เข้าสู่ระบบ“ภูผาจะสารภาพกับแม่มาตามตรงว่าทำอะไรผิดไว้หรือจะให้แม่เป็นคนพูดเอง” คุณภัทราพูดกับลูกชายเสียงแข็ง
“ผมไม่ได้ทำอะไรผิดไว้นะครับแม่ ผมเข้ามาทำงานที่นี่ทุกอย่างก็เรียบร้อยดี ออเดอร์ไม่ตกหล่น การคุยกับบริษัทที่จีนก็โอเคไม่มีปัญหาอะไร สินค้าทุกอย่างก็ส่งลูกค้าตรงตามเวลาครับแม่” เขาพูดยืดยาวและหวังว่ามารดาคงจะไม่รู้เรื่องที่ตนเองแอบย้ายพนักงานแผนกบัญชีให้ไปทำงานที่คลังสินค้า
“เก่งมากลูกชายแม่ เข้ามาทำงานแทนแม่ได้ไม่กี่วันก็บริหารงานได้ดีแบบนี้แม่คงวางใจให้ภูผารับผิดชอบบริษัทของแม่อย่างเต็มตัวแล้วสินะ”
“แม่ครับผมแค่มาช่วยงานแม่เองนะทำไมแม่พูดเหมือนจะไม่ทำบริษัทนี้แล้วล่ะ”
“แม่ก็อยากหาเวลาพักผ่อนบ้าง แม่เห็นภูผาเข้าใจงานของแม่แบบนี้ก็ค่อยสบายใจหน่อย นอกจากเรื่องงานแล้วมีเรื่องอื่นอีกไหมเรื่องพนักงานน่ะมีปัญหาอะไรหรือเปล่าเข้ากับคนอื่นได้ดีไหม” คุณภัทราเกริ่นนำก่อนที่จะเข้าเรื่องที่เธอเพิ่งรู้มาเมื่อครู่
“คุณพรทิพย์ดูแลผมอย่างดี เลขาของแม่นี้เก่งมาก”
“ถ้าแม่วางมือแล้วแม่ก็จะให้คุณพรทิพย์ทำงานกับลูกนะหรือภูผาอยากจะหาเลขามาเองล่ะ”
“ไม่หรอกครับแม่คุณพรทิพย์ทำงานดีแบบนี้ผมจะหาคนอื่นมาทำไม แม่ล่ะครับเป็นยังไงบ้างไปเที่ยวกับเพื่อนมาสนุกไหม”
“สนุกจ้ะแต่ก็แอบอิจฉาเพื่อน”
“อิจฉาอะไรครับแม่”
“ก็เพื่อนของแม่พูดกันถึงแต่เรื่องหลานน่ะสิ มีแม่คนเดียวที่ยังไม่มีหลานให้อุ้ม”
“แม่ครับผมเพิ่งอายุ 29 เองนะจะรีบให้ผมแต่งงานมีหลานแล้วเหรอ”
“ก็ลูกของเพื่อนแม่บางคนอายุ 25 เขาก็มีลูกกันแล้วนะ ภูผาล่ะลูกเมื่อไหร่จะเจอคนที่ใช่สักที”
“ผมยังไม่อยากคิดเรื่องนั้นเลยครับแม่ ผมยังสนุกกับการทำงานแล้ว” เขารีบปฏิเสธมารดาแต่ก็มีแวบหนึ่งที่ใบหน้าของเด็กชายภูตะวันโผล่เข้ามาในความคิด
“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจเรื่องนี้แม่จะไม่ยุ่งกับภูผา แม่อยากให้ลูกเลือกเองเพราะความรักมันเป็นเรื่องของคนสองคน” คุณภัทราพูดอย่างเข้าใจเพราะเธอกับสามีแต่งงานเพราะผู้ใหญ่แต่ก็ไม่สามารถทนอยู่กันได้
“ขอบคุณครับแม่” ภูผาดีใจที่มารดาจะไม่เข้ามายุ่งเรื่องนี้แต่เขาไม่รู้เลยว่าคนที่เข้ามายุ่งจะเป็นบิดาของเขาเหมือนในอดีต
“แล้วพ่อเขาว่ายังไงบ้างเรื่องที่แม่ให้ลูกมาช่วยงานแม่ที่นี่” เธอรู้ว่าการให้ภูผามาทำงานที่นี่อดีตสามีคงไม่ชอบเท่าไหร่
“ก็ไม่ได้ว่าอะไรครับ บริษัทนั้นนอกจากพ่อแล้วก็ยังมีผู้ผู้บริหารท่านอื่นทำอยู่ด้วยขาดผมสักคนก็คงไม่เป็นอะไร”
“งั้นก็ดีแล้วล่ะ ตอนนี้แม่มีเรื่องจะถามภูผาสักหน่อย”
“ถามอะไรครับแม่”
“แม่ได้ข่าวว่าภูผาสั่งย้ายพนักงานบัญชีไปทำงานที่คลังสินค้าเหรอลูก”
“นี่เธอเอาเรื่องนี้มาฟ้องแม่เหรอครับเด็กชะมัด” เขาบ่นอย่างไม่พอใจเพราะไม่คิดว่าพลอยนัชชาจะกล้าเอาเรื่องนี้มาฟ้องประธานบริษัท
“ทำไมถึงไปว่าเธอแบบนั้นล่ะ แม่ถามหน่อยนะว่าทำไมถึงย้ายเธอไปทำงานที่แผนกนั้นล่ะ เธอเรียนจบบัญชีและทำงานในแผนกของเธอได้ดีมาก”
“ผมก็แค่เห็นว่าคนเช็กสต๊อกที่คลั่งสินค้าไม่และเห็นว่าเธอทำงานแผนกบัญชีก็น่าจะมีความละเอียดรอบคอบก็เลยให้ไปช่วยงานที่นั่น”
“แน่ใจนะว่าเพราะเหตุผลนี้จริง ๆ ไม่ใช่ว่าจะแกล้งเธอ”
“แม่ครับผมเพิ่งมาทำงานที่นี่ได้ไม่กี่วันไม่รู้จักเธอสักหน่อยผมจะไปแกล้งเธอทำไม”
“แม่จะไปถามเซ้าซี้แต่แม่จะย้ายเธอกลับมาที่แผนกบัญชีอย่างเดิมนะ ส่วนพนักงานที่ไม่พอภูผาก็ไปบอกฝ่ายบุคคลเอง เขาจะได้ประกาศรับสมัคร ไม่ใช่มาดึงคนของแม่ไปแบบนี้”
“ก็ได้ครับแม่ ว่าแต่แม่รู้เรื่องนี้ได้ยังไงครับใครเอาเรื่องนี้ไปบอกแม่ คุณพรทิพย์หรือเปล่า”
“อย่าโทษคนอื่นอะไรที่ยิ่งปิดมันก็จะยิ่งโผล่”
“แม่โกรธผมไหมครับที่ผมทำแบบนี้”
“แม่ไม่โกรธหรอกคนที่จะโกรธน่าจะเป็นหนูนัชชามากกว่า”
“เธอเป็นแค่พนักงานจะมาโกรธรองประธานอย่างผมได้ยังไง” ตอนนี้เขากำลังโกรธที่เธอทำให้เขาถูกมารดาตำหนิและคิดว่าถ้ามีโอกาสจะต้องหาทางเอาคืน
“พนักงานก็คนเหมือนกันนะภูผา ไปแกล้งเขาแบบนั้นเขาฟ้องกรมแรงงานขึ้นมาจะทำยังไง”
“แม่ครับก็แค่ให้ไปช่วยงานที่คลังนิดเดียวเองผมคิดว่าพอใกล้สิ้นเดือนก็จะให้เธอกลับมาทำที่แผนกบัญชีอย่างเดิมนั่นแหละ ไม่ได้ย้ายไปตลอดสักหน่อย” ภูผารีบอธิบายพลางคิดในใจว่าเรื่องนี้คนที่ฟ้องมารดาน่าจะเป็นพลอยนัชชาแน่ ๆ
“ครั้งนี้ถือว่าภูผาทำไปเพราะหวังดีกับบริษัท แล้วไม่ต้องคิดแก้แค้นหรือไปต่อว่าเธอนะเพราะเรื่องนี้เธอไม่ใช่เป็นคนมาฟ้องแม่ แต่แม่รู้ของแม่เอง” คุณภัทราดักทางลูกชายอย่างรู้ทัน
“ผมไม่มีทางทำแบบนั้นหรอกครับ” ภูผารับปากมารดาแต่เขาจะต้องหาทางเอาคืนพลอยนัชชาเรื่องนี้ให้ได้
.....
หลังเลิกงานวันนี้ภูผาก็รีบขับรถไปที่โรงพยาบาลแล้วขึ้นไปหาหมอนุกูลที่ห้องด้วยความร้อนใจ
“อ้าว....มาได้ยังไงไหนว่าเย็นนี้นัดกินเหล้ากัน”
“เปลี่ยนใจแล้วก็เลยจะมาให้นายเก็บตัวอย่างเลย”
“ใจร้อนเหมือนกันนะ เก็บตัวอย่างเสร็จแล้วจะไปไหนต่อล่ะ”
“ว่าจะไปเยี่ยมภูตะวันสักหน่อย”
“จะไปเยี่ยมเขาในฐานะอะไร”
“ก็ในฐานะเจ้านายของนัชชาไงล่ะ” ภูผาหัวเราะก่อนจะอ้าปากกว้างให้หมอนุกูลเก็บตัวอย่างจากกระพุ้งแก้ม
“ไปเยี่ยมตอนนี้เลยเหรอ”
“ก็ใช่น่ะ เสร็จแล้วใช่ไหม”
“อือ เสร็จแล้วแต่นายไม่กลัวเจอน้าสาวของเธอหรือไง”
“เจอแล้วจะยังไง”
“ก็ถ้าน้าสาวของเธอรู้ว่าเธอไปทำงานที่บริษัทของนายแล้วน้าของเธอจะยอมไหม”
“นั่นสิฉันลืมคิดเรื่องนี้ไป ตอนที่ฉันคบกับนัชชาฉันกับน้านีก็สนิทสนมกันมาก แต่ที่จริงทำไมฉันจะต้องกลัวการเจอหน้านี้ด้วยล่ะ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดนะนัชชาเป็นคนบอกเลิกฉันเอง”
“ฉันรู้ว่านัชชาเป็นคนบอกเลิกเองแต่น้านีคงไม่สบายใจหรอกถ้ารู้ว่าหลานสาวตัวเองมาทำงานที่บริษัทของแฟนเก่า แล้วเรื่องของตะวันก็ยังคาราคาซังอยู่ถ้าเกิดน้าของเธอไหวตัวทันยกเลิกการตรวจดีเอ็นเอแล้วพาน้องตะวันหนีไปอยู่ที่อื่นคิดว่านายจะทำยังไงล่ะ”
“นายพูดเหมือนกับมั่นใจว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกชายของฉัน”
“วันนี้ฉันเข้าไปในห้องนั้น ฉันเห็นหน้าของน้องตะวันแล้วเหมือนกับรูปถ่ายของนายตอนเด็ก ๆ มากเลยนะ เลือดก็กรุ๊ปเดียวกันทีนี้ก็รอแค่ผลดีเอ็นเอ”
“แล้วนายคิดว่าโอกาสเป็นไปได้สูงไหม”
“ฉันคิดว่าโอกาสสูงเลยนะ ดูจากวันที่คลอดแล้วช่วงนั้นนัชชาน่าจะยังคบกับนายอยู่นะ” นุกูลอธิบายไปตามที่เขาดูประวัติของเด็กชายภูตะวันมา
“แต่ตอนนั้นเธอบอกฉันเองว่าเธอคบกับไอ้หนุ่มวิศวะคนนั้นด้วย ฉันก็เลยไม่แน่ใจ”
“เท่าที่ฉันรู้จักนัชชามาเธอไม่น่าจะทำแบบนั้นน่ะ”
“แต่เธอเป็นคนบอกฉันเองว่าเธอเลือกไอ้หนุ่มคนนั้นแทนที่จะเป็นฉันหรือว่ามีเหตุผลอะไรทำให้เธอถึงเลิกกับฉันนายนึกออกไหม” เขาถามความเห็นเพราะตนเองนึกไม่ออกเลยว่าจะมีเหตุผลอะไรที่พลอยนัชชาจะบอกเลิกนอกเสียจากว่าเธอมีคนอื่น
“ฉันเองก็ไม่รู้แต่เรื่องมันผ่านไปแล้วเราอย่าคิดให้มันปวดหัวเลยนะ”
“ฉันจะพยายามไม่คิดแต่ระหว่างรอผลออกฉันก็คงเครียดน่าดู”
“อย่าเครียดไปเลยน่าความจริงยังไงก็คือความจริง ถ้านายจะไปเยี่ยมน้องตะวันเดี๋ยวฉันจะถามพยาบาลให้ว่าน้าสาวของนัชชากลับหรือยัง”
“ขอบใจนะ”
พลอยนัชชาและภูตะวันรู้สึกตื่นเต้นไม่ต่างกันเมื่อวันนี้ภูผาพาพวกเธอทั้งสองคนเข้ามาที่บ้านของคุณไพศาลบ้านหลังนี้แต่ก่อนพลอยนัชชาเคยเข้าออกอยู่บ่อย ๆ แต่ความรู้สึกในวันนี้มันต่างกัน เธอจับมือลูกชายแน่นก่อนจะเดินตามภูผาเข้ามาในบ้าน“สวัสดีครับพ่อ” ภูผากล่าวทักทายบิดาที่นั่งอยู่ในบริเวณห้องรับแขก“อ้าว....มากันแล้วเหรอ ไหนมาดูสิหลานปู่เป็นยังไงบ้าง” คุณไพศาลกล่าวทักทายก่อนภูตะวันที่จับมือมารดาอยู่ดูยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม“สวัสดีครับ”“สวัสดีค่ะคุณลุง”“สวัสดีจ้ะหนูนัชชาเรียกพ่อได้แล้วนะ มานั่งกันก่อนขอพ่อดูหน้าหลานชายหน่อยสิ”ภูตะวันมองหน้ามารดาเมื่อเห็นเธอพยักหน้าเด็กชายก็เดินเข้าไปหาคุณไพศาลที่นั่งอยู่“โอ้โห...โตเป็นหนุ่มแล้วนะ หน้าตาเหมือนตกภูผาตอนเด็กเลยนะ”“คุณปู่เป็นคุณปู่ของผมจริง ๆ เหรอครับ” เด็กชายถามอย่างไม่แน่ใจเพราะที่ผ่านมาชีวิตเขามีแค่แม่กับแม่ยายและเพิ่งจะมีพ่อได้ไม่กี่วัน แล้วมาวันนี้ยังจะมีคุณปู่เพิ่มมาอีก“ก็ใช่น่ะ ปู่เป็นปู่ของตะวันจริง ๆ”“แต่คุณปู่ไม่เหมือนคุณปู่ของเพื่อนผมเลย”“ไม่เหมือนยังไง ไหนลองเล่าให้ปู่ฟังสิ”“ก็ปู่ของเพื่อนผมพวกเขามีผมสีขาวแล้วหน้าก็จะเหี่ยว
“ตะวันมานั่งตรงนี้ก่อนลูกแม่กับลุงภูมีอะไรจะคุยกับตะวันสักหน่อยครับ”“ครับแม่” เด็กชายเดินมานั่งตักมารดาบริเวณห้องรับแขกของบ้านพัก“เรื่องที่ตะวันพูดกับแม่เมื่อคืนตะวันจะพูดกับลุงภูไหมครับหรือว่าตะวันเปลี่ยนใจแล้ว”“ไม่ครับ”“ตะวันจะพูดอะไรกับลุงเหรอครับ” ภูผาเขามานั่งขนาบข้างให้ลูกชายอยู่ตรงกลางระหว่างตนเองละลูกชาย“ผมมีอะไรจะขอลุงภูอย่างหนึ่งครับไม่รู้จะได้ไหม”“ลองบอกลุงมาก่อนสิครับว่าตะวันจะขออะไร”“คือผม....” ภูตะวันอึดอัดเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงอีกอย่างเด็กชายก็กลัวว่าถูกปฏิเสธแล้วตัวเองจะผิดหวัง“ตะวันคนเก่งมีอะไรจะพูดก็พูดมาเลยครับลุงรอฟังอยู่นะ”“ลุงภูมาเป็นพ่อผมได้ไหมครับ” เด็กชายพูดออกมาเสียงเบา เขาไม่รู้ว่ามันเป็นคำถามที่เหมาะสมไหมแต่ในใจของเขาอยากให้มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ“ให้ลุงเป็นพ่อของตะวันเหรอ”“ใช่ครับได้หรือเปล่า” ภูตะวันมองหน้าภูผาสายตาของเขาเต็มไปด้วยความหวังภูผาเห็นสายตาของลูกชายแล้วเขาก็ยิ้มกว้างก่อนจะดึงเด็กชายเข้ามากอด“ได้สิ ลุงยินดีเป็นพ่อของตะวัน”“จริง ๆ ใช่ไหมครับ ไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหมครับ”“จริงสิ ลุงต้องถามตะวันมากกว่าว่าตะวันพูดจริงใช่มั้ย”“ผมพูด
ชายหนุ่มจับเรียวขาของหญิงสาวให้กางออก ปลายนิ้วยาวเกลี่ยเกสรปลุกเร้าให้เธอเสียวซ่านก่อนที่ปลายลิ้นร้อนลากไล้อย่างชำนาญจนเธอสั่นสะท้านภูผาจับสะโพกกลมกลึงมาอยู่ริมขอบโต๊ะแล้วกดปลายท่อนเอ็นไปบนเกสรลากขึ้นจงใจให้พลอยนัชชาเสียวซ่าน สายตาของทั้งสองต่างมองกันด้วยความเสน่หาอย่างปิดไม่มิด“อ๊ะ!....อื้อ....พี่ภู”เธอกำลังร้อนรุ่มจากไปพิศวาสยิ่งเขากดนวดแรงขึ้นเท่าไหร่เปลวไฟก็ยิ่งโหมแรงขึ้นเท่านั้น ชายหนุ่มกระตุกยิ้มก่อนจะสอดท่อนเอ็นเข้าไปในช่องทางรักที่คับแน่นเข้าไปทีเดียวจนลึกสุด พลอยนัชชาถึงกับสะดุ้งเฮือกสองมือจับขอบโต๊ะแน่น“อื้ม....ทั้งคับทั้งแน่น”เขาเริ่มขยับสะโพกช้า ๆ ก่อนจะขยับเร็วขึ้น จนหญิงสาวครางอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงของคนรักเพิ่มไฟตัณหาในกายของภูผาให้ลุกโชนยิ่งขึ้น เขากระแทกท่อนเอ็นกายเข้าหาเธอครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักเหนื่อย“พี่ภู......อื้อ มันเสียวนัชชาไม่ไหว...อ๊า....”เธอร้องครางกระเส่าก่อนจะเกร็งไปทั้งตัวและกรีดร้องอย่างสุขสม ช่องทางรักของเธอตอดรัดอย่างรุนแรงจนเขาเองก็เริ่มจะทนไม่ไหว ภูผาเร่งจังหวะอย่างดุดันเพื่อส่งให้หญิงสาวไปถึงสวรรค์“อื้อ....พี่ภู”พลอยนั
หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วภูผาก็สั่งกาแฟมาจิบ ในจังหวะที่พลอยนัชชาขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เขาก็แอบเอากาแฟราดลงบนขาตัวเองจนเห็นรอยเปื้อนอย่างชัดเจน“พี่ขอตัวและที่คอนโดแป๊บหนึ่งได้ไหม” เขาบอกเมื่อหญิงสาวเดินกลับมาที่โต๊ะและหยิบกระเป๋าเตรียมตัวจะออกจากร้าน“จะไปอะไรคะ”“ดูกางเกงพี่สิ เมื่อกี้กาแฟหกใส่ คงต้องเปลี่ยนชุดก่อนไปประชุม”“ก็ได้ค่ะ”พลอยนัชชายอมนั่งรถมากับภูผาที่คอนโดหญิงสาวนั่งรออยู่ในห้องรับแขกระหว่างที่เจ้าของห้องเข้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอนก่อนจะกลับออกมาอีกครั้ง“ทำไมยังไม่เปลี่ยนชุดอีกล่ะคะ”“ยังไม่อยากไปทำงาน พี่อยากอยู่กับนัชชาก่อน” ภูผาเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์มาดื่มโดยมีพลอยนัชชาเดินตามไปติด ๆ“แต่พี่ภูมีประชุมนะคะ กินเบียร์ตอนนี้จะดีเหรอ”“พี่เลื่อนไปพรุ่งนี้แล้วล่ะ” เขาตอบเหมือนการประชุมไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร“การประชุมสำคัญไม่ใช่เหรอคะ”“แต่การได้อยู่กับนัชชาสำคัญกว่านะ”“พี่ภูคะ นัชชาไม่อยากทำให้พี่ภูเสียงานนะคะ”“เราสองคนไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกันเลยนะ ตั้งแต่กลับจากหัวหินก็นานมากแล้ว พี่คิดถึงนัชชามาก”“แต่เราก็เจอกันตลอดนี่คะ”“พี่ไม่ได้หมายถึงเจอแบบนั้น”“นัชชาร
ผ่านมาสองสัปดาห์แล้วหลังจากไปเที่ยวทะเล ตอนนี้ภูตะวันสอบเสร็จแล้วและสัปดาห์หน้าภูผาก็จะพาเขาไปเที่ยวเขาใหญ่ตามสัญญา“ทำไมเราไม่ไปกันพรุ่งนี้เลยล่ะครับผมปิดเทอมแล้วนะครับลุงภู” เด็กชายทวงสัญญาทันทีเมื่อรับประทานอาหารค่ำเสร็จแล้ว“ตะวันปิดเทอมแล้วก็จริงแต่แม่กับยายนียังต้องทำงานอยู่ วันศุกร์เราค่อยไปดีไหมลูก”“แต่ผมต้องรออีกหลายวันเลยนะครับ”“แม่รู้ว่าตะวันใจร้อนอยากจะไปเที่ยวอยากจะไปทำกิจกรรมอย่างพี่ลุงภูเล่าให้ฟังแต่ตะวันก็ต้องรู้จักอดทนนะครับลูก คนเก่งของแม่รออีกแค่ไม่กี่วันได้ไหม”“ผมจะได้ไปจริง ๆ ใช่ไหมครับลุงภู” ภูตะวันเริ่มไม่แน่ใจ“ได้ไปสิครับ ลุงจองที่พักไว้แล้วเราจะไปเที่ยวกันให้สนุกสุดเหวี่ยงไปเลยนะ”“วันศุกร์ใช่ไหมครับ”“ใช่ครับวันศุกร์เราจะออกจากที่นี่กันหลังจากแม่ของตะวันเลิกงานคืนนั้นรู้เราจะดูดาวกันด้วยนะ ลุงเพิ่งซื้อกล้องดูดาวตัวใหม่มามันเห็นดวงดาวชัดมากแล้วก็เห็นไกลมากเลยเลยนะ”“จริงเหรอครับผมอยากให้ถึงวันศุกร์เร็ว ๆ จัง”“ลุงซื้อหนังสือเกี่ยวกับดวงดาวมาฝากด้วยนะตะวันจะได้เอาไว้ดูก่อนที่จะไปดูของจริงไงล่ะ”“ขอบคุณครับลุงภู”“แล้วช่วงปิดเทอมแบบนี้ตะวันอยู่ยังไงล่ะนัชชา”
กลับมาจากเที่ยวทะเลภูผารีบเข้าไปคุยกับบิดาเพราะอยากให้ตนเองกับพลอยนัชชาและตะวันได้กลับมาเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ชายหนุ่มรอจังหวะที่น้าอารีรัตน์ออกไปข้างนอกบริษัทแล้ว เขาจึงเข้ามาหาบิดาที่ห้องทำงาน“มีอะไรจะคุยกับพ่อใช่ไหมล่ะ” คุณไพศาลพอจะเดาออกเพราะทุกครั้งที่ลูกชายมาหาที่ห้องทำงานนั่นหมายถึงชายหนุ่มจะต้องมีเรื่องมาคุยกับเขา“ครับพ่อ พ่องานยุ่งไหม”“ถ้าพ่อบอกว่างานยุ่งภูผาจะไม่คุยใช่ไหม” คุณไพศาลวางปากกาแล้วมองหน้าลูกชายที่ดูเครียดกว่าทุกวัน“ไม่ครับ ผมจะบอกว่าต่อให้งานของพ่อยุ่งแค่ไหนพ่อก็ต้องฟังเรื่องที่ผมจะบอกก่อน” ภูผาพูดอย่างจริงจังก่อนจะนั่งลงตรงข้ามบิดา“เรื่องอะไรล่ะ ไม่ใช่ว่ามาพูดเรื่องหนูณีญาอีกนะ มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า”“เปล่าครับพ่อ ผมแค่อยากจะบอกว่าพ่อกับน้าอารีไม่ต้องพยายามหรอกครับเพราะยังไงเรื่องของผมกับณีญามันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว”“ทำไมล่ะลูก น้องก็น่ารักดีน่ะ ช่วงนี้ก็เห็นว่าขยันเรียนรู้งานด้วยนะ” คุณไพศาลชงหลานสาวของภรรยาให้กับลูกชายอย่างเต็มที่“พ่อครับคนเราชอบอะไรไม่เหมือนกันแล้ว แล้วตอนนี้ผมก็มีคนอื่นอยู่ในใจแล้วครับ”“ที่มาคุยกับพ่อเพราะอยากจะมาปฏิเสธใช่ไหม”“คร







