LOGIN“เธอรังเกียจฉันเหรอ?” เขาพูดเกือบจะหัวเราะเสียด้วยซ้ำ ใจหนึ่งก็รู้สึกโกรธกับความไม่ใยดีของอีกฝ่าย แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกแปลกใจและทึ่ง ซึ่งนี่เป็นความรู้สึกแปลกใหม่ในตัวของมันเอง เขาพบว่าตัวเองต้องแปลกใจและทึ่งกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในหลายเรื่อง พลอยนภัสสบตาเขานิ่ง ความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขาเวลานี้สับสนปนเปกันไปหมด
“เปล่าค่ะ เพียงแค่ฉันไม่ไว้ใจคุณ..”
“ทำไมเธอถึงไม่ไว้ใจฉัน” หญิงสาวขยับสายกระเป๋าที่บ่าให้กระชับขึ้น เหงื่อชื้นออกมาเล็กน้อยเพราะอากาศที่ร้อน จนที่แขนรู้สึกได้ จึงไม่อยากอยู่คุยกับเขาตรงนี้ นาน ๆ ‘คนอะไรตื๊อซะมัด’
“คุณแต่งงานแล้ว”
“พลอยนภัส” เขาเรียกชื่อเธอด้วยเสียงที่แผ่วลง เหมือนกับจะเกลี้ยกล่อม
“นี่ฉันกำลังจะช่วยเธอนะ อย่างน้อยที่สุดก็ขอให้ฉันได้อธิบายบ้างสิ” เธอเหลือบมองไปยังรถหรูของเขาที่จอดอยู่
“ฉันจะกลับบ้าน แม่ไม่สบาย”
“ถ้าอย่างนั้นเธอยิ่งควรให้ฉันไปส่ง” หญิงสาวหันกลับมา เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย เส้นผมดำขลับของเธอล้อมกรอบรูปหน้าสวยของหญิงสาวไว้ ชายหนุ่มชอบมองดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นที่อยู่บนใบหน้าสีซีด ชอบความดื้อดึงที่ประทับอยู่บนริมฝีปากคู่นั้น และความท้าทายที่อยู่ตรงปลายคางของเธอด้วย
ภายในรถยนต์คันหรูที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอม ความเงียบปกคลุมจนน่าอึดอัด พลอยนภัสกำสายกระเป๋าสะพายแน่น สายตาเหม่อมองออกไปนอกกระจกรถ
“อย่าพาไปที่อื่นนะคะ...ขอร้อง” เธอเอ่ยทำลายความเงียบเพราะกลัวเขาพาเข้าโรงแรม ไม่นานนักเธอก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“เกือบถึงอพาร์ตเมนต์ของฉันแล้วค่ะ คุณส่งฉันแค่ข้างหน้านั่นก็พอ”
“อ่าว!..เธอไม่ได้จะกลับบ้านไปหาแม่เหรอ” ปรเมศวร์ถามโดยไม่ละสายตาจากถนน
“ฉันต้องแวะเอาของค่ะ” เธอตอบห้วน ๆ พลางชี้นิ้วไปทางถนนข้างหน้าเพื่อตัดบทสนทนา แต่ปรเมศวร์กลับไม่ยอมให้บทสนทนาจบลงเพียงแค่นั้น เขาชะลอความเร็วรถลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้น
“พอดีหลานสาวฉันอยากได้ครูสอนพิเศษช่วงภาคฤดูร้อน หนูนาเพิ่งย้ายมาจากโรงเรียนประจำ พื้นฐานภาษาอังกฤษอ่อนมาก” พลอยนภัสขมวดคิ้ว แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากปฏิเสธ เขาก็ยื่นข้อเสนอที่ทำให้เธอต้องชะงัก
“ฉันยินดีจ่ายค่าจ้างให้เธอชั่วโมงละ 1,000 บาท สอนวันละสองชั่วโมง และฉันจะเพิ่มค่าแท็กซี่ไป-กลับให้เธออีกวันละ 1,000 บาท... รวมเป็นวันละ 3,000 บาท”
ตัวเลขนั้นทำเอาหัวใจของคนรัดเข็มขัดประหยัดค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาแม่สั่นไหว วันละสามพัน... เดือนหนึ่งเธอจะมีรายได้เกือบแสน แต่มันก็ต้องแลกมากับการต้องเผชิญหน้ากับเขา
“เทอมนี้ฉันต้องไปฝึกงานค่ะ คงไม่มีเวลา” พลอยนภัสพยายามเค้นเสียงให้ปกติที่สุด
“คุณอย่าเสียเวลาเลยค่ะ ไปหาครูพิเศษมืออาชีพคนอื่นให้หลานสาวคุณเถอะ”
“เธอไม่สงสารเด็กเหรอพลอย...” น้ำเสียงของปรเมศวร์เศร้าลง
“แม่ของหนูนาเพิ่งเสียไปไม่นาน ตอนนี้หนูนาอยู่กับแม่ฉันที่บ้าน หนูนาปิดกั้นตัวเองจากคนแปลกหน้าทุกคน... แต่กับเธอ ฉันคิดว่าหนูนาอาจจะยอมเปิดใจ”
คำบอกเล่านั้นกระแทกใจคนรักแม่อย่างพลอยนภัสเข้าอย่างจัง เธอเม้มริมฝีปากแน่น ในใจต่อสู้กันอย่างหนัก...
“รับรองเด็กจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องของเรา” เขาพูดเสริมเหมือนอ่านใจเธอออก
“ฉันจ้างเธอในฐานะคุณครู... ไม่ใช่ฐานะอื่น เธอสบายใจได้”
พลอยนภัสหลับตาลงพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ ความทรงจำที่เขาเคยทำลายอนาคตเธอด้วยการไม่ให้ไปเรียนต่อนั้นยังฝังใจ แต่ความจำเป็นเรื่องค่ารักษาแม่ในปัจจุบันก็บีบคั้นจนแทบกระดิกตัวไม่ได้
“ฉันวางแผนอนาคตของตัวเองเอาไว้แล้วค่ะ” เธอพูดซ้ำอย่างใจเย็น
“อนาคตมันเปลี่ยนแปลงกันได้นี่” ปรเมศวร์พยายามหว่านล้อม และตอนนี้เธอก็ไม่ไว้ใจเขา บางทีอาจเป็นเพราะเธอไม่รู้จักผู้ชายคนนี้ดีพอก็ได้ ปรเมศวร์ที่เธอเคยคบหาเขาเป็นคนบูชาในความรัก แต่ทำไมถึงได้ยอมแต่งงานเพียงเพื่ออาณาจักรของครอบครัว
การแต่งงานของเขาถูกนำไปขึ้นปกนิตยสารชื่อดังในแวดวงนักธุรกิจ และนิตยสารทุกเล่มที่เกี่ยวกับการแต่งงาน ด้านล่างของทุกภาพจะเขียนว่า คุณชายปรเมศวร์ลูกชายหม่อมเจ้าธราธร สละโสดแต่งงานกับ นิรนาทลูกสาวเจ้าของห้างดังหลังจากที่หมั้นกันนานเป็นปี เป็นไปไม่ได้ หกเดือนก่อนการแต่งงาน เธอยังคบหาอยู่กับเขาเลย!
เมื่อรถจอดพลอยนภัสไม่รอให้เขามาเปิดประตูให้ เธอรวบสัมภาระของตนแล้วเปิดประตูลงไปเอง
“โชคดีนะคะ คุณปรเมศวร์” เธอเอ่ยร่ำลา จากนั้นก็ก้าวเท้าลงรถจากรถหรูของเขาไป พลอยนภัสผลุบหายเข้าไปตรงทางเข้าตึก ก่อนที่จะรีบเดินไปตามโถงทางเดิน แล้วตั้งหน้าตั้งตาเดินหนีเขาราวกับว่าชีวิตนี้จะไม่ต้องเห็นเขาอีก เพราะปรเมศวร์ทำให้เธอเสียใจจนไม่อยากโอกาสเขา เธอจะไม่ยอมให้โอกาสนั้นกับเขาเด็ดขาด
ใช่ว่าเขาจะยอมให้เธอเดินหนีไปง่าย ๆ เขารีบเดินไปดักรอหญิงสาวที่ทางบรรจบกันของอีกฟากหนึ่ง
เมื่อก่อนที่พักแห่งนี้เส้นทางตรงไหนเขาจำได้ดี แต่พอเลิกกันพลอยนภัสก็ย้ายหอพักทันที เปลี่ยนแม้กระทั่งเบอร์โทรศัพท์
“เธอรู้อะไรมั้ย กว่าที่ฉันจะตามตัวเธอพบ ฉันต้องไปมากี่ที่” ตอนจบ ม.6 เธอบอกเขาว่าจะไปเรียนมหาลัยอีกที่หนึ่ง แต่กลับกลายเป็นว่าเธอหนีมาเรียนที่นี่ทั้งที่ไม่เคยคุยกันมาก่อน
“แล้วคุณจะตามตัวฉันทำไมไม่ทราบ เรื่องสอนพิเศษหลานคุณฉันว่ามันฟังไม่ขึ้น”
“อย่านะ” บริเวณซอกตึกที่เงียบ ไร้ผู้คน เขาลงโทษเธอด้วยรอยจูบ เหมือนกับเมื่อสามปีที่แล้วไม่มีผิด
“ที่ฉันมาหาเธอก็เพราะเรื่องนี้ไง พอใจหรือยัง”
“คุณแต่งงานแล้ว ภรรยาคุณก็มี”
“ฉันกำลังจะหย่า ผมไม่ได้รักนิรนาท ถ้าเธอจะฟังฉันอธิบายสักนิด”
“แต่ฉันไม่อยากเป็นมือที่สามของใคร”
“ฉันขอร้องคุณอย่าทำแบบนนี้เลย” ก่อนที่หญิงสาวจะพูดจบ ปรเมศวร์ก็ประคองใบหน้าเธอบีบคางเธอเล็กน้อยเพื่อบังคับให้เธอเปิดริมฝีปาก เขาสอดลิ้นร้อนเข้าไปเพื่อควานหาความหวานนั้นลิ้นน้อย ๆ พยายามหลบหลีก
“อย่าขอร้องฉันเลย เพราะเธอต้องใช้เงินอีกเยอะ”
พลอยนภัสได้แต่ส่ายหน้า ปรเมศวร์ไม่ยอมปล่อยให้เธอมีโอกาสพูด เพียงแค่เธออ้าปากเขาก็จูบเธอทันที
“คุณเมศวร์ ขอร้องเถอะค่ะ”
“ยอมเรียกฉันแบบที่เธอคุ้นเคยแล้วเหรอ..แต่ยังไม่ทั้งหมดหรอกนะ เธอต้องเรียกฉันว่าพี่นำหน้าแบบเมื่อก่อน”
“เราไม่ได้เป็นอะไรกันนี่คะ”
“พาไปห้องพักเธอสิ แล้วฉันจะปล่อย” นี่เขาเห็นเธอเป็นเพียงที่ระบายอารมณ์หรือไงกัน
พอถึงห้องเขาทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้ได้ก็จับแขนเธอแล้วดึงมานั่งบนตักของเขา
“พลอย...กอดฉันหน่อยสิ เหมือนกับที่เธอเคยทำไง” ปรเมศวร์โอบรอบเอวของหญิงสาวเอาไว้ แล้ววพูดด้วยเสียงที่แหบพร่า
“ฉันไม่เคยลืมเธอได้เลย...พลอย” เธอหนีออกจากพันธการของเขาไม่ได้เลย เธอตัวแข็ง ไม่มีเรี่ยวแรง เขาจูบเธออีกครั้ง
“เธอคิดให้ดีนะ ตอนนี้เธอต้องการเงิน แม่เธอกำลังป่วย”
เหมือนเขาได้ใจที่เธอไม่ยอมขัดขืน เขาอุ้มเธอไปที่เตียง เมื่อเขาสบตากับเธอ เธอน้ำตาไหลเมื่อเขาพูดถึงเรื่องความจำเป็นของเธอ
“ให้ฉันไปส่งเธอที่บ้านนะ ฉันรู้ว่าแม่เธอป่วยและกำลังต้องการเงิน ฉันจะช่วยเธอเอง”
“คุณช่วยฉันโดยที่ฉันต้องแลกกับการนอนกับคุณงั้นเหรอคะ”
“อย่าพูดอย่างนั้นสิ ถ้าเธอไม่พร้อมฉันไม่บังคับเธอ เอาไว้ฉันหย่าเมื่อไร่ เราค่อยมาคุยกันก็ได้
Grrrrrrrr Grrrrrrrrrr…ยังไม่ทันที่พลอยนภัสจะเอ่ยอะไรออกมา โทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายก็ดังขึ้น หญิงสาวรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาดู ก่อนจะถอนใจออกมาเบาๆ เมื่อเป็นคนทางบ้านโทรเข้ามา
“ป้าพร มีอะไรเหรอจ๊ะ”
“แกรีบเอาเงินมาจ่ายค่าหมอนะห้าหมื่น”
“ตั้งห้าหมื่น! ทำไมมันเยอะจังล่ะป้า”
“แกก็หามาสิ หรือแกจะปล่อยให้แม่แกตาย”
“คราวที่แล้วหมอบอกค่าผ่าตัดแค่สามหมื่นเองนะคะ”
“ใช่...แต่แม่แกต้องมีค่ายา ซึ่งเป็นยานอกสำหรับคนป่วยมะเร็ง”
“เออ!!.ถ้าแกยังไม่มีก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวป้าจะไปยืมเสี่ยชัช”
“อย่าไปรบกวนเสี่ยชัชเลยค่ะป้า คราวที่แล้วเราก็ยืมไปเป็นแสน ยังใช้คืนเค้าไม่หมดเลยด้วย” พลอยนภัสรีบบอกปัดไม่ให้ป้าของเธอไปยุ่งอีก เพราะเสี่ยชัชเป็นคนไม่น่าไว้ใจ ก่อนหน้านี้เสี่ยชัชก็เคยยื่นข้อเสนอให้เธอเป็นเมียน้อยเขา แต่เธอก็ปฏิเสธ และรับปากจะหาเงินมาชดใช้ให้
“อย่าค่ะพี่เมศวร์... นี่มันระเบียง...” เสียงของพลอยนภัสสั่นพร่า แม้แต่เจ้าตัวยังไม่แน่ใจว่าเสียงประท้วงที่หลุดรอดริมฝีปากออกมานั้นเป็นความต้องการที่แท้จริงหรือเป็นเพียงการห้ามปรามตามสัญชาตญาณกันแน่ ลมทะเลที่พัดจัดอยู่เบื้องนอกกลับไม่ได้ช่วยให้ความร้อนระอุในกายที่กำลังถูกปลุกปั่นลดน้อยลงเลย“ไม่มีใครเห็นหรอกน่า...” ชายหนุ่มยังคงเอาแต่ใจตามประสานักรักผู้เชี่ยวชาญ เขาซุกใบหน้าลงกับผิวเนื้อนวลละเอียด ไต่นำร่องด้วยจุมพิตร้อนแรงไปตามลำคอระหง กลิ่นหอมกรุ่นจากผิวกายสาวผสานกับกลิ่นไอทะเลกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้ลุกโชน พลอยนภัสพยายามยกมือขึ้นผลักไสแผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามแข็งแกร่งนั้นออกอย่างอ่อนแรง ทว่าสัมผัสจากฝ่ามือหนาที่กำลังลูบไล้บีบเค้นช่วงเอวคอดกิ่วกลับทำให้เรี่ยวแรงของเธอละลายหายไปประดุจฟองคลื่น“ไม่เอาค่ะ... หยุดเถอะนะคะ พี่เมศวร์... เดี๋ยวก็มีคนแอบถ่ายไปลงโซเชียลกันพอดี” ถ้อยคำแกมขอร้องที่ปนเปมากับเสียงหอบสะท้านในตอนท้ายทำให้ปรเมศวร์ชะงักการกระทำลง เขาขบเม้มติ่งหูเธอเบาๆ เป็นการคาดโทษ ก่อนจะครางเสียงแหบพร่าในลำคอคล้ายคนเจ็บปวดนักที่ถูกขัดจังหวะกลางคัน“ต่อจากนี้... พี่จะไม
ดวงตะวันรำไรสีส้มแก่ค่อยๆ เคลื่อนคล้อยลงต่ำจนเกือบจะจมหายไปในผืนน้ำสีคราม เมื่อทุกคนขึ้นจากน้ำทะเลที่เริ่มเย็นจัด หนูนาหันกลับไปมองผืนน้ำกว้างด้วยสายตาครุ่นคิดฉงนสงสัย จนพลอยนภัสต้องเอ่ยทัก“มองอะไรเหรอคะหนูนา?”“ทำไมในทะเลไม่เห็นมีปลาซักตัวเลยล่ะคะ ไม่เหมือนในทีวีเลย” ปรเมศวร์ที่เดินตามมาหัวเราะจนเห็นฟันเรียงสวย“มีสิครับ แต่เขาอยู่ลึกๆ ไว้หนูนาโตกว่านี้อีกหน่อย ลุงจะพาไปดำน้ำดูปลาตัวเป็นๆ เลยนะ”“จริงนะค้า!” เด็กน้อยตาโตด้วยความตื่นเต้น“จริงซี” ปรเมศวร์รับคำพลางหิ้วถังของเล่น ปล่อยให้ห่วงยางอยู่ในมือพลอยนภัส ภาพของทั้งสามคนที่เดินจูงมือกันกลับที่พัก โดยมีเด็กน้อยเดินกึ่งกระโดดอยู่ตรงกลางกุมมือลุงเมศวร์และครูพลอยไว้คนละข้าง ดูไม่ต่างจากภาพครอบครัวพ่อแม่ลูกที่แสนอบอุ่นหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจอาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้า กลิ่นหอมสะอาดของสบู่และแชมพูอบอวลไปทั่วห้องพัก ปรเมศวร์ในชุดลำลองสวมสบายกึ่งนั่งกึ่งนอนเอนกายอยู่บนเตียงหนานุ่ม สายตาคมกริบที่มักจะดูเคร่งขรึมเสมอ บัดนี้กลับฉายแววอ่อนโยนขณะทอดมองภาพตรงหน้าพลอยนภัสกำลังใช้ไดร์เป่าผมให้หนูนาอย่างเบามือ เสียงไดร์ดังหึ่งๆ สลับกับเสียงหัว
ยิ่งเห็นอาการเขินอาย ปรเมศวร์ก็ยิ่งได้ใจ เขาเริ่มแกล้งหยิบชุดที่ทวีความเซ็กซี่ขึ้นเรื่อยๆ ทั้งชุดบิกินี่ตัวจิ๋วหรือวันพีซแหวกหลังลึก จนในที่สุดพลอยนภัสก็ทนไม่ไหว แจกค้อนวงโตให้เขาไปหนึ่งทีใหญ่ๆ“พี่เมศวร์! เลือกดีๆ สิคะ ชุดพวกนั้นพลอยใส่ไม่ได้หรอกค่ะ!”ชายหนุ่มหัวเราะเสียงต่ำในลำคออย่างมีความสุข แววตาที่เขาทอดมองหญิงสาวในเวลานี้เต็มไปด้วยความอ่อนโยนลึกซึ้งที่ซ่อนไว้ไม่มิด ปรเมศวร์เองก็แปลกใจตัวเองอยู่ไม่น้อย ตั้งแต่เกิดมาเป็นตัวเป็นตน นอกจากมารดาแล้ว เขาไม่เคยเสียเวลาเลือกซื้อเสื้อผ้าหรือใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยให้ผู้หญิงคนไหนเลย แม้แต่อดีตภรรยาอย่างนิรนาทที่เขาก็ปล่อยให้เธอจัดการเองทุกอย่างแต่กับพลอยนภัส... เขากลับรู้สึกอยากเอาอกเอาใจ อยากเห็นเธอสวมชุดสวยๆ ที่เขาตั้งใจเลือกให้ด้วยมือตัวเอง ความรู้สึกปกป้องและทะนุถนอมมันเอ่อล้นจนชัดเจนขึ้นทุกทีว่า... เขาไม่ได้มองเธอเป็นเพียงแค่ครูของหลานสาวอีกต่อไป แต่เขาปรารถนาให้เธอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่เข้ามาเติมเต็มครอบครัวของเขาให้สมบูรณ์อย่างแท้จริงปรเมศวร์ค้นพบความจริงอย่างหนึ่งว่า การเลือกซื้อเสื้อผ้ากับผู้หญิง
บรรยากาศภายในบ้านของปรเมศวร์คึกคักและเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาตั้งแต่เช้าตรู่ แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าที่สาดส่องผ่านผ้าม่านลูกไม้เข้ามา ดูเหมือนจะสดใสกว่าทุกวันที่ผ่านมา กิจกรรมการเรียนการสอนที่เคยเคร่งครัดถูกพับเก็บไว้ชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้กับทริปท่องเที่ยวทะเลหัวหินที่ทุกคนเฝ้ารอคอยหลังจากส่งปรเมศวร์ออกไปทำงาน หนูนา ตัวน้อยที่อยู่ในชุดลำลองพร้อมลุย ก็รีบจูงแขนพลอยนภัสขึ้นมาขลุกอยู่ในห้องนอนทันที กระเป๋าเดินทางใบเล็กสีหวานถูกเปิดกางหราอยู่บนเตียงกว้าง โดยมีเจ้าของกระเป๋ายืนวุ่นวายอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าไม้แกะสลักกับพี่เลี้ยง เพื่อเลือกสรรอาภรณ์ชิ้นที่สวยที่สุดสำหรับการเดินทางครั้งสำคัญนี้“เอาชุดนั้นด้วยค่า! สีชมพูๆ ที่มีโบว์ใหญ่ๆ” นิ้วเล็กป้อมชี้ไปยังชุดกระโปรงตัวเก่งที่แขวนอยู่ใกล้มือพี่เลี้ยง แววตาของเด็กน้อยเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้น“แหม... ชุดนี้น่ารักเชียวค่ะหนูนา ไว้ใส่เดินเล่นบนชายหาดคู่กับคุณครูพลอยน่าจะเหมาะที่สุดเลยนะคะ” พี่เลี้ยงเอ่ยแซวพลางคลี่ชุดออกโชว์“เอาด้วย! เอาด้วย! หนูนาจะใส่คู่กับครูพลอย”พลอยนภัสยืนกอดอกยิ้มละไมมองดูภาพนั้นด้วยความเอ็นดูลึกๆ ในหัวใจ ความสดใสของ
เสียงไซเรนของรถตำรวจดังกึกก้องไปทั่วบริเวณบ้านพักตากอากาศ แรงกระแทกจากการพังประตูจู่โจมทำให้นิรนาทที่กำลังขวัญผวาถึงกับสะดุ้งสุดตัว ทันทีที่เจ้าหน้าที่บุกเข้ามาถึงห้องกักขัง ภาพที่ปรากฏต่อสายตาคือหญิงสาวที่นอนคุดคู้อยู่บนเตียงด้วยสภาพที่บอบช้ำอย่างหนัก เสื้อผ้าหลุดลุ่ยและตามผิวกายขาวนวลเต็มไปด้วยรอยจ้ำแดงจากการถูกตีตราจองอย่างป่าเถื่อนนิรนาทถูกช่วยเหลือออกมาจากขุมนรกของเสี่ยมงคลในสภาพกึ่งมีสติ แววตาที่เคยถือดีบัดนี้เลื่อนลอยและเต็มไปด้วยความหวาดระแวง เธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนเพื่อตรวจร่างกายและเฝ้าระวังอาการช็อกที่อาจเกิดขึ้นจากความเครียดสะสมการประชุมเครียดของปรเมศวร์สิ้นสุดลงในช่วงเวลาใกล้เลิกงาน ทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้องประชุม เขาก็ได้รับสายจากนายตำรวจเพื่อนสนิท“เมศวร์... เราช่วยนิรนาทออกมาได้แล้วนะ ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้วก็กำลังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล”ปรเมศวร์ยืนกำโทรศัพท์แน่น ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนอยู่ในอก เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมามองอยู่นานเพื่อจะโทรแจ้งคุณหญิงนาถลดา แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเพราะคิดว่าตำรวจคงจัดการแล้ว สุดท้ายเยื่อใยจางๆ ในฐานะอดีตคนเคยรักก็ทำให้เขาเ
เสี่ยมงคลไม่รอช้า เขากระชากอาภรณ์ของตนทิ้งจนหมดสิ้น เผยร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็นจางๆ จากอดีตที่หล่อหลอมให้เขากลายเป็นเจ้าพ่อผู้โหดเหี้ยม เขาตามลงไปทาบทับร่างเล็กที่นอนหอบสะท้าน ก่อนจะโน้มกายลงไปฝังจมูกสูดดมกลิ่นอายสาวจากกลีบกุหลาบที่บอบช้ำจากการผ่านศึกหนักมาอย่างโชกโชนมงคลใช้ลิ้นร้อนละเลียดชิมน้ำหวานที่รินไหลออกมาจนชุ่มโชก ปลายลิ้นที่ช่ำชองสอดแทรกเข้าไปทักทายภายในโพรงเนื้อนุ่มที่เริ่มผลิบานสั่นระริกตามจังหวะการปรนเปรอที่ดุดัน มือข้างหนึ่งขยับไปบี้เค้นเกสรน้อยที่แข็งชันจนมันชูชันขานรับสัมผัสอย่างเร่าร้อน“อ๊ะๆๆ อื้อออ... พอแล้ว! อย่าพอ ฮื้อๆๆ!” นิรนาทเม้มปากแน่น พยายามกลั้นเสียงครางที่น่าอับยศสุดกำลัง ร่างกายบิดเร่าส่ายหน้าไปมาด้วยความทรมานจากการขัดแย้งระหว่างศีลธรรมที่ยังหลงเหลือกับความต้องการที่พุ่งสูงจนแทบคลั่ง ยามที่ปลายลิ้นของมงคลตวัดรัวเร็วอยู่บนจุดอ่อนไหวที่สุด“เธอยั่วฉันเองนะมิ้น... ตอนนี้จะมาร้องไห้ทำไม ในเมื่อเธอเป็นคนบอกให้ฉันทำเอง ชั้นในเธอก็ถอดเองกะมือ” มงคลเงยหน้าขึ้นจากร่องรักพลางกระซิบเสียงพร่าชิดผิวเนื้อนุ่มที่เปียกชื้น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหิ







