เข้าสู่ระบบไอยลดา นางแบบสาวที่กำลังโดดเด่นในวงการ และกำลังเป็นที่รู้จัก เธอมีความฝันที่เกินตัว และกำลังจะไปได้ดี แต่วันนี้เธอต้องดับฝันของตัวเอง เพราะหนึ่งชีวิตตัวน้อยที่กำลังจะเกิดมา... ห้าปีต่อมา ไอยลดาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับลูกสาวในหมู่บ้านเล็กๆ ที่เป็นบ้านเกิดของเธอ โดยมีอดีตผู้จัดการส่วนตัวคอยช่วยเหลือ ชีวิตของเธอสงบสุขมาตลอด จนมาเจอเขา...ผู้ชายที่เธอหลงรักตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น และเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด แต่เธอก็ไม่คิดจะโทษเขาฝ่ายเดียว เพราะเธอเองก็มีส่วนผิด เธอจึงเลือกที่จะใช้ชีวิตต่อไปโดยไม่คิดถึงอดีต แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อเขากลับมาทวงสิทธิ์ของเขาคืน แล้วยังยัดเยียดตำแหน่งที่เธอไม่อยากได้
ดูเพิ่มเติมมือเล็กป่ายปัดไปทั่วทั้งบริเวณ พบว่าจุดที่นางนอนอยู่ในเวลานี้คือเตียงนอนที่บุด้วยผ้านวมหนานุ่มหาได้ใช่กองฟางไม่ อันเนี่ยนฉีกวาดมือไปรอบ ๆ ก่อนจะพบกับเส้นผมสีดำขลับของบุรุษผู้หนึ่ง พร้อมกับเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเขา นางนึกออกในทันทีว่าเวลานี้คนที่นอนอยู่เคียงข้างนางเป็นผู้ใด ความทรงจำหลากหลายแล่นเข้าในหัวสมอง
“ท่านแม่ทัพ” อันเนี่ยนฉีพึมพำ ก่อนจะคิดถึงช่วงเวลาที่เขาและนางได้พบกันคราแรก
“เป็นข้าเอง” บุรุษที่นอนอยู่เคียงข้างนางกระชับอ้อมแขน รั้งเอวเล็กของนางเอาไว้แน่น
“ข้าต้องกลับบ้านแล้ว” นางพลิกตัวกลับ ใช้สองแขนเป็นปราการผลักดันร่างกายสูงใหญ่ของเขาออกไปให้พ้น สิ่งนี้มันคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ ความผิดพลาดที่ทำให้นางและเขาเข้าสู่วังวนแห่งความอันตราย
“ฟ้ายังไม่สาง อยู่ต่ออีกสักพักได้หรือไม่” นาน ๆ ทีจะมีสตรีใจกล้าปีนขึ้นเตียงเขา ซ้ำยังปรนนิบัติได้อย่างถูกใจ มีหรือเขาจะปล่อยไปได้ง่าย ๆ
“ไม่ได้ข้าต้องไปแล้ว” นางดีดดิ้น ร่างกายของนางเหนื่อยล้าไปหมด เขาครอบครองนางตลอดทั้งคืน ดุดันราวกับพายุ ถ้าหากเขาได้รู้ว่านางคือสตรีที่เขาเกลียดชัง สู้หนีไปก่อนที่เขาจะได้เห็นหน้ากันคงจะดีกว่า
เพราะจำได้ว่าเมื่อช่วงเวลาก่อนก็เป็นเช่นนี้ นางเหนื่อยล้าเพราะเขาเอาแต่เคี่ยวกรำนาง จนสุดท้ายหลับไป ตื่นเช้ามาเมื่อหนานกงหว่านเฉยีนรู้ว่าสตรีที่ปีนเตียงเขาเมื่อคืน คือสตรีที่เขารังเกียจที่สุดอันดับหนึ่ง ใบหน้าก็บอกบุญไม่รับ ทะเลาะต่อปากต่อคำกันอยู่พักใหญ่ ลงเอยที่ต่างคนต่างก็จะเก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับตลอดกาล
ในช่วงเวลานั้นไม่ใช่แค่เขาที่รังเกียจนาง แต่นางเองก็รังเกียจเขา
“ข้าจะกลับบ้านแล้ว ท่านแม่ทัพปล่อยข้าน้อยด้วยเจ้าค่ะ” เมื่อเขาไม่ปล่อย สุดท้ายนางจึงตัดสินใจ ถีบอีกฝ่ายด้วยสองขาเล็ก ๆ ของตน หนานกงหว่านเฉยีนที่ไม่ทันได้ระวังตัวหล่นตุบลงกับพื้น
ชายหนุ่มกัดฟันกรอด สตรีตัวเล็กแค่นั้นกลับมีแรงเหลือเฟือ
“ดูเหมือนว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าจะยังเหนื่อยไม่พอใช่หรือไม่ ในเมื่อเรี่ยวแรงยังเหลือ ใช้ให้หมด ให้คุ้มกับเงินที่ลูกน้องของข้าจ่ายไปไม่ดีหรือ” หนานกงหว่านเฉยีนคิดเอาเองว่าสตรีที่อยู่บนเตียง เป็นบรรณาการจากลูกน้องคนสนิทที่หามาให้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติหลังจากกลับมาจากชายแดน
“ข้าบอกว่าไม่ก็คือไม่” ที่เขายังสนทนากับนางดี ๆ เช่นนี้ คงเป็นเพราะยังไม่เห็นหน้าว่านางคือผู้ใด
“เมื่อรับเงินแล้วก็ควรทำหน้าที่ให้ดี ๆ” หนานกงหว่านเฉยีนเริ่มอารมณ์เสีย
“เป็นบุรุษไม่ควรบังคับสตรีให้กระทำในสิ่งที่นางไม่ชอบ ถึง...ข้าจะเป็นนางคณิกา แต่ก็มีศักดิ์ศรี” อันเนี่ยนฉีชักแม่น้ำทั้งห้ากล่าวเหตุผลกับเขายืดยาว “อีกอย่างท่านเป็นแม่ทัพของแผ่นดินนี้ ขึ้นชื่อว่าเป็นสุภาพบุรุษ เป็นที่หมายปองของสตรีทั้งหล้า หากมีข่าวเล็ดลอดออกไปว่าท่านบังคับขู่เข็ญนางคณิกา ท่านก็คงต้องเอาศักดิ์ศรีที่ท่านมีอยู่ไปโยนทิ้งลงแม่น้ำ”
จากคำพูดคำและวาจาเชือดเฉือนเขาชักไม่แน่ใจแล้วว่านาง ใช่นางคณิกาจริงอย่างที่นางกล่าวหรือไม่ คำพูดและน้ำเสียงดูคล้ายกับคนผู้หนึ่งที่เขารู้จัก น่าเสียดายที่เมื่อคืนนั้นดื่มสุรามากไปหน่อยบวกกับความมืดยามราตรีทำให้ไม่รู้ว่าสตรีที่ซุกอยู่ในกองผ้าห่มเวลานี้หน้าตาเป็นเช่นไร
ด้านนอกใกล้จะสว่างขึ้นทุกขณะ หัวใจของอันเนี่ยนฉีเต้นระรัว ก็ได้แต่คาดหวังให้บุรุษที่อยู่ตรงหน้า เข้าใจในคำพูดของนาง และรีบ ๆ ปล่อยนางไปเสียที
“ข้าต้องกลับบ้านเดี๋ยวนี้” นางเน้นย้ำในเจตนาของตนอีกรอบ
“เอาเถอะ ก็ได้ ๆ” ในเมื่อนางเอาแต่ขู่ฝ่อเป็นลูกแมวเช่นนั้น แถมยังมีเหตุผลมากมาย ก็คงต้องจำใจปล่อยนางไป
“งั้นท่านก็ออกไปก่อน ข้าจะแต่งตัว” ถึงจะยกค่ำคืนแรกให้กับเขาไปแล้ว แต่นางก็ยังเป็นสตรีผู้หนึ่ง ที่คงไม่สามารถปล่อยให้บุรุษมานั่งดูนางเปลี่ยนเสื้อผ้าได้
เสื้อผ้าของนางที่อยู่นอกกองผ้าห่มถูกมือเล็กคว้ากลับเข้าไป หนานกงหว่านเฉียนเพิ่งจะสังเกตเห็นกำไลหยกสีม่วงบนข้อมือของนาง แม้จะแค่เพียงครู่เดียวแต่ก็รู้สึกคุ้นเคยนัก
“แม่นางข้ากับเจ้าเคยพบหน้ากันมาก่อนหรือไม่” หนานกงหว่านเฉียนลุกจากพื้น ขึ้นมานั่งบนเตียงข้าง ๆ กองผ้าห่มที่ขยับยุกยิกไปมา
ที่นอนยวบลง รู้สึกว่าเขาขยับเข้ามาใกล้นางมากขึ้นเรื่อย ๆ อันเนี่ยนฉีชะงักหรือว่าเขาจะจำนางได้
“ไม่เคย... ข้ากับท่านไม่เคยพบกันมาก่อน ท่านเป็นแม่ทัพอยู่นอกด่านตั้งหลายปี” นางนึกหาข้ออ้างต่าง ๆ “แล้วอีกอย่างข้า..ก็เพิ่งจะมาอยู่เมืองหลวงได้ไม่นาน ฉะนั้นแล้วเราทั้งคู่จะเคยพบหน้ากันได้อย่างไร” อันเนี่ยนฉีกล่าวไป ก็สวมเสื้อผ้าไป
ชุดผ้าไหมของนางเป็นของชั้นเลิศ เมื่อสัมผัสดูแล้วพบว่าเป็นผ้าไหมที่ฮ่องเต้ได้รับเป็นเครื่องบรรณาการเมื่อหลายปีก่อน มีอยู่หลายพับ ส่วนใหญ่แจกจ่ายเฉพาะขุนนางระดับสูงเท่านั้น นางเป็นเพียง...นางคณิกาธรรมดา เหตุใดจึงตัดชุดด้วยผ้าไหมราคาแพงล้ำค่าเช่นนี้ได้ กำไลหยกสีม่วงก็เช่นกัน จะมีสักกี่คนที่สามารถซื้อหาของล้ำค่าราคาแพงพวกนี้ได้
เป็นเพราะความสงสัยใคร่รู้ เมื่อสุดท้ายแล้วอดทนไม่ไหวจึงเลิกผ้าห่ม ที่เป็นพื้นที่ที่นางใช้ซุกซ่อนตนเองออกมา
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาไอยลดากับลูกสาวได้ย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังใหญ่เป็นการถาวร เพื่อความสุขและความสบายใจของทุกๆ คน ด้วยความเต็มใจของเธอและลูกสาวตัวเล็กตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่คิริณก็ดูสดใสและพูดคุยเก่งขึ้นเยอะ คงจะเป็นเพราะภายในบ้านหลังใหญ่นี้มีคนเยอะ และทุกคนต่างก็รักและเอ็นดูคิริณกันทุกคน เพียงแค่ย้ายเข้ามาได้หนึ่งเดือน ของเล่นก็แทบจะล้นห้องออกมาแล้วภายในห้องนั่งเล่นของบ้านหลังใหญ่มีชายหญิงคู่หนึ่งกำลังนั่งอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข จนกระทั่งหญิงสาวได้พูดคุยถึงเรื่องการทำงานขึ้นมา“พี่คริสคะหนูขอถ่ายแบบคู่กับลูกได้มั้ยคะ?” ไอยลดาถามออกไปอย่างเฝ้ารอในคำตอบของชายหนุ่มมาเฟียหนุ่มมองใบหน้าสวยด้วยท่าทางนิ่งๆ โดยไม่มีการพูดคุยออกมาแต่อย่างใด“นะคะพี่คริส...”เมื่อดูท่าทางการใช้คำพูดจะไม่ได้ผล ไอยลดาก็เปลี่ยนมาใช้น้ำเสียงออดอ้อนแทน และยังเข้าไปกอดแขนเขาเอาไว้พร้อมกับซบใบหน้าสวยไปที่ไหล่กว้าง เหมือนกับที่เธอชอบทำในทุกๆ ครั้ง“ไม่!! พี่ไม่อนุญาต” คริสเตียนตอบเสียงแข็ง ถึงเขาจะใจอ่อนให้กับลูกอ้อนของเธอไปแล้ว แต่เขาก็ต้องใจแข็งเอาไว้ เพราะไม่อยากจะให้ภรรยาคนสวยออกไปทำงาน โดยเฉพาะงานที่มีผู้ชายทำร่วม
หนึ่งเดือนต่อมา@คฤหาสน์ตระกูลเวลล์ถึงแม้ไอยลดาจะอยากจัดงานแบบเรียบง่าย เชิญเฉพาะญาติผู้ใหญ่กับคนสนิท แต่ทุกอย่างกลับเป็นอย่างที่เธอต้องการไม่ได้คริสเตียนเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงและเป็นคนที่นักข่าวต่างเฝ้าจับตามองและพร้อมที่จะลงข่าวเขาอยู่ตลอดเวลา ทำให้ยากที่จะปกปิดข่าววันนี้งานแต่งถูกจัดขึ้นในคฤหาสน์หลังใหญ่ ผู้คนในงานต่างมาร่วมแสดงความยินดีให้กับเจ้าบ่าวเจ้าสาวในวันนี้ รวมไปถึงนักข่าวที่มากันเกือบครบทุกสำนักเลยก็ว่าได้“ว๊าววว~ เจ้าสาวสวยมากๆ เลยค่ะ” คริสติน่าที่เดินเข้ามาตรวจเช็คความเรียบร้อยถึงกับตกตลึงความสวยของพี่สะใภ้“มาถึงก็ชมกันเลย แบบนี้ดาก็เขินแย่สิคะ” ไอยลดาก้มหน้าพูดด้วยความเขินอาย“ไม่ต้องเขินหรอกค่ะ ใครเห็นก็ต้องชมแบบติน่าทั้งนั้น” คริสติน่ายังคงยืนยันคำเดิม“งั้นคงต้องชมช่างแต่งหน้าแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ” ไอยลดาพูดพร้อมรอยยิ้มก่อนจะหันไปขอบคุณช่างแต่งหน้าทุกคนที่ช่วยกันทำให้เธอดูสวยได้ขนาดนี้“พี่ดาไปตรวจเช็คความเรียบร้อยที่หน้ากระจกก่อนดีมั้ยคะ” คริสติน่าเอ่ยบอกเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับเจ้าสาว“ค่ะ” เจ้าสาวตอบพร้อมกับพยักหน้า แล้วลุกขึ้นเดินตรงไปยังกระจกบานใหญ่โดย
ไอยลดาตื่นเช้าตามปกติเหมือนกับทุกๆ วัน เธอตื่นมาทำนู่นนี่นั่นตามปกติ หลังจากทำอาหารเช้าไว้ให้ลูกสาวเสร็จเธอก็เปิดดูทีวีดูรายการข่าวที่เธอชอบดู เพื่อไม่ให้คิดถึงคนใจร้ายที่หายไปทั้งวันทั้งคืน แล้วปล่อยให้เธอนอนร้องไห้จนหลับไป แต่แล้วเธอก็ต้องแปลกใจกับหัวข้อข่าวที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ‘ไฮโซสาวประกาศหย่ากับนักธุรกิจชื่อดังแบบสายฟ้าแลบ’ตากลมโตจ้องมองหน้าจออย่างไม่ละสายตา เมื่อภาพตรงหน้าเป็นภาพของนุชนาถกับคุณแม่ของเธอกำลังแถลงข่าว‘ก่อนอื่นนุชต้องขอบคุณทุกคนที่ให้ความสนใจในคู่ของเรา แล้วก็ต้องขอโทษที่ไม่ได้ออกมาพูดเรื่องนี้ให้ทุกคนได้ทราบเร็วกว่านี้ คือความจริงแล้วนุชกับคริสเราได้แยกกันอยู่หลายปีแล้วค่ะ’‘หมายความว่าคุณได้หย่ากับคุณคริสเตียนมานานแล้วเหรอคะ?’‘ใช่ค่ะ หย่ากันมาเกือบสามปีแล้วค่ะ แต่ที่ยังเห็นมีข่าวไปไหนมาไหนด้วยกันบ้าง คือเราไปในฐานะเพื่อนร่วมธุรกิจค่ะ’‘ขอทราบได้มั๊ยคะว่าอะไรที่เป็นสาเหตุให้ต้องเลิกกัน เป็นเพราะมีมือที่สามตามข่าวลือหรือเปล่าคะ?’‘ไม่ใช่เลยค่ะ ไม่มีมือที่สามแต่อย่างใด ความจริงคือเราสองคนเอาแต่บ้างานจนไม่ค่อยมีเวลาให้กัน...’ไอยลดาตกตลึงกับข่าวที่ได้ยิน ทำไมเรื่
คฤหาสน์ตระกูลเวลล์คุณหญิงของบ้านเดินวนไปวนมาอยู่หน้าบ้านด้วยท่าทางตื่นเต้นขณะที่รอหลานสาวตัวเล็ก ทันทีที่รถของคริสติน่ามาจอดท่านก็รีบเดินออกไปรับหลานสาวทันทีคิริณยกมือไว้ทุกคนด้วยท่าทางอ้อนน้อมตามที่คุณแม่สอนและไม่งอแงเอาแต่ใจเล่นกับคุณย่าอย่างน่าเอ็นดูจนคุณย่าหลงหลานหนักยิ่งกว่าเดิม หลงถึงขั้นสั่งทำสวนน้ำไว้ในบ้าน และยังมีบ้านบอลขนาดใหญ่เกือบจะเท่ากับที่อยู่ในสวนสนุกเลยก็ว่าได้“ยิ้มไม่หุบเลยนะคะ” คริสติน่าแซวผู้เป็นแม่ที่กำลังนั่งมองดูหลานสาววิ่งไล่จับกับพวกแม่บ้าน“มีเด็กในบ้านก็มีความสุขแบบนี้แหละ แล้วเมื่อไหร่เราจะมีหลานให้แม่สักที” คุณหญิงพูดทีเล่นทีจริงไม่ได้จริงจังนัก เพราะท่านรู้ดีว่าลูกสาวยังไม่มีแฟน“หนูยังไม่พร้อมจะอุ้มท้องตอนนี้หรอกค่ะ ยังอยากใส่ชุดสวยๆ อยู่”คริสติน่าตอบอย่างรวดเร็วจนไม่ทันคิดว่าคำตอบของเธอทำให้ผู้เป็นแม่รู้สึกถึงความผิดปกติ“เอ๊ะ!! ตอบแบบนี้หมายความว่ายังไง นี่ลูกมีแฟนแล้วเหรอ”“ยังไม่มีหรอกค่ะ”“มีพิรุธนะเรา แอบไปคบกับใครไม่บอกแม่หรือเปล่า”“อย่ามองหนูแบบนั้นสิคะ หนูจะไปปิดบังแม่ทำไมคะ ไม่เอาแล้ว หนูไปชวนหลานเล่นน้ำดีกว่า”คริสติน่ารีบเดินไปหาหลานอย่