LOGINวันต่อมา
16 : 45 น.
“พี่ว่าต้องเป็นเบอร์ของพวกโรคจิตแหงๆ กระหน่ำโทรมาเป็นสิบสายขนาดนี้ ฝันอย่าไปเผลอรับเชียวนะ บล็อกไปเลยยิ่งดี” น้ำขิงเอ่ยเตือนผู้ช่วยตัวเล็กด้วยความหวังดี เธอเคยโดนพวกโรคจิตก็กวนมาก่อน จึงไม่อยากให้เด็กสาวหน้าตาน่ารักอย่างฝันหวานต้องโดนเหมือนกับเธอ
“งั้นเหรอคะ...” ฝันหวานไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ว่าจะใช่อย่างที่พี่น้ำขิงพูดหรือเปล่า
เมื่อคืนมีสายแปลกๆ โทรเข้ามาเกือบยี่สิบสายแต่เธอไม่ได้รับเพราะกำลังอาบน้ำอยู่ พอออกมาอีกครั้งแล้วกำลังกดดูก็พบว่าเป็นเบอร์แปลกที่เธอไม่รู้จักมาก่อน จึงไม่กล้ากดโทรกลับเพราะคนปกติที่ไม่สนิทกันคงไม่กระหน่ำโทรมาหนักขนาดนี้ แถมช่วงนี้ก็ยังมีข่าวพวกแก็งคอลเซ็นเตอร์อยู่อีกด้วย
“เชื่อพี่เหอะ! ไม่งั้นก็รอให้มันโทรมาอีกครั้ง กดรับสายแล้วถามให้รู้เรื่องเลยว่าเป็นใคร ถ้าเกิดเป็นพวกโรคจิตจริงๆ ค่อยบล็อกทีหลังก็ได้”
“เอางั้นก็ได้ค่ะ แต่หนูหวังว่าคงจะไม่มีเบอร์นี้โทรเข้ามาอีก...” เธอเคยโดนผู้ชายตามตื๊ออยู่บ้าง แต่คงรับไม่ไหวถ้ามีโรคจิตโทรมาก่อกวนทุกวัน...
ฝันหวานนั่งรวบรวมข้อมูลที่จะต้องส่งให้กับน้ำขิงกับรุ่นพี่คนอื่นๆ ในแผนกอย่างตั้งใจ ตอนนี้ใกล้ถึงเวลาเลิกงานแล้วเธอจึงต้องเร่งทำให้เสร็จเพราะไม่อยากเป็นผู้ช่วยที่ไม่ได้เรื่อง งานที่เธอส่งให้ในตอนจัดทำเสร็จแล้วจึงตรวจแล้วตรวจอีกค่อยส่งไฟล์ไปให้น้ำขิง
“โอ้โห...ส่งมาเร็วจัง ทำงานไวเหมือนกันนะเราเนี่ย”
“แหะๆ...ผิดพลาดตรงไหนก็ช่วยบอกหนูด้วยนะคะ หนูจะรีบแก้แล้วส่งไฟล์ใหม่ ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกประมาณยี่สิบนาที”
“โอ้ยยย ไว้แก้ทีหลังเถอะ! ข้อมูลชุดนี้พี่ยังไม่รีบใช้ เดี๋ยวพี่ตรวจเสร็จค่อยบอกอีกทีพรุ่งนี้แล้วกัน ฝันรีบจัดการงานยิบย่อยของตัวเองเถอะ ไม่ต้องทุ่มให้พี่สุดตัวขนาดนี้ก็ได้” เธอไม่อยากกลายเป็นรุ่นพี่ใจโหดที่สั่งแต่งานให้ผู้ช่วยทำ อีกอย่างหน้าที่อื่นของฝันหวานเองก็มี และงานนี้ก็ไม่ได้เร่งด่วนอะไรเลยด้วย
“หนูทำเสร็จหมดแล้วค่ะ...พี่ๆ มีตรงไหนให้ช่วยก็บอกมาได้เลยนะคะ” ฝันหวานพูดอย่างกระตือรือร้น เธออยากเป็นผู้ช่วยที่มีประสิทธิภาพ ไม่เป็นตัวถ่วงให้กับคนอื่น
“งั้นพี่วานเอานี่ไปส่งให้พี่หญิงฝ่ายบุคคลหน่อยแล้วกันนะจ๊ะ นอกนั้นก็ไม่น่ามีอะไรให้ทำแล้ว”
เสียงของปันปันเอ่ยขึ้น ฝันหวานจึงหันไปยิ้มรับอย่างเต็มใจ
“โอเคค่ะ เดี๋ยวฝันเอาไปส่งให้นะคะ”
มือเล็กรับเอกสารจำนวนหนึ่งมาถือไว้ แล้วเดินออกจากแผนกเพื่อเดินไปส่งให้พี่หญิงที่ตึก A
ซึ่งแผนกที่เธอทำงานอยู่ก็เป็นแผนกย่อยของบริษัท จึงแยกตัวออกมาอีกตึกหนึ่งซึ่งอยู่ห่างกันแค่นิดเดียว เดินไปไม่กี่นาทีก็ถึงตึกหลักที่เป็นหน้าเป็นตาของบริษัท นั่นก็คือตึก A ที่พนักงานใช้เรียกกันนั่นเอง
“พี่หญิงคะ พี่ปันปันฝากนี่มาให้ค่ะ” ฝันหวานเปิดประตูเข้ามายังแผนกบุคคล เดินตรงมายังโต๊ะที่พี่หญิงนั่งประจำอยู่
“วางตรงนี้เลยจ้ะ...เอ่อ...ชื่อน้องฝันหวานใช่ไหมนะ?”
“ใช่ค่ะ” เธอยิ้มกว้างอย่างน่ารัก ผู้ชายที่อยู่ในแผนกเห็นก็ทำหน้าเคลิ้มอย่างหลงใหล
“อ้อๆ พี่เกือบลืมชื่อเราแล้ว ทำงานเป็นยังไงบ้าง ปรับตัวได้หรือเปล่า?” หญิงถามเด็กสาวหน้าตาใสซื่ออย่างเอ็นดู ครั้งที่แล้วน้ำขิงพามาแนะนำเธอยังตะลึงกับความสวยน่ารักของเด็กใหม่ เกือบรับไหว้เด็กสาวแทบไม่ทัน
“ปรับตัวได้บ้างแล้วค่ะ พี่ๆ ก็ใจดีกับหนูมากเลย”
“ดีๆๆ ถ้ามีปัญหาอะไรก็ปรึกษาพี่ได้นะ”
“ขอบคุณค่ะพี่หญิง” ฝันหวานยิ้มรับ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปเพราะต้องไปเตรียมตัวกลับบ้าน
ตึ๊ง!
เสียงลิฟต์เปิดออก ร่างอวบอิ่มของฝันหวานจึงเดินเข้าไป ไม่ทันได้สังเกตว่ามีร่างสูงสง่าใช้ลิฟต์อยู่ก่อนแล้ว
“ทำไมไม่รับสาย”
เสียงทุ้มของแดเนียลเอ่ยถามคนตัวเล็ก ซึ่งมันปลายเสียงฟังดูห้วนๆ หน่อย อาจจะเป็นเพราะว่าหงุดหงิดที่เมื่อวานเธอไม่ยอมโทรกลับ แถมตอนนี้ยังทำเป็นเหมือนมองไม่เห็นเขาอีก
“!!” ฝันหวานสะดุ้งเล็กน้อย หันกลับไปมองร่างสูงแล้วก็ต้องเบิกตากว้างกว่าเดิม
แต่สิ่งที่เธอตกใจที่สุดก็คงเป็นเพราะประโยคคำถามก่อนหน้านี้
“ทำไมไม่โทรกลับ มัวแต่ทำอะไรอยู่?”
เสียงเข้มเอ่ยถามอีกครั้ง เธอจึงได้สติ ขยับตัวออกห่างจากเขากว่าเดิมเล็กน้อยแล้วตอบคำถามไป
“ฉันไม่คิดว่าเป็นเบอร์ท่านประธานน่ะค่ะ ก็เลยไม่ได้รับ...ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ?” เธอเอ่ยถามเสียงใส ตอบไปตามความจริง ในใจรู้สึกผิดคาดอยู่มาก เพราะไม่คิดว่าเบอร์โรคจิตที่โทรมาจะเป็นเบอร์ของเขาไปได้
“มีงานพิเศษให้ทำน่ะ...เลิกงานรอกลับพร้อมฉันนะ เดี๋ยวพาไปดูสถานที่”
สายตาคมแอบสำรวจเด็กสาวที่ยืนเบียดตัวอยู่ขอบลิฟต์อย่างพอใจ
วันนี้เธอใส่เสื้อผ้าเรียบร้อย กระโปรงไม่สั้นไม่ยาว ติดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวจนเกือบถึงเม็ดสุดท้าย แต่กลับทำให้เขารู้สึกว่ามันดูน่าค้นหาอย่างบอกไม่ถูก อยากจะรู้ว่าใต้เสื้อผ้านั่นร่างกายของเธอจะสวยงามเหมือนภายนอกหรือเปล่า
ให้ตายสิ...ยัยเด็กตุ๊กตาแค่ใส่ชุดธรรมดายังทำให้เขาจินตนาการไปไกลได้ขนาดนี้ ถ้าเกิดเปลี่ยนมาใส่เป็นชุดเมดน่ารักๆ สวมถุงน่องตาข่ายจะน่ากินแค่ไหนกันนะ
“งะ งานพิเศษอะไรเหรอคะ ทำไมต้องไปดูนอกสถานที่ด้วย?” เธอไม่เข้าใจจริงๆ ว่างานที่ว่ามันคืออะไร แล้วทำไมต้องรอให้เลิกงานด้วย
“เดี๋ยวก็รู้เอง...รับรองว่าเธอต้องถูกใจข้อเสนอในการทำงานนี้แน่ๆ” เขาตัดบท ลิฟต์ก็เปิดออกถึงชั้นที่เด็กสาวจะลงพอดี
ฝันหวานจึงไม่ได้ถามเขาให้แน่ชัด เพียงแค่ค้อมหัวให้ทีหนึ่งก่อนจะเดินกลับไปยังออฟฟิศที่ตนทำงานอยู่
“หึ...เธอเสร็จฉันแน่ยัยตุ๊กตา”
“อะ อ๊ะ อื้อออ...เร็วๆ เลยค่ะ หนูต้องรีบไปทำมื้อเย็นต่อ”“บอกมาก่อน ซี้ดดด...ว่าเสียวหรือเปล่า”“คนเจ้าเล่ห์...อะ อ๊าส์ สะ เสียวสิคะ...อูยยย เสียวจนจะไม่ไหวอยู่แล้ว” ฝันหวานตอบกลับไปเสียงกระเส่า พอนึกขึ้นได้ว่าแม่ครัวน่าจะยืนรอช่วยเธอทำอาหารอยู่ด้านนอก เธอก็พยายามครางให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เวลาโดนเขากระหน่ำเข้ามาหนักๆ ทีไรก็เผลอลืมตัวครางลั่นทุกที“น่ารักที่สุดเลยคนดีของฉัน อ่าส์...แรงๆ เลยนะครับ อึ้! อึ้! อึ้!”พอได้คำตอบที่น่าพอใจเขาก็ดึงขาเรียวเกี่ยวเอวของเขาเอาไว้ จากนั้นจึงจ้วงแทงลำใหญ่เข้าไปไม่ยั้งจนเมียเด็กร้องเสียงหลง น้ำเสียวแตกกระเซ็นไหลเยิ้มเต็มหน้าขาปั่ก! ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก!“อ่าส์ ใกล้แล้วที่รัก! ซี้ดดด...ใกล้แล้ว!”“อ๊ะ คุณแดน...อึก อ๊าส์! คุณแดนขา อะ อ๊ะ อ๊าาาส์~!”“ซี้ดดด...ใกล้แล้วคนดี อึ้! อึ้! โอ้ววววววว”ร่างสูงเร่งกระแทกเข้าไปถี่ยิบในจังหวะสุดท้าย ก่อนจะปลดปล่อยน้ำกามเข้าไปในร่องเล็กคับแน่นมากมายจนล้นทะลักออกมาอีกเช่นเคย“อูยยย...รีบเอาออกเลยค่ะคุณแดน”มือเรียวเล็กดันบ่าแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาออกห่างอย่างเขินอาย เมื่อครู่เธอลืมตัวจนเผลอครางซะลั่นครัว ไ
“ว่าไงครับคนดี...ซี้ดดด อยากเอาไหม”“ทะ ทำไมต้องแกล้งถามหนูแบบนี้ด้วย”ใบหน้าหวานแดงก่ำอย่างหนัก ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยอย่างเขินอายกับประโยคคำถามของเขาที่เธอไม่เคยชินสักทีเวลาที่ได้ยิน“ก็อยากรู้ว่าหนูอยากเหมือนกันไหม...อ่าส์ ตรงนี้ของป่าป๊าอยากกระแทกเข้าไปข้างในตัวของหม่าม้าจะแย่” แดเนียลกระซิบข้างใบหูเล็ก ขบเม้มต้นคอขาวของเมียเด็กเบาๆ สอดมือเข้าไปในเสื้อยืดของเธอ แล้วสะกิดยอดอกเล็กจนมันแข็งชูชันเขาได้ยินเสียงครางหวานจากเมียสุดที่รักก็ยิ่งได้ใจ บีบขย้ำเต้าใหญ่อย่างหนักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรูดซิป ควักลำเนื้อแข็งร้อนออกมาจากกางเกงอย่างอดใจไม่ไหวอีกต่อไป“ซี้ดดดด ว่าไงครับ...อยากให้เอาเข้าไปไหม”“อูยยย...ยะ อย่าแกล้งกันสิคะ” ฝันหวานครางเสียงสั่นอย่างมีอารมณ์ เขารู้ว่าเธอต้องการมันมากแค่ไหน แต่คนเจ้าเล่ห์ก็บังคับจะให้เธอพูดออกมาจนได้“ไม่ได้แกล้ง...อ่าส์ แข็งขนาดนี้จะแกล้งได้ยังไง” เขาเอ่ยพลางดึงกระโปรงของเธอขึ้นไปบนคอดกิ่ว แหวกกางเกงในเปียกแฉะของเธอออกไปไว้ด้านข้าง ก่อนจะสอดลำเนื้อยาวถูไถกลีบอวบอูมไปมา เร้าอารมณ์คนตัวเล็กจนเผลอแอ่นเนินเสียวเข้าหาอย่างลืมอาย“อื้อออ คนบ้า..
4 ปีต่อมา“ป่าป๊าค้าบบบ หม่าม้าอยู่หนายยย”เสียงเจื้อยแจ้วของ ‘วินเซนต์’ หรือ ‘วินซ์’ เด็กชายตัวน้อยวัย 3 ขวบเอ่ยถามผู้เป็นพ่อ แดเนียลที่เพิ่งกลับจากบริษัทและหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาได้ไม่นาน มองดูเจ้าตัวยุ่งที่กำลังปีนขึ้นมานั่งข้างๆ แล้วขมวดคิ้วหนาเข้าหากันเล็กน้อย“เรียกหาหม่าม้าอีกแล้วนะตัวแสบ ไม่ได้อยู่ด้วยกันเหรอหื้ม” เขาถามยิ้มๆ ก่อนจะยื่นมือไปลูบศีรษะเล็กนั่นอย่างอ่อนโยนวินเซ็นต์เป็นเด็กติดแม่มาก และขี้หวงมากด้วย วันๆ เรียกหาแต่ฝันหวานจนเขาแทบไม่ได้ส่งการบ้านเธอเลย กว่าจะกล่อมเจ้าตัวแสบให้เข้านอนได้ก็เลือดตาแทบกระเด็น บางครั้งเขาอยากไปสวีตกับเมียสองคนเลยพาเจ้าตัวยุ่งประจำบ้านไปฝากให้คุณแม่ของเขาดู แต่วินเซนต์อยู่ที่นั่นได้ไม่กี่วันก็ร้องไห้โยเยอยากกลับมาหาแม่แล้วสุดท้ายฝันหวานก็ทนห่างลูกชายไม่ไหวไปรับกลับมาที่บ้านตามระเบียบ เขาได้แต่ยกมือกุมขมับ อยากจะจัดหนักเมียรักสักหลายที แต่ก็ทำได้แค่ตอนที่เจ้าตัวเล็กหลับแล้วเท่านั้น เพราะตอนกลางวันเจ้าตัวเล็กแทบไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ฝันหวานเลย“ไม่ค้าบ ป๋มคิดตึ๋งหม่าม้าคับ อยากกอดดดด”ใบหน้ากลมขาวอวบบึ้งตึงเล็กน้อยที่ไม่เห็นหน้าผู้เป็นแม่มานา
“ใครจะกล้าดุคนดีหืม?”คนคลั่งรักคลี่ยิ้มอ่อนโยน ก้มลงฟัดแก้มนิ่มเธอไปอีกหลายทีก่อนจะพยุงร่างอวบอิ่มที่เริ่มหน้าท้องนูนพาไปนั่งที่โซฟาตัวยาวมุมห้องอย่างระมัดระวังทุกย่างก้าว จนฝันหวานอดหัวเราะออกมาไม่ได้กับจริงจังและกังวลเกินเหตุของเขา“เดินช้าขนาดนี้ กว่าจะถึงโซฟาก็เลิกงานพอดีสิคะ”“ยังไงก็ต้องระวังไว้ก่อนสิครับ”“แต่หนูเพิ่งจะท้องได้แค่ห้าเดือนเองนะคะ”ตอนนี้หน้าท้องของเธอก็นูนขึ้นมาไม่ได้มากนัก ขยับตัวก็ไม่ได้ยากกว่าเดิมเท่าไหร่ แต่ท่านประธานสุดที่รักของเธอก็ยังคงประคบประหงมราวกับว่าเธอท้องแก่ก็ไม่ปาน“จะกี่เดือนก็ต้องระวังอยู่ดี หนูอย่าดื้อสิครับ” แดเนียลดุคนตัวเล็กอย่างไม่จริงจังนัก พอพยุงเธอนั่งลงบนโซฟาแล้วเขาก็จัดการย่อตัวลงด้านหน้า แล้วนวดฝ่าเท้าให้ว่าที่คุณแม่อย่างขะมักเขม้นเช่นทุกวันอย่างเคยชิน ฝันหวานเห็นแบบนั้นก็ระบายยิ้มอย่างอารมณ์ดี เอนหลังพิงโซฟาตัวนุ่มมองสามีด้วยสายตารักใคร่คุณแดนน่ารักจัง...พอเขานวดไปได้สักพัก มือปลาหมึกก็เริ่มลูบไล้ขึ้นมาเรื่อยๆ ตามโคนขาอ่อนของเธอ ฝันหวานสะดุ้งเล็กน้อยๆ เมื่อนิ้วหนาเริ่มเปลี่ยนมานวดคลึงตรงเนินเนื้ออวบอูมผ่านกางเกงในตัวบางจนเธอหลุดคร
ร่างอวบอิ่มในชุดเดรสคลุมท้องสีขาวค่อยๆ ย่างเท้าเข้ามาในบริษัทใหญ่ยักษ์ท่ามกลางเสียงซุบซิบและสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมาที่เธอ แต่ถึงอย่างนั้น ใบหน้าน่ารักราวกับตุ๊กตาของหญิงสาวก็ยังคงไว้ด้วยรอยยิ้มบางประดับไว้ตลอดเวลา ก่อนจะกวาดสายตาไปปะทะเข้ากับร่างบางของพนักงานหญิงสองคนที่เดินมาทางนี้อย่างพอดิบพอดี“สวัสดีค่ะพี่น้ำขิง สวัสดีค่ะพี่มิน” ฝันหวานฉีกยิ้มกว้าง ยกมือไหว้ทักทายรุ่นพี่ที่เคยทำงานด้วยกันอย่างอารมณ์ดี“ฝันนนน คิดถึงจังเลยยย”“โอ๊ยยย ไม่ต้องไหว้เลย คนกันเองทั้งนั้น”เสียงทั้งสองสาวเอ่ยด้วยความดีใจ ครั้งล่าสุดที่ได้คุยกันก็เป็นตอนงานแต่งสุดอลังการของรุ่นน้องคนสวยกับท่านประธาน หลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอหน้ากันอีกเลย เนื่องจากแดเนียลให้ฝันหวานออกจากงานและอยู่ที่บ้านแทน“ไปๆ ไปหาที่นั่งคุยกันดีกว่า พี่พักเที่ยงพอดีเลย เดี๋ยวเลี้ยงข้าวอร่อยๆ”“นั่นสิ ไม่ได้เจอกันนานเลย ว่าแต่ตอนนี้ฝันว่างหรือเปล่า”“เอ่อ...พอดีฝันมาหาคุณแดนน่ะค่ะ ตอนนี้คงไม่สะดวก”ริมฝีปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มบางตอบกลับไป และสองสาวก็ไม่ทำให้รุ่นน้องในแผนกเก่าต้องลำบากใจแต่อย่างใด ช่วยกันพยุงร่างอวบอิ่มที่เริ่มมีหน้าท้องนูนออกมาพ
“อึก...ฝันครับ”“คะ คุณแดนร้องไห้ทำไมคะ” ฝันหวานหันมาหาสามีของตนที่กำลังนั่งน้ำตาไหลพรากอยู่ข้างๆ กันบนโซฟาด้วยสีหน้าปวดใจ“หรือว่าคุณแดนไม่อยากมีลูกแล้ว...”“มะ ไม่ใช่แบบนั้นครับ อึก...ฉันแค่ดีใจ ดีใจเหลือเกินที่หนูท้องลูกของเรา” แดเนียลกลั้นก้อนสะอื้นเอาไว้พร้อมดึงคนตัวเล็กขึ้นมานั่งบนตักอย่างทะนุถนอม เขาสวมกอดเธอเอาไว้หลวมๆ พลางลูบหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยอย่างรักใคร่ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงได้อารมณ์อ่อนไหวขนาดนี้สาเหตุคงไม่พ้นแพ้ท้องแทนเมียเหมือนที่แม่เขาพูดเอาไว้อย่างไม่ต้องสงสัย!“ดีใจก็อย่าร้องไห้สิคะ แบบนี้หนูไม่ชินเลย”เห็นเขายังร้องไห้ไม่หยุด ใบหน้าหวานจึงหันกลับไปสบตากับสามีสุดที่รักพร้อมจูบซับน้ำตาที่ไหลลงมาตรงปลายคางของเขาเบาๆ แล้วเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้หัวใจแกร่งอุ่นซ่านไปทั้งดวง“หนูรักคุณแดนนะคะ...เรามาสร้างครอบครัวที่มีแต่ความสุขด้วยกันนะ”“ครับ...อึก ฉันก็รักหนูมากๆ เลยรู้ไหม” แดเนียลยิ้มทั้งน้ำตา เธอเห็นเขาทำหน้าตลกก็หลุดขำออกมาเล็กน้อย ไม่คิดเลยว่าท่านประธานหน้าน้ำแข็งในตอนนั้นจะอ่อนไหวได้มากถึงขนาดนี้คุณแดนน่ารักจัง...“อื้อ...หยุดร้องไห้ก่อนดีไหมคะ เดี๋ยวเบ