เข้าสู่ระบบเมื่อพยาบาลที่เคาน์เตอร์พยาบาลโทรมาบอกว่าตอนนี้คุณยายของเด็กชายภูตะวันกลับออกไปแล้วภูผาก็รีบเดินตรงมายังห้องพักผู้ป่วยทันที
ชายหนุ่มเคาะประตูก่อนจะเปิดเข้าไปด้านในตอนนี้เด็กชายนั่งอยู่บนเตียงสายตาจับจ้องอยู่บนทีวีจอใหญ่ ขณะที่มารดาของเขาก็นั่งอยู่ใกล้ ๆ หญิงสาวตกใจเป็นอย่างมากเมื่อเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาไม่ใช่พยาบาลอย่างที่คิดไว้
“ท่านรองมาได้ยังไง” พลอยนัชชาตกใจมากที่เห็นภูผาเข้ามาในห้องนี้เพราะเธอไม่ได้บอกเขาว่าลูกชายเธอพักอยู่ห้องไหนและก็กลัวว่าภูผากับภูตะวันจะได้เจอกัน
“ฉันบังเอิญมาทำธุระที่นี่น่ะนึกขึ้นได้ว่าลูกของเธอไม่สบายก็เลยแวะมาดู เป็นยังไงบ้างครับ” เขาหันไปทักทายเด็กชายที่นั่งอยู่บนเตียง
“สวัสดีครับคุณลุง” ภูตะวันยกมือไหว้ทักทายโดยไม่ต้องมีใครบอกทำให้ภูผารู้สึกพอใจที่เห็นเด็กมีมารยาท
“สวัสดี วันนี้ลุงบังเอิญผ่านมาเลยได้ซื้ออะไรมาให้เอาไว้ครั้งหน้าลุงจะซื้อมาฝากนะ”
“คุณลุงเป็นใครครับ”
“ลุงเป็นเจ้านายของแม่นายน่ะ”
“เจ้านายของแม่เหรอครับ เจ้านายของแม่ใจดีจังมาเยี่ยมผมด้วย”
“ใช่สิลุงเป็นคนใจดีมากเลยนะ แล้วเราล่ะเป็นยังไงบ้างหายดีหรือยัง”
“หายดีแล้วแต่หมอยังไม่ยอมเอาน้ำเกลือออกให้เลยครับ”
“หมอคงอยากให้นายแข็งแรงกว่านี้ ลูกผู้ชายต้องอดทนนะครับ”
“ครับคุณลุง”
“เราคุยกันแล้วแต่ลุงยังไม่รู้จักชื่อนายเลยนะชื่ออะไรล่ะ”
“ผมชื่อภูตะวันครับแต่คุณแม่กับคุณยายชอบเรียกตะวัน เพื่อน ๆ ที่โรงเรียนก็เรียกตะวันเหมือนกันครับ” ภูตะวันตอบอย่างฉะฉาน
“ชื่อนายเหมือนกับชื่อลุงเลยนะ” ภูผารู้สึกเอะใจกับชื่อของเด็กชายคนนี้มาก
“ลุงชื่ออะไรครับ”
“ลุงชื่อภูผา”
“ไม่เห็นจะเหมือนเลยนะครับ”
“ก็มีคำว่าภูเหมือนกันไงล่ะ”
“อ๋อ....ผมเข้าใจแล้ว” ภูตะวันพยักหน้าเข้าใจก่อนจะหันกลับไปสนใจการ์ตูนบนจอทีวีอีกครั้ง
“เธอตั้งชื่อลูกได้แปลกดีเหมือนกันนะ” เขาหันมาคุยกับพลอยนัชชาอีกครั้ง
“แปลกยังไงคะ ชื่อแบบนี้ใครเขาก็ตั้งกันทั้งนั้น” หญิงสาวพูดกับเขาแต่ไม่กล้าสบตา
“ใช่ใครเขาก็ตั้งแต่บังเอิญมันมีคำว่าภูเหมือนกับชื่อของฉัน ไม่รู้ว่าตอนเธอตั้งชื่อลูกคิดอะไรอยู่กันแน่ สามีเธอไม่ว่าเหรอที่เอาชื่อแฟนเก่ามาอยู่ในชื่อจริงของลูกชาย”
“พี่เมธเขาไม่คิดเล็กคิดน้อยแบบนั้นหรอกค่ะ ชื่อไหนที่เหมาะสมกับลูกเขาก็ยอมทั้งนั้นแหละ”
“เหรอ” เขาหัวเราะ
“ถ้าคุณเยี่ยมเสร็จแล้วก็กลับได้เลยนะคะท่านรอง”
“อยู่ที่นี่มีปัญหาอะไรไหม”
“ไม่ค่ะ”
“งั้นก็ดี” ภูผาเดาว่าน้าสาวของเธอคงจะยังไม่บอกเรื่องตรวจดีเอ็นเอทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นมากถ้าพลอยนัชชารู้อาจจะฉุกคิดขึ้นมาก็ได้ว่าคนที่สั่งตรวจไม่ใช่โครงการพิเศษอะไรแต่เป็นเพราะเขาบอกให้นุกูลเป็นคนจัดการเรื่องนี้
“ฉันว่าคุณกลับได้แล้วนะคะ”
“แล้วพ่อของเด็กไม่มาเยี่ยมบ้างเลยเหรอ”
“มาค่ะเขามาตั้งแต่เช้าแล้วก็เพิ่งกลับไปทำงานต่อ” หญิงสาวโกหกอีกครั้งทั้งที่เรื่องทุกอย่างมันไม่เป็นความจริง
“คุณมาเยี่ยมเสร็จแล้วก็กลับเถอะค่ะตะวันจะได้พักผ่อน”
“นี่เธอไล่ฉันเป็นครั้งที่สองแล้วนะนัชชา”
“ก็ที่นี่มันโรงพยาบาล การมาเยี่ยมคนป่วยก็ควรมีมารยาทตอนนี้มันก็ค่ำแล้วเดี๋ยวตะวันจะต้องรีบพักผ่อนแล้ว”
“เธอล่ะกลางคืนเฝ้าคนเดียวเหรอแล้วน้าสาวของเธอล่ะไปไหน”
“น้านีกลับไปพักผ่อนที่บ้านค่ะ ช่วงกลางวันน้าเป็นคนเฝ้า ส่วนพี่เมธเขาก็ต้องทำงาน”
“ไหนเธอว่าสามีเธอทำงานต่างจังหวัดไงล่ะ”
“ก็ลูกชายเขาป่วยนี่คะเขาก็ต้องมาเยี่ยมบ้างไม่เห็นจะแปลกตรงไหนแต่คุณจะสนใจครอบครัวของฉันทำไมรีบกลับไปเถอะค่ะ”
“กินข้าวหรือยังอาหารโรงพยาบาลพอกินได้ไหม อยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า เดี๋ยวฉันจะให้คนซื้อมาให้” ภูผาเปลี่ยนเรื่องคุยไปเรื่องเพราะอยู่ที่นี่ให้นานขึ้น
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะแค่ท่านรองกรุณามาเยี่ยมก็ดีมาก ๆ แล้ว”
“ที่ฉันมาเยี่ยมไม่ได้ใจดีอะไรกับเธอหรอกนะแค่บังเอิญมาทำธุระที่นี่น่ะ”
“ถ้างั้นก็ควรจะรีบกลับได้แล้วนะคะ”
“รู้สึกว่าเธอไม่ค่อยอยากจะให้ฉันมาเยี่ยมลูกชายเท่าไหร่เลยนะ”
“ก็ตะวันไม่สบายถ้าเกิดคุณติดไข้ลูกชายฉันขึ้นมาจะโทษว่าเป็นความผิดของเราสองแม่ลูกอีกก็ได้”
“ไม่มีใครจิตใจคับแคบแบบนั้นหรอกนะ ฉันจะกลับก็ได้แต่ก่อนกลับฉันขอถามอะไรเธออย่างหนึ่งเธอได้ไหม”
“ถามอะไรคะ”
“เธอฟ้องแม่ฉันเรื่องที่ถูกย้ายแผนกใช่ไหม”
หญิงสาวคิดไว้ไม่มีผิดว่านอกจากเขาจะแวะมาเยี่ยมแล้วเขาจะต้องมีอะไรพูดกับเธออย่างแน่นอน
“ฉันไม่ได้ฟ้องอะไรท่านประธานเลยนะคะ แต่วันนี้ฉันเอาเอกสารไปส่งแล้วบังเอิญเจอท่านประธานท่านก็เลยแปลกใจว่าฉันทำงานอยู่แผนกบัญชีแล้วทำไมเดินเข้าเอาเอกสารมาให้แผนกบัญชีเซ็นอีก ฉันก็เลยตอบไปตามตรงว่าฉันย้ายไปทำงานที่คลังสินค้าแค่นั้นเองค่ะ”
“แน่ใจนะว่าไม่ตั้งใจจะเจอแม่ฉัน” ภูผาคิดว่านี่เป็นแผนของพลอยนัชชา
“ท่านรองคะฉันทำงานที่โกดังสินค้าตลอดทั้งวันฉันไม่มีทางรู้หรอกค่ะว่าท่านประธานจะเข้ามาทำงานตอนไหน เวลาไหนถึงแม้ว่าฉันอยากจะเอาเรื่องนี้ไปบอกท่าน ตั้งแต่วันแรกที่โดนย้ายแต่ฉันก็ไม่มีโอกาสเจอท่านเลยแล้ววันนี้มันก็เป็นโชคของฉันที่บังเอิญเจอท่านจริง ๆ”
“เธอคงดีใจมากใช่ไหมที่แม่จะให้ย้ายกลับมาทำงานที่แผนกบัญชีอย่างเดิม”
“เป็นใครจะไม่ดีใจบ้างคะที่ได้กลับมาทำงานแผนกเดิมของตัวเองหวังว่าครั้งนี้คุณคงจะไม่หาทางแกล้งอะไรฉันอีกนะคะ”
“ฉันโตเป็นผู้ใหญ่แล้วไม่แกล้งอะไรเด็ก ๆ แบบนั้นหรอก”
“เหรอคะแล้วที่ผ่านมามันคืออะไร” เธอมองเขาอย่างเอาเรื่อง
“ฉันก็แค่เห็นว่าที่คลังสินค้างานยุ่ง แล้วอีกอย่างฉันเป็นถึงรองประธานจะย้ายใครไปทำงานตำแหน่งไหนก็ได้ไม่ใช่เหรอ”
“ค่ะ คุณเป็นรองประธานอยากจะย้ายใครก็ได้ คุณไม่ต้องสนใจหรอกว่าพนักงานที่ถูกยายแบบกะทันหันนั้นรู้สึกยังไง”
“ดูเธอจะยังโกรธอยู่ งั้นวันนี้ฉันกลับก่อนก็ได้แล้ววันหลังจะแวะมาเยี่ยมใหม่”
“ไม่ต้องหรอกค่ะเดี๋ยวหมอก็ให้ตะวันกลับบ้านได้แล้ว”
“เธอจะรู้ดีกว่าหมอได้ยังไงถ้าหมอไม่ให้กลับเธอคงไม่พาลูกหนีกลับเพราะไม่อยากให้ฉันมาเจอหรอกนะ”
“ฉันไม่ใช่เด็กที่จะทำอะไรแบบนั้น ยังไงฉันก็ต้องรอให้ตะวันหายดีก่อนจะพาออกจากโรงพยาบาลอยู่แล้ว”
ภูผาเลิกสนใจหญิงสาวแล้วหันมาสนใจเด็กชายภูตะวันที่ตอนนี้กำลังหัวเราะคิกคักเพราะกำลังการ์ตูนในทีวี
“ตะวันครับลุงกลับก่อนนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาเยี่ยมใหม่”
“ครับบ๊ายบายครับคุณลุง” ภูตะวันมือไหว้แล้วส่งยิ้มจนตาหยีทำให้ภูผารู้สึกเอ็นดูเขาเอื้อมมือมาลูบศีรษะเด็กชายเบา ๆ ความรู้สึกบางอย่างมันเล่นเข้ามาในหัวใจ ชายหนุ่มมองหน้าเด็กชายอีกครั้งและมันทำให้เขาเริ่มมั่นใจแล้วว่าเด็กคนนี้ต้องคือลูกชายของเขาแน่ ๆ
“ตะวันครับถ่ายรูปคู่กันดีไหมจะได้ยืนยันว่าครั้งหนึ่งลุงมาเยี่ยมตะวันไงโอเคไหม”
“ครับ” เด็กชายชู 2 นิ้วขณะที่ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเขาถ่ายรูปคู่กับภูตะวันไปหลายรูปก่อนจะเดินออกจากห้องไปด้วยความรู้สึกที่สับสน
คำถามของนลินีทำให้พลอยนัชชาเริ่มวางแผนว่าจะทำยังไงต่อกับชีวิตตนเองและลูกในท้อง“ท้องของนัชชาคงจะโตมากตอนเปิดเรียนปีสาม ถ้าสอบเสร็จนัชชาจะไปดร็อปเรียนก่อนค่ะ คลอดแล้วก็ค่อยกลับไปเรียนใหม่”“หนูตัดสินใจดีแล้วใช่ไหมว่าจะเลี้ยงลูกคนเดียว”“ค่ะแต่ค่าใช้จ่ายอาจจะเยอะปิดเทอมนี้ท้องยังไม่โตมากนัชชาคงต้องหางานพิเศษทำค่ะ”“อย่าออกไปทำงานที่อื่นเลยช่วยน้าทำบัญชีดีกว่าน้าจะรับงานจากเพื่อนรุ่นพี่ของน้ามาให้ นัชชาจะได้ทำงานที่บ้าน”“น้าว่าเงินที่เรามีอยู่มันจะพอไหมคะ” หญิงสาวหมายถึงเงินที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้“ถ้าเราใช้จ่ายอย่างประหยัดก็น่าจะพอจ้ะ”“นัชชาเป็นหลานสาวที่ไม่ดีเลยใช่ไหมคะที่สร้างแต่ปัญหาให้น้า”“อย่าคิดแบบนั้นสินัชชาปัญหามันเกิดแล้วต้องช่วยกันแก้ไขไม่ใช่เอาแต่โทษตัวเอง เด็กที่อยู่ในท้องของนัชชาก็หลานสาวของน้าเหมือนกันนะน้าจะช่วยนัชชาเลี้ยงลูกเอง”เมื่อถ้าสาวพูดแบบนี้หญิงสาวก็รู้สึกเบาใจขึ้นแต่ในใจเธอจะไม่ยอมให้ถูกเอาเปรียบอยู่ฝ่ายเดียว ถึงแม้เธอจะต้องเลี้ยงลูกตามลำพังแต่ภูผาก็จะต้องมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องนี้ เธอจะไม่ยอมให้ลูกที่เกิดมาต้องล่ำบาก.....หญิงสาวทำตัวเป็นปกติจนกระทั่งเย็นวัน
นลินีรู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ยุติธรรมสำหรับหลานสาวของเธอเลยที่ต้องมาเป็นทุกข์อยู่แค่ฝ่ายเดียว“ช่างเถอะค่ะนัชชาได้คุยกับน้าแล้วก็สบายใจขึ้นมากค่ะ”“แล้วหนูคิดจะบอกพี่เขาตอนไหนล่ะ”“ว่าจะรอให้สอบเสร็จก่อนค่ะ”“นัชชาจ๊ะน้ารู้ว่าหนูรักเขามากน้าอยากให้หนูตัดสินใจเรื่องนี้ให้ดีและไม่ต้องห่วงเรื่องงานของน้าหรอกนะ พรุ่งนี้น้าจะไปยื่นหนังสือลาออกและไปทำงานที่บริษัทบัญชีของรุ่นพี่ที่รู้จักกัน”“น้านีคะ นัชชาขอโทษที่ทำให้น้าต้องลำบาก”“อันที่จริงน้าก็คิดเรื่องลาออกแล้วมาทำงานที่บริษัทของรุ่นพี่แต่ยังลังเลอยู่พอมาเจอเรื่องนี้น้าก็เลยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น”“แล้วเงินเดือนจะได้เท่าเดิมไหมคะน้านี”“เงินเดือนคงไม่เท่าเดิมแต่จะได้เปอร์เซ็นต์จ้ะ นัชชาไม่ต้องเครียดเรื่องของน้านะ ใกล้สอบแล้วตั้งใจเรียนดีกว่านะตกลงไหม”“ก็ได้ค่ะน้านี”.....พลอยนัชชากลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองจากนั้นก็อ่านหนังสือแต่ก็ไม่มีสมาธิเท่าไหร่จนเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น“ว่าไงคะพี่ภู อ่านหนังสือไปถึงไหนแล้ว” หญิงสาวทักทายด้วยเสียงสดใส“ไม่มีสมาธิอ่านหนังสือเลย คิดถึงนัชชาจังก่อนสอบเราเจอกันหน่อยดีไหมครับ” ปลายสายส่งเสียงอ้อนเพราะเขาไม่ไ
คุณอารีรัตน์เสนอเงินมากถึงห้าล้านเพื่อให้หญิงสาวยอมไปจากลูกเลี้ยงของเธอ เงินจำนวนนี้มันมากพอให้หญิงสาวใช้ชีวิตได้อย่างสบายและที่เธอยอมให้เงินมากขนาดนั้นก็เพราะเธอหวังจะได้มากกว่าถ้าหากคนที่ภูผาจะแต่งงานด้วยเป็นคนที่เธอเตรียมไว้“คืออะไรคะ”“น้าจะให้เงินเธอห้าล้านแต่เธอต้องทำให้ภูผายอมไปเรียนนะ”“น้าจ้างให้นัชชาเลิกกับพี่ภูใช่ไหม”“ว่าอย่างนั้นก็ได้เงินนี้มันมากพอที่เธอจะปล่อยมือจากเขา”“ถึงบ้านนัชชาจะไม่ได้รวย แต่นัชชาก็ไม่ได้เป็นคนเห็นแก่เงินนะคะ” หญิงสาวปฏิเสธเพราะทุกวันนี้เธอก็ไม่ได้ลำบากอะไรเงินที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้ก่อนท่านจากไปก็มากให้เธอเรียนจนจบ“จะไม่คิดดูหน่อยเหรอ”“ไม่ค่ะ ถ้าน้าไม่มีอะไรพูดกับนัชชาแล้วนัชชาขอตัวกลับก่อนนะคะ”“นัชชาน้าของหนูทำงานฝ่ายบัญชีที่บริษัทคุณไพศาลใช่ไหม ถ้ามีข่าวว่าฝ่ายบัญชียักยอกเงินบริษัทแล้วอนาคตการทำงานของน้าเธอก็คงจบลงและคงไม่มีบริษัทไหนรับเข้าทำงาน” เมื่อพูดกันดี ๆ แล้วหญิงสาวไม่ให้ความร่วมมือเธอเลยเขาเรื่องของน้าสาวมาขู่เพราะรู้ดีว่าพลอยนัชชามีญาติเพียงคนเดียว“น้านีไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้นะคะ” หญิงสาวรีบร้องห้ามเพราะกลัวว่าน้าสาวของตัวเองจะลำบา
เพราะปกติแล้วพลอยนัชชาจะเป็นคนตื่นเช้าอยู่เสมอเช้านี้ก็ไม่ต่างจากวันอื่นถึงแม้จะเมามากและแทบจะไม่ได้นอนพักแต่หญิงสาวก็ลืมตาตื่นในเวลา 6 โมงเช้า เธอมองไปรอบ ๆ ห้องแล้วนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาแม้จะจำรายละเอียดได้ไม่หมดว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างแต่ความรู้สึกก็ชัดเจนพลอยนัชชาหันไปมองคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ แล้วก็รู้สึกเสียใจที่ยอมให้อารมณ์และความรู้สึกเข้ามามีอิทธิพลเหนือความจริงที่เจ็บปวด เธออยากจะลุกจากตรงนี้และออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดแต่ร่างกายกับไม่มีแรง หญิงสาวมองนาฬิกาและเห็นว่ามันยังเช้าอยู่จึงหลับตาลงและนอนต่อเพราะความเหนื่อยล้าเธอรู้สึกตัวตื่นอีกครั้ง หลังจากผ่านไปอีกเกือบ 3 ชั่วโมง“9 โมงแล้วเหรอ” เธอพูดกับตัวเองแล้วรีบดันตัวลุกขึ้น ตอนนี้ภูผาไม่ได้นอนอยู่ข้างกายเธอแล้วหญิงสาวถอนหายใจก่อนจะหยิบชุดที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมแล้วเดินออกมาจากห้อง“ตื่นแล้วเหรอ” ภูผาที่กำลังเทเขาต้มใส่ชามถามขึ้นจนคนที่กำลังแอบย่องออกมาจากห้องสะดุ้งสุดตัว“ท่านรอง”“ท่านรองเหรอ เมื่อคืนไม่ได้เรียกแบบนี้”“ก็เมื่อคืนฉันเมา” เธอก้มหน้าตอบเพราะไม่กล้าจะมองหน้าเขาหลังจากที่เมื่อคืนเผลอปล่อยกายปล
ความสุขแบบนี้เป็นความสุขที่ภูผาโหยหาและคิดถึงมาตลอด ที่ผ่านมาเขามีผู้หญิงอีกหลายคนแต่ก็คบกันไม่รอดเพราะในใจของชายหนุ่มยังคงมีพลอยนัชชาแม้ว่าจะผ่านมานานหลายปีแต่ความรู้สึกที่เขามีให้กับเธอก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงแล้วในเมื่อวันนี้มีโอกาสได้ทำแบบเดิมอีกครั้งเขาก็จะตักตวงความสุขให้ได้มากที่สุดเพื่อให้สมกับวันเวลาที่เขาคิดถึงหญิงสาวมาตลอดหญิงสาวขยับสะโพกไปตามอารมณ์ ท่อนเอ็นร้อนที่เสยเข้าหาประสานกับร่องรักคับแน่นอย่างลงตัว ภูผารู้ว่าหญิงสาวอยู่ในอารมณ์แบบไหน เขาสวนสะโพกเข้าหาเธออย่างไม่ยั้ง เสียงเนื้อกระทบดังก้องไปทั้งห้องแล้วความสุขความเสียวซ่านก็เดินทางมาถึงขีดสุด สัญชาตญาณดิบส่งให้ทั้งคู่ถาโถมเข้าหากันเร็วขึ้น แรงบีบรัดในกายและแรงจากการเสียดสีทำให้ความร้อนในกายของทั้งสองคนแผดเผาจนแทบหลอมละลายภูผาจับสะโพกเธอไว้แน่นก่อนจะตอกอัดท่อนเอ็นเสยขึ้นอย่างไม่ยั้งทำเอาพลอยนัชชาขาสั่นจนทรงตัวแทบไม่อยู่ความเสียวซ่านพุ่งสูงสุดขึ้นเสียงครางหวานดังไปทั่วห้องพลอยนัชชาร่อนสะโพกอย่างเร่าร้อน ภูผาโน้มลำตัวเธอลงมาให้หน้าอกอวบอิ่มพอดีกับริมฝีปากร้อนแล้วดูดดึงอย่างหิวกระหายส่งผ่านความเสียวซ่านให้คนที่โยกอยู่ทา
ความรู้สึกแบบนี้หญิงสาวจำได้ดีว่าภูผาเคยมอบให้เธอเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นมันเต็มไปด้วยความรักที่มีให้แก่กันอย่างท่วมท้นแต่วันนี้เธอรู้ว่าทุกอย่างเกิดจากอารมณ์เปลี่ยวเหงาพลอยนัชชาสัญญากับตัวเองไว้ว่าชีวิตนี้เธอจะไม่นอนกับผู้ชายคนไหนหรือคบกับใครอีกเพราะไม่อยากให้ลูกชายมีปัญหาแต่ในเมื่อเขาคือภูผา หญิงสาวจึงปล่อยกายไปกับเขาอย่างเต็มที่ร่างกายของเธอมันตอบสนองทุกอย่างไปตามอารมณ์ความรู้สึกและสัญชาตญาณที่ไม่อาจหักห้ามได้เลย“อ่า....สวยมากนัชชาของพี่สวยไม่เปลี่ยนเลย”เสียบแหบพร่าพูดออกมาจากความรู้สึก เขาไล้ปลายนิ้วโป้งไปบนกลีบกุหลาบที่ปิดสนิท ความรู้สึกไม่ต่างจากครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน ความเป็นหญิงของพลอยนัชชาสวยงามอย่างไม่มีที่ติแม้เธอจะมีลูกแล้วแต่ภาพที่เห็นกลับทำให้อารมณ์ของเขาลุกโชนอย่างง่ายดายภูผาทำให้พลอยนัชชาสั่นท้านไปทั้งตัว ปลายลิ้นกดนวดเป็นวงกลมบนเกสรเสียว ปลุกเร้าจนหญิงสาวต้องแอ่นสะโพกเข้าหาอย่างห้ามไม่อยู่ ยิ่งเขาลากลิ้นแทรกกลางกลีบกุหลาบเธอก็ยกสะโพกสูง เพื่อให้เขาดูดกินน้ำหวานได้อย่างเต็มที่“อื้ม....อ๊ะ!....”“หวานเหมือนเดิมเลยนัชชา”“พี่ภูอื้อ....”เสียงหวานครางเรียกชื่อคนรักไม







