เข้าสู่ระบบเพลิง ภูธนินทร์ มาเฟียหนุ่มในวัย 39 ปี เป็นลูกครึ่งไทยจีน[ฮ่องกง] เป็นเจ้าพ่อธุรกิจสีเทาครบวงจร แห่งอาณาจักรP&P นิสัย : ดุร้าย ป่าเถื่อน ปากแข็งในเรื่องความรัก และคิดว่าผู้หญิงก็เหมือนกันหมด 'เลี้ยงไม่เชื่อง' อิงดาว เป็นนักศึกษาสาวปีที่3 ในวัย 21 ปี เป็นเด็กกำพร้า เติบโตมาจากบ้านโอบรัก นิสัย : ดี เรียบร้อย แต่ไม่ค่อยยอมคน[ถ้าตัวเองไม่ผิด] เรียนเก่ง จึงได้ทุนเรียนต่อในระดับปริญญาตรี ทว่าเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเธอได้ตบหน้าผู้ชายคนหนึ่งเข้า เรื่องเลวร้ายจึงเกิดขึ้น กับชีวิตที่เรียบง่ายของเธอ **** “ที่นี่มีตำแหน่งว่างอยู่สองตำแหน่ง เธอจะเลือกทำอะไร ฉันให้สิทธิ์เธอเลือกเองเต็มที่” เพลิงว่าขึ้น “ตำแหน่งว่าง…อะไรบ้างคะ” อิงดาวแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง ว่าผู้ชายที่เธอตั้งข้อรังเกียจ ก็มีส่วนดีหลงเหลืออยู่เหมือนกัน “ตำแหน่งแรก ไปรับแขกบนชั้นเจ็ด ชั้นนั้นจะมีพวกเสี่ยแก่ ๆ หื่นกระหายแต่กระเป๋าหนัก และยอมจ่ายอย่างไม่อั้น ถ้า
ดูเพิ่มเติมเล่ห์ร้ายมาเฟียเถื่อน
ตอนที่1 [อิงดาว] ห้องเช่า อิงดาวก้มหน้าก้มหน้าเก็บของใส่กล่องใบใหญ่ ที่เพิ่งไปซื้อมาจากตลาดนัดถึงสองใบ พร้อมกระเป๋าเป้อีกหนึ่งใบ เธอต้องรีบย้ายออกจากที่นี่ภายในวันนี้ เมื่อเจ้าของห้องเช่าได้แจ้งล่วงหน้าเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ว่าสถานที่นี้ ได้ขายให้นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่ง เข้ามาซื้อเพื่อสร้างเป็นคอนโดมิเนียม หลังเลิกเรียนอิงดาวได้ตระเวนหาห้องเช่า นานเกือบสองสัปดาห์ ทว่าก็ยังไม่มีที่ไหนว่างสำหรับเธอเลยสักห้อง เด็กสาวเติบโตมาจาก ‘บ้านโอบรัก’ เธอไม่รู้หรอกว่าบิดามารดาของเธอเป็นใคร เธอโตมามีแม่โอบรักที่ใจดีเลี้ยงดูเธอ กับน้อง ๆ ทั้งหญิงชายรวมแล้วเกือบสามสิบชีวิต กระทั่งอิงดาวเรียนจบชั้นมัธยมปลาย จากโรงเรียนใกล้บ้านโอบรัก เธอเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่าย และผลการเรียนดี ทำให้เธอเข้าสอบชิงทุน ความเก่งและมุ่งมั่น ทำให้สอบผ่านและได้ทุนเรียนต่อในระดับปริญญาตรี สาวน้อยต้องจากบ้านโอบรักที่ให้ความรักความอบอุ่นมาตลอดสิบ แปดปี เธอออกมาใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง กระทั่งทุกวันนี้เข้าปีที่สามแล้ว อิงดาวเรียนอยู่ปี3 ของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง จากทุนที่ได้รับรายจ่ายต่อเดือนเธอสามารถอยู่ได้อย่างไม่ขัดสนนัก เพราะเธอรู้จักคุณค่าของเงิน เป็นคนใช้สอยอย่างประหยัด ไม่หลงระเริงไปกับของแบรนด์เนมเหมือนเพื่อนวัยรุ่นทั่วไป หญิงสาวเลือกทำงานสอนพิเศษให้แก่น้อง ๆ ที่กำลังเรียนอยู่มัธยมปลายบ้าง รับจ้างทำรายงานบ้าง จึงทำให้เธอไม่ขัดสนกับเรื่องค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เมื่อสองวันก่อนเธอได้มีโอกาสมาสอนพิเศษ ให้เด็กรุ่นน้องที่กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย ด้วยบิดามารดาคาดหวังให้บุตรของตนสอบติดกับสถาบันดี ๆ ตามที่คาดหวังไว้ ทำให้เธอได้มาพบคอนโดฯที่ว่างอยู่ห้องหนึ่งพอดี จึงเข้าไปติดต่อสอบถาม กระทั่งได้วางเงินล่วงหน้า เมื่อเก็บของเสร็จอิงดาวเดินไปเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่คอนโดฯดังกล่าว หญิงสาวมาถึงจึงขนของเข้าลิฟต์ แล้วกดขึ้นชั้นที่สิบสี่ที่สูงสุดของตึก “อื้อ! เหนื่อยเหมือนกันแฮะ!” ร่างเล็กเดินปาดเหงื่อออกจากใบหน้าสวย แล้วไปล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้าง เธอนอนกลิ้งไปกลิ้งมา “อ่า! ที่นี่! สบายกว่าที่เก่าเยอะเลย มีเตียงมีที่นอนนุ่ม ๆ ให้ด้วย” เธอครางออกมาด้วยรอยยิ้มกว้าง เมื่อกวาดมองไปทั่วห้องแล้วพบกับเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้น “ว้าว! มีโซฟาให้ด้วย” ร่างเล็กดีดตัวลุกขึ้นยืน รีบก้าวไปสำรวจด้านหลังที่เป็นห้องครัวที่สะอาดสะอ้าน ทำให้เธอรีบจัดของเข้าที่อย่างเป็นระเบียบ รู้สึกตื่นเต้น กับสถานที่อยู่ใหม่เป็นอย่างมาก เมื่อจัดเก็บของจนเป็นระเบียบ เธอจึงเข้าไปชำระร่างกายในห้องน้ำ ความเย็นชุ่มฉ่ำของสายน้ำจากฝักบัว ที่ไหลรินลงมากระทบผิวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้น ความเหนื่อยล้าในคราแรก ก็เลือนหายไปเหมือนปลิดทิ้ง ยิ่งได้กลิ่นยาสระผมที่เพิ่งสระ ไหนจะกลิ่นครีมอาบน้ำที่เธอชอบใช้ เพิ่งชโลมลูบไล้ไปทั่วเรือนกาย กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากมวลดอกไม้นา ๆ ชนิด ที่ผสมผสานปรุงแต่งมาเป็นครีมอาบน้ำ ทำให้กลิ่นของมันสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก มือเรียวเอื้อมไปหยิบผ้าเช็ดตัวสีขาวผืนใหญ่มาห่อหุ้มกาย แล้วหยิบผืนเล็กมาเช็ดผมที่ยาวสลวยจนเริ่มแห้งหมาด เธอจึงหันไปเปิดประตูแล้วเดินออกมา หญิงสาวฮัมเพลงรักเบา ๆ คลอไปตามเสียงเพลงจากมือถือที่ได้เปิดทิ้งไว้ ร่างเล็กที่มีส่วนสูง162เซนติเมตร และมีผิวที่ขาวผ่องอมชมพูเนียนนุ่ม ตลอดทั้งใบหน้าที่มีเค้าโครงที่สวยงาม ริมฝีปากกระจับอิ่มชมพูระเรื่อ จมูกโด่งเป็นสันเรียวเชิดขึ้น ดวงตากลมโตรวม ๆ กันแล้ว ทำให้ผู้ที่พบเห็นล้วนต้องหันมามองเธอซ้ำ ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย แม่โอบรักบอกเธอว่า ผิวเธอขาวเหมือนลูกผู้ดีมีสกุล คาดว่าบิดามารดาผู้ให้กำเนิดน่าจะเป็นคนหน้าตาดีไม่น้อย แต่ช่างเถอะ! ในเมื่อพวกเขาไม่ได้ต้องการเธอแล้ว เธอก็ไม่คิดที่อยากจะรู้ หรือตามหาพวกเขาเหล่านั้น ในเมื่อชีวิตของเธอมีแม่โอบรัก ที่มอบทั้งความรักและความอบอุ่นให้เธอมาโดยตลอด ตั้งแต่ลืมตาดูโลกกระทั่งถึงตอนนี้ เธอก็ได้เข้ามาศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว อิงดาวอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวพอดีตัว กับกางเกงยีนขาสั้นเหนือเข่า ผมยาวสลวยถูกรวบไว้เป็นหางม้า เปิดเปลือยต้นคอขาวระหงได้อย่างน่ามอง เธอเดินออกจากห้องก้าวเข้าลิฟต์กดลงชั้นล่างสุด เมื่อลงมาถึงบริเวณลานกว้าง อิงดาวจึงก้าวเข้าไปในซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้ ๆ เธอเดินเลือกของใช้ส่วนตัว ได้หลายชิ้นหย่อนลงในตะกร้ารถเข็น และกำลังจะเข็นรถไปเลือกของกินเพื่อเก็บไว้ทำยามรู้สึกหิว ทว่าขณะที่หมุนตัวเธอกลับชนเข้ากับร่างสูงของใครบางคนเข้าอย่างจัง ปึก! “อ๊ะ! ขอโทษค่ะ” ร่างเล็กกว่าซวนเซเกือบล้มก้นกระแทกพื้น ทว่ามีแขนแกร่งของอีกฝ่ายเข้ามารวบเอวคอดเธอไว้เสียก่อน ร่างเล็กพิงอยู่กับแผงอกกว้าง ที่มีความอบอุ่นเป็นอย่างมาก และที่มากไปกว่านั้น เธอยังได้รับกลิ่นหอมจากเรือนกายของเขาอีก มันหอมมาก หอมแบบน่าหลงใหล ทำให้เธอต้องรีบช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าของอีกฝ่าย ทว่ากลับปะทะเข้ากับสายตาคู่คมกริบ ที่ได้จดจ้องเธออยู่ก่อนแล้ว “อ่า! ตัวหอมจัง” เสียงทุ้มครางต่ำอยู่ใกล้แก้มนุ่ม พร้อมกระชับเอวคอดเธอแน่นขึ้นกว่าเดิม เธอตกใจรีบผลักอกเขาให้ถอยห่าง ทว่าแขนที่แข็งแกร่งกลับโอบกระชับร่างเธอไว้ไม่ยอมปล่อย ทำให้อิงดาวรีบตวัดสายตาขึ้นจ้องเขาอีกครั้งอย่างนึกโกรธจัด ทว่ามันยิ่งทำให้เธอต้องผงะ เมื่อใบหน้าหล่อคมคายอยู่ห่างจากพวงแก้มเธอ เพียงแค่ลมหายใจขวางกั้นเท่านั้น ขณะดวงตาสบประสานกัน อิงดาวนิ่งงันดั่งถูกมนต์สะกด หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำ แทบกระเด็นกระดอนออกมานอกอก ทว่าระหว่างที่เธอตกตะลึง จมูกโด่งคมสันได้จรดลงที่แก้มนวลปลั่ง ส่วนมืออีกข้างเข้ามาบีบเคล้นที่อกอวบของเธอไปด้วย “อ่า! ทั้งหอม…ทั้งนุ่ม” เสียงครางต่ำงึมงำออกมา ทว่าอิงดาวได้ยินอย่างชัดเจน “อ๊ะ! ไอ้โรคจิต!” เธอตกใจกับการกระทำของเขา ครั้นตั้งสติได้จึงออกแรงผลักอกอีกฝ่ายจนเต็มแรง แล้วสะบัดฝ่ามือใส่ที่ข้างแก้มของเขาเสียงดังสนั่น เพียะ! “ไอ้ลามก! น่ารังเกียจที่สุด” อิงดาวจ้องตาอีกฝ่ายเขม็ง “นี่! เธอกล้าตบหน้าฉันเหรอ!” เสียงดุคำรามในลำคอ แค่ให้ได้ยินเพียงสองคน พร้อมดันปลายลิ้นเข้ากระพุ้งแก้มซ้ายที่โดนตบ ดวงตาคมดุจดั่งพญาเหยี่ยว เปล่งประกายวาวโรจน์ ทำให้อิงดาวถึงกับผงะ รีบเข็นรถถอยหนีไปหาคนกลุ่มใหญ่ ใบหน้าหล่อร้ายเหยียดยิ้ม จดจ้องเรือนร่างเธอเขม็ง ราวสัตว์ป่าดุร้าย ที่จ้องจะตะครุบเหยื่อก็ไม่ปาน 'ยัยเด็กแสบ บังอาจมาตบหน้าคนอย่างเขา เขาก็จะสั่งสอนให้เธอได้สำนึก ว่าคนอย่างเขาไม่เคยมีใครกล้ามา ‘ลูบคม’ ได้ง่าย ๆ’ ครั้นรู้ว่าตัวเองปลอดภัยจากผู้ชายบ้ากามคนนั้น เธอจึงเข็นรถไปให้พนักงานคิดเงินให้ พอเสร็จเรียบร้อยจึงหอบหิ้วถุงหลายใบ เดินออกไปที่คอนโดฯ และเดินเข้าไปในลิฟต์ ร่างเล็กก้าวออกจากลิฟต์ ไฟทางเดินก็สว่างวาบขึ้น นี่! มันจะทุ่มหนึ่งแล้วสินะ! เธอออกเดินไปที่ห้อง1402 ก่อนจะยกคีย์การ์ดสแกนหน้าประตู และไม่ลืมที่จะชำเลืองไปมองห้องข้าง ๆ ที่ยังเงียบกริบ ตั้งแต่เธอขนของย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ เธอยังไม่เคยเห็นหน้าตาของเจ้าของห้องข้าง ๆ เลยสักครั้ง ชั้นนี้ก็รู้สึกเงียบเหงาจนวังเวง ห้องอื่นคงจะทำงานยังไม่กลับ หรืออาจจะเข้ากะก็ได้ หญิงสาวได้แต่คิดกับตัวเอง ก่อนจะผลักประตูเข้าด้านใน และไม่ลืมที่จะหันมากดล็อคอย่างแน่นหนาเล่ห์ร้ายมาเฟียเถื่อนตอนที่31[บทส่งท้าย]สายของวันใหม่เพลิงเดินประคองร่างเมียรัก ก้าวลงมาถึงชั้นล่าง“อ้าว! ตื่นกันแล้วเหรอลูก…มา ๆ ม๊ากับป๊ากำลังจะทานข้าวพอดี ว่าจะให้เด็กขึ้นไปตาม ม๊าก็กลัวจะพักผ่อนกันไม่เพียงพอ” คุณพิมพิลาเอ่ยเรียกคู่หนุ่มสาวให้เข้ามานั่งร่วมโต๊ะอาหารพร้อมกัน“ขอบคุณ คุณท่านกับนายใหญ่มากนะคะ ที่เอ็นดูหนู” อิงดาวยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองคน“นี่! ได้ปรับความเข้าใจกันแล้วใช่ไหมลูก” มารดาเอ่ยถามยิ้ม ๆ“ครับม๊า…เราเข้าใจกันแล้วครับ”“ม๊าดีใจนะ ที่ลูกทั้งสองคนเข้าใจกันสักที ต่อไปก็ต้องทำให้มันถูกต้องตามประเพณี…ม๊าก็อยากตำหนิเพลิงอยู่นะ เราโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่คิดทำอะไรไม่เข้าท่าเลย อีกอย่างน้องก็ยังเรียนไม่จบด้วย”“ม๊าครับ…ผมยอมรับว่าผมผิด ที่ทำอะไรไม่คิดให้ดีก่อน แต่ผมรักหนูอิงมากนะครับ เมียกับลูก ผมเลี้ยงไหวอยู่แล้ว ส่วนเรื่องเรียนถ้าหนูอิงคลอดจะไปเรียนต่อผมก็ไม่ขัดข้อง”“แล้วหนูอิงล่ะลูก…มีอะไรจะคัดค้านไหม ถ้าม๊าจะให้เราแต่งงานกัน”“หนูแล้วแต่เฮียค่ะ” เธอจะพูดอะไรได้อีก ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว เธอทำได้แค่รับคำผู้ใหญ่นั่นแหละ“เราเป็นครอบครัวกันแล้ว ต่อไปหนูอิงก็ต้องเ
เล่ห์ร้ายมาเฟียเถื่อนตอนที่30[ต่างถูกรัก 18+]เพลิงก้าวออกมายืนอยู่หน้าประตูห้องส่วนตัว เพื่อจะเคาะเรียกแขกมารดา ให้เปิดประตูเพื่อจะขอเข้าไปเอาของใช้ส่วนตัวก๊อก ๆหลังจากเคาะเบา ๆ ร่างสูงก็ยืนสำรวมอยู่หน้าห้อง ทว่ากลับเงียบไม่มีเสียงตอบรับ ทำให้เขาต้องเคาะใหม่ขึ้นอีกครั้งไม่นานก็ได้ยินเสียงปลดล็อคจากด้านใน ประตูแง้มออกนิดเดียวทว่าเพลิงถือวิสาสะผลักเข้าด้านในกว้างขึ้น“ว้าย! จะผลักเข้ามาทำไมเนี่ย!” ร่างเล็กเซถลาจะล้มลง ทว่าแขนแกร่งก็ตวัดรับร่างเธอไว้ทัน“ผมขอโทษ…ไม่ทราบว่าแขกของม๊าจะเป็นผู้หญิง งั้นผมขอออกไปก่อนก็ได้” เพลิงทำท่าจะผละจากไป ทว่าคนที่ก้มหน้าตะครุบปมผ้าเช็ดตัวไว้ ก็เงยหน้าขึ้น“คุณเพลิง…” อิงดาวเบิกตากว้าง“อิง…อิงดาว…โห! ฉันดีใจที่สุดเลย” เพลิงรีบรั้งร่างเล็กไว้ในอ้อมแขนแน่น“มาอยู่ที่นี่ได้ไง! รู้ไหมฉันตามหาเธอไปทั่วเลย” เพลิงเสียงสั่นเครือ โอบกระชับร่างนุ่มนิ่มไม่ยอมปล่อย“คุณตามหาอิงทำไมคะ…ในเมื่อคุณไม่ได้ต้องการอิงแล้ว…ปล่อยค่ะ” อิงดาวผลักเขาให้ถอยห่าง“ไม่! ไม่นะอิง…อย่าผลักไสฉัน…และอย่าทิ้งฉันไปอีกนะ ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอและลูกของเรา”“ปล่อยแขนออกจากตัวฉัน…”
เล่ห์ร้ายมาเฟียเถื่อนตอนที่29[เมาเหมือนหมา]หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปพลั่ก!พลั่ก!ปึก! ปึก!เสียงหมัดหนัก ๆ พร้อมหน้าแข้งของนายหนุ่ม ประเคนเข้าที่ใบหน้าคนสนิท และเหล่าบอดี้การ์ดคนละตุบสองตุบ“กูเลี้ยงเสียข้าวสุกจริง ๆ แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนเดียว พวกมึงยังไม่มีปัญญาตามหาเจอ แล้วยังกล้าเสนอหน้ามาให้กูเห็นอีก” เพลิงเกรี้ยวกราดใส่ลูกน้อง เพล้ง! เพล้ง!กรามแกร่งขบกันแน่น มือคว้าสิ่งของที่อยู่ใกล้มือ เขวี้ยงปาจนแตกกระจายเกลื่อนพื้น ป้านวลได้แต่ตัวสั่นงันงก“พวกมึงไสหัวออกไปให้หมด ถ้าภายในอาทิตย์นี้ยังตามหาเมียกูไม่เจอ ก็ไม่ต้องเสนอหน้ามาให้กูเห็นอีก…ไป๊!!”เหล่าลูกน้องน้อมรับคำสั่ง ก่อนจะแยกย้ายกันไปขึ้นรถเมื่อนายหนุ่มถอยร่นมาทรุดกายลงบนโซฟา ป้านวลจึงกล้าเข้าไปใกล้“นายน้อยต้องทำใจเย็น ๆ นะคะ ป้าเชื่อว่า…เดี๋ยวเราก็ได้พบคุณอิงอย่างแน่นอน”“ผมไม่อยากจะเชื่อว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ที่ไม่มีญาติพี่น้อง ไม่มีใครเลยอย่างอิงดาว จะหนีผมไป ผมชะล่าใจเอง ผมประเมินเธอต่ำไป”หลายวันผ่านไปเพลิงกลับมาดื่มเหล้าอย่างหนักอีกครั้ง ครานี้เขาดื่มจนเมาหัวราน้ำและแทบจะไม่แตะต้องอาหาร ทำให้ร่างกายที่กำยำ แปร
เล่ห์ร้ายมาเฟียเถื่อนตอนที่28[เมียหอบลูกหนี]บนโต๊ะอาหารเช้าร่างสูงกำยำนั่งอยู่หัวโต๊ะ ด้านข้างมีลี่หลินนั่งอยู่ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มสดใส“เพลิงขา…วันนี้ไม่ออกไปไหนเหรอคะ” เธอถามเสียงออดอ้อน“ไม่! ผมมีงานต้องเคลียร์”“งั้นหลินขอออกไปทำธุระข้างนอกนะคะ”“อืม…ตามสบายอยากไปไหน ก็เรียกคนขับรถให้ไปส่ง”“ขอบคุณนะคะ เพลิงใจดีที่สุดเลย” ตั้งแต่พยายามตามติดเขาแจก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ลี่หลินก็อดที่จะคิดถึงเทอญไม่ไหว วันนี้เธอจะออกไปหากินข้างนอกให้อิ่มเอมเลยทีเดียว“ป้านวลอิงดาวยังไม่ตื่นอีกเหรอครับ” นี่! เป็นครั้งแรกที่เพลิงเอ่ยถึงผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงที่ทำให้เขาเจ็บแทบคลั่ง“งั้นเดี๋ยวป้าให้เด็กขึ้นไปตามให้นะคะ” สักครู่เด็กรับใช้ก็หน้าตาตื่นลงมา“คุณอิง…ไม่ได้อยู่ในห้องค่ะ”“หมายความว่าไง” เพลิงเอ่ยถามเสียงแข็ง“ก็หนูหาดูจนทั่วแล้วนะคะ แต่ก็ไม่พบ”“ชั้นล่างป้าก็ยังไม่เห็นเธอลงมานะคะ” ป้านวลเอ่ยยืนยัน ทำให้เพลิงรีบลุกจากเก้าอี้ กระโจนขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็วมือหนาผลักประตูเข้าด้านใน ด้วยหัวใจที่เต้นแรงผิดจังหวะภาพที่เห็นบนเตียง ว่างเปล่า ผ้าปูที่นอนถูกจัดตรึงแน่นอย่างเป็นระเบียบ เพลิงรีบไปเปิด
เล่ห์ร้ายมาเฟียเถื่อนตอนที่9[หงุดหงิด]ก๊อก ๆขณะที่อิงดาวกำลังเตรียมตัวจะอาบน้ำ เสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้นหญิงสาวจึงเดินมาปลดล็อคแล้วเปิดออก เธอก็ต้องอ้าปากค้าง เมื่อเห็นร่างสูงของเพลิง อยู่ในชุดเปลือยท่อนบนยืนอวดกล้ามเนื้อแน่น ๆ อยู่ต่อหน้าส่วนท่อนล่างมีเพียงกางเกงสแล็คสีดำตัวเดียว ที่ตอ
เล่ห์ร้ายมาเฟียเถื่อนตอนที่15[ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป]บนโต๊ะอาหารมื้อค่ำหนุ่มสาวต่างนั่งทานอาหารกันอย่างเงียบ ๆ เมื่อเห็นเพลิงเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตากับเมนูตรงหน้า ทำให้ดาริกาหงุดหงิดไม่น้อย“เออ! คุณเพลิงคะ ทานอาหารเสร็จ คุณจะออกไปดูงานเลยหรือเปล่า ดาขอไปด้วยนะคะ” ดาริกาทำเสียงออดอ้อน ทว่าจู่ ๆ ห
เล่ห์ร้ายมาเฟียเถื่อนตอนที่10[อดีตเลวร้าย]ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงร่างสูงของหมอหนุ่มเดินลากกระเป๋าเดินทาง ออกจากช่องทางออก ของผู้โดยสารมาจนถึงริมฟุตบาทแท็กซี่คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดเทียบ แล้วลดกระจกลงเจรจากับผู้ใช้บริการ เมื่อตกลงกันได้หมอหนุ่มจึงก้าวขึ้นรถพร้อมกระเป๋าเดินทางที่โชเฟอร์ยกขึ้นไว้
เล่ห์ร้ายมาเฟียเถื่อนตอนที่11[คนแก่ที่งี่เง่า! 18+]ร่างเล็กนอนคุดคู้อยู่บนเตียงกว้าง สองแก้มเนียนเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาอิงดาวผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก แล้วผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลียบนโต๊ะอาหารมื้อค่ำร่างสูงกำยำก้าวมานั่งหัวโต๊ะตามปกติ“อิงดาวล่ะ” เสียงเข้มเอ่ยถาม เมื่อกวาดสายตาไปรอบ ๆ แ