Masukก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้น เหนือฟ้านั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เป็นครั้งที่สิบของวันเพื่อเตรียมรับมือกับบุคคล ที่กำลังจะก้าวเข้ามา
"เข้ามา"
บานประตูเปิดออก และแน่นอน... เป็นคนที่เขาไม่อยากเจอหน้าที่สุดในเวลานี้ คลื่นสมุทรเดินทอดน่องเข้ามาพร้อมกับแก้วกาแฟเย็นสองแก้วในมือ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายระบายยิ้มแย้มแจ่มใสราวกับไม่ได้เพิ่งส่งข้อความขู่ประจานผู้บริหารสูงสุดของโรงแรม เมื่อห้านาทีก่อน
"สวัสดีครับคุณเหนือฟ้า"
"คุณต้องการอะไร คลื่นสมุทร" เหนือฟ้าถามเสียงเข้ม ส่งสายตาดุใส่
"ผมเอากาแฟมาส่งครับ" คลื่นสมุทรวางแก้วพลาสติกทรงสูงลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้า ประธานหนุ่ม "อเมริกาโน่เย็น... ไม่ใส่น้ำตาล"
เหนือฟ้าชะงักไปเล็กน้อย สายตามองของเหลวสีดำสนิทในแก้วก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนเอามาให้ "รู้ได้ยังไงว่าผมไม่กินหวาน?"
"เดาเอาครับ"
"โกหก"
"ครับ โกหก" คลื่นสมุทรยอมรับหน้าตาเฉยพลางหัวเราะหึในลำคอ "อันที่จริงผมเดินไปถามเลขานุการหน้าห้องคุณมาต่างหาก"
เหนือฟ้าหมดคำจะพูดกับความลื่นไหลเป็นปลาไหลของอีกฝ่าย ชายหนุ่มผิวแทนเดินสำรวจไปรอบ ๆ ห้องทำงานอย่างสบายอกสบายใจราวกับเป็นเจ้าของห้อง เสียเองก่อนจะไปหยุดยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ยักษ์ที่ มองเห็นทัศนียภาพของท้องทะเลได้สุดสายตา
"วิวห้องนี้สวยดีแฮะ"
"ถ้าคุณเข้ามาเพียงเพื่อจะชมวิว ก็เชิญออกไปได้แล้วครับ"
"เปล่าซะหน่อย" คลื่นสมุทรหมุนตัวกลับมา เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ดุจสุนัขจิ้งจอก "ผมมาเรื่องงานต่างหาก"
เหนือฟ้าเลิกคิ้วสูง "งานอะไรของคุณ?"
"งานสร้างความสัมพันธ์อันดีกับหุ้นส่วนรายใหญ่ไงครับ"
"ไม่จำเป็น"
"สำหรับผม... จำเป็นมากครับ" คลื่นสมุทรขยับก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอีกครั้ง โน้มตัวลงเล็กน้อยพรางส่งสายตาแพรวพราว "ก็หุ้นส่วนคนนี้น่ารักขนาดนี้... ถึงแม้ว่าจะชอบเอาเงินปึกหนาฟาดหน้าคนอื่นไปหน่อยก็เถอะ"
มือเรียวของเหนือฟ้าเอื้อมไปหยิบแฟ้มเอกสารหนาเตอะขึ้นมาทันควัน ทำท่าเหมือนจะปาใส่หน้าคนกวนประสาทให้รู้แล้วรู้รอด แต่สุดท้ายก็ต้องสูดหายใจลึกแล้ววางมันลงที่เดิม เพราะเขาคือผู้บริหาร... และผู้บริหารที่ดีจะไม่ใช้ความรุนแรงในเวลาแบบนี้เด็ดขาด!
หลังจากวันนั้น ผ่านไปสองวันเต็ม ๆ ที่เหนือฟ้าพยายามหลบหน้าคลื่นสมุทรทุกวิถีทาง แต่ดูเหมือนหุ้นส่วนคนนี้จะมีพรสวรรค์ขั้นอัจฉริยะในการ โผล่มาให้เขาเห็นในทุกช่วงเวลาของชีวิต
ตอนเช้า... เจอหน้ากันที่ห้องอาหาร VIP ตอนสาย... เดินผ่านกันที่บาร์เลออนในล็อบบี้ ตอนบ่าย... สบตากันตรงทางเดินริมชายหาด ตอนเย็น... หมอนั่นมายืนพิงประตูอยู่หน้าห้องทำงานของเขา
และที่หนักที่สุดคือตอนนี้... ตอนที่เขา กำลังจะก้าวขาขึ้นลิฟต์ผู้บริหาร บานประตูลิฟต์เปิดออกกว้าง และสิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาก็ยังคงเป็นร่างสูงโปร่ง ของคลื่นสมุทร
"บังเอิญจังเลยนะครับคุณเหนือฟ้า" อีกฝ่ายเอ่ยทักทาย
เหนือฟ้าเหลือบสายตามองป้ายข้อความ 'ฝั่งกิจกรรมทางทะเล' ที่อยู่ในมือของคลื่นสมุทร สลับกับมองตัวเลขดิจิตอลของลิฟต์ที่ตั้งใจกดขึ้นมายังชั้น ผู้บริหารโดยเฉพาะ "บังเอิญตรงไหนไม่ทราบครับ?"
"บังเอิญตรงที่... ผมกำลังคิดถึงคุณอยู่พอดีเลยไงครับ"
"..."
บานประตูลิฟต์ปิดลงพร้อมกับความเงียบ เหนือฟ้าได้แต่ยืนนิ่งหน้าตึง นึกในใจว่ารีสอร์ตพื้นที่หลายร้อยไร่แห่งนี้... มันช่างแคบเกินไปสำหรับเขาจริง ๆ
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา...
รีสอร์ตเริ่มเปิดทดลองระบบ (Soft Opening) เพื่อให้บริการแก่แขกกลุ่มแรก ซึ่งรวมถึงกลุ่มนักลงทุนชาวต่างชาติด้วย เหนือฟ้าในชุดสูทลำลองกำลังเดินตรวจความเรียบร้อย อยู่บริเวณริมชายหาด ทว่าหูของเขากลับแว่วเสียงปรบมือและเสียงหัวเราะครื้นเครง ดังมาจากฝั่ง Surf Academy
เขาก้าวขาเดินไปดูตามสัญชาตญาณ และพบภาพของคลื่นสมุทรในกางเกงเซิร์ฟบอร์ดขาสั้นอวดหุ่นล่ำสันกำลังสอนนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่เล่นเซิร์ฟ อย่างเป็นกันเอง เด็ก ๆ หัวเราะร่า นักท่องเที่ยวต่างชาติพากันปรบมือ แม้แต่แขกผู้สูงวัยยังดูสนุกสนานไปกับเขาด้วย
ทุกคนดูจะรักและเอ็นดูคลื่นสมุทร... และนั่นแหละคือปัญหาใหญ่ เพราะเหนือฟ้ากำลังเริ่มยอมรับในใจลึก ๆ ว่า ผู้ชายคนนี้เก่งจริง ๆ ไม่ใช่แค่คนกะล่อนพูดเก่งไปวัน ๆ แต่ในแง่ของการทำงานและการมัดใจคน หมอนี่ทำมันได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ
"แอบมองผมอยู่เหรอครับ" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นชิดใบหูจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น
เหนือฟ้าสะดุ้งเฮือกขยับถอยห่าง "คุณ... มาตั้งแต่เมื่อไหร่!"
"มาตั้งแต่ตอนที่คุณยืนจ้องผมตาไม่กระพริบนั่นแหละครับ" คลื่นสมุทรยิ้มล้อเลียนพลางเสยผมที่เปียกน้ำทะเลขึ้น "หล่อใช่ไหมล่ะ?"
"หลงตัวเอง"
"อ้าว งั้นถ้าผมไม่หล่อ คุณจะยืนมองทำไมตั้งนานสองนานล่ะครับ?"
เหนือฟ้าเงียบกริบ ใบหน้าร้อนผ่าวเพราะหาคำแก้ตัวไม่ได้ คลื่นสมุทรหัวเราะเบา ๆ ในลำคออย่างเอ็นดู ก่อนจะยื่นแฟ้มเอกสารในมือส่งให้
"ตารางกิจกรรมรวมถึงแผนงานทั้งหมดของสัปดาห์หน้าครับ"
เหนือฟ้ารับแฟ้มมาเปิดดูเพื่อแก้อาการเลิกลัก ทว่าเมื่อทอดสายตาอ่าน รายละเอียดด้านในกลับแน่นหนาและครบถ้วนจนน่าตกใจ มีทั้งแผนสำรองกรณีฝนตก มาตรการรักษาความปลอดภัยทางน้ำอย่างละเอียด รายชื่อพนักงานสแตนด์บายรวมถึงงบประมาณที่แจกแจง อย่างโปร่งใส... ทุกอย่างเรียบร้อยและสมบูรณ์แบบ สมบูรณ์แบบเสียจนคนจับผิดอย่างเขาหาข้อติไม่ได้ แม้แต่จุดเดียว
"เป็นยังไงบ้างครับ?" คลื่นสมุทรเอ่ยถามพลางลุ้นคำตอบ
เหนือฟ้าปิดแฟ้มลง พยายามรักษาน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด "ก็... ใช้ได้"
รอยยิ้มของคลื่นสมุทรแผ่ซ่านกว้างขวางขึ้นมาทันที "สำหรับคนเนี๊ยบอย่างคุณเหนือฟ้า คำว่าใช้ได้... แปลว่าดีมากสินะครับ" คลื่นสมุทรแกล้งก้มหน้าลงมาสบตาในระยะกระชั้นชิด น้ำเสียงทุ้มต่ำมั่นใจ "ใช่ไหมครับ?"
อกซ้ายของเหนือฟ้ากระตุกเบา ๆ อย่างไม่มีสาเหตุ เขาทำได้เพียงแค่สะบัดหน้าหนีและก้าวขาเดินจากมาโดย ไม่ตอบคำถามนั้น
คืนนั้น... เหนือฟ้านั่งเคลียร์เอกสารอยู่ในห้องทำงานจนล่วงเลยไป เกือบสามทุ่ม เมื่อเขาเปิดประตูเดินออกมา แสงไฟในทางเดินทั้งชั้นถูกหรี่ลงจนเงียบสงัด
ทว่าบนโต๊ะหน้าห้องทำงานของเขา กลับมีถุงกระดาษใบเล็กวางเด่นหราอยู่ พร้อมกับกระดาษโน้ตลายมือหวัด ๆ แผ่นหนึ่ง
‘ทำงานดึกอีกแล้ว อย่าลืมทานข้าวนะครับ — บริการด้วยใจ’
เหนือฟ้าเอื้อมมือไปเปิดถุงดู ด้านในเป็นแซนด์วิชแฮมชีสกับน้ำผลไม้สกัดเย็น แซนด์วิชชิ้นนั้นยังคงมีไออุ่นจาง ๆ แผ่ออกมา... แปลว่าคนเอามาวางเพิ่งจะเดินจากไปไม่นานนี้เอง
ผู้บริหารหนุ่มยืนนิ่งมองถุงอาหารในมืออยู่เนิ่นนาน ท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืนอันโดดเดี่ยว... มุมปากของเหนือฟ้ากลับค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
รอยยิ้มที่ไม่ได้เกิดขึ้นมานานหลายปี...
และนั่นเป็นครั้งแรกที่เหนือฟ้าเริ่มฉุกคิดและสงสัยในใจว่า สิ่งที่คลื่นสมุทรพยายามพุ่งชนและเข้าหาเขาอยู่ทุกวันในตอนนี้ มันอาจไม่ใช่แค่เรื่องแกล้งเล่นสนุก ๆ เพื่อเอาคืนเหมือนอย่างที่เขาเคยคิด
แต่อีกฝ่าย... อาจจะกำลัง ‘จริงจัง’ มากกว่าที่เขาคิดไว้มากมายหลายเท่านัก
หนึ่งปีต่อมา...ณ ชายหาดผืนทรายขาวแห่งเดิม ในรีสอร์ตแห่งเดิมโครงการ ‘Sea & Soul Experience’ ซึ่งถูกพัฒนาต่อยอดมา บัดนี้ได้กลายสภาพเป็นหนึ่งในอภิมหาโครงการท่องเที่ยวเชิง ประสบการณ์ที่ประสบความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงระดับสากลที่สุดของกรุ๊ปตอนนี้ เหนือฟ้า ได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของ บริษัทอย่างเป็นทางการและเต็มภาคภูมิ ในขณะที่ คลื่นสมุทร ขยับตบเท้าก้าวเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่าย พัฒนาประสบการณ์การท่องเที่ยว... ต่อให้ตำแหน่งหน้าที่การงานจะขยับสูงส่งขึ้นไป มากมายเพียงใด ชายหนุ่มคนนี้ก็ยังคงเป็นผู้บริหารคนเดิมที่ โปรดปรานการถอดรองเท้าเดินทอดน่องเท้าเปล่าไปตามแนว ชายหาดในยามเย็นเหมือนวันแรกไม่มีผิดเพี้ยนในวันนี้... พื้นที่ชายหาดส่วนตัวถูกเนรมิตตกแต่งประดับประดาไปด้วย กลุ่มพรรณไม้และดอกไม้สดสีขาวบริสุทธิ์ส่งกลิ่นหอมละมุน โชยมาตามลม กระแสเสียงเครื่องดนตรีคลาสสิกเริ่ม บรรเลงขับกล่อมแผ่วเบา แขกเหรื่อและพนักงานทุกคนต่างพากันแต่งกายด้วยชุดสูท และราตรีสากลอย่างงดงามนั่นก็เพราะ... วันนี้คือวันสำคัญที่สุดในชีวิตของพวกเขาทั้งสองคน ‘วันมงคลสมรสของเหนือฟ้าและคลื่นสมุทร’"ตื่นเต
“ปราณ”ชื่อสั้น ๆ เพียงคำเดียว หลุดออกจากปากของประธานหนุ่ม และนั่นส่งผลให้บรรยากาศแสนโรแมนติกริมชายหาดเมื่อครู่ พลันแปรเปลี่ยนดิ่งวับเข้าสู่ความตึงเครียดขึ้นมาในทันทีคลื่นสมุทรทอดสายตามองจ้องหน้าจอมือถือในมือของ เหนือฟ้า ก่อนจะลอบผ่อนลมหายใจยาวเหยียด "เอาไงครับคุณเหนือฟ้า... จะกดรับสายเขาไหม?"เหนือฟ้าจดจ้องอยู่ราวสองวิ ก่อนจะตัดสินใจกดปุ่มรับสาย"ว่าไง..."ปลายสายเงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่กระแสเสียงอันแสนคุ้นเคยจะดังสะท้อนลอดออกมา "เย็นชาเหมือนเดิมเลยนะ""มีอะไร" เหนือฟ้าตัดบทเข้าประเด็นทันที"ฉันอยู่ที่รีสอทร์คุณ" ปราณเอ่ยเหนือฟ้าขมวดคิ้วมุ่นทันควัน "แล้ว?""มีของจะให้"คลื่นสมุทรที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ถึงกับหรี่นัยน์ตาคู่คมลงต่ำทันที บอกตามตรงว่าในเวลานี้เขาเริ่มเกิดอาการไม่ถูกชะตาและไม่ชอบใจกับประโยคคำว่า ‘มีของจะให้’ จากปากอดีตคนรักของแฟนตัวเองเอาเสียเลย"ไม่เอา" เหนือฟ้าจัดแจงปฏิเสธเสียงแข็งแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด"ใจร้าย" ปราณตัดพ้อลอย ๆ"ปราณ... ผมกำลังจะกินข้าว""งั้นเอาแบบสั้น" ปราณหลุดหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างที่สุด "มันเป็นของที่เกี่ยวกับพ่
ข่าวเรื่องการตกลงปลงใจเข้าพิธีวิวาห์ระหว่างท่านประธาน และท่าน ผอ. แพร่สะพัดกระจายตัวไปทั่วทั้งรีสอร์ตภายในระยะเวลาเพียงแค่ สี่นาทีถ้วน!มันเป็นความเร็วระดับสถิติโลกที่รวดเร็วยิ่งกว่าข่าวดาราตบกัน เร็วยิ่งกว่าสัญญาณเตือนภัยพายุมรสุมเข้า และที่สำคัญ... มันยังว่องไวกว่าตอนที่สิงหาเปิดฉากคุกเข่าขอน่านน้ำแต่งงานเมื่อไม่กี่วันก่อนเสียด้วยซ้ำไปเช้าวันรุ่งขึ้น คลื่นสมุทรสาวเท้าก้าวเดินเข้ามาภายในโถงล็อบบี้ ส่วนกลางด้วยท่าทางสบาย ๆ ในมือถือแก้วกาแฟส่งกลิ่นหอมกรุ่น ทว่าสิ่งที่สะดุดสายตาและโดดเด่นเป็นสง่าที่สุด กลับเป็น วงแหวนเงินแท้สีขาวบริสุทธิ์ที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย ของเจ้าตัว"อรุณสวัสดิ์ครับผอ.คลื่น!""ยินดีด้วยอย่างยิ่งเลยนะครับ!""Congratulations ค่ะคุณคลื่น! เหมาะสมกันที่สุดในโลกเลย!""อ้าว ๆๆ ว่าที่เจ้าบ่าวป้ายแดงก้าวเดินมานั่นแล้วพวกเรา!"คลื่นสมุทรถึงกับชะงักฝีเท้ากึกไปหนึ่งจังหวะ ก่อนจะเบนสายตากวาดมองดูบรรดาพนักงาน สต๊าฟ และหัวหน้าส่วนงานทั้้งแผนกที่พร้อมใจกันมายืนปักหลักส่ง รอยยิ้มพรายพิมพ์ใจสลอนรอคอยเขาอยู่ก่อนแล้ว"นี่... ทุกคนทราบเรื่องนี้กันหมดแล้วงั้นเหรอครับ?" คลื่นสมุทรเอ
"คืนนี้มีปรากฏการณ์ฝนดาวตกใหญ่ครับ"ประโยครายงานแจ้งเพื่อทราบแสนธรรมดาสามัญประโยคหนึ่ง กลับสามารถแปรเปลี่ยนสภาพให้คนทั้้งรีสอร์ตต้องวิ่งวุ่นวาย โกลาหลกันยกใหญ่ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งค่อนวัน นั่นก็เพราะทันทีที่ข่าวดังกล่าวถูกประกาศแจ้งแก่นักท่องเที่ยว แขกเหรื่อเกือบทุกคนต่างพากันแห่ติดต่อเข้ามาจับจอง กิจกรรม 'ดูดาวรับลมริมหาด' จนโควตาที่นั่งเต็มแน่นเอี๊ยดในเวลาอันรวดเร็ว"นี่คนเราเขาชื่นชอบและคลั่งการนอนดูดวงดาว กันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?" ธามบ่นอุบอิบกระปอดกระแปดพลางตวัดสายตากวาดมอง ดูลิสต์รายชื่อยอดการจองห้องพักและกิจกรรมพรีเมียม"มันเป็นเรื่องของความโรแมนติกยังไงล่ะครับพี่ธาม" น่านน้ำเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม"อ๋อ... งั้นเหรอ" ธามพยักหน้ารับรู้ช้า ๆ ก่อนจะฉุกคิดหยุดชะงักกึกนิ่งไป"เดี๋ยวนะ...""มีอะไรเหรอพี่?""ถ้าอย่างนั้น... คืนนี้มันก็หมายความว่า..."สายตาของทุกคนในกลุ่มบริหารพลันพร้อมใจกันหมุนควับหัน ไปจับจ้องมองตรงไปยังบุคคลสองคนที่กำลังนั่งจดจ่ออยู่กับ แท็บเล็ตตรวจงานทันทีเหนือฟ้าที่สัมผัสรับรู้ได้ถึงมวลรังสีแปลก ๆ ละสายตาขึ้นมามอง "มีอะไรกันหรือเปล่าครับทุกคน?""เปล่าครับ! ไม่มีอะไรเลยคร
หากมีใครเดินมาเอ่ยปากถามพนักงานในรีสอร์ตว่า... บุคคลใดคือผู้ที่เชี่ยวชาญในการสร้างความวุ่นวายและ หาเรื่องปวดหัวมาให้คนรอบข้างได้เก่งกาจที่สุดถ้าเป็นเมื่อก่อนในอดีต คำตอบอันดับหนึ่งคงจะหนีไม่พ้นชื่อของ ‘คลื่นสมุทร’ อย่างแน่นอน... ทว่าในปัจจุบันนี้ ทัศนคติของทุกคนได้แปรเปลี่ยนไปอย่างเป็นเอกฉันท์ และพร้อมใจกันตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า“คุณสิงหา...”"ผมกำลังจะแต่งงานครับ!"ประโยคบอกเล่าสั้น ๆ ทว่าหนักแน่นดังสนั่นขึ้นมากลางห้องประชุมบริหาร ในเวลาเก้าโมงเช้าตรู่ ส่งผลลัพธ์ให้ธามที่กำลัง ยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มถึงกับสำลักไอคอกแคก ปากกาในมือเกือบหล่นพื้น และทำให้เหนือฟ้าต้องยอม ละสายตาเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสาร"หือ?" เหนือฟ้าเลิกคิ้วสูงสิงหานั่งกอดอกยิ้มกริ่ม ใบหน้าหล่อเหลาอบอวลไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างที่สุด "ตามนั้นครับ... ผมกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์แล้ว""แล้ว... มีใครเขาถามคุณงั้นเหรอครับคุณสิงหา?" เหนือฟ้าสวนกลับหน้านิ่งครืนนนน!เสียงหัวเราะขบขันจากบรรดาหัวหน้าฝ่าย ในห้องประชุมดังขึ้นพร้อมกัน สิงหาไม่ได้มีทีท่าสะทกสะท้านคำแซะเลยแม้แต่น้อย เพราะในวันนี้เขากำลังอารมณ์ดีเป็นพิเศษจนผิดหูผิดตา"รอบนี
หลังจากงานประกาศผลการประเมินสิ้นสุดลง ด้วยความสำเร็จอันเกรียงไกร ทางรีสอร์ตก็ได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ฉลองความสำเร็จเล็ก ๆ เป็นการภายในให้กับทีมงานเบื้องหลังผู้อยู่เบื้องหลังโครงการ Sea & Soul Experience ทุกคนบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้มอย่างที่ไม่ได้เห็นมานาน ธาม ปลดปล่อยความเครียดทั้งหมดด้วย การดื่มเบียร์ไปรวดเดียวสามขวดรวดจนหน้าแดงก่ำ สิงหา ถึงกับเอ่ยปากประกาศกร้าวขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงฉลองทั้งทีมด้วยตัวเอง ในขณะที่ น่านน้ำ ยังคงวิ่งวุ่นวายกับการจัดแจงดูแล ความสะดวกสบายของแขกเหรื่ออย่างขยันขันแข็งส่วนทางด้านของ คลื่นสมุทร... บัดนี้เขากำลังถูกบรรดาพนักงานและสต๊าฟจากทุกภาคส่วนรุมล้อมแสดงความยินดีจนแทบจะไม่มีเวลาให้หยุดพักหายใจหายคอเลยทีเดียว"ท่านผู้อำนวยการคลื่นครับ!""ขอลายเซ็นลงบนเสื้อทีมหน่อยครับผม!""ห้ามลืมเลี้ยงฉลองพวกเราด้วยนะครับท่านผอ. คนใหม่!"กระแสเสียงแซวและแสดงความยินดีดังระงมขึ้นไม่ขาดสาย ส่งผลให้เจ้าของตำแหน่งคนใหม่ทำได้เพียงแค่หลุดหัวเราะร่วนออกมาด้วยความขัดเขิน ทว่า... ไม่ว่าตัวเขาจะกำลังยืนพูดคุย แลกเปลี่ยนบทสนทนากับใครอยู่ก็ตาม สายตาคู่คมของคลื่นสมุทรก







