LOGINภูผาขับรถออกจากโรงพยาบาลเพื่อมายังบ้านของบิดา ในเวลาเย็นแบบนี้รถค่อนข้างติดมากเขาใช้เวลาขับรถเกือบ 40 นาทีก่อนจะมาถึงบ้านของคุณไพศาล
บ้านหลังใหญ่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ร่มรื่น ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นบ้านที่เต็มไปด้วยความสุขและความอบอุ่นแต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อเขาเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ห้า เมื่อบิดาปันใจให้กับเลขาและเมื่อมารดาจับได้ท่านก็ขอหย่าขาด เขาทนอยู่ที่บ้านหลังใหญ่กับบิดาจนเรียนจบชั้นมัธยมก็เข้าเรียนมหาวิทยาลัยและย้ายออกไปอยู่คนเดียวและพอเรียนจบก็ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศก่อนจะกลับมาช่วยงานบิดาได้สามปีแต่ภูผาก็ไม่ได้ย้ายกลับเข้ามาอยู่ที่บ้าน
“สวัสดีครับพ่อ สวัสดีครับน้าอารี” ภูผากล่าวทักทายผู้ใหญ่สองคนที่นั่งอยู่ในห้องรับแขก
“อ้าว....มาแล้วเหรอภูผามานั่งกับน้าหน่อยสิ น้ามีคนจะแนะนำให้รู้จัก นี่ราณีญาหลานสาวของน้าเองเพิ่งกลับอังกฤษ ณีญาสวัสดีพี่ภูผาสิลูก”
“สวัสดีค่ะพี่ภูผาณีญาเรียกพี่ภูได้ไหม”
“สวัสดีครับ” ภูผาทักทายไปตามมารยาททั้งที่ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ที่มีคนมาเรียกชื่อเขาพยางค์เดียวแบบนั้นมันทำให้เขาหวนนึกถึงใครบางคนในอดีตที่เรียกเขาติดปากว่า ‘พี่ภู’
“น้าจะฝากให้ณีญาไปทำงานกับภูผาที่บริษัทนะ”
“ณีญาจบอะไรมาครับ”
“จบบริหารค่ะ ณีญาอยากไปเรียนรู้งานกับพี่ภูที่บริษัทของคุณลุงค่ะ”
“ถ้าอยากเรียนรู้งานจริง ๆ ก็น่าให้เรียนรู้งานกับน้าอารีนะครับ ผมเองไม่ค่อยได้เข้าบริษัทกลัวจะสอนงานได้ไม่เต็มที่” เขาเดาจุดประสงค์ของแม่เลี้ยงออกว่าคงอยากให้เขาสนิทกับหลานสาวซึ่งเขาไม่ชอบเลยที่เธอใช้เรื่องงานมาอ้าง
“แต่น้าก็ไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่”
“ถ้าณีญาอยากเรียนรู้งานจริง ๆ พี่จะผู้ช่วยของพี่สอนก็แล้วกันนะ”
“แต่น้าอยากให้น้องเรียนรู้งานกับคุณภูผาโดยตรงนะคะ” อารีรัตน์ยังไม่ยอมเพราะเธออยากให้ราณีญาสนิทสนมกับชายหนุ่ม
“น้าอารีครับเรียนรู้งานจากใครก็เหมือนกันผู้ช่วยของผมทำงานเก่งมาก ส่วนผมต้องดูบริษัททั้งสองที่อาจจะสอนงานน้องได้ไม่เต็มที่เท่าไหร่”
“แล้วคุณภูผาต้องไปทำงานที่บริษัทของคุณแม่นานแค่ไหนคะ”
“ช่วงนี้อาจจะต้องไปบ่อยหน่อย ผมต้องเรียนรู้งานที่นั่นอีกเยอะถ้างานเป็นระบบแล้วก็คงไม่ต้องเข้าไปทุกวัน”
“พี่ภูคงเหนื่อยแย่นะคะ ทำงานทั้งสองบริษัทให้ณีญาตามไปช่วยที่บริษัทคุณแม่พี่ภูด้วยดีมั้ยคะ”
“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณครับ” เขาปฏิเสธอย่างสุภาพที่สุด
“ลุงว่าให้หนูณีญาไปเรียนรู้งานที่บริษัทของลุงไปพลาง ๆ ก่อนก็ได้นะ พี่เขาไปช่วยแม่ไม่นานหรอก พอเขากลับมาหนูก็จะได้ทำงานคล่องและช่วยพี่เข้าได้ดีไหม” คุณไพศาลหาข้อยุติให้กับทั้งสองฝ่าย
“ก็ได้ค่ะคุณลุง”
“เราไปกินข้าวกันเถอะนะ เรื่องอื่นเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที”
หลังทานอาหารเสร็จภูผาก็ขอตัวกลับเพราะเขายังมีธุระที่ต้องจัดการต่อ
“ไหน ๆ ก็ออกไปแล้วน้าฝากคุณภูผาส่งน้องด้วยได้ไหมคะ” อารีรัตน์เพิ่มโอกาสให้หลานสาวตัวเองได้อยู่ตามลำพังกับภูผา
“ได้ครับน้าอารี ผมไปก่อนนะครับน้า ไปก่อนนะครับพ่อ”
“ณีญาไปก่อนนะคะคุณลุง คุณน้า”
“คุณคิดว่าทำแบบนี้จะได้ผลเหรออารี” คุณไพศาลถามภรรยาเมื่อลูกชายขับรถออกจากบ้านไปแล้ว
“อารีก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะคุณไพศาล แต่ยังไงก็ลองให้สองคนนี้ได้สนิทสนมกันก่อนหนูณีญาเป็นเด็กน่ารักช่างเอาอกเอาใจอารีคิดว่าทำให้คุณภูผาใจอ่อนได้”
“ผมก็หวังว่าเธอจะทำสำเร็จนะ”
“อยู่ที่คุณแล้วล่ะค่ะคุณไพศาล ถ้าเกิดเด็กสองคนสนิทสนมกันขึ้นมาจริง ๆ คุณจะห้ามเธอหรือเปล่า”
“ทำไมถึงถามผมแบบนั้นล่ะอารี”
“เพราะครั้งหนึ่งคุณเคยห้ามคุณภูผาไม่ให้คบกับผู้หญิงคนนั้น อารีก็เลยกลัวว่าครั้งนี้คุณจะห้ามอีก หนูณีญาน่ารักก็จริงแต่เธอก็ฐานะไม่เท่าเที่ยวกับคุณภูผาเลย เธอไม่ใช่คนที่มาจากชาติตระกูลที่ดี เธอเป็นแค่หลานสาวของอารีเองนะคะ คุณจะไม่ห้ามใช่ไหม” อารีรัตน์ถามย้ำเพราะเธอหวังเรื่องนี้เอาไว้มาก เธออยากให้ราณีญาแต่งงานกับภูผามากที่สุด
“ถ้าผมคิดจะห้าม วันนี้ผมก็คงไม่ให้ภูผามาทำความรู้จักกับ หนูณีญาหรอกนะ ผมอายุเยอะแล้วอยากวางมือจากธุรกิจและอยากให้ภูผามีผู้ช่วยที่ดี หนูณีญาเธอเรียนจบมาจากต่างประเทศอีกอย่างเธอก็เป็นหลานสาวของคุณความเก่งก็คงไม่ต่างจากคุณมากใช่ไหม” ไพศาลมองหน้าภรรยาแล้วยิ้ม ตั้งแต่เขาได้อารีรัตน์มาเป็นภรรยาชีวิตของเขาก็สบายขึ้น นอกจากเธอจะช่วยเขาเรื่องงานที่บริษัทแล้วเรื่องภายในบ้านผู้หญิงคนนี้ก็ยังดูแลเขาได้ดีมากอีกด้วย
“ใช่ค่ะ หนูณีญาเธอเป็นเด็กดีมากตั้งใจเรียนมาตั้งแต่เด็ก”
“ดูคุณรักหลานสาวคนนี้มากเลยนะอารี”
“ใช่ค่ะ ณีญาเป็นเด็กน่าสงสาร ตอนแรกที่น้องชายของอารีพากลับมาอยู่ที่บ้านอารีก็รู้สึกถูกชะตาค่ะ พอน้องชายเสียอารีก็เลยอาสาขอเป็นคนส่งให้เธอเรียนจนจบ จะพูดตามตรงเธอก็เปรียบเสมือนลูกสาวคนหนึ่งของอารีค่ะ”
“คุณเป็นคนจิตใจดีจริง ๆ นะ ผมคิดไม่ผิดเลยที่หย่ากับภัทราแล้วเลือกคุณเป็นคู่ชีวิต แต่น่าเสียดายที่เราสองคนไม่มีลูกด้วยกันคงเพราะผมที่อายุมากเกินไปแล้ว”
“อย่าคิดแบบนั้นสิคะ ถึงเราจะไม่มีลูกด้วยกันแต่เราก็มีคุณภูผาที่อารีเองก็รักเหมือนลูกชายแท้ ๆ”
“ขอบใจนะอารีถ้าไม่มีคุณคอยช่วยผมนึกไม่ออกเลยว่าป่านนี้ภูผาจะเป็นยังไง” ไพศาลนึกไปถึงครั้งที่เขากับลูกชายมีปัญหากันและภูผาไม่ยอมไปเรียนต่อแต่อารีรัตน์ก็ทำให้ลูกชายของเขาเปลี่ยนใจไปเรียนได้ในที่สุด
“ก็เราเป็นครอบครัวเดียวกันนี่คะ คุณไพศาลคะคุณแน่ใจใช่ไหมคะว่าคุณภูผาไม่ได้แอบมีใครไว้ อารีไม่อยากทำให้เขามีปัญหากับคนรัก”
“ตั้งแต่เขากลับมาจากต่างประเทศผมก็ไม่เห็นลูกชายสนิทสนมกับผู้หญิงคนไหนเป็นพิเศษเลย ส่วนมากก็แค่คู่ควง”
“หรือที่คุณภูผาไม่ยอมคบกับผู้หญิงคนไหนเพราะเขายังลืมแฟนเก่าไม่ได้คะ” อารีรัตน์เป็นกังวลเพราะเธอรู้ว่าภูผารักผู้หญิงคนนั้นมากและตอนที่รู้ว่าเธอมีคนอื่นเข้าก็ผิดหวังมากและเศร้าอยู่นานกว่าจะกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ
“ผมว่าไม่น่าจะใช่นะเพราะก่อนไปเรียนภูผาก็เห็นแล้วว่าเธอมีผู้ชายคนอื่น ลูกชายของผมคงไม่โง่กลับไปคบกับผู้หญิงคนเดิมหรอก อีกอย่างเวลามันก็ผ่านมาถึงเจ็ดปีแล้วตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นก็คงจะมีครอบครัวไปแล้ว ถ้าครั้งนี้เธอยังกล้ากลับมาหาภูผาอีกก็คงต้องจัดการให้เด็ดขาดกว่าเดิม ผมฝากคุณคอยจับตาเรื่องนี้ด้วยนะ”
“ค่ะ อารีจะคอยสังเกต”
“ผมให้อิสระลูกมานานแล้วถึงเวลาที่เขาต้องมีครอบครัว ถ้าเขากับหนูณีญาได้คบกันก็คงดี ดูแล้วเธอน่าจะช่วยภูผาดูแลบริษัทได้ ถึงตอนนั้นเราสองคนคงมีเวลาไปเที่ยวด้วยกันนะ”
“ค่ะคุณไพศาล อารีเชื่อว่าถ้าคุณภูผาได้ใกล้ชิดกับณีญาก็จะต้องเอ็นดูเธออย่างแน่นอน” อารีรัตน์เห็นสามีสนับสนุนให้ลูกชายคบกับราณีญาเธอก็ดีใจและคิดว่าจากนี้จะทำทุกทางให้ทั้งสองคนนั้นได้ลงเอยกันโดยเร็ว
คำถามของนลินีทำให้พลอยนัชชาเริ่มวางแผนว่าจะทำยังไงต่อกับชีวิตตนเองและลูกในท้อง“ท้องของนัชชาคงจะโตมากตอนเปิดเรียนปีสาม ถ้าสอบเสร็จนัชชาจะไปดร็อปเรียนก่อนค่ะ คลอดแล้วก็ค่อยกลับไปเรียนใหม่”“หนูตัดสินใจดีแล้วใช่ไหมว่าจะเลี้ยงลูกคนเดียว”“ค่ะแต่ค่าใช้จ่ายอาจจะเยอะปิดเทอมนี้ท้องยังไม่โตมากนัชชาคงต้องหางานพิเศษทำค่ะ”“อย่าออกไปทำงานที่อื่นเลยช่วยน้าทำบัญชีดีกว่าน้าจะรับงานจากเพื่อนรุ่นพี่ของน้ามาให้ นัชชาจะได้ทำงานที่บ้าน”“น้าว่าเงินที่เรามีอยู่มันจะพอไหมคะ” หญิงสาวหมายถึงเงินที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้“ถ้าเราใช้จ่ายอย่างประหยัดก็น่าจะพอจ้ะ”“นัชชาเป็นหลานสาวที่ไม่ดีเลยใช่ไหมคะที่สร้างแต่ปัญหาให้น้า”“อย่าคิดแบบนั้นสินัชชาปัญหามันเกิดแล้วต้องช่วยกันแก้ไขไม่ใช่เอาแต่โทษตัวเอง เด็กที่อยู่ในท้องของนัชชาก็หลานสาวของน้าเหมือนกันนะน้าจะช่วยนัชชาเลี้ยงลูกเอง”เมื่อถ้าสาวพูดแบบนี้หญิงสาวก็รู้สึกเบาใจขึ้นแต่ในใจเธอจะไม่ยอมให้ถูกเอาเปรียบอยู่ฝ่ายเดียว ถึงแม้เธอจะต้องเลี้ยงลูกตามลำพังแต่ภูผาก็จะต้องมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องนี้ เธอจะไม่ยอมให้ลูกที่เกิดมาต้องล่ำบาก.....หญิงสาวทำตัวเป็นปกติจนกระทั่งเย็นวัน
นลินีรู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ยุติธรรมสำหรับหลานสาวของเธอเลยที่ต้องมาเป็นทุกข์อยู่แค่ฝ่ายเดียว“ช่างเถอะค่ะนัชชาได้คุยกับน้าแล้วก็สบายใจขึ้นมากค่ะ”“แล้วหนูคิดจะบอกพี่เขาตอนไหนล่ะ”“ว่าจะรอให้สอบเสร็จก่อนค่ะ”“นัชชาจ๊ะน้ารู้ว่าหนูรักเขามากน้าอยากให้หนูตัดสินใจเรื่องนี้ให้ดีและไม่ต้องห่วงเรื่องงานของน้าหรอกนะ พรุ่งนี้น้าจะไปยื่นหนังสือลาออกและไปทำงานที่บริษัทบัญชีของรุ่นพี่ที่รู้จักกัน”“น้านีคะ นัชชาขอโทษที่ทำให้น้าต้องลำบาก”“อันที่จริงน้าก็คิดเรื่องลาออกแล้วมาทำงานที่บริษัทของรุ่นพี่แต่ยังลังเลอยู่พอมาเจอเรื่องนี้น้าก็เลยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น”“แล้วเงินเดือนจะได้เท่าเดิมไหมคะน้านี”“เงินเดือนคงไม่เท่าเดิมแต่จะได้เปอร์เซ็นต์จ้ะ นัชชาไม่ต้องเครียดเรื่องของน้านะ ใกล้สอบแล้วตั้งใจเรียนดีกว่านะตกลงไหม”“ก็ได้ค่ะน้านี”.....พลอยนัชชากลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองจากนั้นก็อ่านหนังสือแต่ก็ไม่มีสมาธิเท่าไหร่จนเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น“ว่าไงคะพี่ภู อ่านหนังสือไปถึงไหนแล้ว” หญิงสาวทักทายด้วยเสียงสดใส“ไม่มีสมาธิอ่านหนังสือเลย คิดถึงนัชชาจังก่อนสอบเราเจอกันหน่อยดีไหมครับ” ปลายสายส่งเสียงอ้อนเพราะเขาไม่ไ
คุณอารีรัตน์เสนอเงินมากถึงห้าล้านเพื่อให้หญิงสาวยอมไปจากลูกเลี้ยงของเธอ เงินจำนวนนี้มันมากพอให้หญิงสาวใช้ชีวิตได้อย่างสบายและที่เธอยอมให้เงินมากขนาดนั้นก็เพราะเธอหวังจะได้มากกว่าถ้าหากคนที่ภูผาจะแต่งงานด้วยเป็นคนที่เธอเตรียมไว้“คืออะไรคะ”“น้าจะให้เงินเธอห้าล้านแต่เธอต้องทำให้ภูผายอมไปเรียนนะ”“น้าจ้างให้นัชชาเลิกกับพี่ภูใช่ไหม”“ว่าอย่างนั้นก็ได้เงินนี้มันมากพอที่เธอจะปล่อยมือจากเขา”“ถึงบ้านนัชชาจะไม่ได้รวย แต่นัชชาก็ไม่ได้เป็นคนเห็นแก่เงินนะคะ” หญิงสาวปฏิเสธเพราะทุกวันนี้เธอก็ไม่ได้ลำบากอะไรเงินที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้ก่อนท่านจากไปก็มากให้เธอเรียนจนจบ“จะไม่คิดดูหน่อยเหรอ”“ไม่ค่ะ ถ้าน้าไม่มีอะไรพูดกับนัชชาแล้วนัชชาขอตัวกลับก่อนนะคะ”“นัชชาน้าของหนูทำงานฝ่ายบัญชีที่บริษัทคุณไพศาลใช่ไหม ถ้ามีข่าวว่าฝ่ายบัญชียักยอกเงินบริษัทแล้วอนาคตการทำงานของน้าเธอก็คงจบลงและคงไม่มีบริษัทไหนรับเข้าทำงาน” เมื่อพูดกันดี ๆ แล้วหญิงสาวไม่ให้ความร่วมมือเธอเลยเขาเรื่องของน้าสาวมาขู่เพราะรู้ดีว่าพลอยนัชชามีญาติเพียงคนเดียว“น้านีไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้นะคะ” หญิงสาวรีบร้องห้ามเพราะกลัวว่าน้าสาวของตัวเองจะลำบา
เพราะปกติแล้วพลอยนัชชาจะเป็นคนตื่นเช้าอยู่เสมอเช้านี้ก็ไม่ต่างจากวันอื่นถึงแม้จะเมามากและแทบจะไม่ได้นอนพักแต่หญิงสาวก็ลืมตาตื่นในเวลา 6 โมงเช้า เธอมองไปรอบ ๆ ห้องแล้วนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาแม้จะจำรายละเอียดได้ไม่หมดว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างแต่ความรู้สึกก็ชัดเจนพลอยนัชชาหันไปมองคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ แล้วก็รู้สึกเสียใจที่ยอมให้อารมณ์และความรู้สึกเข้ามามีอิทธิพลเหนือความจริงที่เจ็บปวด เธออยากจะลุกจากตรงนี้และออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดแต่ร่างกายกับไม่มีแรง หญิงสาวมองนาฬิกาและเห็นว่ามันยังเช้าอยู่จึงหลับตาลงและนอนต่อเพราะความเหนื่อยล้าเธอรู้สึกตัวตื่นอีกครั้ง หลังจากผ่านไปอีกเกือบ 3 ชั่วโมง“9 โมงแล้วเหรอ” เธอพูดกับตัวเองแล้วรีบดันตัวลุกขึ้น ตอนนี้ภูผาไม่ได้นอนอยู่ข้างกายเธอแล้วหญิงสาวถอนหายใจก่อนจะหยิบชุดที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมแล้วเดินออกมาจากห้อง“ตื่นแล้วเหรอ” ภูผาที่กำลังเทเขาต้มใส่ชามถามขึ้นจนคนที่กำลังแอบย่องออกมาจากห้องสะดุ้งสุดตัว“ท่านรอง”“ท่านรองเหรอ เมื่อคืนไม่ได้เรียกแบบนี้”“ก็เมื่อคืนฉันเมา” เธอก้มหน้าตอบเพราะไม่กล้าจะมองหน้าเขาหลังจากที่เมื่อคืนเผลอปล่อยกายปล
ความสุขแบบนี้เป็นความสุขที่ภูผาโหยหาและคิดถึงมาตลอด ที่ผ่านมาเขามีผู้หญิงอีกหลายคนแต่ก็คบกันไม่รอดเพราะในใจของชายหนุ่มยังคงมีพลอยนัชชาแม้ว่าจะผ่านมานานหลายปีแต่ความรู้สึกที่เขามีให้กับเธอก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงแล้วในเมื่อวันนี้มีโอกาสได้ทำแบบเดิมอีกครั้งเขาก็จะตักตวงความสุขให้ได้มากที่สุดเพื่อให้สมกับวันเวลาที่เขาคิดถึงหญิงสาวมาตลอดหญิงสาวขยับสะโพกไปตามอารมณ์ ท่อนเอ็นร้อนที่เสยเข้าหาประสานกับร่องรักคับแน่นอย่างลงตัว ภูผารู้ว่าหญิงสาวอยู่ในอารมณ์แบบไหน เขาสวนสะโพกเข้าหาเธออย่างไม่ยั้ง เสียงเนื้อกระทบดังก้องไปทั้งห้องแล้วความสุขความเสียวซ่านก็เดินทางมาถึงขีดสุด สัญชาตญาณดิบส่งให้ทั้งคู่ถาโถมเข้าหากันเร็วขึ้น แรงบีบรัดในกายและแรงจากการเสียดสีทำให้ความร้อนในกายของทั้งสองคนแผดเผาจนแทบหลอมละลายภูผาจับสะโพกเธอไว้แน่นก่อนจะตอกอัดท่อนเอ็นเสยขึ้นอย่างไม่ยั้งทำเอาพลอยนัชชาขาสั่นจนทรงตัวแทบไม่อยู่ความเสียวซ่านพุ่งสูงสุดขึ้นเสียงครางหวานดังไปทั่วห้องพลอยนัชชาร่อนสะโพกอย่างเร่าร้อน ภูผาโน้มลำตัวเธอลงมาให้หน้าอกอวบอิ่มพอดีกับริมฝีปากร้อนแล้วดูดดึงอย่างหิวกระหายส่งผ่านความเสียวซ่านให้คนที่โยกอยู่ทา
ความรู้สึกแบบนี้หญิงสาวจำได้ดีว่าภูผาเคยมอบให้เธอเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นมันเต็มไปด้วยความรักที่มีให้แก่กันอย่างท่วมท้นแต่วันนี้เธอรู้ว่าทุกอย่างเกิดจากอารมณ์เปลี่ยวเหงาพลอยนัชชาสัญญากับตัวเองไว้ว่าชีวิตนี้เธอจะไม่นอนกับผู้ชายคนไหนหรือคบกับใครอีกเพราะไม่อยากให้ลูกชายมีปัญหาแต่ในเมื่อเขาคือภูผา หญิงสาวจึงปล่อยกายไปกับเขาอย่างเต็มที่ร่างกายของเธอมันตอบสนองทุกอย่างไปตามอารมณ์ความรู้สึกและสัญชาตญาณที่ไม่อาจหักห้ามได้เลย“อ่า....สวยมากนัชชาของพี่สวยไม่เปลี่ยนเลย”เสียบแหบพร่าพูดออกมาจากความรู้สึก เขาไล้ปลายนิ้วโป้งไปบนกลีบกุหลาบที่ปิดสนิท ความรู้สึกไม่ต่างจากครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน ความเป็นหญิงของพลอยนัชชาสวยงามอย่างไม่มีที่ติแม้เธอจะมีลูกแล้วแต่ภาพที่เห็นกลับทำให้อารมณ์ของเขาลุกโชนอย่างง่ายดายภูผาทำให้พลอยนัชชาสั่นท้านไปทั้งตัว ปลายลิ้นกดนวดเป็นวงกลมบนเกสรเสียว ปลุกเร้าจนหญิงสาวต้องแอ่นสะโพกเข้าหาอย่างห้ามไม่อยู่ ยิ่งเขาลากลิ้นแทรกกลางกลีบกุหลาบเธอก็ยกสะโพกสูง เพื่อให้เขาดูดกินน้ำหวานได้อย่างเต็มที่“อื้ม....อ๊ะ!....”“หวานเหมือนเดิมเลยนัชชา”“พี่ภูอื้อ....”เสียงหวานครางเรียกชื่อคนรักไม







