาของการันต์เบาๆ แล้วชิงพูดตัดหน้าเขาออกมา
“ไม่มีอะไรหรอกคุณก้อง เจส ไอขอให้คุณการันต์ขึ้นไปเองแหละ เห็นแต่งตัวเข้าคู่เหมือนกัน ก็เลยจัดเซอร์ไพรส์พวกยูกลับไง เอาจริงๆ บนเวทีเมื่อกี้ มันแรงมากเลยนะเว้ยเจส ถ้าไม่ได้คุณการันต์มาช่วยนี่ ไอแย่เลยนะ”
“ไม่เชื่อหรอก ยูอาร์ไลเออร์ บันนี่ ยูโกหก ยูแถ...!!”
“…”
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม






![พ่อผัว-[NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
![[ love of butterfly ] ผีเสื้อสามผัว (4p)](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)