Masukคลับ ซิงฝู
บรรยากาศที่แสนจะครึกครื้นแสงไฟหลากหลายสีสาดส่องไปตามจังหวะของเสียงเพลงที่เปิดดังกระหึ่มไปทั่ว เหล่านักท่องเที่ยวตามโยกย้ายกันอย่างมีความสุขผิดกับอีกคนที่เอาแต่เหม่อเหมือนลืมเอาจิตใจมาเที่ยวด้วย
" หลิน!! "
" ............ "
" ไอ้หลิน!!!! "
กริ๊ง! มือเล็กรีบคว้าแก้วไวน์ทั้งสองด้วยความรวดเร็วเมื่อมันกำลังจะตกลงสู่พื้น ลี่หลินพ่นลมหายใจออกอย่างโล่งอกก่อนจะหันไปส่งยิ้มแห้งๆ ให้เพื่อนของเธอ
" เหม่ออะไร...ฉันเรียกตั้งนาน "
" คิดอะไรไปเรื่อยนั่นแหละ "
" คุณหนูจางลี่หลินมีเรื่องให้คิดมากด้วยเหรอ ห่ะ!!? "
" ฉันก็คนไหม "
อันหมิงพูดหยอกเพื่อนสนิทของเธอ มือเล็กยื่นแก้วที่ว่างเปล่าให้กับหนุ่มบาร์เทนเดอร์ก่อนจะรับแก้วใหม่มาชนแก้วของเพื่อน
" ปรึกษาอะไรหน่อยดิ "
" ว่ามา? "
" เมื่อตอนเย็นฉันเจอทนายจงที่บ้าน...."
ยังไม่ทันที่ลี่หลินจะพูดจบอันหมิงก็สวนขึ้นมาทันที มือเล็กควงแก้วไวน์ไปมาก่อนยกดื่มจนหมด
" ทนายมา!!ใครจะทำพินัยกรรมว่ะ? "
" พินัยกรรม? "
หญิงสาวถึงกับถามย้อนอีกครั้ง สีหน้าแห่งความสงสัยฉายแววออกมาก่อนจะยกเครื่องดื่มสีสวยกลืนลงคอตามเพื่อนไปติดๆ
" เอ้าหลิน! มันมีไม่กี่อย่างหรอกเว้ยที่ทนายจะมา ไม่มาทำพินัยกรรมใหม่ก็มาช่วยคนทำคดี "
" ............ "
ลี่หลินนิ่งไปพักใหญ่ก่อนจะหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมาแล้วต่อสายหาคนที่บ้าน เธอรอไม่นานคนที่อยากคุยด้วยก็รับสาย
" อยู่บ้านรึเปล่า "
" ครับคุณหนู! หลินอยากได้ภาพกล้องวงจรปิดช่วงห้าโมงเช้าจนถึงหกโมงเย็นตรงห้องนั่งเล่นปีกซ้ายนะ "
" ได้ครับ! "
หญิงสาวกดวางทันทีเมื่อสั่งงานเรียบร้อยแล้ว อันหมิงมองหน้าเพื่อนอย่างสงสัย เธอเอียงคอมาหาเพื่อนสาวเหมือนกำลังสะกดจิตให้อีกฝ่ายหันมา
" อะไร!!? "
" แกคิดจะทำอะไร...ลี่หลิน "
เสียงใสนิ่งเรียบแววตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของเพื่อน ลี่หลินไม่ตอบมือเล็กรับเครื่องดื่มจากหนุ่มบาร์เทนเดอร์
" หลิน~นั้นมันผู้ชายที่แกลากเขาไปกินนิ "
" ฉันไม่ได้ลาก!! "
มือเล็กสะกิดแขนเพื่อนสาวที่นั่งข้างๆ ดวงตาคู่สวยของอันหมิงยังคงจับจ้องที่ชายหนุ่มรูปหล่อหน้าคมที่ยืนอยู่ไม่ไกล ลี่หลินขยับตัวเอียงเข้าหาเพื่อนของเธอก่อนจะสะกิดให้อีกฝ่ายเลิกมองชายหนุ่ม
" เลิกมองได้แล้วเดี๋ยวเขาก็รู้ตัวหรอก "
" ทำไม! ครั้งแรกไม่ประทับใจรึไงย่ะ...ถึงได้หลบหน้าเขาขนาดนั้น "
หญิงสาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนของเธอที่ตอนนี้เอาแต่นั่งจ้องหน้าเพื่อรอเอาคำตอบอย่างจริงจัง
" ไม่รู้! จำไม่ได้ภาพตัดไปตอนไหนก็ไม่รู้ "
" อะไรวะ....งั้นก็ไม่รู้ว่าครั้งแรก...รู้สึกยังไงอ่ะดิ "
อันหมิงถึงกับถอนหายใจอย่างรู้สึกเสียดาย มือเล็กกำลังจะยกแก้วไวน์ขึ้นมาดื่มแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นชายหนุ่มคนที่พวกเธอกำลังนินทาเมื่อครู่เดินตรงเข้ามาหาลี่หลิน เขาเอามือขึ้นมาทำสัญลักษณ์ไม่ให้หญิงสาวเสียงดังก่อนที่ชายหนุ่มจะค่อยๆ โน้มตัวลงเข้าไปใกล้ๆ กับใบหูของลี่หลินแล้วเป่าลมอุ่นๆ ใส่หูของเพื่อน
ฟู่!!
" อื้อ! "
จุ๊บ!
จู่ๆ ก็ลมอุ่นๆ ปะทะเข้าที่ใบหู ลี่หลินย่นคอลงอย่างอัตโนมัติ เธอหันมาทางต้นตอของลมแต่ก็ถูกแรงปะทะจากฝีปากหนาของชายหนุ่มแทน หญิงสาวดันตัวออกอย่างรวดเร็วแต่ก็ช้ากว่ามือหนาที่ดึงเธอเข้าสู่อ้อมกอด
" คุณหิรัญ!! "
" ^ _ ^ "
เพี๊ยะ!
" อุ๊ย! แสบ!! "
ลี่หลินฟาดมือลงที่ต้นแขนของคนชอบแกล้งอย่างแรงจนอีกฝ่ายต้องปล่อยอ้อมกอด มือหนาลูบๆ ถูๆ ตรงบริเวณที่ถูกมือเล็กฟาดลงมา ใบหน้าหล่องอแงเอาใจหญิงสาวตรงหน้าทันที คนตัวเล็กไม่สนใจหันกลับไปหาเพื่อนที่เอาแต่นั่งยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อชายหนุ่มหันมายิ้มให้เธอ
" แก! เขาชื่ออะไรเหรอ.....มองใกล้ๆ แล้วหล่อมาก "
" หิรัญ! ส่วนนี้เพื่อนหลิน....ชื่อหมิง "
เมื่อรู้จักชื่อเสียงเรียงนามกันแล้วทั้งสามคนก็พากันย้ายโต๊ะไปนั่งในโซนของ VIP ชายหนุ่มขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงเครื่องดื่มอันหมิงและลี่หลินในครั้งนี้ทำให้ทั้งสามคนเริ่มสนิทกันมากขึ้น
" คุณหิรัญ! วันนั้นยัยหลินอาละวาดใส่คุณไหมคะ "
" ไม่นะครับ....วันนั้นหลินร้อนแรงมากแถมหื่นใส่ผมด้วยครับ "
คนตัวเล็กถึงกับตาลุกวาวหันขวับมาหาชายหนุ่มทันที ดวงตาคู่สวยจับจ้องไม่ให้หิรัญพูดอะไรออกไปมากกว่านี้ แต่เหมือนว่าชายหนุ่มจะไม่ยอมฟังยังคงพยายามที่จะเล่าให้อันหมิงฟัง
" หยุดเลยนะ! คุณพูดไม่มีหลักฐานอย่ามากล่าวหาหลินนะ "
" ไม่ได้กล่าวหาและฉันก็มีหลักฐาน....ฉันยอมรับวันนั้นฉันสนใจเธอ ฉันเป็นฝ่ายเข้าหาเธอก่อนแต่ฉันก็ไม่คิดว่า...เธอจะกล้าหื่นใส่ฉันนะลี่หลิน "
ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะเปิดวิดีโอกล้องหน้ารถให้ กับอันหมิงได้ดู มันเป็นภาพที่เพื่อนของเธอกำลังลากชายหนุ่มขึ้นรถอย่างรวดเร็ว
" ยัยหลิน!!! ไหนบอกไม่ได้ลาก....แกนี่หื่นจริงๆ "
" ........... "
เมื่ออันหมิงดูวิดีโอจบเธอก็ยื่นโทรศัพท์มากับลี่หลินได้ดูบ้าง ดวงตาคู่สวยถึงกับเบิกกว้างอย่างตกใจก่อนจะหันไปจ้องเขม็งอย่างคาดโทษกับชายหนุ่ม
" ไอ้คุณหิรัญบ้า!! คุณเอาภาพมาจากไหน "
" เอามาจากแท็กซี่นั่นแหละ......เอามาเป็นหลักฐานให้เธอดูไงว่าวันนั้นฉันไม่ได้เป็นฝ่ายอ่อยเธอ..ฝ่ายเดียว "
ใบหน้าหล่อที่เคยเคร่งขรึมแต่พออยู่ใกล้กับลี่หลินและได้แกล้งเธอ เขาก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขต่างจากเมื่อก่อนที่เอาแต่หน้านิ่งไม่ชอบกับใครสุงสิงแม้กระทั่งกับผู้หญิงที่เมื่อเสร็จกิจแล้วเขาจะออกมาก่อนเสมอ
ณ. บ้านตระกูล จาง
ห้องนั่งเล่นปีกซ้ายของบ้านสองพ่อลูกกำลังนั่งหน้าเคร่งเครียดอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ หยุนมองหน้าพ่อของเขาอย่างกังวล จางเฉินเงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์แล้วมองหน้าลูกของเขาอย่างสงสัยเพราะเห็นอีกฝ่ายจ้องตนอย่างไม่ละสายตาเหมือนกำลังจะถามอะไรบางอย่าง
" มีอะไรจะถาม...ก็ถามมาจ้องอยู่นั่นแหละ!! "
" ป๊า!!แน่ใจนะ....ว่าสิ่งที่เราทำอยู่ อาเจ็กอีจะจับไม่ได้ "
" วันๆ มันเอาแต่ทำงานไม่มาเช็กบัญชีหรอก....ลื่ออย่าคิดมากเลย อั้วสั่งอะไรก็ทำไปเถอะ "
ชายสูงวัยปิดหนังสือพิมพ์ก่อนจะวางลงบนโต๊ะกลางอย่างแรง แล้วเดินขึ้นห้องนอนชั้นสองทิ้งให้ลูกชายตัวดีนั่งเคร่งเครียดอยู่บนโซฟาเหมือนเดิม
ห้องทำงานชั้นสองปีกขวา
" เอกสารที่ส่งให้ตรวจสอบรึยัง "
" รู้คนทำแล้วครับ.....ตอนนี้กำลังรวบรวมหลักฐานอยู่ครับ "
" ดี!! อั้วอยากให้จัดการด่วนแล้วก็อย่าประเจิดประเจ้อเดี๋ยวฝั่งนั้นจะรู้ตัว "
เมื่อสั่งงานกับคนสนิทที่ไว้ใจได้เสร็จเรียบร้อย มือหนากดวางสายก่อนจะวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะทำงาน จางเฉิงเอียงหลังพิงกับเก้าอี้อย่างหมดเรี่ยวแรง
ก๊อก ก๊อก!
" ป๊า!! หลินเข้าไปได้ไหม "
" เข้ามาเลย "
ตี๊ด!
เสียงของประตูนิรภัยดังขึ้นเมื่อได้รับการปลดล็อก ลี่หลินเดินตรงมาหาผู้เป็นพ่อก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานมือเล็กยื่นไอแพดมาให้จางเฉิงมือหนาหยิบแว่นตาขึ้นมาใส่เพื่อจะได้มองเห็นชัดๆ
" อะไร! "
" ป๊า!ดูเองดีกว่า.....หลินให้คนแอบเจาะระบบกล้องวงจรปิดของห้องนั่งเล่นปีกซ้าย "
ชายวัยกลางคนรับไอแพดจากมือของลูกสาวก่อนจะกดเล่นวิดีโอภาพที่เห็นทำให้จางเฉิงถึงกับนิ่งไปสักพัก มือหนากำเข้าหากันแน่นก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาใครบางคน
" เรื่องวันนี้.....ลื่ออย่าไปพูดที่ไหน...เข้าใจไหมอาหลิน "
" เข้าใจแต่ป๊า....ทำแบบนี้มันผิดกฎหมายไม่ใช่เหรอ "
" เดี๋ยวป๊าจัดการเอง "
ลี่หลินพยักรับอย่างเข้าใจ เธอออกจากห้องทำงานของจางเฉิงไปเงียบๆ ปล่อยให้ผู้เป็นพ่ออยู่ทำงานต่อ
บ้านตระกูลจางที่ทั้งสองฝั่งแยกกันอย่างชัดเจน ระบบต่างๆ ของบ้างหลังนี้จะมีการเข้ารหัสทั้งหมดและแน่นอนว่าทั้งฝั่งซ้ายขวาไม่สามารถเข้าถึงกันได้โดยไม่ได้รับอนุญาตมีเพียงแค่ห้องอาหารกลางเท่านั้นที่บุคคลภายในบ้านสามารถเข้าหากันได้
บรรยากาศเงียบสงัดเมื่อทุกคนแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนไม่ต่างจากเจ้าของบ้าน หิรัญและหมอทิมพากันพยุงร่างกายกลับขึ้นมาที่ห้องของตัวเองด้วยความยากลำบากเพราะอาการเมาหนักไม่ต่างกันแต่เหมือนคนที่จะยังพอมีสติอยู่บ้างก็คงเป็นหมอทิม" ไอ้รัญ! แล้วบอกจะไม่ดื่มเยอะไง "" หื้ม! ไม่ได้ขนาดนั้น....ปล่อยๆ กูกลับห้องเองได้ "เสียงทุ้มแหบพูดกับเพื่อนอย่างแผ่วเบามือหนาตบหน้าอกแกร่งของทิมเบาๆก่อนจะดันตัวออกจากเขาแล้วเปิดประตูเข้าห้องนอนของตัวเองอีกฝ่ายถอนหายใจเบาๆก่อนจะเดินออกไปอีกทางเพื่อกลับห้องแกร๊ก!!ความเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ภายในห้องนอนปะทะเข้ากับร่างกายกำยำเมื่อชายหนุ่มย่างก้าวเข้าไป มือหนาปลดเสื้อผ้าออกทุกชิ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวลงแช่น้ำในอ่างขนาดใหญ่ที่ถูกเตรียมเอาไว้แล้ว หิรัญใช้อาบน้ำไม่นานเขาก็เดินออกจากห้องโดยมีแต่กางเกงบ็อกเซอร์เท่านั้นที่ปกปิดท่อนล่างไว้ร่างกายกำยำค่อยๆ แทรกตัวเข้าไปด้านในผ้าห่มผืนใหญ่อย่างเบามากที่สุด
ในที่สุดก็มาถึงวันที่รอคอยหลังจากเรียนจบมานานวันรับปริญญาก็มาถึง ชุดครุยถูกหยิบขึ้นมาสวมใส่ให้ลี่หลินอย่างเรียบร้อยใบหน้าหล่อระบายยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจเมื่อได้เป็นคนสวมใส่ชุดอันมีเกียรติให้แก่หญิงสาว" ขอบคุณนะคะ "" มีของขวัญให้ด้วยนะ.....อยากให้หลินเป็นคนแรกก่อนจะไปรับดอกไม้จากคนอื่น "ลี่หลินหันกลับมาส่งยิ้มให้ชายหนุ่มพร้อมกับน้ำเสียงที่ออดอ้อน หิรัญกุมมือของเธอเอาไว้แน่น ดวงตาคมหยาดเยิ้มยังคงมองใบหน้าสวยหวานอย่างภาคภูมิใจก่อนที่เขาจะค่อยๆ ล้วงมือเอาไปหยิบบางอย่างภายในเสื้อสูท" สั่งทำเลยนะ.....ชอบไหม "" ชอบค่ะ มันสวยมากเลย "สร้อยข้อมือขนาดเล็กจี้ตัวอักษรLHซ้อนด้วยรูปหัวใจตรงกลางฝังเพชรมากกว่าสองร้อยเม็ดถูกสวมใส่ให้กับหญิงสาว ลี่หลินระบายยิ้มอย่างชอบใจกับของขวัญที่หิรัญมอบให้เธอ ชายหนุ่มส่งยิ้มกลับมาพร้อมกับดึงคนตัวเล็กเข้ามากอด" สวัสดีครับป๋า "" อื้อ "เสียงทุ้มของจินและเต๋า
" ป๋า! หลินอยากกลับบ้านแล้ว "" ไอ้หมอยังไม่อนุญาตเลย....ให้หายดีกว่านี้ก่อนตกลงไหม "ท่าทีงอแงออดอ้อนของคนตัวเล็กหิรัญถึงกับระบายยิ้มออกมาอย่างชอบใจมันทำให้เขารู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้นเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเริ่มหายดีแล้ว ดวงตาคมจับจ้องใบหน้าสวยหวานของเธอก่อนจะป้อนผลไม้ของโปรด" หมดจานเดี๋ยวพากลับเลย ตกลงไหม "" หลอกล่อเป็นเด็กเลยนะ "ลี่หลินเอาแต่จ้องหน้าของหิรัญไม่ยอมทานผลไม้ที่เขาป้อนให้ ใบหน้าสวยมุ่ยลงด้านความเบื่อหน่ายกับการอยู่ที่โรงพยาบาล เสียงทุ้มอ่อนลงออดอ้อนหญิงสาวอีกครั้งจนคนตัวเล็กยอมทาน" ก็เมียป๋ายังเด็กอยู่ไงครับ "" อื้อป๋า~ "หิรัญหันไปวางจานผลไม้ลงที่โต๊ะข้างๆ เตียงก่อนจะหันกลับมาเห็นสีหน้าที่ยังคงงอนชายหนุ่ม มือหนาหยิกแก้มทั้งสองข้างของเธออย่างมันเขี้ยวก่อนจะค่อยๆ โน้มตัวลงจูบที่หน้าผากมนของเธออย่างแผ่วเบาก๊อก ก๊อก!เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ทั้งสองที่กำลังหยอกล้อกันอยู่รีบหันไปทางป
หิรัญเดินเข้ามายังท่าเรือร้างด้วยท่าทางมาดนิ่งดวงตาคมแผ่รังสีอาฆาตมองไปรอบๆ อย่างไม่สามารถคาดเดาได้ถึงแม้ว่าเขาจะอ่อนเพลียเป็นอย่างมากก็ตาม มือหนาถือปืนกระบอกสีดำเอาไว้แน่นเดินเข้ายังตึกร้างอย่างช้าๆแปะ แปะ!!เสียงตบมือแบบเยาะเย้ยดังขึ้น ดวงตาคมจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาเย้ยหยัน คินส์ค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างช้าๆ เดินเข้ามาประจันกับหิรัญอย่างไม่กลัวสองหนุ่มมองหน้ากันอย่างไม่ยอม คินส์แค่นเสียงออกมาอย่างชอบใจมือหนายกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูก่อนจะโน้มตัวลงเอ่ยชมอีกฝ่าย" มาตรงเวลาดี "" หลินอยู่ไหน "ชายหนุ่มไม่ได้สนว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรเขาเอ่ยถามหาหญิงสาวทันที ก่อนจะเห็นเดชาเดินออกมาพร้อมกับปืนที่จ่อศีรษะของลี่หลินเอาไว้คินส์แค่นเสียงหัวเราะออกมาอย่างสะใจเดินเข้าไปหาผู้เป็นพ่อแบบนิ่งๆแกร๊ก" หยุดอยู่ตรงนั้น...ถ้าไม่อยากให้เมียมึงตาย....แล้วก็วางปืนลงด้วย "หิรัญกำลังจะพุ่งตัวหาคนรักแต่ก็ต้องชะงักเมื่ออีกฝ่ายปลดเซฟตี้ขอ
เสียงเด็กๆเริ่มดังงอแงมากขึ้นใบบัวและดวงดาวพยายามปลอบขวัญเด็กให้เงียบลงพร้อมช่วยกันแก้มัดให้เด็กๆคนอื่นๆมีเพียงลี่หลินและเด็กผู้ชายอีกสองสามที่โตกว่ากำลังช่วยกันพยายามหาทางออก" พี่! พวกเราจะเอายังไงกันดี....มันไม่มีช่องว่างให้หนีเลย "" พี่ครับ! ตรงนี้เราน่าจะออกไปได้นะครับ "เสียงเล็กของสองเด็กชายทำให้ลี่หลินหันมามองทั้งสองคนด้วยความเอ็นดู หญิงสาวนั่งย่อตัวลงลูบศีรษะของเด็กทั้งสองอย่างอ่อนโยนก่อนที่ดวงดาวและใบบัวจะเดินเข้ามาส่งยิ้มอ่อนๆให้เด็กชายสองคนเล็กน้อย" นี่ครับ! ตรงนี้ "" ...... "นิ้วเล็กๆชี้ขึ้นไปที่ช่องหน้าตาด้านบนที่มีแสงไฟจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาก่อนจะหันมาบอกสามสาวอย่างไร้เดียงสา ลี่หลินยิ้มให้เด็กชายเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆหาทางปืนลังไม้ขึ้นไปด้านบน" คุณหลินระวังตกนะคะ "" ช้าๆ ค่ะ ข้างบนเป็นยังไงบ้างคะ "ดวงดาวพยุงตัวของลี่หลินลงจากลังไม้มากมายที่วางกองอยู่ท่วมหัวเสียงใสเ
ณ.ลานบรรจุตู้บริษัทXXในเครือของอัครกาญบริเวณที่ดินอันโล่งกว้างมีตู้คอนเทนเนอร์มากมายหลากหลายวางเรียงรายรอรถเข้ามาเอาตู้ออกไปส่งยังท่าเรือและบริษัทต่างๆ ข้างกันมีลานตู้เปล่าที่กำลังรอการบรรจุสินค้า" ไหนพ่อบอกว่า...ให้ผมพาหลินมาแค่เอามาตกลงเรื่องธุรกิจกับป๋าหิรัญไม่ใช่หรอแล้วนี่มันอะไร "" หึ! ธุรกิจสะอาดกูไม่สนแล้ว....ลูกค้าทางจีนอยากได้แบบนี้...มันราคางาม "เสียงโวยวายของครามดังลั่นไปทั่วห้องสำนักงานเมื่อรู้ว่าผู้เป็นพ่ออย่างเดชาจะเอาเพื่อนสาวของเขามาขายรวมกับเด็กคนอื่นๆ ที่ถูกหลอกมาจากสถานที่เด็กกำพร้า ชายหนุ่มแทบทรุดลงพื้นเมื่อได้ยินเสียงทุ้มพูดออกมาอย่างบ้าคลั่ง" ผมจะไม่ยอมให้พ่อทำแบบนี้อีก "" ไอ้คราม....มึงอย่าเยอะ....กูบอกแล้วใช่ไหมว่าให้นึกถึงครอบครัวเป็นหลัก "คินส์ลุกพรวดขึ้นจากโซฟากำลังจะออกจากห้องแต่ก็ถูกมือหนาของคินส์พี่ชายคว้าเอาไว้เสียงทุ้มพูดข่มขู่น้องชายเอาไว้ ชายหนุ่มนิ่งไปพักใหญ่ก่อนจะสะบัดตัวออกอย่างแรง เขาเดินออกจากห้องสำ
ณ.บ้านเลิศวชิรกุลภายในบ้านวุ่นวายอีกครั้งเหล่าแม่บ้านต่างวุ่นเตรียมอาหารเย็นกันอย่างเร่งรีบเนื่องจากได้รับคำสั่งด่วนเข้ามาว่าจะมีแขกมากินข้าวที่บ้านอีกแล้วและอีกไม่กี่นาทีทุกคนก็จะมาถึง" เร่งหน่อยเร็ว....ต้องให้เสร็จก่อนนายมา.....แล้วยัยบั
หลังจากเกิดเรื่องในครั้งนั้นหิรัญก็ยอมไม่ปล่อยให้ลี่หลินไปไหนคนเดียวอีกเลยถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะไม่ได้ไปด้วยแต่เขาก็ให้ลูกน้องตามประกบทุกฝีก้าวห้ามให้หญิงสาวคาดสายตาไปได้เพราะกลัวว่าคนของอัครกาญจะทำอะไรในสิ่งที่เขาคาดไม่คิดก็เป็นได้" หลิน! ไปคลับกัน "" คิดยังไง.....ชวนออกไปข้าง
รถคันหรูแล่นเข้ามาในบริเวณบ้านด้วยความเร็ว ลี่หลินที่ได้ยินเสียงของรถยนต์ที่คุ้นเคยดีดตัวลุกขึ้นจากโซฟาตัวใหญ่วิ่งออกมารอชายหนุ่มที่ห้องโถงอย่างรวดเร็ว ใบหน้าสวยแตกตื่นยืนลุ้นรอฟังข่าวจากเขา" หลิน!! "" ป๋า! เป็นยังไงบ้างคะ.....เจ็บตรงไหนไหม.....
เมืองซัวเถาณ.บ้านตระกูลหยวนห้องทำงานขนาดใหญ่ที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามเครื่องทองและเครื่องปั้นดินเผาราคาแพงมากมายถูกจัดวางอัดแน่นเต็มตู้โชว์ ชายสูงวัยนั่งจิบกาแฟอยู่บนโต๊ะทำงานอย่างสบายใจ ดวงตาคมไล่มองหุ้นของบริษัทจางที่กำลัง







