Masuk" คุณหิรัญ~ "
" หลิน!!! "
เสียงใสที่แหบพร่าเรียกชายหนุ่มที่นั่งจับมือของเธออยู่อย่างแผ่วเบา ดวงตากลมกะพริบถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัสของสายตาให้กลับมาเป็นปกติ แขนแกร่งโอบไหล่ของเธอประคองให้นั่งพิงกับหมอนใบใหญ่
" ดื่มน้ำหน่อยนะ "
" ............... "
ลี่หลินพยายามกลืนน้ำอย่างยากลำบาก เขาค่อยๆ วางแก้วน้ำลงข้างเตียง ผมยาวสีดำถูกรวบไว้ข้างหน้าก่อนที่หิรัญจะค่อยๆ สวมสร้อยหยกคืนให้กับหญิงสาว มือหนาเกี่ยวปอยผมที่ปกปิดใบหน้าสวยของเธอออกเล็กน้อย
" ฉันแค่รับฝาก "
" ............ "
น้ำใสร่วงหล่นลงแก้มทั้งสองทันทีที่เห็นสร้อยหยกหิรัญโอบกอดเธอเอาไว้แน่นปล่อยให้ลี่หลินปลดปล่อยน้ำตาออกมา แขนเรียวรวบกระชับอ้อมกอดจากชายหนุ่มและปล่อยเสียงสะอื้นออกมาอย่างไม่อาย
" คุณหนู!!! "
" .............. "
หิรัญกำลังดันตัวออกจากอ้อมกอดเมื่อได้ยินเสียงของจิงไป๋แต่หญิงสาวกลับกระชับกอดให้แน่นกว่าเดิม เธอกลั้นเสียงสะอื้นให้เบาลง ชายหนุ่มเลยรู้ได้ทันทีว่าคนตัวเล็กไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอของเธอ
" คุณไป๋ออกไปก่อนนะครับ.....ผมขออยู่กับหลินก่อน "
" อ่อ! ได้ครับ "
จิงไป๋ยอมเดินออกจากห้องไปอย่างว่าง่าย หิรัญยังคงโอบกอดหญิงสาวเอาไว้แน่น เมื่อรู้สึกว่าลี่หลินผ่อนคลายลงแล้ว มือหนาค่อยๆ ดันตัวเองออกจากอ้อมกอดแต่คนตัวเล็กก็กลับดึงเข้ามากอดเหมือนเดิมอีกครั้ง
" ไม่เอา!!หลินไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตา....ขออยู่แบบนี้อีกนิดได้ไหม "
" เธออ่อนแอกับฉันได้เสมอ...จำไว้นะหลิน "
" ขอบคุณนะคะ "
เสียงสะอื้นกลับมาอีกครั้งเมื่อได้รับสัมผัสจากมือหนาที่กำลังลูบศีรษะของเธออย่างแผ่วเบา มือเล็กค่อยๆ ปล่อยชายเสื้อของชายหนุ่มออกเมื่อเสียงสะอื้นเบาลง คนตัวเล็กยังคงก้มหน้าไม่ยอมสบตากับชายหนุ่ม มือหนาทั้งสองค่อยๆ ช้อนใบหน้าของลี่หลินขึ้นช้าๆ ก่อนจะเช็ดน้ำตาออกจากแก้มทั้งสองข้างอย่างอ่อนโยน
" หลินโอเค...ฮึก...ยังไหว "
" ยังเจ็บแผลอยู่ไหม "
" ......นิดหน่อยค่ะ "
เธอพยักหน้าก่อนจะตอบชายหนุ่มออกไปด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเครือ ปอยผมที่หล่นลงมาถูกเกี่ยวขึ้นทัดหูทั้งสองข้าง เขามอบจูบที่แสนหวานให้คนตัวเล็กแล้วดึงเธอเขามากอดอีกครั้ง แขนเรียวโอบกอดเขาไว้แน่นเช่นกัน
ณ. บ้านตระกูล หยวน
" ลื่อว่ายังไงนะ "
" คุณเฉิงถูกยิงครับนาย.......ผมจะแจ้งนายตั้งแต่เมื่อคืนแล้วแต่ไม่กล้ารบกวนครับ "
" ไหนเอาข่าวมาดูสิ "
ไอแพดถูกส่งให้กับผู้เป็นนายอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาคมไล่อ่านข่าวทุกบรรทัดอย่างตั้งใจ จู่ๆ คิ้วหนาก็ขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อเห็นรายละเอียดของข่าว หยวนเจียวางไอแพดลงก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาใครบางคน ชายสูงวัยรอสายอยู่พักใหญ่ก่อนที่คนปลายสายจะยอมรับ
" ครับ!! คุณหยวนเจีย "
" ลื่อเห็นข่าวแล้วใช่ไหม.......อาหลินอยู่ไหน.........ในข่าวบอกว่าอีหายตัวไป "
" ผมไม่ทราบครับ........รู้แค่ว่ารถของนายท่านถูกลอบยิง "
" ลื่ออย่ามาเฉไฉ.......ลื่อเป็นคนสนิทของอาเฉิง........จะไม่รู้ได้อย่างไร "
" แล้วแต่คุณหยวนเจียจะคิดเลยครับ.......แค่นี้ก่อนนะครับ ผมมีงานต้องทำ "
ปลายสายกดตัดสายของหยวนเจียทันทีที่เขาพูดจบ มือหนากำโทรศัพท์เครื่องหรูของตัวเองเอาไว้แน่นก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะอย่างแรง สีหน้าของชายสูงวัยเผยให้เห็นถึงความไม่พอใจที่ปลายสายพูดปฏิเสธทุกคำถามของเขา
" นายครับ! มีตำรวจมาขอพบ "
" ให้มันเข้ามา "
ชายหนุ่มรีบออกจากห้องทันที เมื่อสิ้นคำสั่งของเจ้านาย หยวนเจียดันตัวขึ้นจากเก้าอี้ทำงานอย่างหัวเสีย ชายสูงวัยเดินลงมายังห้องนั่งเล่นชั้นล่างก็พบกับตำรวจแต่งเต็มยศสองคนกำลังนั่งรออยู่โดยมีแม่บ้านกำลังเอาน้ำมาให้
" พวกลื่อจะมาถามเรื่องที่จางเฉิงถูกยิงใช่ไหม "
" ครับ!! คุณสองคนมีปัญหากันอยู่ไม่ใช่เหรอ "
" มีปัญหา!! ก็คุยกันสิ.....อั้วไม่มีความจำเป็นต้องลอบยิง......แล้วคนอย่างหยวนเจีย.....ต้องต่อหน้าไม่ใช่เป็นหมาลอบกัด!!! "
เสียงทุ้มพูดออกมาอย่างเดือดดาล นัยน์ตาทั้งสองของหยวนเจียเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตจับจ้องนายตำรวจทั้งสองอย่างไม่พอใจ สองหนุ่มในชุดเต็มยศถึงกับกลืนน้ำลายลงคอกันอึกใหญ่เมื่อเห็นสายตาที่ไม่เป็นมิตรของเจ้าของบ้าน เอกสารเกี่ยวกับคดีถูกวางไว้บนโต๊ะก่อนที่มือหนาจะหยิบไปดู
ณ. บ้านตระกูล หยาง
" ใช่คนของเรารึเปล่า "
" ยังไม่แน่ใจครับนาย.......ตอนนี้ที่บริษัท จาง กำลังวุ่นวายเลยครับ "
" กำชับคนของเราให้ดี.......อย่าให้ไอ้แก่เฉินจับได้เด็ดขาด "
" ครับนาย!! "
มือหนาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ ก่อนจะหยิบไอแพดขึ้นมาอ่านข่าวจางเฉิงต่อ คำสั่งที่แสนจะเรียบนิ่งทำให้ลูกน้องคนสนิทรีบออกไปทำตามคำสั่งทันที ' พี่เฉิง....ลื่อไว้ใจคนผิดแล้ว ' ชายหนุ่มสบถออกมาแสนเบามือหนายกโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาคนสนิทที่ทำงานในบริษัท จาง คอร์ปอเรชั่น
" ในบริษัทเป็นยังไงบ้าง "
" กำลังวุ่นเลยเฮีย......ตอนนี้คุณเฉินเรียกทุกฝ่ายประชุมด่วน "
" จิงไป๋โดนเรียกด้วยรึเปล่า "
" คุณจิงไป๋มาก่อนเพื่อนเลย......สีหน้าเคร่งเครียดด้วยนะ.......ตอนนี้คุณเฉินกำลังสอบสวนเลยเพราะคุณจิงไป๋แกเป็นคนสนิทของคุณเฉิง "
" คุยอะไร.....รู้รึเปล่า?? "
" .........ค่อยว่ากันนะเฮีย เดี๋ยวอั้วโทรกลับ "
คนปลายสายนิ่งไปสักพักก่อนจะรีบวางสายจากหยางเฟิงไป ' ตระกูลจางถ้าไม่มีจางเฉิงคงจะแย่น่าดู ' ชายหนุ่มแสยะยิ้มออกมาอย่างสะใจ มือหนารีบเปิดดูหุ้นของบริษัท จาง คอร์ปอเรชั่นที่ตอนนี้กำลังตกฮวบอย่างรวดเร็ว
บริษัท จาง คอร์ปอเรชั่น
" เราจะทำยังไงกันดีครับ ท่านรอง.....ตอนนี้หุ้นของเราตกมากเลยนะครับ "
" เราต้องหาใครขึ้นมารักษาการตำแหน่งของท่านประธานก่อนนะครับ "
จางเฉินมีสีหน้าที่เคร่งเครียดเป็นอย่างมาก มือหนากุมขมับของตัวเองเหมือนหมดหนทางที่จะแก้ไข เหล่าผู้ถือหุ้นและผู้บริหารคนอื่นๆ ก็ต่างพากันสาดคำถามใส่รองท่านประธานเต็มที่ไม่ต่างจากเสียงโทรศัพท์ของบริษัทที่ยังคงดังอย่างต่อเนื่องจากพวกนักข่าวที่รุมโทรเข้ามา
บ้านพักจิงไป๋
" คุณหนู คุณหิรัญ!!!! "
" มีอะไรครับคุณไป๋??? " เขาหันกลับมาถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเรียบ
" คุณทั้งสองต้องรีบไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ " น้ำเสียงแตกตื่นที่มาพร้องกับสีหน้าเป็นกังวล
" ............ "
ถ้วยข้าวต้มชามใหญ่ถูกวางลงบนโต๊ะข้างหัวเตียงทันที เมื่อได้ยินเสียงที่แตกตื่นของจิงไป๋ หิรัญและลี่หลินมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่ชายกลางคนพูดออกมา
" ผมเตรียมรถไว้แล้ว.....รีบเลยครับ...ก่อนที่พวกมันจะมาถึง "
" อาไป๋!! ใจเย็นๆ ก่อนสิคะ......นี้มันเรื่องอะไรทำไมต้องรีบขนาดนี้ "
" ไม่มีเวลาอธิบายครับคุณหนู......คุณท่านสั่งเอาไว้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น....คุณหนูต้องไปอยู่กับคุณหิรัญ!! "
" .......... "
ลี่หลินขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจแต่ก็ต้องยอมทำตามคำสั่งของจิงไป๋อย่างเลี่ยงไม่ได้ หิรัญรีบประคองหญิงสาวลงจากเตียงอย่างแผ่วเบา มือเล็กกดแผลที่ถูกยิงเอาไว้ก่อนจะค่อยๆ พยุงตัวออกจากบ้าน
" หลินไหวไหม "
เขาเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง สีหน้ารวมถึงแววตาของหิรัญเต็มไปด้วยความห่วงใย มือหนาที่ประคองเอวบางกระชับเอาไว้อย่างหลวมๆเพราะกลัวว่าจะกระทบแผลของเธอ
" ช้าๆ นะ "
" ค่ะ!! "
กระเป๋าใบใหญ่ของลี่หลินที่จิงไป๋แอบเอาออกมาได้ถูกใส่ท้ายรถไว้อย่างเรียบร้อย หิรัญโทรบอกกับลูกน้องคนสนิทที่อยู่ประเทศไทยให้รอรับพวกเขาทันที
" คุณหิรัญ!! ผมขอคุยกับคุณหน่อยครับ "
" ได้ครับคุณหมอ "
ชายหนุ่มค่อยๆ ประคองหญิงสาวขึ้นรถอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้แผลที่ถูกยิงของเธอได้รับการกระทบกระเทือนก่อนจะรีบไปคุยกับคุณหมอเพื่อนของจิงไป๋
" มีอะไรเหรอครับ?? "
" ช่วงนี้อย่าปล่อยให้คุณหลิน เธออยู่คนเดียวนะครับ....ผมกลัวว่าเธอจะทำอะไรในสิ่งที่เราคาดไม่ถึง "
" หมายความว่ายังไงครับ?! "
" คุณหลิน! เธอสูญเสียคุณพ่อที่รักมากที่สุดไปแบบกะทันหันและต่อหน้า....ผมกลัวว่าเธอจะคิดโทษตัวเอง.....และจะ..... "
" ผมจะไม่ให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นแน่นอน.....ขอบคุณนะครับ "
คุณหมอที่ยังพูดไม่จบหิรัญก็สวนขึ้นทันที เขาหันกลับไปมองใบหน้าสวยของหญิงสาวที่อยู่ในรถอีกครั้งก่อนจะหันมาตอบคุณหมออย่างหนักแน่น คุณหมอจับมือของชายหนุ่มไว้แน่นอย่างเชื่อใจเขา
" โชคดีนะครับ "
" ขอบคุณอีกครั้งนะครับ "
ลี่หลินส่งยิ้มให้คุณหมออย่างขอบคุณ มือเล็กปาดน้ำตาออกอย่างลวกๆ เพื่อไม่ให้ใครเห็นถึงความอ่อนแอของเธอ ชายหนุ่มรีบคว้าตัวหญิงสาวเข้าสู่อ้อมกอดทันที
ณ.สนามบินนานาชาติ
รถยนต์คันสีดำสนิทวิ่งแล่นเข้าทางด้านหลังของสนามบินตรงไปยังที่ทำการของสายการบิน เฟลิกซ์ แอร์ไลน์ หนึ่งในธุรกิจของหิรัญกระเป๋าสองใบใหญ่ถูกส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ได้นำขึ้นเครื่อง
" คุณหนู! ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ.....ผมจะจัดการเรื่องงานศพของคุณท่านเอง "
" หลินขอกระดูกของป๊าได้ไหม?? "
" ได้สิครับ! เดี๋ยวผมจะแอบส่งไปให้นะ " เขาส่งยิ้มให้เธอเป็นการให้กำลังใจ
" ขอบคุณค่ะ อาไป๋ "
" โชคดีนะครับ....คุณหนู "
จิงไป๋กระชับมือเล็กของหญิงสาวไว้แน่นก่อนจะยอมปล่อยมือเธอ คนตัวเล็กส่งยิ้มให้ชายกลางคนอีกครั้งก่อนจะหันเข้าซบอกแกร่งของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ มือหนาลูบศีรษะของลี่หลินอย่างแผ่วเบา เขายิ้มให้กับจิงไป๋อีกครั้งก่อนที่จะแยกย้ายกันไป หิรัญโอบกอดหญิงสาวก่อนจะพาขึ้นเครื่องบินของบริษัทตัวเองเพื่อจะได้ไม่ต้องตรวจสอบอะไรมากมาย เครื่องบินถูกเทคออฟออกจากสนามบินทันทีเมื่อถึงเวลา
ในระหว่างเดินทางออกจากเมืองซัวเถาสู่ประเทศไทยทั้งคู่เพลียหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า ผ่านไปชั่วโมงกว่าๆ หิรัญก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นเขาค่อยๆ โน้มตัวลงจูบที่หน้าผากนูนของหญิงสาวอย่างแผ่วเบาแล้วกระซิบเรียกเธอเบาๆ ข้างใบหูขาว" หลิน~ "" อื้อ~ ถึงแล้วเหรอ "" ครับ......แผลเป็นยังไงบ้าง "เขาค่อยๆ สัมผัสที่แผลของเธออย่างแผ่วเบาเพราะกลัวมาหญิงสาวจะเจ็บและเขาก็คิดถูก ลี่หลินนิ่วหน้าลงเพราะรู้สึกเจ็บจี๊ดที่แผลเลือดสีแดงสดค่อยๆ ซึมออกมาผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาว" เลือดออก!! "" ............... "เสื้อเชิ้ตถูกปลดกระดุมแถวล่างออกอย่างรวดเร็ว แอร์โฮสเตสที่อยู่ใกล้ๆ รีบเอากล่องพยาบาลมาให้ชายหนุ่มทันที เขาจะค่อยๆ ทำแผลให้ลี่หลินใหม่อย่างเบามือมากที่สุด คนตัวเล็กเองก็เกร็งตัวสุดฤทธิ์เพื่อพยายามข่มความเจ็บเอาไว้ประเทศไทย23:00 น.ใช้เวลาสามชั่วโมงโดยประมาณ เฟลิกซ์ แอร์ไลน์ก็แลนดิ้งถึงสนามบินในไทย หิรัญค่อยๆ ประคองลี่หลินออกจากสนามบินโดยมีพนักงานของสายการบินช่วยเข็นรถกระเป๋าตามมา ไม่นานรถตู้คั
" คุณหิรัญ~ "" หลิน!!! "เสียงใสที่แหบพร่าเรียกชายหนุ่มที่นั่งจับมือของเธออยู่อย่างแผ่วเบา ดวงตากลมกะพริบถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัสของสายตาให้กลับมาเป็นปกติ แขนแกร่งโอบไหล่ของเธอประคองให้นั่งพิงกับหมอนใบใหญ่" ดื่มน้ำหน่อยนะ "" ............... "ลี่หลินพยายามกลืนน้ำอย่างยากลำบาก เขาค่อยๆ วางแก้วน้ำลงข้างเตียง ผมยาวสีดำถูกรวบไว้ข้างหน้าก่อนที่หิรัญจะค่อยๆ สวมสร้อยหยกคืนให้กับหญิงสาว มือหนาเกี่ยวปอยผมที่ปกปิดใบหน้าสวยของเธอออกเล็กน้อย" ฉันแค่รับฝาก "" ............ "น้ำใสร่วงหล่นลงแก้มทั้งสองทันทีที่เห็นสร้อยหยกหิรัญโอบกอดเธอเอาไว้แน่นปล่อยให้ลี่หลินปลดปล่อยน้ำตาออกมา แขนเรียวรวบกระชับอ้อมกอดจากชายหนุ่มและปล่อยเสียงสะอื้นออกมาอย่างไม่อาย" คุณหนู!!! "" .............. "หิรัญกำลังดันตัวออกจากอ้อมกอดเมื่อได้ยินเสียงของจิงไป๋แต่หญิงสาวกลับกระชับกอดให้แน่นกว่าเดิม เธอกลั้นเสียงสะอื้นให้เบาลง ชายหนุ่มเลยรู้ได้ทันทีว่าคนตัวเล็กไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอของเธอ" คุณไป๋ออกไปก่อนนะครับ.....ผมขออยู่กับหลินก่อน "
" คุณไป๋!!...... "" ผมพอจะทราบแล้ว คุณมาตามโลเคชั่นที่ผมส่งให้เดี๋ยวนี้เลยนะครับ ผมรออยู่ "" ครับ "หิรัญกดวางสายจากจิงไป๋ทันทีก่อนจะรีบเอาโทรศัพท์ให้กับคนขับแท็กซี่ได้ดูโลเคชั่นที่ฝ่ายนั้นส่งมา แขนแกร่งยังคงโอบกอดหญิงสาวเอาไว้แน่น มือหนากดบาดแผลห้ามเลือดที่ยังคงไหลอยู่อย่างต่อเนื่อง ไม่นานรถแท็กซี่ก็มาถึงบ้านพักของจิงไป๋ที่อยู่ห่างไกลออกไปจากตัวเมืองมากอยู่ ชายวัยกลางคนรีบมารับทั้งคู่ทันทีก่อนจะเคลียร์ค่าใช้จ่ายให้เรียบร้อยเป็นการปิดปากของแท็กซี่" ทางนี้เลยครับ "" ผมไม่รู้ว่าหลินถูกยิงกี่นัด "" ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวผมดูแลเองครับ "ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวเข้าห้องตามชายวัยกลางคนไปทันทีโดยมีจิงไป๋เดินตามไปติดๆ เขาค่อยๆ วางลี่หลินลงบนเตียงที่ใช้สำหรับเตรียมผ่าตัดอย่างเบามือมากที่สุดก่อนจะออกมารอนอกห้องปล่อยให้เพื่อนของจิงไป๋ที่เป็นหมอทำการรักษาได้สะดวก ใบหน้าหล่อเกิดอาการเคร่งเครียดจนเห็นได้ชัด มือหนาที่เปื้อนไปด้วยเลือดกุมเข้าหากันแน่นอย่างวิตกกังวล" ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ เพื่อนผมเป็นอาจารย์หมอยังไงคุณหนูก็ปลอดภัย "" มันเกิ
เช้าของวันแข่งคัดเลือกนักกีฬาฟันดาบเพื่อเข้าไปเก็บตัวฝึกซ่อมในการแข่งขันในรายการใหญ่ๆ ของทีมชาติ เหล่านักกีฬาทุกรุ่นต่างมารวบตัวกันที่โรงยิมขนาดใหญ่ของเมืองซัวเถา" หลิน! คุณหิรัญเขาจะมาเชียร์แกไหม "" ไม่รู้!! ป๊าบอกช่วงนี้เขายุ่งๆ เรื่องสร้างคาสิโน่...ไม่น่าจะมีเวลามาหรอกมั้ง "อันหมิงเพื่อนสาวคนสนิทมาร่วมเชียร์ลี่หลินทุกรอบ สองสาวนั่งคุยกันพักใหญ่ไม่นานการแข่งขันคัดเลือกตัวแทนเข้าทีมชาติก็ได้เริ่มขึ้น" สู้ๆ นะ หลิน "" ขอบคุณนะ ^ _ ^ "อันหมิงสวมกอดลี่หลินเพื่อให้กำลังใจเพื่อนรัก เธอส่งยิ้มให้เพื่อนอีกครั้งก่อนที่จะขึ้นไปบนเวที การแข่งขันได้ดำเนินไปเรื่อยๆ จนถึงช่วงเวลาประกาศคนที่ได้เป็นตัวแทนของทีมชาติบริษัท จาง คอร์ปอเรชั่น จำกัด" หยางเฟิงมันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา อย่างที่นายบอกเลยครับ "" อือ! ฉันแค่อยากปั่นประสาทมันก็แค่นั่นแหละ...เอ่อ!แล้วอาหลินเป็นยังไงบ้าง....วันนี้อีมีแข่งไม่ใช่เหรอ "จางเฉินยื่นแฟ้มเอกสารที่เซ็นเรียบร้อยแล้วให้แก่เลขาคนสนิทของเขา คำถามของชายสูงวัยทำให้เลขาถึงกับมองหน้า
บริษัท จาง คอร์ปอเรชั่น จำกัดห้องท่านประธาน" นี่!!ทุกอย่างที่ท่านอยากได้ ผมรวบรวมทุกอย่างพร้อมแล้วครับ ถ้าท่านพร้อมก็จัดการได้เลย "" อ่า! เดี๋ยวฉันจัดการเอง "ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกวางเอาไว้บนโต๊ะทำงานของท่านประธาน ชายหนุ่มในชุดสีดำกำลังจะเดินไปที่ประตูห้อง เขาชะงักเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับมาที่โต๊ะ มือหนาล้วงเข้าไปในเสื้อสูทแล้วหยิบกล่องสร้อยออกมา" เกือบลืมเลยครับ เมื่อเช้าผมแวะเข้าไปที่ร้าน เจ้าของเลยฝากเอามาให้ท่านครับ "" อือ ขอบใจ เดี๋ยวโทรบอกอาหลินในรีบกลับบ้านด้วยนะ "เขาก้มศีรษะให้ท่านประธานเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากห้องไป จางเฉิงหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นมาก่อนเอาเอกสารทั้งหมดออกมาดู รูปภาพนับสิบถูกวางกระจายอยู่เต็มโต๊ะ เขาถอนหายใจออกมาก่อนรวบรวมทุกอย่างใส่ซองเหมือนเดิม เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูก๊อก ก๊อก!" ท่านประธานครับ......คุณเฉินมาขอพบครับ "" เข้ามาได้เลย "สิ้นเสียงของจางเฉิงประตูไม้บานใหญ่ก็เปิดออกชายสูงวัยเดินมาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ เขาเดินตรงมายังโต๊ะทำงานของท่านประธานก่อนจะวางแฟ้มนั้นลง" ลื่อไปคุยกับหยางเฟิงหน่อย.....สัญญาที่เราทำกับมันไม่เป็นไปตามข้อตกลง "" .....
คลับ ซิงฝูบรรยากาศที่แสนจะครึกครื้นแสงไฟหลากหลายสีสาดส่องไปตามจังหวะของเสียงเพลงที่เปิดดังกระหึ่มไปทั่ว เหล่านักท่องเที่ยวตามโยกย้ายกันอย่างมีความสุขผิดกับอีกคนที่เอาแต่เหม่อเหมือนลืมเอาจิตใจมาเที่ยวด้วย" หลิน!! "" ............ "" ไอ้หลิน!!!! "กริ๊ง! มือเล็กรีบคว้าแก้วไวน์ทั้งสองด้วยความรวดเร็วเมื่อมันกำลังจะตกลงสู่พื้น ลี่หลินพ่นลมหายใจออกอย่างโล่งอกก่อนจะหันไปส่งยิ้มแห้งๆ ให้เพื่อนของเธอ" เหม่ออะไร...ฉันเรียกตั้งนาน "" คิดอะไรไปเรื่อยนั่นแหละ "" คุณหนูจางลี่หลินมีเรื่องให้คิดมากด้วยเหรอ ห่ะ!!? "" ฉันก็คนไหม "อันหมิงพูดหยอกเพื่อนสนิทของเธอ มือเล็กยื่นแก้วที่ว่างเปล่าให้กับหนุ่มบาร์เทนเดอร์ก่อนจะรับแก้วใหม่มาชนแก้วของเพื่อน" ปรึกษาอะไรหน่อยดิ "" ว่ามา? "" เมื่อตอนเย็นฉันเจอทนายจงที่บ้าน...."ยังไม่ทันที่ลี่หลินจะพูดจบอันหมิงก็สวนขึ้นมาทันที มือเล็กควงแก้วไวน์ไปมาก่อนยกดื่มจนหมด" ทนายมา!!ใครจะทำพินัยกรรมว่ะ? "" พินัยกรรม? "หญิงสาวถึงกับถามย้อนอีกครั้ง สีหน้าแห่งความสงสัยฉายแววออกมาก่อนจะยกเครื่องดื่มสีสวยกลืนลงคอตามเพื่อนไปติดๆ" เอ้าหลิน! มันมีไม่กี่อย่างหรอกเว้ยที่ทนา







