Masukเมื่อพยาบาลที่เคาน์เตอร์พยาบาลโทรมาบอกว่าตอนนี้คุณยายของเด็กชายภูตะวันกลับออกไปแล้วภูผาก็รีบเดินตรงมายังห้องพักผู้ป่วยทันที
ชายหนุ่มเคาะประตูก่อนจะเปิดเข้าไปด้านในตอนนี้เด็กชายนั่งอยู่บนเตียงสายตาจับจ้องอยู่บนทีวีจอใหญ่ ขณะที่มารดาของเขาก็นั่งอยู่ใกล้ ๆ หญิงสาวตกใจเป็นอย่างมากเมื่อเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาไม่ใช่พยาบาลอย่างที่คิดไว้
“ท่านรองมาได้ยังไง” พลอยนัชชาตกใจมากที่เห็นภูผาเข้ามาในห้องนี้เพราะเธอไม่ได้บอกเขาว่าลูกชายเธอพักอยู่ห้องไหนและก็กลัวว่าภูผากับภูตะวันจะได้เจอกัน
“ฉันบังเอิญมาทำธุระที่นี่น่ะนึกขึ้นได้ว่าลูกของเธอไม่สบายก็เลยแวะมาดู เป็นยังไงบ้างครับ” เขาหันไปทักทายเด็กชายที่นั่งอยู่บนเตียง
“สวัสดีครับคุณลุง” ภูตะวันยกมือไหว้ทักทายโดยไม่ต้องมีใครบอกทำให้ภูผารู้สึกพอใจที่เห็นเด็กมีมารยาท
“สวัสดี วันนี้ลุงบังเอิญผ่านมาเลยได้ซื้ออะไรมาให้เอาไว้ครั้งหน้าลุงจะซื้อมาฝากนะ”
“คุณลุงเป็นใครครับ”
“ลุงเป็นเจ้านายของแม่นายน่ะ”
“เจ้านายของแม่เหรอครับ เจ้านายของแม่ใจดีจังมาเยี่ยมผมด้วย”
“ใช่สิลุงเป็นคนใจดีมากเลยนะ แล้วเราล่ะเป็นยังไงบ้างหายดีหรือยัง”
“หายดีแล้วแต่หมอยังไม่ยอมเอาน้ำเกลือออกให้เลยครับ”
“หมอคงอยากให้นายแข็งแรงกว่านี้ ลูกผู้ชายต้องอดทนนะครับ”
“ครับคุณลุง”
“เราคุยกันแล้วแต่ลุงยังไม่รู้จักชื่อนายเลยนะชื่ออะไรล่ะ”
“ผมชื่อภูตะวันครับแต่คุณแม่กับคุณยายชอบเรียกตะวัน เพื่อน ๆ ที่โรงเรียนก็เรียกตะวันเหมือนกันครับ” ภูตะวันตอบอย่างฉะฉาน
“ชื่อนายเหมือนกับชื่อลุงเลยนะ” ภูผารู้สึกเอะใจกับชื่อของเด็กชายคนนี้มาก
“ลุงชื่ออะไรครับ”
“ลุงชื่อภูผา”
“ไม่เห็นจะเหมือนเลยนะครับ”
“ก็มีคำว่าภูเหมือนกันไงล่ะ”
“อ๋อ....ผมเข้าใจแล้ว” ภูตะวันพยักหน้าเข้าใจก่อนจะหันกลับไปสนใจการ์ตูนบนจอทีวีอีกครั้ง
“เธอตั้งชื่อลูกได้แปลกดีเหมือนกันนะ” เขาหันมาคุยกับพลอยนัชชาอีกครั้ง
“แปลกยังไงคะ ชื่อแบบนี้ใครเขาก็ตั้งกันทั้งนั้น” หญิงสาวพูดกับเขาแต่ไม่กล้าสบตา
“ใช่ใครเขาก็ตั้งแต่บังเอิญมันมีคำว่าภูเหมือนกับชื่อของฉัน ไม่รู้ว่าตอนเธอตั้งชื่อลูกคิดอะไรอยู่กันแน่ สามีเธอไม่ว่าเหรอที่เอาชื่อแฟนเก่ามาอยู่ในชื่อจริงของลูกชาย”
“พี่เมธเขาไม่คิดเล็กคิดน้อยแบบนั้นหรอกค่ะ ชื่อไหนที่เหมาะสมกับลูกเขาก็ยอมทั้งนั้นแหละ”
“เหรอ” เขาหัวเราะ
“ถ้าคุณเยี่ยมเสร็จแล้วก็กลับได้เลยนะคะท่านรอง”
“อยู่ที่นี่มีปัญหาอะไรไหม”
“ไม่ค่ะ”
“งั้นก็ดี” ภูผาเดาว่าน้าสาวของเธอคงจะยังไม่บอกเรื่องตรวจดีเอ็นเอทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นมากถ้าพลอยนัชชารู้อาจจะฉุกคิดขึ้นมาก็ได้ว่าคนที่สั่งตรวจไม่ใช่โครงการพิเศษอะไรแต่เป็นเพราะเขาบอกให้นุกูลเป็นคนจัดการเรื่องนี้
“ฉันว่าคุณกลับได้แล้วนะคะ”
“แล้วพ่อของเด็กไม่มาเยี่ยมบ้างเลยเหรอ”
“มาค่ะเขามาตั้งแต่เช้าแล้วก็เพิ่งกลับไปทำงานต่อ” หญิงสาวโกหกอีกครั้งทั้งที่เรื่องทุกอย่างมันไม่เป็นความจริง
“คุณมาเยี่ยมเสร็จแล้วก็กลับเถอะค่ะตะวันจะได้พักผ่อน”
“นี่เธอไล่ฉันเป็นครั้งที่สองแล้วนะนัชชา”
“ก็ที่นี่มันโรงพยาบาล การมาเยี่ยมคนป่วยก็ควรมีมารยาทตอนนี้มันก็ค่ำแล้วเดี๋ยวตะวันจะต้องรีบพักผ่อนแล้ว”
“เธอล่ะกลางคืนเฝ้าคนเดียวเหรอแล้วน้าสาวของเธอล่ะไปไหน”
“น้านีกลับไปพักผ่อนที่บ้านค่ะ ช่วงกลางวันน้าเป็นคนเฝ้า ส่วนพี่เมธเขาก็ต้องทำงาน”
“ไหนเธอว่าสามีเธอทำงานต่างจังหวัดไงล่ะ”
“ก็ลูกชายเขาป่วยนี่คะเขาก็ต้องมาเยี่ยมบ้างไม่เห็นจะแปลกตรงไหนแต่คุณจะสนใจครอบครัวของฉันทำไมรีบกลับไปเถอะค่ะ”
“กินข้าวหรือยังอาหารโรงพยาบาลพอกินได้ไหม อยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า เดี๋ยวฉันจะให้คนซื้อมาให้” ภูผาเปลี่ยนเรื่องคุยไปเรื่องเพราะอยู่ที่นี่ให้นานขึ้น
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะแค่ท่านรองกรุณามาเยี่ยมก็ดีมาก ๆ แล้ว”
“ที่ฉันมาเยี่ยมไม่ได้ใจดีอะไรกับเธอหรอกนะแค่บังเอิญมาทำธุระที่นี่น่ะ”
“ถ้างั้นก็ควรจะรีบกลับได้แล้วนะคะ”
“รู้สึกว่าเธอไม่ค่อยอยากจะให้ฉันมาเยี่ยมลูกชายเท่าไหร่เลยนะ”
“ก็ตะวันไม่สบายถ้าเกิดคุณติดไข้ลูกชายฉันขึ้นมาจะโทษว่าเป็นความผิดของเราสองแม่ลูกอีกก็ได้”
“ไม่มีใครจิตใจคับแคบแบบนั้นหรอกนะ ฉันจะกลับก็ได้แต่ก่อนกลับฉันขอถามอะไรเธออย่างหนึ่งเธอได้ไหม”
“ถามอะไรคะ”
“เธอฟ้องแม่ฉันเรื่องที่ถูกย้ายแผนกใช่ไหม”
หญิงสาวคิดไว้ไม่มีผิดว่านอกจากเขาจะแวะมาเยี่ยมแล้วเขาจะต้องมีอะไรพูดกับเธออย่างแน่นอน
“ฉันไม่ได้ฟ้องอะไรท่านประธานเลยนะคะ แต่วันนี้ฉันเอาเอกสารไปส่งแล้วบังเอิญเจอท่านประธานท่านก็เลยแปลกใจว่าฉันทำงานอยู่แผนกบัญชีแล้วทำไมเดินเข้าเอาเอกสารมาให้แผนกบัญชีเซ็นอีก ฉันก็เลยตอบไปตามตรงว่าฉันย้ายไปทำงานที่คลังสินค้าแค่นั้นเองค่ะ”
“แน่ใจนะว่าไม่ตั้งใจจะเจอแม่ฉัน” ภูผาคิดว่านี่เป็นแผนของพลอยนัชชา
“ท่านรองคะฉันทำงานที่โกดังสินค้าตลอดทั้งวันฉันไม่มีทางรู้หรอกค่ะว่าท่านประธานจะเข้ามาทำงานตอนไหน เวลาไหนถึงแม้ว่าฉันอยากจะเอาเรื่องนี้ไปบอกท่าน ตั้งแต่วันแรกที่โดนย้ายแต่ฉันก็ไม่มีโอกาสเจอท่านเลยแล้ววันนี้มันก็เป็นโชคของฉันที่บังเอิญเจอท่านจริง ๆ”
“เธอคงดีใจมากใช่ไหมที่แม่จะให้ย้ายกลับมาทำงานที่แผนกบัญชีอย่างเดิม”
“เป็นใครจะไม่ดีใจบ้างคะที่ได้กลับมาทำงานแผนกเดิมของตัวเองหวังว่าครั้งนี้คุณคงจะไม่หาทางแกล้งอะไรฉันอีกนะคะ”
“ฉันโตเป็นผู้ใหญ่แล้วไม่แกล้งอะไรเด็ก ๆ แบบนั้นหรอก”
“เหรอคะแล้วที่ผ่านมามันคืออะไร” เธอมองเขาอย่างเอาเรื่อง
“ฉันก็แค่เห็นว่าที่คลังสินค้างานยุ่ง แล้วอีกอย่างฉันเป็นถึงรองประธานจะย้ายใครไปทำงานตำแหน่งไหนก็ได้ไม่ใช่เหรอ”
“ค่ะ คุณเป็นรองประธานอยากจะย้ายใครก็ได้ คุณไม่ต้องสนใจหรอกว่าพนักงานที่ถูกยายแบบกะทันหันนั้นรู้สึกยังไง”
“ดูเธอจะยังโกรธอยู่ งั้นวันนี้ฉันกลับก่อนก็ได้แล้ววันหลังจะแวะมาเยี่ยมใหม่”
“ไม่ต้องหรอกค่ะเดี๋ยวหมอก็ให้ตะวันกลับบ้านได้แล้ว”
“เธอจะรู้ดีกว่าหมอได้ยังไงถ้าหมอไม่ให้กลับเธอคงไม่พาลูกหนีกลับเพราะไม่อยากให้ฉันมาเจอหรอกนะ”
“ฉันไม่ใช่เด็กที่จะทำอะไรแบบนั้น ยังไงฉันก็ต้องรอให้ตะวันหายดีก่อนจะพาออกจากโรงพยาบาลอยู่แล้ว”
ภูผาเลิกสนใจหญิงสาวแล้วหันมาสนใจเด็กชายภูตะวันที่ตอนนี้กำลังหัวเราะคิกคักเพราะกำลังการ์ตูนในทีวี
“ตะวันครับลุงกลับก่อนนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาเยี่ยมใหม่”
“ครับบ๊ายบายครับคุณลุง” ภูตะวันมือไหว้แล้วส่งยิ้มจนตาหยีทำให้ภูผารู้สึกเอ็นดูเขาเอื้อมมือมาลูบศีรษะเด็กชายเบา ๆ ความรู้สึกบางอย่างมันเล่นเข้ามาในหัวใจ ชายหนุ่มมองหน้าเด็กชายอีกครั้งและมันทำให้เขาเริ่มมั่นใจแล้วว่าเด็กคนนี้ต้องคือลูกชายของเขาแน่ ๆ
“ตะวันครับถ่ายรูปคู่กันดีไหมจะได้ยืนยันว่าครั้งหนึ่งลุงมาเยี่ยมตะวันไงโอเคไหม”
“ครับ” เด็กชายชู 2 นิ้วขณะที่ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเขาถ่ายรูปคู่กับภูตะวันไปหลายรูปก่อนจะเดินออกจากห้องไปด้วยความรู้สึกที่สับสน
พลอยนัชชาและภูตะวันรู้สึกตื่นเต้นไม่ต่างกันเมื่อวันนี้ภูผาพาพวกเธอทั้งสองคนเข้ามาที่บ้านของคุณไพศาลบ้านหลังนี้แต่ก่อนพลอยนัชชาเคยเข้าออกอยู่บ่อย ๆ แต่ความรู้สึกในวันนี้มันต่างกัน เธอจับมือลูกชายแน่นก่อนจะเดินตามภูผาเข้ามาในบ้าน“สวัสดีครับพ่อ” ภูผากล่าวทักทายบิดาที่นั่งอยู่ในบริเวณห้องรับแขก“อ้าว....มากันแล้วเหรอ ไหนมาดูสิหลานปู่เป็นยังไงบ้าง” คุณไพศาลกล่าวทักทายก่อนภูตะวันที่จับมือมารดาอยู่ดูยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม“สวัสดีครับ”“สวัสดีค่ะคุณลุง”“สวัสดีจ้ะหนูนัชชาเรียกพ่อได้แล้วนะ มานั่งกันก่อนขอพ่อดูหน้าหลานชายหน่อยสิ”ภูตะวันมองหน้ามารดาเมื่อเห็นเธอพยักหน้าเด็กชายก็เดินเข้าไปหาคุณไพศาลที่นั่งอยู่“โอ้โห...โตเป็นหนุ่มแล้วนะ หน้าตาเหมือนตกภูผาตอนเด็กเลยนะ”“คุณปู่เป็นคุณปู่ของผมจริง ๆ เหรอครับ” เด็กชายถามอย่างไม่แน่ใจเพราะที่ผ่านมาชีวิตเขามีแค่แม่กับแม่ยายและเพิ่งจะมีพ่อได้ไม่กี่วัน แล้วมาวันนี้ยังจะมีคุณปู่เพิ่มมาอีก“ก็ใช่น่ะ ปู่เป็นปู่ของตะวันจริง ๆ”“แต่คุณปู่ไม่เหมือนคุณปู่ของเพื่อนผมเลย”“ไม่เหมือนยังไง ไหนลองเล่าให้ปู่ฟังสิ”“ก็ปู่ของเพื่อนผมพวกเขามีผมสีขาวแล้วหน้าก็จะเหี่ยว
“ตะวันมานั่งตรงนี้ก่อนลูกแม่กับลุงภูมีอะไรจะคุยกับตะวันสักหน่อยครับ”“ครับแม่” เด็กชายเดินมานั่งตักมารดาบริเวณห้องรับแขกของบ้านพัก“เรื่องที่ตะวันพูดกับแม่เมื่อคืนตะวันจะพูดกับลุงภูไหมครับหรือว่าตะวันเปลี่ยนใจแล้ว”“ไม่ครับ”“ตะวันจะพูดอะไรกับลุงเหรอครับ” ภูผาเขามานั่งขนาบข้างให้ลูกชายอยู่ตรงกลางระหว่างตนเองละลูกชาย“ผมมีอะไรจะขอลุงภูอย่างหนึ่งครับไม่รู้จะได้ไหม”“ลองบอกลุงมาก่อนสิครับว่าตะวันจะขออะไร”“คือผม....” ภูตะวันอึดอัดเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงอีกอย่างเด็กชายก็กลัวว่าถูกปฏิเสธแล้วตัวเองจะผิดหวัง“ตะวันคนเก่งมีอะไรจะพูดก็พูดมาเลยครับลุงรอฟังอยู่นะ”“ลุงภูมาเป็นพ่อผมได้ไหมครับ” เด็กชายพูดออกมาเสียงเบา เขาไม่รู้ว่ามันเป็นคำถามที่เหมาะสมไหมแต่ในใจของเขาอยากให้มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ“ให้ลุงเป็นพ่อของตะวันเหรอ”“ใช่ครับได้หรือเปล่า” ภูตะวันมองหน้าภูผาสายตาของเขาเต็มไปด้วยความหวังภูผาเห็นสายตาของลูกชายแล้วเขาก็ยิ้มกว้างก่อนจะดึงเด็กชายเข้ามากอด“ได้สิ ลุงยินดีเป็นพ่อของตะวัน”“จริง ๆ ใช่ไหมครับ ไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหมครับ”“จริงสิ ลุงต้องถามตะวันมากกว่าว่าตะวันพูดจริงใช่มั้ย”“ผมพูด
ชายหนุ่มจับเรียวขาของหญิงสาวให้กางออก ปลายนิ้วยาวเกลี่ยเกสรปลุกเร้าให้เธอเสียวซ่านก่อนที่ปลายลิ้นร้อนลากไล้อย่างชำนาญจนเธอสั่นสะท้านภูผาจับสะโพกกลมกลึงมาอยู่ริมขอบโต๊ะแล้วกดปลายท่อนเอ็นไปบนเกสรลากขึ้นจงใจให้พลอยนัชชาเสียวซ่าน สายตาของทั้งสองต่างมองกันด้วยความเสน่หาอย่างปิดไม่มิด“อ๊ะ!....อื้อ....พี่ภู”เธอกำลังร้อนรุ่มจากไปพิศวาสยิ่งเขากดนวดแรงขึ้นเท่าไหร่เปลวไฟก็ยิ่งโหมแรงขึ้นเท่านั้น ชายหนุ่มกระตุกยิ้มก่อนจะสอดท่อนเอ็นเข้าไปในช่องทางรักที่คับแน่นเข้าไปทีเดียวจนลึกสุด พลอยนัชชาถึงกับสะดุ้งเฮือกสองมือจับขอบโต๊ะแน่น“อื้ม....ทั้งคับทั้งแน่น”เขาเริ่มขยับสะโพกช้า ๆ ก่อนจะขยับเร็วขึ้น จนหญิงสาวครางอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงของคนรักเพิ่มไฟตัณหาในกายของภูผาให้ลุกโชนยิ่งขึ้น เขากระแทกท่อนเอ็นกายเข้าหาเธอครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักเหนื่อย“พี่ภู......อื้อ มันเสียวนัชชาไม่ไหว...อ๊า....”เธอร้องครางกระเส่าก่อนจะเกร็งไปทั้งตัวและกรีดร้องอย่างสุขสม ช่องทางรักของเธอตอดรัดอย่างรุนแรงจนเขาเองก็เริ่มจะทนไม่ไหว ภูผาเร่งจังหวะอย่างดุดันเพื่อส่งให้หญิงสาวไปถึงสวรรค์“อื้อ....พี่ภู”พลอยนั
หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วภูผาก็สั่งกาแฟมาจิบ ในจังหวะที่พลอยนัชชาขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เขาก็แอบเอากาแฟราดลงบนขาตัวเองจนเห็นรอยเปื้อนอย่างชัดเจน“พี่ขอตัวและที่คอนโดแป๊บหนึ่งได้ไหม” เขาบอกเมื่อหญิงสาวเดินกลับมาที่โต๊ะและหยิบกระเป๋าเตรียมตัวจะออกจากร้าน“จะไปอะไรคะ”“ดูกางเกงพี่สิ เมื่อกี้กาแฟหกใส่ คงต้องเปลี่ยนชุดก่อนไปประชุม”“ก็ได้ค่ะ”พลอยนัชชายอมนั่งรถมากับภูผาที่คอนโดหญิงสาวนั่งรออยู่ในห้องรับแขกระหว่างที่เจ้าของห้องเข้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอนก่อนจะกลับออกมาอีกครั้ง“ทำไมยังไม่เปลี่ยนชุดอีกล่ะคะ”“ยังไม่อยากไปทำงาน พี่อยากอยู่กับนัชชาก่อน” ภูผาเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์มาดื่มโดยมีพลอยนัชชาเดินตามไปติด ๆ“แต่พี่ภูมีประชุมนะคะ กินเบียร์ตอนนี้จะดีเหรอ”“พี่เลื่อนไปพรุ่งนี้แล้วล่ะ” เขาตอบเหมือนการประชุมไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร“การประชุมสำคัญไม่ใช่เหรอคะ”“แต่การได้อยู่กับนัชชาสำคัญกว่านะ”“พี่ภูคะ นัชชาไม่อยากทำให้พี่ภูเสียงานนะคะ”“เราสองคนไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกันเลยนะ ตั้งแต่กลับจากหัวหินก็นานมากแล้ว พี่คิดถึงนัชชามาก”“แต่เราก็เจอกันตลอดนี่คะ”“พี่ไม่ได้หมายถึงเจอแบบนั้น”“นัชชาร
ผ่านมาสองสัปดาห์แล้วหลังจากไปเที่ยวทะเล ตอนนี้ภูตะวันสอบเสร็จแล้วและสัปดาห์หน้าภูผาก็จะพาเขาไปเที่ยวเขาใหญ่ตามสัญญา“ทำไมเราไม่ไปกันพรุ่งนี้เลยล่ะครับผมปิดเทอมแล้วนะครับลุงภู” เด็กชายทวงสัญญาทันทีเมื่อรับประทานอาหารค่ำเสร็จแล้ว“ตะวันปิดเทอมแล้วก็จริงแต่แม่กับยายนียังต้องทำงานอยู่ วันศุกร์เราค่อยไปดีไหมลูก”“แต่ผมต้องรออีกหลายวันเลยนะครับ”“แม่รู้ว่าตะวันใจร้อนอยากจะไปเที่ยวอยากจะไปทำกิจกรรมอย่างพี่ลุงภูเล่าให้ฟังแต่ตะวันก็ต้องรู้จักอดทนนะครับลูก คนเก่งของแม่รออีกแค่ไม่กี่วันได้ไหม”“ผมจะได้ไปจริง ๆ ใช่ไหมครับลุงภู” ภูตะวันเริ่มไม่แน่ใจ“ได้ไปสิครับ ลุงจองที่พักไว้แล้วเราจะไปเที่ยวกันให้สนุกสุดเหวี่ยงไปเลยนะ”“วันศุกร์ใช่ไหมครับ”“ใช่ครับวันศุกร์เราจะออกจากที่นี่กันหลังจากแม่ของตะวันเลิกงานคืนนั้นรู้เราจะดูดาวกันด้วยนะ ลุงเพิ่งซื้อกล้องดูดาวตัวใหม่มามันเห็นดวงดาวชัดมากแล้วก็เห็นไกลมากเลยเลยนะ”“จริงเหรอครับผมอยากให้ถึงวันศุกร์เร็ว ๆ จัง”“ลุงซื้อหนังสือเกี่ยวกับดวงดาวมาฝากด้วยนะตะวันจะได้เอาไว้ดูก่อนที่จะไปดูของจริงไงล่ะ”“ขอบคุณครับลุงภู”“แล้วช่วงปิดเทอมแบบนี้ตะวันอยู่ยังไงล่ะนัชชา”
กลับมาจากเที่ยวทะเลภูผารีบเข้าไปคุยกับบิดาเพราะอยากให้ตนเองกับพลอยนัชชาและตะวันได้กลับมาเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ชายหนุ่มรอจังหวะที่น้าอารีรัตน์ออกไปข้างนอกบริษัทแล้ว เขาจึงเข้ามาหาบิดาที่ห้องทำงาน“มีอะไรจะคุยกับพ่อใช่ไหมล่ะ” คุณไพศาลพอจะเดาออกเพราะทุกครั้งที่ลูกชายมาหาที่ห้องทำงานนั่นหมายถึงชายหนุ่มจะต้องมีเรื่องมาคุยกับเขา“ครับพ่อ พ่องานยุ่งไหม”“ถ้าพ่อบอกว่างานยุ่งภูผาจะไม่คุยใช่ไหม” คุณไพศาลวางปากกาแล้วมองหน้าลูกชายที่ดูเครียดกว่าทุกวัน“ไม่ครับ ผมจะบอกว่าต่อให้งานของพ่อยุ่งแค่ไหนพ่อก็ต้องฟังเรื่องที่ผมจะบอกก่อน” ภูผาพูดอย่างจริงจังก่อนจะนั่งลงตรงข้ามบิดา“เรื่องอะไรล่ะ ไม่ใช่ว่ามาพูดเรื่องหนูณีญาอีกนะ มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า”“เปล่าครับพ่อ ผมแค่อยากจะบอกว่าพ่อกับน้าอารีไม่ต้องพยายามหรอกครับเพราะยังไงเรื่องของผมกับณีญามันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว”“ทำไมล่ะลูก น้องก็น่ารักดีน่ะ ช่วงนี้ก็เห็นว่าขยันเรียนรู้งานด้วยนะ” คุณไพศาลชงหลานสาวของภรรยาให้กับลูกชายอย่างเต็มที่“พ่อครับคนเราชอบอะไรไม่เหมือนกันแล้ว แล้วตอนนี้ผมก็มีคนอื่นอยู่ในใจแล้วครับ”“ที่มาคุยกับพ่อเพราะอยากจะมาปฏิเสธใช่ไหม”“คร





![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

![บอสขาอย่าหื่น [ซีรี่ส์ภาคต่อ บอสขาอย่าอ่อย]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)