เข้าสู่ระบบ" คุณไป๋!!...... "
" ผมพอจะทราบแล้ว คุณมาตามโลเคชั่นที่ผมส่งให้เดี๋ยวนี้เลยนะครับ ผมรออยู่ "
" ครับ "
หิรัญกดวางสายจากจิงไป๋ทันทีก่อนจะรีบเอาโทรศัพท์ให้กับคนขับแท็กซี่ได้ดูโลเคชั่นที่ฝ่ายนั้นส่งมา แขนแกร่งยังคงโอบกอดหญิงสาวเอาไว้แน่น มือหนากดบาดแผลห้ามเลือดที่ยังคงไหลอยู่อย่างต่อเนื่อง ไม่นานรถแท็กซี่ก็มาถึงบ้านพักของจิงไป๋ที่อยู่ห่างไกลออกไปจากตัวเมืองมากอยู่ ชายวัยกลางคนรีบมารับทั้งคู่ทันทีก่อนจะเคลียร์ค่าใช้จ่ายให้เรียบร้อยเป็นการปิดปากของแท็กซี่
" ทางนี้เลยครับ "
" ผมไม่รู้ว่าหลินถูกยิงกี่นัด "
" ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวผมดูแลเองครับ "
ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวเข้าห้องตามชายวัยกลางคนไปทันทีโดยมีจิงไป๋เดินตามไปติดๆ เขาค่อยๆ วางลี่หลินลงบนเตียงที่ใช้สำหรับเตรียมผ่าตัดอย่างเบามือมากที่สุดก่อนจะออกมารอนอกห้องปล่อยให้เพื่อนของจิงไป๋ที่เป็นหมอทำการรักษาได้สะดวก ใบหน้าหล่อเกิดอาการเคร่งเครียดจนเห็นได้ชัด มือหนาที่เปื้อนไปด้วยเลือดกุมเข้าหากันแน่นอย่างวิตกกังวล
" ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ เพื่อนผมเป็นอาจารย์หมอยังไงคุณหนูก็ปลอดภัย "
" มันเกิดอะไรขึ้นครับ คุณช่วยบอกผมไปไหม "
" เราไปคุยกันในห้องทำงานของผมดีกว่าครับ "
" งั้นไปเลยครับ "
หิรัญหันกลับไปมองห้องที่ใช้ผ่าตัดอีกครั้ง ใบหน้าหล่อแสดงออกมาอย่างกังวลก่อนจะเดินตามจิงไป๋ไปที่ห้องทำงานที่อยู่ขวาสุดของบ้าน ชายวัยกลางคนถือกุญแจเดินตรงไปยังตู้เซฟที่แอบซ่อนอยู่ภายในชั้นหนังสือ เขากดรหัสผ่านอยู่สักพักก่อนจะหยิบซองเอกสารออกมาหลายซอง
ณ.บ้านตระกูลจาง
" ป๊า!! แย่แล้ว "
" อะไรของลื่อ โวยวายเสียงดัง "
" เปลี่ยนๆ มีข่าวด่วน "
หยุน รีบวิ่งเข้ามาในห้องนั่งเล่นด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก มือหนารีบคว้าแย่งรีโมทจากมือของจางเฉินด้วยความรวดเร็วก่อนจะกดเปลี่ยนช่องไปยังช่องถ่ายทอดข่าวด่วน
' เกิดเหตุกราดยิงอย่างอุกอาจ บริเวณทางเข้าบ้านตระกูลจาง ตำรวจพบศพของนายจางเฉิงและนายจงคนขับรถถูกยิงเสียชีวิตทั้งคู่ ในรถยังพบกระเป๋าและบัตรประจำตัวของจางลี่หลินลูกสาวเพียงคนเดียวของจางเฉิงแต่ยังไม่พบร่างของเธอ ตอนนี้ตำรวจยังไม่ทราบคนก่อเหตุ '
" อาเฉิง อาหลิน!! "
" ทำยังไงกันดีป๊า อาเจ็กอีเสียไปแบบนี้แล้วอาหลินอีอยู่ไหน "
ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังดูข่าวอยู่นั้น จู่ๆ เสียงของรถตำรวจก็วิ่งแล่นเข้ามาในบ้าน แม่บ้านรีบวิ่งออกไปรับหน้าทันที จางหยุนและจางเฉินที่มีสีหน้าเคร่งเครียดเป็นอย่างมากเดินออกจากห้องนั่งเล่นมารับคุณตำรวจที่กำลังเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับแม่บ้าน
" เชิญนั่งก่อนสิครับ สารวัตร "
" คุณทั้งสองคงได้เห็นข่าวแล้ว....งั้นช่วยให้การที่เป็นประโยชน์ด้วยนะครับ "
" ก่อนที่พวกเราจะให้การ..........คุณสารวัตรบอกได้ไหมครับว่าหลานสาวของผมอยู่ไหน "
" นั้นสิครับ น้องผมจะปลอดภัยไหมแล้วพวกไหนเป็นใครรู้รึยัง "
หยุนและเฉินต่างแยกกันถามคำถามใส่คุณตำรวจอย่างใจร้อน ทั้งสองส่งสายตากดดันมาให้คุณตำรวจทั้งสามนายที่นั่งอยู่ไม่ไกลกัน คุณตำรวจทั้งหมดก้มหน้าลงอย่างไร้คำตอบ
ปึง!เสียงทุบโต๊ะดังขึ้นเมื่อคุณตำรวจต่างพากันส่ายหน้าเป็นคำตอบ จางเฉินพูดออกมาอย่างหัวเสียกับการทำงานไร้คุณภาพ
" หมายความว่ายังไง พวกคุณเป็นตำรวจ.....แล้วอย่างนี้หลานของผมจะเป็นตายยังไงก็ไม่มีทางรู้สินะ "
" ใจเย็นๆ นะครับ คุณเฉิน......ตอนนี้ทางเรากำลังตามหาคุณจางลี่หลินอย่างสุดความสามารถแน่นอนครับ....แต่ผมต้องขอให้พวกคุณช่วยพวกเราอีกแรงโดยการตอบทุกอย่างที่พวกคุณรู้แค่นั้น "
" ก็ถามมาเร็วๆ สิ....จะได้เอาเวลาไปตามล่าคนที่มันยิงน้องชายกับหลานสาวของฉัน "
ชายสูงวัยตะคอกใส่อย่างหมดความอดทนให้กับคุณตำรวจทั้งหมดที่นั่งอยู่ในห้อง หยุนบีบมือของพ่อเบาๆ อย่างปลอบใจก่อนที่ตำรวจจะเริ่มสอบถามเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ของจางเฉิงและจางลี่หลิน
" ถึงผมกับจางเฉิงจะคนละแม่...........แต่ผมก็ไม่เคยคิดจะฆ่าน้องชายและหลานสาวของผมหรอกนะ "
" งั้นคุณคิดว่า......คุณจางเฉิงมีศัตรูที่ไหนบ้างรึเปล่า "
" คุณสารวัตรก็พูดอะไรออกมาง่ายๆ นะครับ........คนอย่างพวกเรามีศัตรูทางธุรกิจตั้งเยอะไม่รู้หรอกว่าใครเป็นคนทำ "
สารวัตรพยักหน้าอย่างเข้าใจ ดวงตาคมมองสำรวจไปรอบๆ บ้านของตระกูลจางเพื่อหาสิ่งผิดปกติ จางเฉินลุกขึ้นจากโซฟาอย่างโมโหกับพฤติกรรมของตำรวจหนุ่มคนนี้ เขายืนเท้าเอวอย่างไม่พอใจเมื่ออีกฝ่ายรู้ตัวก็ขอโทษออกมาก่อนจะขอตัวกลับทั้งหมดเมื่อได้สอบถามทั้งหมดแล้ว
" ส่งคนของเราออกมาตามหาอาหลิน ส่วนลื่อไปดูที่เกิดเหตุ "
" แล้วป๊าไม่ไปเหรอ?? "
" อั้วจะไปดูอาเฉิง!! "
ดวงตาคมยังคงจับจ้องรถตำรวจที่แล่นออกจากตัวบ้านไปอย่างไม่ละสายตา ชายสูงวัยออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความดุดันก่อนจะเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปด้วยสีหน้าที่ตึงเครียด
บ้านพักของจิงไป๋
" คุณจะบอกว่า.......คุณเฉิงถูกลอบฆ่าตั้งแต่หลินอายุสิบห้าเหรอครับ "
" ครับ!! ตอนนั้นคุณท่านกำลังจะส่งคุณหนูไปหาคุณพอดี.....แต่โชคยังเข้าข้างที่ตอนนั้นยังสามารถเอาชีวิตรอดมาได้.....คุณท่านได้ทำเรื่องยกคุณหนูให้คุณเรียบร้อยแล้ว..........ผมไม่คิดเลยว่าต้องเอามันออกมาใช้ "
จิงไป๋ยื่นเอกสารสำคัญให้ชายหนุ่มได้ดูชัดๆ ลายเซ็นของจางเฉิงถูกเซ็นลงกระดาษอย่างเรียบร้อยเหลือเพียงลายเซ็นรับรองของหิรัญก็เท่านั้น ชายหนุ่มดูเอกสารทั้งหมดก่อนจะยอมเซ็นตกลงรับลี่หลินเป็นลูกบุญธรรม
" ผมรู้ครับว่าคุณกำลังสับสนแต่เพื่อให้ทุกอย่างเป็นความลับ.......คุณหนูจะต้องออกไปจากที่นี่ในฐานะลูกเลี้ยงของคุณ "
" .............. "
" ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าคนที่ลอบฆ่าท่านประธานจะใช่คนเดียวกันกับเมื่อครั้งนั้นหรือไม่....แต่เราต้องไม่ประมาท.......ถ้าพวกนั้นรู้ว่าคุณหนูยังไม่ตายมันต้องตามล่าจนกว่ามันจะแน่ใจว่าคุณหนูตายจริง!! "
" มันจะตามล่าหลินทำไม?? "
" ผมยังบอกอะไรคุณไม่ได้มาก....รู้แค่ว่านับตั้งแต่ตอนนี้จางคอร์ปอเรชั่นจะเปลี่ยนไป "
คำพูดของจิงไป๋ทำให้หิรัญคิดตามอย่างรวดเร็ว เขาพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่ชายกลางคนพูดออกมา มือหนาเขียนชื่อใหม่ของลี่หลินให้จิงไป๋ไปจัดการเรื่องเอกสารให้สมบูรณ์ถึงแม้ว่าจะเป็นการปลอบขึ้นมาใหม่ก็ตาม
" แล้วคุณรู้ได้ยังไงครับ....ว่ามีคนลอบยิง "
" ตอนนั้นผมก็กำลังคุยโทรศัพท์กับท่านประธานเหมือนกัน ได้ยินทุกอย่าง "
จิงไป๋ตอบคำถามของชายหนุ่มอย่างไม่ลังเล มือหนารวบเอกสารทุกอย่างใส่ซองก่อนจะเดินออกจากห้องไป หิรัญรีบไปรอคนตัวเล็กที่หน้าประตูห้องอย่างใจจดใจจ่อ ' เธอห้ามเป็นอะไรเด็ดขาดนะหลิน ' เขาก้มหน้าลงแล้วสบถออกมาเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรมาโดนตัว
" ตอนนี้คุณหนูจะไม่ได้ชื่อว่า จางลี่หลินแต่จะเป็น รมิตา เลิศวชิรกุลแทน.......ถ้าคุณหนูแข็งแรงขึ้นคุณต้องพาเธอออกไปจากที่นี่ทันที "
" เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง ผมสามารถพาหลินกลับไปด้วยได้แน่นอน "
" ผมเชื่อใจคุณเหมือนที่ท่านประธานเชื่อใจ........ส่วนทางนี้ผมจะช่วยจัดการเอง "
" ขอบคุณมากๆ ครับ "
จิงไป๋ยื่นพาสปอร์ตเล่มใหม่และเอกสารส่วนตัวของลี่หลินให้กับหิรัญพร้อมด้วยแฟ้มเอกสารต่างๆ ที่จางเฉิงสั่งเอาไว้ให้กับชายหนุ่มทั้งหมด เขารับมันมาก่อนจะวางลงข้างๆ ตัวแล้วหันกลับไปสนใจที่ห้องผ่าตัดรอลุ้นว่าเมื่อไรคุณหมอจะออกมาบอกข่าวดีโดยมีจิงไป๋นั่งรออยู่ข้างๆ
บรรยากาศเงียบสงัดเมื่อทุกคนแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนไม่ต่างจากเจ้าของบ้าน หิรัญและหมอทิมพากันพยุงร่างกายกลับขึ้นมาที่ห้องของตัวเองด้วยความยากลำบากเพราะอาการเมาหนักไม่ต่างกันแต่เหมือนคนที่จะยังพอมีสติอยู่บ้างก็คงเป็นหมอทิม" ไอ้รัญ! แล้วบอกจะไม่ดื่มเยอะไง "" หื้ม! ไม่ได้ขนาดนั้น....ปล่อยๆ กูกลับห้องเองได้ "เสียงทุ้มแหบพูดกับเพื่อนอย่างแผ่วเบามือหนาตบหน้าอกแกร่งของทิมเบาๆก่อนจะดันตัวออกจากเขาแล้วเปิดประตูเข้าห้องนอนของตัวเองอีกฝ่ายถอนหายใจเบาๆก่อนจะเดินออกไปอีกทางเพื่อกลับห้องแกร๊ก!!ความเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ภายในห้องนอนปะทะเข้ากับร่างกายกำยำเมื่อชายหนุ่มย่างก้าวเข้าไป มือหนาปลดเสื้อผ้าออกทุกชิ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวลงแช่น้ำในอ่างขนาดใหญ่ที่ถูกเตรียมเอาไว้แล้ว หิรัญใช้อาบน้ำไม่นานเขาก็เดินออกจากห้องโดยมีแต่กางเกงบ็อกเซอร์เท่านั้นที่ปกปิดท่อนล่างไว้ร่างกายกำยำค่อยๆ แทรกตัวเข้าไปด้านในผ้าห่มผืนใหญ่อย่างเบามากที่สุด
ในที่สุดก็มาถึงวันที่รอคอยหลังจากเรียนจบมานานวันรับปริญญาก็มาถึง ชุดครุยถูกหยิบขึ้นมาสวมใส่ให้ลี่หลินอย่างเรียบร้อยใบหน้าหล่อระบายยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจเมื่อได้เป็นคนสวมใส่ชุดอันมีเกียรติให้แก่หญิงสาว" ขอบคุณนะคะ "" มีของขวัญให้ด้วยนะ.....อยากให้หลินเป็นคนแรกก่อนจะไปรับดอกไม้จากคนอื่น "ลี่หลินหันกลับมาส่งยิ้มให้ชายหนุ่มพร้อมกับน้ำเสียงที่ออดอ้อน หิรัญกุมมือของเธอเอาไว้แน่น ดวงตาคมหยาดเยิ้มยังคงมองใบหน้าสวยหวานอย่างภาคภูมิใจก่อนที่เขาจะค่อยๆ ล้วงมือเอาไปหยิบบางอย่างภายในเสื้อสูท" สั่งทำเลยนะ.....ชอบไหม "" ชอบค่ะ มันสวยมากเลย "สร้อยข้อมือขนาดเล็กจี้ตัวอักษรLHซ้อนด้วยรูปหัวใจตรงกลางฝังเพชรมากกว่าสองร้อยเม็ดถูกสวมใส่ให้กับหญิงสาว ลี่หลินระบายยิ้มอย่างชอบใจกับของขวัญที่หิรัญมอบให้เธอ ชายหนุ่มส่งยิ้มกลับมาพร้อมกับดึงคนตัวเล็กเข้ามากอด" สวัสดีครับป๋า "" อื้อ "เสียงทุ้มของจินและเต๋า
" ป๋า! หลินอยากกลับบ้านแล้ว "" ไอ้หมอยังไม่อนุญาตเลย....ให้หายดีกว่านี้ก่อนตกลงไหม "ท่าทีงอแงออดอ้อนของคนตัวเล็กหิรัญถึงกับระบายยิ้มออกมาอย่างชอบใจมันทำให้เขารู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้นเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเริ่มหายดีแล้ว ดวงตาคมจับจ้องใบหน้าสวยหวานของเธอก่อนจะป้อนผลไม้ของโปรด" หมดจานเดี๋ยวพากลับเลย ตกลงไหม "" หลอกล่อเป็นเด็กเลยนะ "ลี่หลินเอาแต่จ้องหน้าของหิรัญไม่ยอมทานผลไม้ที่เขาป้อนให้ ใบหน้าสวยมุ่ยลงด้านความเบื่อหน่ายกับการอยู่ที่โรงพยาบาล เสียงทุ้มอ่อนลงออดอ้อนหญิงสาวอีกครั้งจนคนตัวเล็กยอมทาน" ก็เมียป๋ายังเด็กอยู่ไงครับ "" อื้อป๋า~ "หิรัญหันไปวางจานผลไม้ลงที่โต๊ะข้างๆ เตียงก่อนจะหันกลับมาเห็นสีหน้าที่ยังคงงอนชายหนุ่ม มือหนาหยิกแก้มทั้งสองข้างของเธออย่างมันเขี้ยวก่อนจะค่อยๆ โน้มตัวลงจูบที่หน้าผากมนของเธออย่างแผ่วเบาก๊อก ก๊อก!เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ทั้งสองที่กำลังหยอกล้อกันอยู่รีบหันไปทางป
หิรัญเดินเข้ามายังท่าเรือร้างด้วยท่าทางมาดนิ่งดวงตาคมแผ่รังสีอาฆาตมองไปรอบๆ อย่างไม่สามารถคาดเดาได้ถึงแม้ว่าเขาจะอ่อนเพลียเป็นอย่างมากก็ตาม มือหนาถือปืนกระบอกสีดำเอาไว้แน่นเดินเข้ายังตึกร้างอย่างช้าๆแปะ แปะ!!เสียงตบมือแบบเยาะเย้ยดังขึ้น ดวงตาคมจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาเย้ยหยัน คินส์ค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างช้าๆ เดินเข้ามาประจันกับหิรัญอย่างไม่กลัวสองหนุ่มมองหน้ากันอย่างไม่ยอม คินส์แค่นเสียงออกมาอย่างชอบใจมือหนายกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูก่อนจะโน้มตัวลงเอ่ยชมอีกฝ่าย" มาตรงเวลาดี "" หลินอยู่ไหน "ชายหนุ่มไม่ได้สนว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรเขาเอ่ยถามหาหญิงสาวทันที ก่อนจะเห็นเดชาเดินออกมาพร้อมกับปืนที่จ่อศีรษะของลี่หลินเอาไว้คินส์แค่นเสียงหัวเราะออกมาอย่างสะใจเดินเข้าไปหาผู้เป็นพ่อแบบนิ่งๆแกร๊ก" หยุดอยู่ตรงนั้น...ถ้าไม่อยากให้เมียมึงตาย....แล้วก็วางปืนลงด้วย "หิรัญกำลังจะพุ่งตัวหาคนรักแต่ก็ต้องชะงักเมื่ออีกฝ่ายปลดเซฟตี้ขอ
เสียงเด็กๆเริ่มดังงอแงมากขึ้นใบบัวและดวงดาวพยายามปลอบขวัญเด็กให้เงียบลงพร้อมช่วยกันแก้มัดให้เด็กๆคนอื่นๆมีเพียงลี่หลินและเด็กผู้ชายอีกสองสามที่โตกว่ากำลังช่วยกันพยายามหาทางออก" พี่! พวกเราจะเอายังไงกันดี....มันไม่มีช่องว่างให้หนีเลย "" พี่ครับ! ตรงนี้เราน่าจะออกไปได้นะครับ "เสียงเล็กของสองเด็กชายทำให้ลี่หลินหันมามองทั้งสองคนด้วยความเอ็นดู หญิงสาวนั่งย่อตัวลงลูบศีรษะของเด็กทั้งสองอย่างอ่อนโยนก่อนที่ดวงดาวและใบบัวจะเดินเข้ามาส่งยิ้มอ่อนๆให้เด็กชายสองคนเล็กน้อย" นี่ครับ! ตรงนี้ "" ...... "นิ้วเล็กๆชี้ขึ้นไปที่ช่องหน้าตาด้านบนที่มีแสงไฟจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาก่อนจะหันมาบอกสามสาวอย่างไร้เดียงสา ลี่หลินยิ้มให้เด็กชายเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆหาทางปืนลังไม้ขึ้นไปด้านบน" คุณหลินระวังตกนะคะ "" ช้าๆ ค่ะ ข้างบนเป็นยังไงบ้างคะ "ดวงดาวพยุงตัวของลี่หลินลงจากลังไม้มากมายที่วางกองอยู่ท่วมหัวเสียงใสเ
ณ.ลานบรรจุตู้บริษัทXXในเครือของอัครกาญบริเวณที่ดินอันโล่งกว้างมีตู้คอนเทนเนอร์มากมายหลากหลายวางเรียงรายรอรถเข้ามาเอาตู้ออกไปส่งยังท่าเรือและบริษัทต่างๆ ข้างกันมีลานตู้เปล่าที่กำลังรอการบรรจุสินค้า" ไหนพ่อบอกว่า...ให้ผมพาหลินมาแค่เอามาตกลงเรื่องธุรกิจกับป๋าหิรัญไม่ใช่หรอแล้วนี่มันอะไร "" หึ! ธุรกิจสะอาดกูไม่สนแล้ว....ลูกค้าทางจีนอยากได้แบบนี้...มันราคางาม "เสียงโวยวายของครามดังลั่นไปทั่วห้องสำนักงานเมื่อรู้ว่าผู้เป็นพ่ออย่างเดชาจะเอาเพื่อนสาวของเขามาขายรวมกับเด็กคนอื่นๆ ที่ถูกหลอกมาจากสถานที่เด็กกำพร้า ชายหนุ่มแทบทรุดลงพื้นเมื่อได้ยินเสียงทุ้มพูดออกมาอย่างบ้าคลั่ง" ผมจะไม่ยอมให้พ่อทำแบบนี้อีก "" ไอ้คราม....มึงอย่าเยอะ....กูบอกแล้วใช่ไหมว่าให้นึกถึงครอบครัวเป็นหลัก "คินส์ลุกพรวดขึ้นจากโซฟากำลังจะออกจากห้องแต่ก็ถูกมือหนาของคินส์พี่ชายคว้าเอาไว้เสียงทุ้มพูดข่มขู่น้องชายเอาไว้ ชายหนุ่มนิ่งไปพักใหญ่ก่อนจะสะบัดตัวออกอย่างแรง เขาเดินออกจากห้องสำ
ณ.บ้านกิติกร รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาในบริเวณบ้านอย่างรวดเร็วตรงเข้าไปยังโรงจอดรถที่อยู่ไม่ไกลจากตัวบ้าน มือหนาที่เต็มไปด้วยรอบเหี่ยวย่นเปิดประตูรถพร้อมโยนกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ให้แก่ชายหนุ่มชุดดำที่เดินมาประกอบ ดวงตาคมมองเข้าไปในบ้านก่อนจะเดินก้าวเข้
" เอาน่าหลิน......อย่าเครียด.....เดี๋ยวไม่สวยนะเว้ย "" ไม่ได้เครียด!!.....ปล่อยเลย.....ถ้าไม่อยากโดนป๋ายิงทิ้ง "" ลืมไป.....ว่าแฟนดุ "หญิงสาวยังคงหน้ามุ่ยตั้งแต่มีเรื่องกับใบบัวจนกระทั่งเลิกเรียน ชายหนุ่มทั้งสามต่างเข้ามาปลอบใจเพื่อนสาวกันยกใหญ่ มื
" สรุปว่ามึงจะให้น้องเรียนที่นี่ใช่ไหม "" เอ่อ!! ใกล้ๆ กูจะได้...ไปรับส่งได้ "" งั้นเดี๋ยวกูจัดการเรื่องเอกสารให้........กูพอจะคุยกับอธิการบดีได้อยู่ "" ขอบใจ.....ได้เรื่องแล้วบอกด้วย "
ห้องประชุม" ไหนหลักฐานที่บอกว่า......ลื่อได้รับการแต่งตั้ง........แล้วแต่งตั้งจากใคร "" ใจเย็นๆ สิครับคุณเฉิน "ปึง!!" อย่ามาเล่นลิ้นอาไป๋.....รีบๆ เอาออกมา......หรือว่าลื่อไม่มีอย่างที่พูด "" ผมทำอะไรมีหลักฐานเสมอครับ.....ค







