LOGIN“ภูผาจะสารภาพกับแม่มาตามตรงว่าทำอะไรผิดไว้หรือจะให้แม่เป็นคนพูดเอง” คุณภัทราพูดกับลูกชายเสียงแข็ง
“ผมไม่ได้ทำอะไรผิดไว้นะครับแม่ ผมเข้ามาทำงานที่นี่ทุกอย่างก็เรียบร้อยดี ออเดอร์ไม่ตกหล่น การคุยกับบริษัทที่จีนก็โอเคไม่มีปัญหาอะไร สินค้าทุกอย่างก็ส่งลูกค้าตรงตามเวลาครับแม่” เขาพูดยืดยาวและหวังว่ามารดาคงจะไม่รู้เรื่องที่ตนเองแอบย้ายพนักงานแผนกบัญชีให้ไปทำงานที่คลังสินค้า
“เก่งมากลูกชายแม่ เข้ามาทำงานแทนแม่ได้ไม่กี่วันก็บริหารงานได้ดีแบบนี้แม่คงวางใจให้ภูผารับผิดชอบบริษัทของแม่อย่างเต็มตัวแล้วสินะ”
“แม่ครับผมแค่มาช่วยงานแม่เองนะทำไมแม่พูดเหมือนจะไม่ทำบริษัทนี้แล้วล่ะ”
“แม่ก็อยากหาเวลาพักผ่อนบ้าง แม่เห็นภูผาเข้าใจงานของแม่แบบนี้ก็ค่อยสบายใจหน่อย นอกจากเรื่องงานแล้วมีเรื่องอื่นอีกไหมเรื่องพนักงานน่ะมีปัญหาอะไรหรือเปล่าเข้ากับคนอื่นได้ดีไหม” คุณภัทราเกริ่นนำก่อนที่จะเข้าเรื่องที่เธอเพิ่งรู้มาเมื่อครู่
“คุณพรทิพย์ดูแลผมอย่างดี เลขาของแม่นี้เก่งมาก”
“ถ้าแม่วางมือแล้วแม่ก็จะให้คุณพรทิพย์ทำงานกับลูกนะหรือภูผาอยากจะหาเลขามาเองล่ะ”
“ไม่หรอกครับแม่คุณพรทิพย์ทำงานดีแบบนี้ผมจะหาคนอื่นมาทำไม แม่ล่ะครับเป็นยังไงบ้างไปเที่ยวกับเพื่อนมาสนุกไหม”
“สนุกจ้ะแต่ก็แอบอิจฉาเพื่อน”
“อิจฉาอะไรครับแม่”
“ก็เพื่อนของแม่พูดกันถึงแต่เรื่องหลานน่ะสิ มีแม่คนเดียวที่ยังไม่มีหลานให้อุ้ม”
“แม่ครับผมเพิ่งอายุ 29 เองนะจะรีบให้ผมแต่งงานมีหลานแล้วเหรอ”
“ก็ลูกของเพื่อนแม่บางคนอายุ 25 เขาก็มีลูกกันแล้วนะ ภูผาล่ะลูกเมื่อไหร่จะเจอคนที่ใช่สักที”
“ผมยังไม่อยากคิดเรื่องนั้นเลยครับแม่ ผมยังสนุกกับการทำงานแล้ว” เขารีบปฏิเสธมารดาแต่ก็มีแวบหนึ่งที่ใบหน้าของเด็กชายภูตะวันโผล่เข้ามาในความคิด
“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจเรื่องนี้แม่จะไม่ยุ่งกับภูผา แม่อยากให้ลูกเลือกเองเพราะความรักมันเป็นเรื่องของคนสองคน” คุณภัทราพูดอย่างเข้าใจเพราะเธอกับสามีแต่งงานเพราะผู้ใหญ่แต่ก็ไม่สามารถทนอยู่กันได้
“ขอบคุณครับแม่” ภูผาดีใจที่มารดาจะไม่เข้ามายุ่งเรื่องนี้แต่เขาไม่รู้เลยว่าคนที่เข้ามายุ่งจะเป็นบิดาของเขาเหมือนในอดีต
“แล้วพ่อเขาว่ายังไงบ้างเรื่องที่แม่ให้ลูกมาช่วยงานแม่ที่นี่” เธอรู้ว่าการให้ภูผามาทำงานที่นี่อดีตสามีคงไม่ชอบเท่าไหร่
“ก็ไม่ได้ว่าอะไรครับ บริษัทนั้นนอกจากพ่อแล้วก็ยังมีผู้ผู้บริหารท่านอื่นทำอยู่ด้วยขาดผมสักคนก็คงไม่เป็นอะไร”
“งั้นก็ดีแล้วล่ะ ตอนนี้แม่มีเรื่องจะถามภูผาสักหน่อย”
“ถามอะไรครับแม่”
“แม่ได้ข่าวว่าภูผาสั่งย้ายพนักงานบัญชีไปทำงานที่คลังสินค้าเหรอลูก”
“นี่เธอเอาเรื่องนี้มาฟ้องแม่เหรอครับเด็กชะมัด” เขาบ่นอย่างไม่พอใจเพราะไม่คิดว่าพลอยนัชชาจะกล้าเอาเรื่องนี้มาฟ้องประธานบริษัท
“ทำไมถึงไปว่าเธอแบบนั้นล่ะ แม่ถามหน่อยนะว่าทำไมถึงย้ายเธอไปทำงานที่แผนกนั้นล่ะ เธอเรียนจบบัญชีและทำงานในแผนกของเธอได้ดีมาก”
“ผมก็แค่เห็นว่าคนเช็กสต๊อกที่คลั่งสินค้าไม่และเห็นว่าเธอทำงานแผนกบัญชีก็น่าจะมีความละเอียดรอบคอบก็เลยให้ไปช่วยงานที่นั่น”
“แน่ใจนะว่าเพราะเหตุผลนี้จริง ๆ ไม่ใช่ว่าจะแกล้งเธอ”
“แม่ครับผมเพิ่งมาทำงานที่นี่ได้ไม่กี่วันไม่รู้จักเธอสักหน่อยผมจะไปแกล้งเธอทำไม”
“แม่จะไปถามเซ้าซี้แต่แม่จะย้ายเธอกลับมาที่แผนกบัญชีอย่างเดิมนะ ส่วนพนักงานที่ไม่พอภูผาก็ไปบอกฝ่ายบุคคลเอง เขาจะได้ประกาศรับสมัคร ไม่ใช่มาดึงคนของแม่ไปแบบนี้”
“ก็ได้ครับแม่ ว่าแต่แม่รู้เรื่องนี้ได้ยังไงครับใครเอาเรื่องนี้ไปบอกแม่ คุณพรทิพย์หรือเปล่า”
“อย่าโทษคนอื่นอะไรที่ยิ่งปิดมันก็จะยิ่งโผล่”
“แม่โกรธผมไหมครับที่ผมทำแบบนี้”
“แม่ไม่โกรธหรอกคนที่จะโกรธน่าจะเป็นหนูนัชชามากกว่า”
“เธอเป็นแค่พนักงานจะมาโกรธรองประธานอย่างผมได้ยังไง” ตอนนี้เขากำลังโกรธที่เธอทำให้เขาถูกมารดาตำหนิและคิดว่าถ้ามีโอกาสจะต้องหาทางเอาคืน
“พนักงานก็คนเหมือนกันนะภูผา ไปแกล้งเขาแบบนั้นเขาฟ้องกรมแรงงานขึ้นมาจะทำยังไง”
“แม่ครับก็แค่ให้ไปช่วยงานที่คลังนิดเดียวเองผมคิดว่าพอใกล้สิ้นเดือนก็จะให้เธอกลับมาทำที่แผนกบัญชีอย่างเดิมนั่นแหละ ไม่ได้ย้ายไปตลอดสักหน่อย” ภูผารีบอธิบายพลางคิดในใจว่าเรื่องนี้คนที่ฟ้องมารดาน่าจะเป็นพลอยนัชชาแน่ ๆ
“ครั้งนี้ถือว่าภูผาทำไปเพราะหวังดีกับบริษัท แล้วไม่ต้องคิดแก้แค้นหรือไปต่อว่าเธอนะเพราะเรื่องนี้เธอไม่ใช่เป็นคนมาฟ้องแม่ แต่แม่รู้ของแม่เอง” คุณภัทราดักทางลูกชายอย่างรู้ทัน
“ผมไม่มีทางทำแบบนั้นหรอกครับ” ภูผารับปากมารดาแต่เขาจะต้องหาทางเอาคืนพลอยนัชชาเรื่องนี้ให้ได้
.....
หลังเลิกงานวันนี้ภูผาก็รีบขับรถไปที่โรงพยาบาลแล้วขึ้นไปหาหมอนุกูลที่ห้องด้วยความร้อนใจ
“อ้าว....มาได้ยังไงไหนว่าเย็นนี้นัดกินเหล้ากัน”
“เปลี่ยนใจแล้วก็เลยจะมาให้นายเก็บตัวอย่างเลย”
“ใจร้อนเหมือนกันนะ เก็บตัวอย่างเสร็จแล้วจะไปไหนต่อล่ะ”
“ว่าจะไปเยี่ยมภูตะวันสักหน่อย”
“จะไปเยี่ยมเขาในฐานะอะไร”
“ก็ในฐานะเจ้านายของนัชชาไงล่ะ” ภูผาหัวเราะก่อนจะอ้าปากกว้างให้หมอนุกูลเก็บตัวอย่างจากกระพุ้งแก้ม
“ไปเยี่ยมตอนนี้เลยเหรอ”
“ก็ใช่น่ะ เสร็จแล้วใช่ไหม”
“อือ เสร็จแล้วแต่นายไม่กลัวเจอน้าสาวของเธอหรือไง”
“เจอแล้วจะยังไง”
“ก็ถ้าน้าสาวของเธอรู้ว่าเธอไปทำงานที่บริษัทของนายแล้วน้าของเธอจะยอมไหม”
“นั่นสิฉันลืมคิดเรื่องนี้ไป ตอนที่ฉันคบกับนัชชาฉันกับน้านีก็สนิทสนมกันมาก แต่ที่จริงทำไมฉันจะต้องกลัวการเจอหน้านี้ด้วยล่ะ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดนะนัชชาเป็นคนบอกเลิกฉันเอง”
“ฉันรู้ว่านัชชาเป็นคนบอกเลิกเองแต่น้านีคงไม่สบายใจหรอกถ้ารู้ว่าหลานสาวตัวเองมาทำงานที่บริษัทของแฟนเก่า แล้วเรื่องของตะวันก็ยังคาราคาซังอยู่ถ้าเกิดน้าของเธอไหวตัวทันยกเลิกการตรวจดีเอ็นเอแล้วพาน้องตะวันหนีไปอยู่ที่อื่นคิดว่านายจะทำยังไงล่ะ”
“นายพูดเหมือนกับมั่นใจว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกชายของฉัน”
“วันนี้ฉันเข้าไปในห้องนั้น ฉันเห็นหน้าของน้องตะวันแล้วเหมือนกับรูปถ่ายของนายตอนเด็ก ๆ มากเลยนะ เลือดก็กรุ๊ปเดียวกันทีนี้ก็รอแค่ผลดีเอ็นเอ”
“แล้วนายคิดว่าโอกาสเป็นไปได้สูงไหม”
“ฉันคิดว่าโอกาสสูงเลยนะ ดูจากวันที่คลอดแล้วช่วงนั้นนัชชาน่าจะยังคบกับนายอยู่นะ” นุกูลอธิบายไปตามที่เขาดูประวัติของเด็กชายภูตะวันมา
“แต่ตอนนั้นเธอบอกฉันเองว่าเธอคบกับไอ้หนุ่มวิศวะคนนั้นด้วย ฉันก็เลยไม่แน่ใจ”
“เท่าที่ฉันรู้จักนัชชามาเธอไม่น่าจะทำแบบนั้นน่ะ”
“แต่เธอเป็นคนบอกฉันเองว่าเธอเลือกไอ้หนุ่มคนนั้นแทนที่จะเป็นฉันหรือว่ามีเหตุผลอะไรทำให้เธอถึงเลิกกับฉันนายนึกออกไหม” เขาถามความเห็นเพราะตนเองนึกไม่ออกเลยว่าจะมีเหตุผลอะไรที่พลอยนัชชาจะบอกเลิกนอกเสียจากว่าเธอมีคนอื่น
“ฉันเองก็ไม่รู้แต่เรื่องมันผ่านไปแล้วเราอย่าคิดให้มันปวดหัวเลยนะ”
“ฉันจะพยายามไม่คิดแต่ระหว่างรอผลออกฉันก็คงเครียดน่าดู”
“อย่าเครียดไปเลยน่าความจริงยังไงก็คือความจริง ถ้านายจะไปเยี่ยมน้องตะวันเดี๋ยวฉันจะถามพยาบาลให้ว่าน้าสาวของนัชชากลับหรือยัง”
“ขอบใจนะ”
คำถามของนลินีทำให้พลอยนัชชาเริ่มวางแผนว่าจะทำยังไงต่อกับชีวิตตนเองและลูกในท้อง“ท้องของนัชชาคงจะโตมากตอนเปิดเรียนปีสาม ถ้าสอบเสร็จนัชชาจะไปดร็อปเรียนก่อนค่ะ คลอดแล้วก็ค่อยกลับไปเรียนใหม่”“หนูตัดสินใจดีแล้วใช่ไหมว่าจะเลี้ยงลูกคนเดียว”“ค่ะแต่ค่าใช้จ่ายอาจจะเยอะปิดเทอมนี้ท้องยังไม่โตมากนัชชาคงต้องหางานพิเศษทำค่ะ”“อย่าออกไปทำงานที่อื่นเลยช่วยน้าทำบัญชีดีกว่าน้าจะรับงานจากเพื่อนรุ่นพี่ของน้ามาให้ นัชชาจะได้ทำงานที่บ้าน”“น้าว่าเงินที่เรามีอยู่มันจะพอไหมคะ” หญิงสาวหมายถึงเงินที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้“ถ้าเราใช้จ่ายอย่างประหยัดก็น่าจะพอจ้ะ”“นัชชาเป็นหลานสาวที่ไม่ดีเลยใช่ไหมคะที่สร้างแต่ปัญหาให้น้า”“อย่าคิดแบบนั้นสินัชชาปัญหามันเกิดแล้วต้องช่วยกันแก้ไขไม่ใช่เอาแต่โทษตัวเอง เด็กที่อยู่ในท้องของนัชชาก็หลานสาวของน้าเหมือนกันนะน้าจะช่วยนัชชาเลี้ยงลูกเอง”เมื่อถ้าสาวพูดแบบนี้หญิงสาวก็รู้สึกเบาใจขึ้นแต่ในใจเธอจะไม่ยอมให้ถูกเอาเปรียบอยู่ฝ่ายเดียว ถึงแม้เธอจะต้องเลี้ยงลูกตามลำพังแต่ภูผาก็จะต้องมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องนี้ เธอจะไม่ยอมให้ลูกที่เกิดมาต้องล่ำบาก.....หญิงสาวทำตัวเป็นปกติจนกระทั่งเย็นวัน
นลินีรู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ยุติธรรมสำหรับหลานสาวของเธอเลยที่ต้องมาเป็นทุกข์อยู่แค่ฝ่ายเดียว“ช่างเถอะค่ะนัชชาได้คุยกับน้าแล้วก็สบายใจขึ้นมากค่ะ”“แล้วหนูคิดจะบอกพี่เขาตอนไหนล่ะ”“ว่าจะรอให้สอบเสร็จก่อนค่ะ”“นัชชาจ๊ะน้ารู้ว่าหนูรักเขามากน้าอยากให้หนูตัดสินใจเรื่องนี้ให้ดีและไม่ต้องห่วงเรื่องงานของน้าหรอกนะ พรุ่งนี้น้าจะไปยื่นหนังสือลาออกและไปทำงานที่บริษัทบัญชีของรุ่นพี่ที่รู้จักกัน”“น้านีคะ นัชชาขอโทษที่ทำให้น้าต้องลำบาก”“อันที่จริงน้าก็คิดเรื่องลาออกแล้วมาทำงานที่บริษัทของรุ่นพี่แต่ยังลังเลอยู่พอมาเจอเรื่องนี้น้าก็เลยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น”“แล้วเงินเดือนจะได้เท่าเดิมไหมคะน้านี”“เงินเดือนคงไม่เท่าเดิมแต่จะได้เปอร์เซ็นต์จ้ะ นัชชาไม่ต้องเครียดเรื่องของน้านะ ใกล้สอบแล้วตั้งใจเรียนดีกว่านะตกลงไหม”“ก็ได้ค่ะน้านี”.....พลอยนัชชากลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองจากนั้นก็อ่านหนังสือแต่ก็ไม่มีสมาธิเท่าไหร่จนเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น“ว่าไงคะพี่ภู อ่านหนังสือไปถึงไหนแล้ว” หญิงสาวทักทายด้วยเสียงสดใส“ไม่มีสมาธิอ่านหนังสือเลย คิดถึงนัชชาจังก่อนสอบเราเจอกันหน่อยดีไหมครับ” ปลายสายส่งเสียงอ้อนเพราะเขาไม่ไ
คุณอารีรัตน์เสนอเงินมากถึงห้าล้านเพื่อให้หญิงสาวยอมไปจากลูกเลี้ยงของเธอ เงินจำนวนนี้มันมากพอให้หญิงสาวใช้ชีวิตได้อย่างสบายและที่เธอยอมให้เงินมากขนาดนั้นก็เพราะเธอหวังจะได้มากกว่าถ้าหากคนที่ภูผาจะแต่งงานด้วยเป็นคนที่เธอเตรียมไว้“คืออะไรคะ”“น้าจะให้เงินเธอห้าล้านแต่เธอต้องทำให้ภูผายอมไปเรียนนะ”“น้าจ้างให้นัชชาเลิกกับพี่ภูใช่ไหม”“ว่าอย่างนั้นก็ได้เงินนี้มันมากพอที่เธอจะปล่อยมือจากเขา”“ถึงบ้านนัชชาจะไม่ได้รวย แต่นัชชาก็ไม่ได้เป็นคนเห็นแก่เงินนะคะ” หญิงสาวปฏิเสธเพราะทุกวันนี้เธอก็ไม่ได้ลำบากอะไรเงินที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้ก่อนท่านจากไปก็มากให้เธอเรียนจนจบ“จะไม่คิดดูหน่อยเหรอ”“ไม่ค่ะ ถ้าน้าไม่มีอะไรพูดกับนัชชาแล้วนัชชาขอตัวกลับก่อนนะคะ”“นัชชาน้าของหนูทำงานฝ่ายบัญชีที่บริษัทคุณไพศาลใช่ไหม ถ้ามีข่าวว่าฝ่ายบัญชียักยอกเงินบริษัทแล้วอนาคตการทำงานของน้าเธอก็คงจบลงและคงไม่มีบริษัทไหนรับเข้าทำงาน” เมื่อพูดกันดี ๆ แล้วหญิงสาวไม่ให้ความร่วมมือเธอเลยเขาเรื่องของน้าสาวมาขู่เพราะรู้ดีว่าพลอยนัชชามีญาติเพียงคนเดียว“น้านีไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้นะคะ” หญิงสาวรีบร้องห้ามเพราะกลัวว่าน้าสาวของตัวเองจะลำบา
เพราะปกติแล้วพลอยนัชชาจะเป็นคนตื่นเช้าอยู่เสมอเช้านี้ก็ไม่ต่างจากวันอื่นถึงแม้จะเมามากและแทบจะไม่ได้นอนพักแต่หญิงสาวก็ลืมตาตื่นในเวลา 6 โมงเช้า เธอมองไปรอบ ๆ ห้องแล้วนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาแม้จะจำรายละเอียดได้ไม่หมดว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างแต่ความรู้สึกก็ชัดเจนพลอยนัชชาหันไปมองคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ แล้วก็รู้สึกเสียใจที่ยอมให้อารมณ์และความรู้สึกเข้ามามีอิทธิพลเหนือความจริงที่เจ็บปวด เธออยากจะลุกจากตรงนี้และออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดแต่ร่างกายกับไม่มีแรง หญิงสาวมองนาฬิกาและเห็นว่ามันยังเช้าอยู่จึงหลับตาลงและนอนต่อเพราะความเหนื่อยล้าเธอรู้สึกตัวตื่นอีกครั้ง หลังจากผ่านไปอีกเกือบ 3 ชั่วโมง“9 โมงแล้วเหรอ” เธอพูดกับตัวเองแล้วรีบดันตัวลุกขึ้น ตอนนี้ภูผาไม่ได้นอนอยู่ข้างกายเธอแล้วหญิงสาวถอนหายใจก่อนจะหยิบชุดที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมแล้วเดินออกมาจากห้อง“ตื่นแล้วเหรอ” ภูผาที่กำลังเทเขาต้มใส่ชามถามขึ้นจนคนที่กำลังแอบย่องออกมาจากห้องสะดุ้งสุดตัว“ท่านรอง”“ท่านรองเหรอ เมื่อคืนไม่ได้เรียกแบบนี้”“ก็เมื่อคืนฉันเมา” เธอก้มหน้าตอบเพราะไม่กล้าจะมองหน้าเขาหลังจากที่เมื่อคืนเผลอปล่อยกายปล
ความสุขแบบนี้เป็นความสุขที่ภูผาโหยหาและคิดถึงมาตลอด ที่ผ่านมาเขามีผู้หญิงอีกหลายคนแต่ก็คบกันไม่รอดเพราะในใจของชายหนุ่มยังคงมีพลอยนัชชาแม้ว่าจะผ่านมานานหลายปีแต่ความรู้สึกที่เขามีให้กับเธอก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงแล้วในเมื่อวันนี้มีโอกาสได้ทำแบบเดิมอีกครั้งเขาก็จะตักตวงความสุขให้ได้มากที่สุดเพื่อให้สมกับวันเวลาที่เขาคิดถึงหญิงสาวมาตลอดหญิงสาวขยับสะโพกไปตามอารมณ์ ท่อนเอ็นร้อนที่เสยเข้าหาประสานกับร่องรักคับแน่นอย่างลงตัว ภูผารู้ว่าหญิงสาวอยู่ในอารมณ์แบบไหน เขาสวนสะโพกเข้าหาเธออย่างไม่ยั้ง เสียงเนื้อกระทบดังก้องไปทั้งห้องแล้วความสุขความเสียวซ่านก็เดินทางมาถึงขีดสุด สัญชาตญาณดิบส่งให้ทั้งคู่ถาโถมเข้าหากันเร็วขึ้น แรงบีบรัดในกายและแรงจากการเสียดสีทำให้ความร้อนในกายของทั้งสองคนแผดเผาจนแทบหลอมละลายภูผาจับสะโพกเธอไว้แน่นก่อนจะตอกอัดท่อนเอ็นเสยขึ้นอย่างไม่ยั้งทำเอาพลอยนัชชาขาสั่นจนทรงตัวแทบไม่อยู่ความเสียวซ่านพุ่งสูงสุดขึ้นเสียงครางหวานดังไปทั่วห้องพลอยนัชชาร่อนสะโพกอย่างเร่าร้อน ภูผาโน้มลำตัวเธอลงมาให้หน้าอกอวบอิ่มพอดีกับริมฝีปากร้อนแล้วดูดดึงอย่างหิวกระหายส่งผ่านความเสียวซ่านให้คนที่โยกอยู่ทา
ความรู้สึกแบบนี้หญิงสาวจำได้ดีว่าภูผาเคยมอบให้เธอเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นมันเต็มไปด้วยความรักที่มีให้แก่กันอย่างท่วมท้นแต่วันนี้เธอรู้ว่าทุกอย่างเกิดจากอารมณ์เปลี่ยวเหงาพลอยนัชชาสัญญากับตัวเองไว้ว่าชีวิตนี้เธอจะไม่นอนกับผู้ชายคนไหนหรือคบกับใครอีกเพราะไม่อยากให้ลูกชายมีปัญหาแต่ในเมื่อเขาคือภูผา หญิงสาวจึงปล่อยกายไปกับเขาอย่างเต็มที่ร่างกายของเธอมันตอบสนองทุกอย่างไปตามอารมณ์ความรู้สึกและสัญชาตญาณที่ไม่อาจหักห้ามได้เลย“อ่า....สวยมากนัชชาของพี่สวยไม่เปลี่ยนเลย”เสียบแหบพร่าพูดออกมาจากความรู้สึก เขาไล้ปลายนิ้วโป้งไปบนกลีบกุหลาบที่ปิดสนิท ความรู้สึกไม่ต่างจากครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน ความเป็นหญิงของพลอยนัชชาสวยงามอย่างไม่มีที่ติแม้เธอจะมีลูกแล้วแต่ภาพที่เห็นกลับทำให้อารมณ์ของเขาลุกโชนอย่างง่ายดายภูผาทำให้พลอยนัชชาสั่นท้านไปทั้งตัว ปลายลิ้นกดนวดเป็นวงกลมบนเกสรเสียว ปลุกเร้าจนหญิงสาวต้องแอ่นสะโพกเข้าหาอย่างห้ามไม่อยู่ ยิ่งเขาลากลิ้นแทรกกลางกลีบกุหลาบเธอก็ยกสะโพกสูง เพื่อให้เขาดูดกินน้ำหวานได้อย่างเต็มที่“อื้ม....อ๊ะ!....”“หวานเหมือนเดิมเลยนัชชา”“พี่ภูอื้อ....”เสียงหวานครางเรียกชื่อคนรักไม







