LOGINภูผาขับรถออกจากโรงพยาบาลเพื่อมายังบ้านของบิดา ในเวลาเย็นแบบนี้รถค่อนข้างติดมากเขาใช้เวลาขับรถเกือบ 40 นาทีก่อนจะมาถึงบ้านของคุณไพศาล
บ้านหลังใหญ่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ร่มรื่น ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นบ้านที่เต็มไปด้วยความสุขและความอบอุ่นแต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อเขาเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ห้า เมื่อบิดาปันใจให้กับเลขาและเมื่อมารดาจับได้ท่านก็ขอหย่าขาด เขาทนอยู่ที่บ้านหลังใหญ่กับบิดาจนเรียนจบชั้นมัธยมก็เข้าเรียนมหาวิทยาลัยและย้ายออกไปอยู่คนเดียวและพอเรียนจบก็ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศก่อนจะกลับมาช่วยงานบิดาได้สามปีแต่ภูผาก็ไม่ได้ย้ายกลับเข้ามาอยู่ที่บ้าน
“สวัสดีครับพ่อ สวัสดีครับน้าอารี” ภูผากล่าวทักทายผู้ใหญ่สองคนที่นั่งอยู่ในห้องรับแขก
“อ้าว....มาแล้วเหรอภูผามานั่งกับน้าหน่อยสิ น้ามีคนจะแนะนำให้รู้จัก นี่ราณีญาหลานสาวของน้าเองเพิ่งกลับอังกฤษ ณีญาสวัสดีพี่ภูผาสิลูก”
“สวัสดีค่ะพี่ภูผาณีญาเรียกพี่ภูได้ไหม”
“สวัสดีครับ” ภูผาทักทายไปตามมารยาททั้งที่ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ที่มีคนมาเรียกชื่อเขาพยางค์เดียวแบบนั้นมันทำให้เขาหวนนึกถึงใครบางคนในอดีตที่เรียกเขาติดปากว่า ‘พี่ภู’
“น้าจะฝากให้ณีญาไปทำงานกับภูผาที่บริษัทนะ”
“ณีญาจบอะไรมาครับ”
“จบบริหารค่ะ ณีญาอยากไปเรียนรู้งานกับพี่ภูที่บริษัทของคุณลุงค่ะ”
“ถ้าอยากเรียนรู้งานจริง ๆ ก็น่าให้เรียนรู้งานกับน้าอารีนะครับ ผมเองไม่ค่อยได้เข้าบริษัทกลัวจะสอนงานได้ไม่เต็มที่” เขาเดาจุดประสงค์ของแม่เลี้ยงออกว่าคงอยากให้เขาสนิทกับหลานสาวซึ่งเขาไม่ชอบเลยที่เธอใช้เรื่องงานมาอ้าง
“แต่น้าก็ไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่”
“ถ้าณีญาอยากเรียนรู้งานจริง ๆ พี่จะผู้ช่วยของพี่สอนก็แล้วกันนะ”
“แต่น้าอยากให้น้องเรียนรู้งานกับคุณภูผาโดยตรงนะคะ” อารีรัตน์ยังไม่ยอมเพราะเธออยากให้ราณีญาสนิทสนมกับชายหนุ่ม
“น้าอารีครับเรียนรู้งานจากใครก็เหมือนกันผู้ช่วยของผมทำงานเก่งมาก ส่วนผมต้องดูบริษัททั้งสองที่อาจจะสอนงานน้องได้ไม่เต็มที่เท่าไหร่”
“แล้วคุณภูผาต้องไปทำงานที่บริษัทของคุณแม่นานแค่ไหนคะ”
“ช่วงนี้อาจจะต้องไปบ่อยหน่อย ผมต้องเรียนรู้งานที่นั่นอีกเยอะถ้างานเป็นระบบแล้วก็คงไม่ต้องเข้าไปทุกวัน”
“พี่ภูคงเหนื่อยแย่นะคะ ทำงานทั้งสองบริษัทให้ณีญาตามไปช่วยที่บริษัทคุณแม่พี่ภูด้วยดีมั้ยคะ”
“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณครับ” เขาปฏิเสธอย่างสุภาพที่สุด
“ลุงว่าให้หนูณีญาไปเรียนรู้งานที่บริษัทของลุงไปพลาง ๆ ก่อนก็ได้นะ พี่เขาไปช่วยแม่ไม่นานหรอก พอเขากลับมาหนูก็จะได้ทำงานคล่องและช่วยพี่เข้าได้ดีไหม” คุณไพศาลหาข้อยุติให้กับทั้งสองฝ่าย
“ก็ได้ค่ะคุณลุง”
“เราไปกินข้าวกันเถอะนะ เรื่องอื่นเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที”
หลังทานอาหารเสร็จภูผาก็ขอตัวกลับเพราะเขายังมีธุระที่ต้องจัดการต่อ
“ไหน ๆ ก็ออกไปแล้วน้าฝากคุณภูผาส่งน้องด้วยได้ไหมคะ” อารีรัตน์เพิ่มโอกาสให้หลานสาวตัวเองได้อยู่ตามลำพังกับภูผา
“ได้ครับน้าอารี ผมไปก่อนนะครับน้า ไปก่อนนะครับพ่อ”
“ณีญาไปก่อนนะคะคุณลุง คุณน้า”
“คุณคิดว่าทำแบบนี้จะได้ผลเหรออารี” คุณไพศาลถามภรรยาเมื่อลูกชายขับรถออกจากบ้านไปแล้ว
“อารีก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะคุณไพศาล แต่ยังไงก็ลองให้สองคนนี้ได้สนิทสนมกันก่อนหนูณีญาเป็นเด็กน่ารักช่างเอาอกเอาใจอารีคิดว่าทำให้คุณภูผาใจอ่อนได้”
“ผมก็หวังว่าเธอจะทำสำเร็จนะ”
“อยู่ที่คุณแล้วล่ะค่ะคุณไพศาล ถ้าเกิดเด็กสองคนสนิทสนมกันขึ้นมาจริง ๆ คุณจะห้ามเธอหรือเปล่า”
“ทำไมถึงถามผมแบบนั้นล่ะอารี”
“เพราะครั้งหนึ่งคุณเคยห้ามคุณภูผาไม่ให้คบกับผู้หญิงคนนั้น อารีก็เลยกลัวว่าครั้งนี้คุณจะห้ามอีก หนูณีญาน่ารักก็จริงแต่เธอก็ฐานะไม่เท่าเที่ยวกับคุณภูผาเลย เธอไม่ใช่คนที่มาจากชาติตระกูลที่ดี เธอเป็นแค่หลานสาวของอารีเองนะคะ คุณจะไม่ห้ามใช่ไหม” อารีรัตน์ถามย้ำเพราะเธอหวังเรื่องนี้เอาไว้มาก เธออยากให้ราณีญาแต่งงานกับภูผามากที่สุด
“ถ้าผมคิดจะห้าม วันนี้ผมก็คงไม่ให้ภูผามาทำความรู้จักกับ หนูณีญาหรอกนะ ผมอายุเยอะแล้วอยากวางมือจากธุรกิจและอยากให้ภูผามีผู้ช่วยที่ดี หนูณีญาเธอเรียนจบมาจากต่างประเทศอีกอย่างเธอก็เป็นหลานสาวของคุณความเก่งก็คงไม่ต่างจากคุณมากใช่ไหม” ไพศาลมองหน้าภรรยาแล้วยิ้ม ตั้งแต่เขาได้อารีรัตน์มาเป็นภรรยาชีวิตของเขาก็สบายขึ้น นอกจากเธอจะช่วยเขาเรื่องงานที่บริษัทแล้วเรื่องภายในบ้านผู้หญิงคนนี้ก็ยังดูแลเขาได้ดีมากอีกด้วย
“ใช่ค่ะ หนูณีญาเธอเป็นเด็กดีมากตั้งใจเรียนมาตั้งแต่เด็ก”
“ดูคุณรักหลานสาวคนนี้มากเลยนะอารี”
“ใช่ค่ะ ณีญาเป็นเด็กน่าสงสาร ตอนแรกที่น้องชายของอารีพากลับมาอยู่ที่บ้านอารีก็รู้สึกถูกชะตาค่ะ พอน้องชายเสียอารีก็เลยอาสาขอเป็นคนส่งให้เธอเรียนจนจบ จะพูดตามตรงเธอก็เปรียบเสมือนลูกสาวคนหนึ่งของอารีค่ะ”
“คุณเป็นคนจิตใจดีจริง ๆ นะ ผมคิดไม่ผิดเลยที่หย่ากับภัทราแล้วเลือกคุณเป็นคู่ชีวิต แต่น่าเสียดายที่เราสองคนไม่มีลูกด้วยกันคงเพราะผมที่อายุมากเกินไปแล้ว”
“อย่าคิดแบบนั้นสิคะ ถึงเราจะไม่มีลูกด้วยกันแต่เราก็มีคุณภูผาที่อารีเองก็รักเหมือนลูกชายแท้ ๆ”
“ขอบใจนะอารีถ้าไม่มีคุณคอยช่วยผมนึกไม่ออกเลยว่าป่านนี้ภูผาจะเป็นยังไง” ไพศาลนึกไปถึงครั้งที่เขากับลูกชายมีปัญหากันและภูผาไม่ยอมไปเรียนต่อแต่อารีรัตน์ก็ทำให้ลูกชายของเขาเปลี่ยนใจไปเรียนได้ในที่สุด
“ก็เราเป็นครอบครัวเดียวกันนี่คะ คุณไพศาลคะคุณแน่ใจใช่ไหมคะว่าคุณภูผาไม่ได้แอบมีใครไว้ อารีไม่อยากทำให้เขามีปัญหากับคนรัก”
“ตั้งแต่เขากลับมาจากต่างประเทศผมก็ไม่เห็นลูกชายสนิทสนมกับผู้หญิงคนไหนเป็นพิเศษเลย ส่วนมากก็แค่คู่ควง”
“หรือที่คุณภูผาไม่ยอมคบกับผู้หญิงคนไหนเพราะเขายังลืมแฟนเก่าไม่ได้คะ” อารีรัตน์เป็นกังวลเพราะเธอรู้ว่าภูผารักผู้หญิงคนนั้นมากและตอนที่รู้ว่าเธอมีคนอื่นเข้าก็ผิดหวังมากและเศร้าอยู่นานกว่าจะกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ
“ผมว่าไม่น่าจะใช่นะเพราะก่อนไปเรียนภูผาก็เห็นแล้วว่าเธอมีผู้ชายคนอื่น ลูกชายของผมคงไม่โง่กลับไปคบกับผู้หญิงคนเดิมหรอก อีกอย่างเวลามันก็ผ่านมาถึงเจ็ดปีแล้วตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นก็คงจะมีครอบครัวไปแล้ว ถ้าครั้งนี้เธอยังกล้ากลับมาหาภูผาอีกก็คงต้องจัดการให้เด็ดขาดกว่าเดิม ผมฝากคุณคอยจับตาเรื่องนี้ด้วยนะ”
“ค่ะ อารีจะคอยสังเกต”
“ผมให้อิสระลูกมานานแล้วถึงเวลาที่เขาต้องมีครอบครัว ถ้าเขากับหนูณีญาได้คบกันก็คงดี ดูแล้วเธอน่าจะช่วยภูผาดูแลบริษัทได้ ถึงตอนนั้นเราสองคนคงมีเวลาไปเที่ยวด้วยกันนะ”
“ค่ะคุณไพศาล อารีเชื่อว่าถ้าคุณภูผาได้ใกล้ชิดกับณีญาก็จะต้องเอ็นดูเธออย่างแน่นอน” อารีรัตน์เห็นสามีสนับสนุนให้ลูกชายคบกับราณีญาเธอก็ดีใจและคิดว่าจากนี้จะทำทุกทางให้ทั้งสองคนนั้นได้ลงเอยกันโดยเร็ว
พลอยนัชชาและภูตะวันรู้สึกตื่นเต้นไม่ต่างกันเมื่อวันนี้ภูผาพาพวกเธอทั้งสองคนเข้ามาที่บ้านของคุณไพศาลบ้านหลังนี้แต่ก่อนพลอยนัชชาเคยเข้าออกอยู่บ่อย ๆ แต่ความรู้สึกในวันนี้มันต่างกัน เธอจับมือลูกชายแน่นก่อนจะเดินตามภูผาเข้ามาในบ้าน“สวัสดีครับพ่อ” ภูผากล่าวทักทายบิดาที่นั่งอยู่ในบริเวณห้องรับแขก“อ้าว....มากันแล้วเหรอ ไหนมาดูสิหลานปู่เป็นยังไงบ้าง” คุณไพศาลกล่าวทักทายก่อนภูตะวันที่จับมือมารดาอยู่ดูยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม“สวัสดีครับ”“สวัสดีค่ะคุณลุง”“สวัสดีจ้ะหนูนัชชาเรียกพ่อได้แล้วนะ มานั่งกันก่อนขอพ่อดูหน้าหลานชายหน่อยสิ”ภูตะวันมองหน้ามารดาเมื่อเห็นเธอพยักหน้าเด็กชายก็เดินเข้าไปหาคุณไพศาลที่นั่งอยู่“โอ้โห...โตเป็นหนุ่มแล้วนะ หน้าตาเหมือนตกภูผาตอนเด็กเลยนะ”“คุณปู่เป็นคุณปู่ของผมจริง ๆ เหรอครับ” เด็กชายถามอย่างไม่แน่ใจเพราะที่ผ่านมาชีวิตเขามีแค่แม่กับแม่ยายและเพิ่งจะมีพ่อได้ไม่กี่วัน แล้วมาวันนี้ยังจะมีคุณปู่เพิ่มมาอีก“ก็ใช่น่ะ ปู่เป็นปู่ของตะวันจริง ๆ”“แต่คุณปู่ไม่เหมือนคุณปู่ของเพื่อนผมเลย”“ไม่เหมือนยังไง ไหนลองเล่าให้ปู่ฟังสิ”“ก็ปู่ของเพื่อนผมพวกเขามีผมสีขาวแล้วหน้าก็จะเหี่ยว
“ตะวันมานั่งตรงนี้ก่อนลูกแม่กับลุงภูมีอะไรจะคุยกับตะวันสักหน่อยครับ”“ครับแม่” เด็กชายเดินมานั่งตักมารดาบริเวณห้องรับแขกของบ้านพัก“เรื่องที่ตะวันพูดกับแม่เมื่อคืนตะวันจะพูดกับลุงภูไหมครับหรือว่าตะวันเปลี่ยนใจแล้ว”“ไม่ครับ”“ตะวันจะพูดอะไรกับลุงเหรอครับ” ภูผาเขามานั่งขนาบข้างให้ลูกชายอยู่ตรงกลางระหว่างตนเองละลูกชาย“ผมมีอะไรจะขอลุงภูอย่างหนึ่งครับไม่รู้จะได้ไหม”“ลองบอกลุงมาก่อนสิครับว่าตะวันจะขออะไร”“คือผม....” ภูตะวันอึดอัดเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงอีกอย่างเด็กชายก็กลัวว่าถูกปฏิเสธแล้วตัวเองจะผิดหวัง“ตะวันคนเก่งมีอะไรจะพูดก็พูดมาเลยครับลุงรอฟังอยู่นะ”“ลุงภูมาเป็นพ่อผมได้ไหมครับ” เด็กชายพูดออกมาเสียงเบา เขาไม่รู้ว่ามันเป็นคำถามที่เหมาะสมไหมแต่ในใจของเขาอยากให้มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ“ให้ลุงเป็นพ่อของตะวันเหรอ”“ใช่ครับได้หรือเปล่า” ภูตะวันมองหน้าภูผาสายตาของเขาเต็มไปด้วยความหวังภูผาเห็นสายตาของลูกชายแล้วเขาก็ยิ้มกว้างก่อนจะดึงเด็กชายเข้ามากอด“ได้สิ ลุงยินดีเป็นพ่อของตะวัน”“จริง ๆ ใช่ไหมครับ ไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหมครับ”“จริงสิ ลุงต้องถามตะวันมากกว่าว่าตะวันพูดจริงใช่มั้ย”“ผมพูด
ชายหนุ่มจับเรียวขาของหญิงสาวให้กางออก ปลายนิ้วยาวเกลี่ยเกสรปลุกเร้าให้เธอเสียวซ่านก่อนที่ปลายลิ้นร้อนลากไล้อย่างชำนาญจนเธอสั่นสะท้านภูผาจับสะโพกกลมกลึงมาอยู่ริมขอบโต๊ะแล้วกดปลายท่อนเอ็นไปบนเกสรลากขึ้นจงใจให้พลอยนัชชาเสียวซ่าน สายตาของทั้งสองต่างมองกันด้วยความเสน่หาอย่างปิดไม่มิด“อ๊ะ!....อื้อ....พี่ภู”เธอกำลังร้อนรุ่มจากไปพิศวาสยิ่งเขากดนวดแรงขึ้นเท่าไหร่เปลวไฟก็ยิ่งโหมแรงขึ้นเท่านั้น ชายหนุ่มกระตุกยิ้มก่อนจะสอดท่อนเอ็นเข้าไปในช่องทางรักที่คับแน่นเข้าไปทีเดียวจนลึกสุด พลอยนัชชาถึงกับสะดุ้งเฮือกสองมือจับขอบโต๊ะแน่น“อื้ม....ทั้งคับทั้งแน่น”เขาเริ่มขยับสะโพกช้า ๆ ก่อนจะขยับเร็วขึ้น จนหญิงสาวครางอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงของคนรักเพิ่มไฟตัณหาในกายของภูผาให้ลุกโชนยิ่งขึ้น เขากระแทกท่อนเอ็นกายเข้าหาเธอครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักเหนื่อย“พี่ภู......อื้อ มันเสียวนัชชาไม่ไหว...อ๊า....”เธอร้องครางกระเส่าก่อนจะเกร็งไปทั้งตัวและกรีดร้องอย่างสุขสม ช่องทางรักของเธอตอดรัดอย่างรุนแรงจนเขาเองก็เริ่มจะทนไม่ไหว ภูผาเร่งจังหวะอย่างดุดันเพื่อส่งให้หญิงสาวไปถึงสวรรค์“อื้อ....พี่ภู”พลอยนั
หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วภูผาก็สั่งกาแฟมาจิบ ในจังหวะที่พลอยนัชชาขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เขาก็แอบเอากาแฟราดลงบนขาตัวเองจนเห็นรอยเปื้อนอย่างชัดเจน“พี่ขอตัวและที่คอนโดแป๊บหนึ่งได้ไหม” เขาบอกเมื่อหญิงสาวเดินกลับมาที่โต๊ะและหยิบกระเป๋าเตรียมตัวจะออกจากร้าน“จะไปอะไรคะ”“ดูกางเกงพี่สิ เมื่อกี้กาแฟหกใส่ คงต้องเปลี่ยนชุดก่อนไปประชุม”“ก็ได้ค่ะ”พลอยนัชชายอมนั่งรถมากับภูผาที่คอนโดหญิงสาวนั่งรออยู่ในห้องรับแขกระหว่างที่เจ้าของห้องเข้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอนก่อนจะกลับออกมาอีกครั้ง“ทำไมยังไม่เปลี่ยนชุดอีกล่ะคะ”“ยังไม่อยากไปทำงาน พี่อยากอยู่กับนัชชาก่อน” ภูผาเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์มาดื่มโดยมีพลอยนัชชาเดินตามไปติด ๆ“แต่พี่ภูมีประชุมนะคะ กินเบียร์ตอนนี้จะดีเหรอ”“พี่เลื่อนไปพรุ่งนี้แล้วล่ะ” เขาตอบเหมือนการประชุมไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร“การประชุมสำคัญไม่ใช่เหรอคะ”“แต่การได้อยู่กับนัชชาสำคัญกว่านะ”“พี่ภูคะ นัชชาไม่อยากทำให้พี่ภูเสียงานนะคะ”“เราสองคนไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกันเลยนะ ตั้งแต่กลับจากหัวหินก็นานมากแล้ว พี่คิดถึงนัชชามาก”“แต่เราก็เจอกันตลอดนี่คะ”“พี่ไม่ได้หมายถึงเจอแบบนั้น”“นัชชาร
ผ่านมาสองสัปดาห์แล้วหลังจากไปเที่ยวทะเล ตอนนี้ภูตะวันสอบเสร็จแล้วและสัปดาห์หน้าภูผาก็จะพาเขาไปเที่ยวเขาใหญ่ตามสัญญา“ทำไมเราไม่ไปกันพรุ่งนี้เลยล่ะครับผมปิดเทอมแล้วนะครับลุงภู” เด็กชายทวงสัญญาทันทีเมื่อรับประทานอาหารค่ำเสร็จแล้ว“ตะวันปิดเทอมแล้วก็จริงแต่แม่กับยายนียังต้องทำงานอยู่ วันศุกร์เราค่อยไปดีไหมลูก”“แต่ผมต้องรออีกหลายวันเลยนะครับ”“แม่รู้ว่าตะวันใจร้อนอยากจะไปเที่ยวอยากจะไปทำกิจกรรมอย่างพี่ลุงภูเล่าให้ฟังแต่ตะวันก็ต้องรู้จักอดทนนะครับลูก คนเก่งของแม่รออีกแค่ไม่กี่วันได้ไหม”“ผมจะได้ไปจริง ๆ ใช่ไหมครับลุงภู” ภูตะวันเริ่มไม่แน่ใจ“ได้ไปสิครับ ลุงจองที่พักไว้แล้วเราจะไปเที่ยวกันให้สนุกสุดเหวี่ยงไปเลยนะ”“วันศุกร์ใช่ไหมครับ”“ใช่ครับวันศุกร์เราจะออกจากที่นี่กันหลังจากแม่ของตะวันเลิกงานคืนนั้นรู้เราจะดูดาวกันด้วยนะ ลุงเพิ่งซื้อกล้องดูดาวตัวใหม่มามันเห็นดวงดาวชัดมากแล้วก็เห็นไกลมากเลยเลยนะ”“จริงเหรอครับผมอยากให้ถึงวันศุกร์เร็ว ๆ จัง”“ลุงซื้อหนังสือเกี่ยวกับดวงดาวมาฝากด้วยนะตะวันจะได้เอาไว้ดูก่อนที่จะไปดูของจริงไงล่ะ”“ขอบคุณครับลุงภู”“แล้วช่วงปิดเทอมแบบนี้ตะวันอยู่ยังไงล่ะนัชชา”
กลับมาจากเที่ยวทะเลภูผารีบเข้าไปคุยกับบิดาเพราะอยากให้ตนเองกับพลอยนัชชาและตะวันได้กลับมาเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ชายหนุ่มรอจังหวะที่น้าอารีรัตน์ออกไปข้างนอกบริษัทแล้ว เขาจึงเข้ามาหาบิดาที่ห้องทำงาน“มีอะไรจะคุยกับพ่อใช่ไหมล่ะ” คุณไพศาลพอจะเดาออกเพราะทุกครั้งที่ลูกชายมาหาที่ห้องทำงานนั่นหมายถึงชายหนุ่มจะต้องมีเรื่องมาคุยกับเขา“ครับพ่อ พ่องานยุ่งไหม”“ถ้าพ่อบอกว่างานยุ่งภูผาจะไม่คุยใช่ไหม” คุณไพศาลวางปากกาแล้วมองหน้าลูกชายที่ดูเครียดกว่าทุกวัน“ไม่ครับ ผมจะบอกว่าต่อให้งานของพ่อยุ่งแค่ไหนพ่อก็ต้องฟังเรื่องที่ผมจะบอกก่อน” ภูผาพูดอย่างจริงจังก่อนจะนั่งลงตรงข้ามบิดา“เรื่องอะไรล่ะ ไม่ใช่ว่ามาพูดเรื่องหนูณีญาอีกนะ มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า”“เปล่าครับพ่อ ผมแค่อยากจะบอกว่าพ่อกับน้าอารีไม่ต้องพยายามหรอกครับเพราะยังไงเรื่องของผมกับณีญามันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว”“ทำไมล่ะลูก น้องก็น่ารักดีน่ะ ช่วงนี้ก็เห็นว่าขยันเรียนรู้งานด้วยนะ” คุณไพศาลชงหลานสาวของภรรยาให้กับลูกชายอย่างเต็มที่“พ่อครับคนเราชอบอะไรไม่เหมือนกันแล้ว แล้วตอนนี้ผมก็มีคนอื่นอยู่ในใจแล้วครับ”“ที่มาคุยกับพ่อเพราะอยากจะมาปฏิเสธใช่ไหม”“คร







