Share

บทที่ 8

last update Tanggal publikasi: 2025-06-27 18:02:57

“ลักพาตัว...” อัลเบิร์ตทวนคำอย่างไม่เข้าใจ “ลักมันมาทำไม... ก็คุณบอกเองว่าเราแค่ขู่พ่อเท่านั้นไม่ใช่เหรอ จะลักมันมาเพิ่มความลำบากให้เราอีกทำไม...”

“โอ๊ย! ทำไมผัวฉันถึงได้โง่เป็นควายอย่างนี้นะ” ผู้เป็นภรรยาตวาดด้วยอารมณ์สุดที่จะทนไหว “ถ้าไม่ลักมันมาเรียกค่าไถ่ ไอ้แก่ตายซากนั่นมันจะยอมจ่ายเงินให้เราหรือไงล่ะ”

แต่จู่ๆ โรสก็ผุดลุกขึ้นจากโซฟายาว เดินเยื้องย่างเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างเชื่องช้า ยกมือทั้งสองข้างขึ้นโอบต้นคอของชายหนุ่มเอาไว้ ส่งสายตายั่วยวนคล้ายเป็นการขอโทษที่ก่นด่าเมื่อวินาทีก่อน ก่อนจะส่งเสียงกระซิบกระซาบข้างใบหน้าซูบผอม

“แล้วพอเราได้เงินจากพ่อของคุณแล้ว แทนที่เราจะคืนเจค็อบให้... เราก็ฆ่ามันทิ้งซะ!!”

คำพูดประโยคสุดท้ายเหมือนเสียงแก้วเจียระไนกำลังแตกละเอียดอยู่ในโสตสำนึกของอัลเบิร์ต เขาต้องอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดชีวิต

“ฆ่าเจค็อบอย่างนั้นเหรอ... คุณบ้าไปแล้ว นั่นลูกของเรานะ...”

“คุณเคยคิดว่ามันเป็นลูกด้วยเหรออัลเบิร์ต... ไม่เอาน่า คุณก็รู้ว่าตราบใดที่ไอ้เด็กนั่นมันยังอยู่ พ่อของคุณไม่มีทางหันมาเหลียวแลหรือแม้แต่แบ่งเศษเสี้ยวมรดกให้คุณหรอก...” โรสพยายามหว่านล้อมด้วยสีหน้าไม่สะทกสะท้านใดๆ ราวกับเด็กน้อยที่อีกฝ่ายพูดถึงไม่ใช่สายเลือดของเธอ

อัลเบิร์ตขมวดคิ้ว ยอมรับฟังเงียบๆ ทว่าในใจก็ยังไม่กล้าตัดสินใจตามคำชักจูงของภรรยา เขาเองก็เหมือนกับหญิงสาว นั่นคือไม่ได้มีความรู้สึกผูกพันใดๆ กับบุตรชายแท้ๆ แม้แต่น้อย... แต่ความคิดที่จะฆ่าเด็กเล็กๆ คนหนึ่งมันก็เลวร้ายเกินไปสำหรับผู้ชายขี้ขลาดตาขาวอย่างเขา...

“ไอ้แก่เคนเน็ธน่ะหลงไอ้เด็กเวรนั่นแค่ไหน แล้วที่คุณต้องกลายเป็นหมาหัวเน่าอยู่อย่างนี้ก็ไม่ใช่เพราะมันหรอกเหรอ... คิดดูให้ดีสิ ถ้าฆ่ามันได้ซักคนก็เท่ากับพ่อของคุณหมดผู้สืบทอดมรดก แล้วทรัพย์สมบัติทั้งหมดมันจะไปไหนเสียล่ะ... ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวแท้ๆ เลยนะอัลเบิร์ต... เราได้เงินค่าไถ่เอามาจ่ายหนี้จ่ายสินเสียก่อน แล้วส่วนที่เหลือก็แค่รอเวลาให้พ่อของคุณตายตามเจค็อบไป...” หญิงสาวเน้นคำว่าตายชัดเจนเป็นพิเศษ

“คุณ... คุณหมายความว่า... จะฆ่าพ่อของผมด้วยอย่างนั้นเหรอ...” อัลเบิร์ตละล่ำละลัก ฆ่าบุตรชายที่ไร้ความผูกพันยังพอว่า แต่ให้ฆ่าบิดาบังเกิดเกล้าอีกคนหนึ่ง ต่อให้ชั่วช้าแค่ไหนเขาก็ไม่กล้าคิด

หญิงสาวยักไหล่เหมือนไม่ใส่ใจ “อันที่จริงก็น่าจะฆ่ามันทิ้งอยู่หรอกนะ... แต่ไม่จำเป็นหรอก แค่ให้ไอ้ลูกมารนั่นตายไปเสียคนหนึ่ง อีกไม่นานพ่อคุณก็คงตรอมใจตายตามไปด้วยนั่นแหละ...” เห็นสีหน้าสลดของสามีเข้า โรสก็ตวาดเสียงขุ่น “อะไรกัน!... อย่าบอกว่าคุณนึกจะเป็นลูกกตัญญูขึ้นมาตอนนี้นะ”

“ตะ...แต่เรื่องนี้... คุณแน่ใจเหรอว่าพ่อจะไม่สงสัยเรา อย่าลืมว่าผมเพิ่งจะเอาเรื่องเจค็อบไปขู่พ่อวันนี้นี่เองนะ...”

“ในเมื่อฉันคิดแผนการพวกนี้ขึ้นมาได้ ฉันก็ต้องมีวิธีทำให้เรารอดพ้นจากการเป็นผู้ต้องสงสัยแน่นอนอยู่แล้ว คุณไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกน่า...” ฝ่ามือที่โอบต้นคออัลเบิร์ตอยู่หลวมๆ รั้งใบหน้าที่ยังคงเค้าความหล่อเหลาให้ก้มต่ำลงมาหา ริมฝีปากสีแดงสดเผยอน้อยๆ อย่างยั่วเย้า พลางเป่าลมหายใจอุ่นๆ กระทบใบหูของเขา “ตกลงคุณจะว่ายังไงคะ ที่รัก...”

“ว่ายังไงก็ว่าตามกันเถอะ... เราก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้วนี่” ชายหนุ่มถอนหายใจหนักๆ “ว่าแต่เราจะเริ่มทำตามแผนของคุณเมื่อไหร่”

“เรื่องนี้รอนานไม่ได้หรอกนะคะที่รัก ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากให้เราเริ่มโดยเร็วที่สุด ก่อนที่บ้านกับรถของเราจะถูกยึด...” พูดจบโรสก็บรรจงประทับรอยจูบดูดดื่มบนริมฝีปากของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเพื่อเป็นรางวัลสำหรับความซื่อสัตย์และภักดี ก่อนจะผละใบหน้าออกและคลายอ้อมแขนจากต้นคอของเขา ปลายนิ้วยกขึ้นสัมผัส ไล้ไปตามริมฝีปากของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา “ฉันภูมิใจจริงๆ ค่ะอัลเบิร์ต ภูมิใจที่ได้สามีน่ารักและแสนดีอย่างคุณ...”

“ถ้าเรื่องนี้สำเร็จด้วยดี คุณสัญญานะว่าจะไม่พูดเรื่องหย่ากับผมอีก” อัลเบิร์ตตัดพ้อ ในใจยังเป็นห่วงถึงคำขู่ของภรรยาสาวชาวจีนเมื่อวานนี้

“ถ้าฉันเป็นเมียของผู้ชายที่ทั้งหล่อทั้งรวยที่สุดในลอนดอน ฉันยังจะโง่ทิ้งเขาไปอีกเหรอคะที่รัก” เสียงออดอ้อนยั่วเย้า แต่ไม่ใช่เฉพาะแค่น้ำเสียงนี้หรอกที่ทำให้อัลเบิร์ตตกเป็นทาสรักของเธอจนโงหัวไม่ขึ้น

หญิงสาวลูบไล้ฝ่ามือไปตามความแน่นกำยำของร่างกายชายหนุ่ม แม้เขาจะไม่ได้บึกบึนไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ทว่าก็ยังคงมีส่วนสัดที่น่าพึงพอใจสมชายชาตรี

กระดุมเสื้อเชิ้ตถูกปลดออกทีละเม็ด เผยให้เห็นไรขนสีน้ำตาลที่ไล่จากสะดือหายลงไปในขอบกางเกงผ้า ขณะที่ปลายนิ้วของโรสค่อยๆ ไต่ไปตามแนวกล้ามหน้าท้อง อัลเบิร์ตต้องเผลอครางเสียงฮือออกมาเบาๆ ปฏิกิริยาบางอย่างกำลังเกิดขึ้นใต้แนวขนสีน้ำตาลกลุ่มนั้น ดุนดันให้กางเกงผ้าขยับขยายขึ้นทีละน้อย

โรสสอดปลายนิ้วทั้งห้าผ่านขอบกางเกง พยายามควานหาบางสิ่งบางอย่างที่กำลังอัดแน่นไปด้วยอุณหภูมิความร้อนและจังหวะชีพจรเต้นตุบตับ วินาทีที่หญิงสาวรวบเอาสิ่งนั้นไว้ได้ในกำมือ อัลเบิร์ตก็หลงลืมทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวไปจนหมดสิ้น มีเพียงภาพคบเพลิงอันหนึ่งถูกจุดให้ลุกโพลงขึ้น และมันก็จะลุกไหม้อยู่อย่างนั้นจนกว่าจะได้หยาดฝนพิศวาสของเธอมารินรดให้คบเพลิงของเขามอดดับลง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทส่งท้าย

    ทันทีที่ประตูห้องชั้นบนสุดของตึกหน้าเปิดออก อัลเฟรโดก็ดึงแขนนรินทร์นารถซึ่งมีท่าทีไม่เต็มใจ ให้เดินตามเข้าไปจนถึงชุดโซฟาสำหรับนั่งพักผ่อนด้านใน ก่อนที่เขาจะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งเป็นการบังคับกลายๆ ให้เธอนั่งตามตั้งแต่เขาพาตัวเธอและเจโคบีกลับมาถึงคฤหาสน์ทะเลทราย ชายหนุ่มก็เอาแต่นิ่งเงียบ ไม่ยอมพูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว ทำให้ในใจของนรินทร์นารถเต็มไปด้วยความวิตกกังวล กลัวว่าหลังนี้เขาจะควบคุมตัวเธอเอาไว้แต่ในตึกหลังโดยไม่อนุญาตให้เจอกับเจโคบีเพื่อป้องกันไม่ให้เธอมีโอกาสพาเด็กชายหนีไปอีก“คุณอัลเฟรโดคะ...” หลังจากทิ้งตัวลงบนโซฟายาวที่อยู่เยื้องกัน ถึงจะยังหวั่นๆ กับความผิดของตัวเอง แต่หญิงสาวก็ตัดสินใจเอ่ยปาก ดีกว่าต้องทนอยู่ในบรรยากาศที่น่าอึดอัดอย่างนี้ต่อไป “ฉันรู้ว่าทำให้คุณโกรธ... แต่ว่าฉัน...” เธอเคยบอกเขาหลายครั้งแล้วว่าเธอจำเป็นต้องพาเจโคบีกลับไปคืนให้เคนเน็ธ“ฉันไม่ได้โกรธเธอ...” ชายหนุ่มพูดขัดคอด้วยน้ำเสียงที่คาดเดาไม่ถูก“แล้วคุณ... พาฉันมาที่นี่ทำไมคะ...”นรินทร์นารถไม่เข้าใจว่าเขาต้องการอะไร แต่ไม่คิดว่าอัลเฟรโดจะพาเธอขึ้นมาถึงที่นี่เพื่อลงโทษด้วยการร่วมรักอย่างโหดเหี้ยมอำมห

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 55

    “นะ...นี่ตกลงว่าจะเอายังไงกันแน่!” เขาตะคอกอย่างลืมตัว“ฉันทิ้งลูกชายเอาไว้ที่ตลาด... ให้ฉันไปรับตัวเขามาที่นี่ก่อน ไม่อย่างนั้นฉันก็ยังให้ของคุณไม่ได้หรอกค่ะ...”ดวงตาสีฟ้าจ้องเขม็งมายังใบหน้าของหญิงสาวชาวเอเชีย ตอนแรกเขาคิดว่าถ้าเธอเกิดเปลี่ยนใจอย่างกะทันหันเพราะเสียดายตุ้มหูเพชรคู่นั้นขึ้นมา เขาก็ยังพอตัดใจได้ แต่เมื่อได้เห็นสร้อยเพชรที่น่าจะหนักมากกว่าสามสิบกะรัต สตินึกคิดและความยับยั้งชั่งใจก็ขาดผึง“อย่าต่อรองกับฉันดีกว่าน่า! หรืออยากจะให้ฉันเรียกตำรวจมาก่อน หา!”กัปตันเรือสินค้าวัยกลางคนปักใจเชื่อว่านรินทร์นารถจะต้องเป็นทาสหรือไม่ก็นางบำเรอของเศรษฐีคนใดคนหนึ่งที่พยายามหลบหนีไปจากที่นี่พร้อมๆ กับของมีค่าที่เธอขโมยมา แล้วเรือของเขาก็เป็นทางเดียวที่จะช่วยเธอได้... เพราะฉะนั้น อย่างน้อยๆ เขาก็น่าจะรีดเอาเครื่องเพชรของเธอมาได้มากกว่าแค่ตุ้มหูคู่นั้น จึงเจตนาข่มขู่ให้เธอหมดทางเลือก...“ฉัน... ฉันไม่ไปกับคุณแล้ว... ฉันจะกลับไปหาเจค็อบ...” หญิงสาวละล่ำละลัก สภาพการณ์ที่เห็นทำให้เธอเกิดไม่ไว้เขาขึ้นมาหลังจากผ่านเหตุการณ์มากมาย ถูกสองกุ๊ยชาวจีนลักพาตัวมาขังบนเรือประมง ถูกคนหัวล้านท่าทาง

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 54

    ขณะที่ยืนลังเลตัดสินใจอะไรไม่ถูกอยู่นั้น จู่ๆ เธอก็ได้ยินเสียงเอ็ดตะโรที่ท่าเรือด้านใน จึงรีบหันไปมองด้วยความตกใจ หญิงสาวพบว่าเจ้าของเสียงเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ เขากำลังยืนชี้นิ้วตวาดคนงานที่ขนลังสินค้าอะไรสักอย่างขึ้นไปบนเรือขนาดใหญ่ลำหนึ่งชายคนนั้นมีศีรษะล้านเลี่ยน หนวดเครารุงรัง ดูจากการแต่งตัวลำลองแบบชาวตะวันตกและท่าทางวางอำนาจกับเหล่าคนงานพื้นเมืองแล้ว ทำให้เดาได้ไม่ยากว่าเขาจะต้องเป็นกัปตันของเรือขนส่งสินค้าลำนั้นอย่างแน่นอน...ถึงแม้ว่าใบหน้าที่เธอมองเห็นจะบอกถึงความดุร้ายเจ้าอารมณ์ แต่สิ่งที่ทำให้ดวงตานรินทร์นารถต้องเบิกกว้าง หัวใจเต้นระทึก ก็คือรูปร่างหน้าตาของเขา... มันเป็นลักษณะของชาวตะวันตกอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะดวงตาสีฟ้าอมเทา ผมสีทอง หรือผิวที่กลายเป็นสีแดงจัดเพราะถูกแดดเผา...“เอ่อ... ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคุณพอจะพูดภาษาอังกฤษได้หรือเปล่า...” ด้วยเวลาแห่งความปลอดภัยที่มีเหลืออยู่เพียงน้อยนิด หญิงสาวไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว นอกจากเสี่ยงดวงเดินเข้าไปทักเขาตรงๆ“มีอะไร” เขาถามเธอกลับแทนคำตอบ “เห็นหรือเปล่าว่าฉันกำลังยุ่งอยู่ เธอมีธุระอะไรกับฉันก็รีบว่ามาเร็วๆ” น้ำเสียง

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 53

    “เฮ้ย! อย่ามานอนแถวนี้ ลุกออกไปเร็วๆ เข้า ลุกๆ!” เสียงโหวกเหวกโวยวายของชายแปลกหน้าชาวโมร็อกโกปลุกร่างสองร่างที่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้ากระสอบผืนใหญ่ให้ตื่นขึ้นด้วยความตกใจ ขณะที่เขาไม่สนใจปฏิกิริยาของคนทั้งคู่ เดินเข้ามายกลังไม้เปล่าๆ สองสามใบที่ตั้งอยู่ข้างๆ เธอกลับออกไปถึงแม้จะไม่เข้าใจภาษาอาหรับที่เขาใช้ แต่ดูจากสีหน้าท่าทางของเขาเมื่อสักครู่ เธอก็รู้ว่าเขาไม่ต้องการให้เธอและเจโคบีอยู่ที่นั่นต่อนรินทร์นารถรีบประคองเด็กชายยืนขึ้น เขายังมีสีหน้างัวเงีย แต่ก็ยอมลุกเดินตามเธอออกจากซอกอาคารแคบๆ แห่งนั้นโดยดีหญิงสาวเหลือบมองชายวัยกลางคนคนเดิมวางลังไม้ลงบนพื้นแล้วปูด้วยเสื่อเก่าๆ ผืนหนึ่ง จากนั้นก็เดินเข้าไปยกเอาลังกระดาษใบใหญ่จากด้านในตัวอาคารมาวางตั้ง ก่อนที่จะหยิบอินทผลัมสุกหลายทะลายในลังออกมาวางเรียงรายบนนั้น“ยังจะมองอะไรอยู่อีก! ไปๆๆ! อย่ามายืนขวางหน้าร้าน” เขาเงยหน้าขึ้นพูดด้วยถ้อยคำที่เธอยังคงฟังไม่รู้เรื่องพลางโบกไม้โบกมือไล่ “แต่งเนื้อแต่งตัวก็ดี หอบหิ้วลูกออกมาเร่ร่อนเป็นขอทานซะได้... ไม่ไหวจริงๆ ผู้หญิงสมัยนี้...” พ่อค้าผลไม้คนเดิมบ่นไล่หลังชายคนนั้นไม่ได้แปลกใจที่เห็นเธอและเจโคบี

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 52

    เช้าตรู่วันนั้น ภายในตึกเล็กของคฤหาสน์ทะเลทรายก็เกิดความวุ่นวายโกลาหล เมื่อบุตรชายของอัลเฟรโดพบว่าน้องชายคนใหม่ของเขาเกิดหายตัวไปจากห้องอย่างลึกลับ ตอนแรกอิสซามเข้าใจว่าเด็กชายคงจะตื่นและลงไปเดินเล่นที่สวนหน้าตึก แต่เมื่อถามจากปากยามซึ่งมีหน้าที่ดูแลประตู เขาจึงรู้ว่ามีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อคืน“ใครบอกแกว่าเมื่อคืนนี้อัลวาโรไม่สบาย อามีน” อิสซามตะคอกใส่ยามวัยกลางคนที่กำลังยืนก้มหน้างุด ข้างๆ ยังมียามหนุ่มอีกคนซึ่งมีสีหน้าหวาดหวั่นไม่ต่างกันถึงแม้จะมีวัยแค่สิบขวบ แต่เด็กชายผิวคล้ำหน้าตาคมเข้มก็เป็นทายาทเพียงคนเดียวของพ่อค้าอาวุธสงครามผู้ทรงอิทธิพล โดยเฉพาะสติปัญญาอันเฉลียวฉลาดและบุคลิกเปี่ยมด้วยอำนาจที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากผู้เป็นพ่อ ทำให้ไม่มีใครในคฤหาสน์ของอัลเฟรโดมองเขาเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่ง“สะ...สาวใช้ที่ราเนียส่งมาดูแลครับ คุณอิสซาม...” อามีนตอบตะกุกตะกัก“ไอ้โง่! บอกแค่นั้นแกก็ยอมให้เข้ามาในตึกแล้วหรือไง ถ้าทำงานได้แค่นี้ฉันบอกให้พ่อเลี้ยงหมายังจะดีซะกว่า”“ไอ้หนู เอ่อ คุณอัลวาโร... หายไปอย่างนั้นเหรอครับ” อีกฝ่ายถามกลับอย่างกล้าๆ กลัวๆ“ก็ใช่น่ะสิ รอให้พ่อ

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 51

    “หนาวไหมจ๊ะ” นรินทร์นารถกระซิบถามเจ้าของร่างน้อยๆ ที่เดินอยู่เคียงข้างเด็กชายส่ายหน้าแทนคำตอบ แต่การที่เขาคอยเป่าลมหายใจใส่อุ้งมือทั้งสองข้างตลอดเวลามันก็บอกชัดเจนอยู่แล้วว่าเจโคบีไม่ต้องการให้เธอเป็นห่วงจริงอยู่ที่ทาร์ฟายาเป็นเมืองท่าติดทะเล ได้รับอิทธิพลจากลมทะเลในตอนกลางวัน ทำให้มีอุณหภูมิเย็นสบายตลอดทั้งปี แต่สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่ยังคงรายล้อมไปด้วยทะเลทราย เมื่อถึงเวลากลางคืนอากาศจึงเย็นจัดเนื่องจากพื้นที่ที่เป็นทรายจะไม่สามารถกักเก็บความร้อนเอาไว้ได้เหมือนพื้นดินหญิงสาวเปลื้องผ้าคลุมบนศีรษะ ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าเขาก่อนจะห่มผ้าผืนนั้นให้“ผมไม่หนาวหรอกฮะ... นีนาเอาเก็บไว้ห่มเองเถอะ...” ปากบอกอย่างนั้นแต่ฟันกระทบกันเสียงดังกึกกักพี่เลี้ยงสาวไม่ฟังคำพูดของเขา กระชับผืนผ้าให้แน่นแล้วยัดชายทั้งสองข้างใส่ไว้ในมือน้อยๆ“ห่มเอาไว้ จะได้ไม่เป็นหวัด...” ยกมือขึ้นหยิกแก้มของเขาเบาๆ “เจค็อบเหนื่อยหรือยัง... อดทนอีกหน่อยนะจ๊ะ อีกไม่นานก็จะถึงในเมืองแล้ว...”“ทำไมเราไม่ไปตามถนนล่ะฮะ... ตอนที่มากับพวกโจรสลัดเราไม่เห็นต้องเดินบนทรายอย่างนี้เลย...”เจโคบีหันไปมองรอบๆ ตัวที่มีแต่ผืนทรายก

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 48

    “อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณนีนา” เสียงของราเนีย สาวใช้ประจำตัว ช่วยปลุกนรินทร์นารถที่เพิ่งจะข่มตาหลับไปได้เมื่อตอนเกือบรุ่งสาง ให้ลืมตาตื่นขึ้นในช่วงสายหญิงสาวยกมือขึ้นขยี้ตาช้าๆ เพื่อปรับสายตารับแสงแดดจ้าที่ส่องเข้ามาจากด้านนอกระเบียง ก่อนจะพลิกตัวขึ้นจากเตียงเพื่อหันมามองผู้ที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาทักทาย

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 47

    ภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องผ่านประตูระเบียงห้องนอนเข้ามาถึงเตียงนอนเตี้ยๆ ร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวนอนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มเนิ่นนาน ใบหน้าซบอยู่บนแผ่นอกกว้าง ขณะที่แขนก็โอบกอดร่างของเขาแนบสนิทไม่ต่างกันหลังจากที่อัลเฟรโดอุ้มเธอกลับขึ้นมาบนห้องและเก็บเกี่ยวความสุขซ้ำอีกครั้ง นรินทร์นารถก็ไม่มีวัน

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 46

    “คุณอัลเฟรโด... ได้โปรด... หยุดก่อนเถอะค่ะ... ฉัน... ฉันเจ็บ...” หญิงสาวรู้สึกเจ็บแปลบเหมือนถูกมีดโกนคมกริบกรีดผ่านกลางหน้าท้อง ภายในแสบร้อนไปด้วยแรงเสียดสีที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนเธอต้องร้องวิงวอนได้ยินอย่างนั้น อัลเฟรโดจึงชะลอการเคลื่อนไหวชั่วครู่ พลางก้มลงไปกอดนรินทร์นารถเอาไว้แทนคำตอบ... กล้า

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 45

    “อ๊ะ... คุณอัล...เฟรโด...” หญิงสาวหลุดปากอุทานออกมา เมื่อรู้สึกถึงบางสิ่งที่นุ่มนวลแต่เปียกชื้นกำลังกดไล้ไล่เวียนเป็นวงอยู่ที่โคนขาด้านในแม้สิ่งนั้นจะเคลื่อนวนอย่างละมุนละไม แต่มันกลับสร้างสัมผัสที่เสียวซ่านทรมานกรีดลึกเข้าไปในผิวเนื้อตามทางที่มันลากผ่าน จนกระทั่งต้นขาของเธอสั่นระริกและอ่อนแรง พยา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status