登入| นารา |
“เอ่อ...คุณการันต์ สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับ”
“มานานรึยังคะเนี่ย ทำไมมาถึงแล้วไม่ปลุกดิฉันล่ะคะ”
“เห็นคุณนอนหลับสบาย ก็เลยไม่อยากปลุกน่ะครับ”
“ขอโทษด้วยนะคะ เอ่อ...” ฉันจ้องมองดูสภาพตัวเองที่นั่งตัวหนีบเกร็งเหมือนเหน็บกิน ก่อนจะยิ้มตาหยีกลับไป
“ไม่เป็นไรครับ ใส่ชุดนี้ก็ได้ ไม่ต้องเปลี่ยนหรอก ดูน่ารักดี”
หืม...นี่เราสนิทกับเจ้านายถึงขั้นแซวกันแบบนี้เลยเหรอวะ!
“ดิฉันว่ามันไม่เรียบร้อย และมันกำลังทำให้ดิฉันดูแย่อะค่ะ ขออนุญาตไปเปลี่ยนดีกว่า” พูดจบก็รีบลุกขึ้น พร้อมกับเอาผ้าห่มผืนบางนั่นบังขาอ่อนตัวเองไว้ แล้ววิ่งปรู๊ดขึ้นชั้นสองเพื่อเปลี่ยนชุด ว่าแต่ทำไมต้องเขิน แล้วก็ต้องตื่นเต้นขนาดนี้ด้วยนะนารา!!
ฉันเปลี่ยนชุดเสร็จจึงรีบวิ่งลงมาชั้นล่าง เห็นแม่กำลังนั่งคุยกับคุณการันต์อย่างสนิทสนมอยู่ที่โต๊ะอาหาร เออ…แม่ก็สนิทกับคุณการันต์ด้วยเหรอเนี่ย! คุยอะไรงุ้งงิ้งๆ กันอยู่สองคนนะ
“นารา เย็นนี้อยู่กินข้าวกับคุณการันต์สองคนละกันนะ แม่ต้องไปแล้ว นัดให้แพรวมารับหน้าปากซอย เดี๋ยวไปรับป้าอุ่นไม่ทัน แกนั่งรถทัวร์มาจากพิจิตร นั่งรออยู่หมอชิตนานแล้ว”
“อ้าว...ไหงเป็นงั้นอะแม่ เทกันกลางทางเฉยเลย”
“เออ ก็อยู่กับเจ้านายตัวเองไปก่อน ลูกคนนี้นี่ บ่นเยอะจริงๆ คืนนี้แม่คงกลับดึกหน่อยนะ จะอยู่คุยกับป้าแกก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยให้เจ้าแพรวมันมาส่งที่บ้าน”
“ดะ...เดี๋ยว”
“คุณการันต์คะ ยังไงแม่…เอ๊ย…น้าฝากนาราด้วยนะคะ”
“ครับ ไม่ต้องห่วงครับ”
สุดท้ายฉันก็ต้องนั่งกินข้าวเย็นกับเจ้านายสองคน โดยที่บทสนทนาระหว่างมื้ออาหารของเราแทบจะเป็นศูนย์
โอ๊ย...จะว่าอึดอัดก็ใช่ ใจเต้นก็ไม่เชิง นี่ฉันเป็นอะไรไป หรือแม่วางยาไว้ในแกงเหรอ แต่ทำไมอีกคนเขาก็ดูปกติดีนี่นา และเหมือนคนตรงหน้าจะสังเกตเห็นอาการประหม่าของฉัน เขาจึงพูดขึ้นมาทำลายความเงียบ
“วันนี้แม่คุณทำพะแนง ไข่ลูกเขย ยำปลาดุกฟู แล้วก็ผัดผักไว้ให้เรา คุณกินเยอะๆ นะครับ อร่อยๆ ทั้งนั้นเลย” ประโยคนี้ทำลายความเงียบลง ฉันเงยหน้าขึ้นจากจานข้าว แล้วส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้เขาหนึ่งที พลางคิดในใจประโยคนี้ฉันต้องเป็นคนพูดรึเปล่า ทำไมพออยู่กับคุณการันต์ทีไร มันเกร็งทุกทีเลย แล้วตอนนี้คุณเจ้านายยังใจดีตักนู่นนี่ใส่จานฉันเต็มไปหมด
เอ๊ะ...หรือว่าเขาจะมาจีบฉันรึเปล่า อะไรจะเทคแคร์ดีขนาดนี้คะคุณเจ้านาย แต่พอคิดๆ ดูอีกที ฉันว่าไม่น่าจะใช่หรอก เขาทำตัวสุภาพบุรุษก็เพราะชดเชยเรื่องที่ทำให้ฉันเกิดอุบัติเหตุในออฟฟิศเขาต่างหากล่ะ
“คุณการันต์คะ”
“ครับ”
“ดิฉันขอถามหน่อยสิ ตอนที่ดิฉันเป็นเลขาให้คุณนี่ ดิฉันทำงานดีรึเปล่าคะ” คำถามนี้เล่นเอาคนตรงหน้าขำพรวดออกมาแทบจะสำลักข้าวที่อยู่ในปาก ก่อนจะยกน้ำขึ้นมาดื่มและกลืนข้าวลงคอไป
“ทำไมขำแบบนั้นล่ะคะ” คุณเจ้านายเขาขำอะไรนักหนานะ ฉันคิดในใจ และนั่นมันทำให้ฉันเริ่มประหม่ามากขึ้น
“ก็แปลกใจที่คุณถามมาแบบนั้น คุณนี่ห่วงแต่เรื่องงานยังไงก็ยังงั้นเลยนะ”
“…”
“เอาเป็นว่าคุณทำงานดีมาก จนผมอยากจะให้คุณกลับไปทำงานให้ผมพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำ แล้วเพื่อนร่วมงานก็รักและเอ็นดูคุณมากๆ ด้วยนะ”
“งั้นพรุ่งนี้ดิฉันไปทำงานเลยได้ไหมคะ อยู่บ้านแล้วเบื่อมาก” นัยน์ตาฉันฉายแววอย่างเป็นประกาย และยิ้มขึ้นมาอย่างมีความหวัง
“ยังไม่ได้หรอกครับ หมอบอกให้คุณพักอีกสักหน่อย แล้วค่อยกลับไปทำงาน ไม่ต้องกลัวผมจะหักเงินเดือนคุณหรอกนะ”
“แต่ตอนนี้ดิฉันก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรแล้วนะคะ แผลที่หน้าอกก็หายดีแล้วด้วย ดิฉันไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ แล้วอีกอย่างดิฉันก็ไม่อยากกินเงินเดือนคุณฟรีๆ ด้วยสิ”
“คุณนี่ก็ยังเป็นคุณคนเดิมอยู่วันยังค่ำเลยนะ เอาเป็นว่า ถ้าผมอยากให้คุณไปทำงานเมื่อไหร่ ผมจะบอกละกันนะครับ” เขาตัดจบประโยค และเริ่มตักนู่นตักนี่บนโต๊ะให้ฉันเพิ่ม
หลังจากกินข้าวเสร็จ ฉันเก็บจานชามไปล้าง เรานั่งคุยนู่นนี่กันอีกสักพักใหญ่ ก่อนที่อีกฝ่ายจะขอตัวกลับ เพราะเริ่มดึกแล้ว ฉันจึงเดินไปส่งคุณการันต์ที่หน้าบ้าน แล้วเดินกลับเข้าบ้านไปอาบน้ำเตรียมเข้านอน
“โอ๊ะ...โอ๊ย...!!”
นั่นไง ซุ่มซ่ามจนได้แผล ไอ้นิ้วก้อยเท้าไม่รักดี ดันไปเตะโดนขาโต๊ะกินข้าว แล้วมันทำให้เล็บฉันเกือบหลุดออกมา
“ทำไมช่วงนี้มันมีแต่เรื่องเจ็บตัวแบบนี้นะ” ฉันบ่นงึมงำกับตัวเอง รีบหยิบกระดาษทิชชูบนโต๊ะขึ้นมาพันนิ้วเท้าไว้แบบลวกๆ แล้วเดินกะเผลกขึ้นบ้านไปหยิบกล่องยาในห้องแม่เพื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับตัวเอง
“แม่นี่น้า...เมื่อคืนเอากล่องยาขึ้นไปใช้แล้วก็ไม่เอามาวางคืนที่เดิม ลำบากลูกสาวต้องกะเผลกขึ้นไปเอาอีก” ฉันพูดกับตัวเองก่อนเข้าไปในห้องแม่ เดินตรงไปยังโต๊ะข้างเตียงที่มีกล่องยาวางอยู่
ฉันเปิดกล่องขึ้นมาทำแผลให้กับตัวเอง ไม่ถึงสิบนาทีก็เสร็จ แต่ขณะที่กำลังเก็บของลงกล่อง สายตาฉันดันเหลือบไปเห็นของบางอย่างที่วางอยู่ในลิ้นชักที่แม่เปิดแง้มเอาไว้
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







