เข้าสู่ระบบ"ผม-ไม่-เล่น"
เหนือฟ้าเน้นย้ำเป็นครั้งที่สามของเช้าวันเสาร์ พลางกอดอกแน่นภายใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดีที่ดูขัด กับบรรยากาศริมชายหาด เบื้องหน้าของเขาคือท้องทะเลสีครามสดใส ที่สะท้อนแสงแดดระยิบระยับ ด้านหลังมีพนักงานและแขกกลุ่มใหญ่ที่กำลังตื่นเต้น กับกิจกรรม Surf Experience Day
…ส่วนต้นเหตุของความวุ่นวาย... กำลังยืนเท้าสะเอวยิ้มกว้างอวดฟันขาวอยู่ตรงหน้าเขา ในชุดเว็ทสูทครึ่งตัวที่เผยให้เห็นแผ่นอกตึงแน่น
"ทำไมล่ะครับคุณเหนือฟ้า?" คลื่นสมุทรเอ่ยถามอย่างใจเย็น
"มันอันตราย"
"ผมอยู่ด้วยทั้งคน ไม่ปล่อยให้จมหรอก"
"ผมไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น"
"วันนี้วันหยุดครับ"
"แต่ผมยังมีงานค้าง..."
"ผมเช็กตารางงานคุณจากเลขาแล้ว วันนี้คุณว่างยาวจนถึงค่ำ" คลื่นสมุทรยักคิ้วอย่างเป็นต่อ
"เลิกอ้าง แล้วไปเปลี่ยนชุดได้แล้วครับ"เหนือฟ้าเม้มปากแน่น เริ่มเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าทำไมในหนังฆาตกรรมบางเรื่อง หุ้นส่วนทางธุรกิจถึงอยากจะกำจัดกันและกันทิ้ง คลื่นสมุทรยื่นกระดานเซิร์ฟบอร์ดสีสดใสมาตรงหน้าเขา
"แค่ชั่วโมงเดียวครับ"
"ไม่"
"ครึ่งชั่วโมงก็ได้"
"ไม่"
"งั้นสิบห้านาที... ขาดตัว"
เหนือฟ้าถลึงตาใส่คนตรงหน้าที่พยายามทำหน้าอ้อนวอน แบบสุนัขโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ คลื่นสมุทรหลุดหัวเราะร่วน "ต่อรองเก่งสมเป็นนักธุรกิจจริงๆ นะครับ"
"ผมยังไม่ได้ตกลงสักคำ"
"แต่เท้าของคุณ... ยังยืนอยู่ที่เดิม ไม่ได้เดินหนีไปไหนนะ"
"..."
เหนือฟ้านิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพบความจริงที่น่าหงุดหงิดว่าเขากำลัง ‘แพ้’ ให้กับตื้อครองโลกของผู้ชายคนนี้ และที่แย่กว่านั้นคือเขาเกลียดตัวเองที่ดันยอมแพ้เสียด้วย
สิบนาทีต่อมา...
ประธานบริหารหนุ่มผู้เนี๊ยบกริบทุกกระเบียดนิ้ว อยู่ในชุดกิจกรรมทางน้ำรัดรูปสีเข้ม ใบหน้าบึ้งตึงของเขาดูเหมือนกำลังจะก้าวเข้าห้องประชุม เพื่อแก้วิกฤตระดับชาติมากกว่าจะมาออกกำลังกายกลางแจ้ง คลื่นสมุทรเดินวนรอบตัวเขาช้า ๆ ก่อนจะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
"หล่อแฮะ"
"หยุดพูดดดดด"
"จริงๆ นะครับ ชุดส่งคุณมาก"
"คลื่น..." เหนือฟ้ากดเสียงต่ำ "หยุด-พูด"
คลื่นสมุทรยิ้มจนตาหยี ก่อนจะส่งกระดานเซิร์ฟให้ "เริ่มฝึกทรงตัวจากบนทรายก่อนครับ อย่าเพิ่งใจร้อน"
เหนือฟ้าถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะยอมทำตามคำสั่งของ ‘ครูฝึกเฉพาะกิจ’ อย่างเสียไม่ได้ ห้านาทีแรกทุกอย่างดูง่ายดาย แต่พอเข้าสู่นาทีที่สิบ เหนือฟ้าเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่ามนุษย์เราจะคิดค้นกิจกรรมที่ฝืนแรงดึงดูดโลกแบบนี้ขึ้นมาเพื่ออะไร
"ทรงตัวครับ อย่าเกร็งขา" คลื่นสั่งเสียงเข้มขึ้น
"ผมพยายามอยู่!"
"ผ่อนคลายหน่อยครับคุณเหนือฟ้า"
"ผมก็ผ่อนอยู่นี่ไง!"
"แต่คุณกำลังกัดฟันจนกรามจะค้างแล้วนะ"
"..."
เสียงหัวเราะของคลื่นสมุทรดังกังวานไปทั่วหาด จนเหนือฟ้านึกอยากจะเอากระดานฟาดคนข้าง ๆ สักที
"มองผมครับ" คลื่นบอกด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจัง "ตั้งสติแล้วมองตามผมนะ"
เหนือฟ้าจำยอมต้องมองตาม ท่าทางการย่อตัว การจัดวางเท้า และการถ่ายเทน้ำหนักที่คลื่นสมุทรสาธิตให้ดูนั้นดูแคล่วคล่องและใจเย็นผิดกับนิสัยกวนประสาทที่ชอบใช้ประจำ จนกระทั่งถึงเวลาลงน้ำจริง เหนือฟ้าก็เริ่มทำได้ดีขึ้น อย่างน้อยเขาก็ยืนอยู่บนบอร์ดได้นานกว่าสามวินาที
"เห็นไหม!" คลื่นตะโกนบอกจากบนกระดานข้าง ๆ "คุณเก่งกว่าที่คิดเยอะเลย!"
ความรู้สึกภูมิใจเล็ก ๆ แล่นวูบขึ้นมาจนเหนือฟ้าเผลอหลุดยิ้มออกมา... เพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น แต่มันก็ไม่พ้นสายตาของคนที่เฝ้ามองเขาอยู่ตลอดเวลาไปได้
"ยิ้มแล้ว! คุณยิ้มแล้ว!"
"ผมไม่ได้—!"
ปึ้ง!
ยังไม่ทันขาดคำ เกลียวคลื่นขนาดกลางที่ซัดเข้ามาผิดจังหวะก็ทำเอาเหนือฟ้า เสียหลัก ร่างสูงโปร่งล้มโครมลงไปในน้ำทะเลเสียงดังสนั่น ท่ามกลางเสียงหัวเราะเอ็นดูของคนรอบข้าง
"คุณเหนือฟ้า!" คลื่นสมุทรทิ้งบอร์ดตัวเองแล้วรีบว่ายเข้ามาหาทันที "เป็นอะไรไหมครับ?"
เหนือฟ้าโผล่พ้นเหนือน้ำ เปียกปอนไปทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมที่เคยเซ็ตทรงมาอย่างดีแนบติดหน้าผาก สภาพหมดมาดท่านประธานโดยสมบูรณ์ "ไม่เป็นไร..."
เขาตอบห้วน ๆ พยายามจะหยัดยืนขึ้นเอง แต่พื้นทรายใต้น้ำกลับลื่นและยวบยาบกว่าที่คิด ร่างของเขาเสียหลักโอนเอนอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้... มีวงแขนแข็งแรงเข้ามาโอบรับไว้ได้ทันท่วงที
หมับ!
เหนือฟ้าชะงักกึก... วงแขนของคลื่นสมุทรโอบอยู่รอบเอวของเขาแน่น ระยะห่างที่ใกล้เกินไปทำให้เขาได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ และสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากผิวเนื้อของอีกฝ่าย คลื่นสมุทรเองก็นิ่งไปเช่นกัน ดวงตาสองคู่ประสานกันเนิ่นนานท่ามกลางเสียงคลื่น ที่ดูเหมือนจะเงียบลงไปถนัดตา
เหลือเพียงเสียงหัวใจ... ที่ดังสะท้อนขึ้นมาเรื่อย ๆ โดยเฉพาะหัวใจของเหนือฟ้าเอง
"ผม... จับคุณอยู่" คลื่นเอ่ยเสียงเบาหวิว
"รู้แล้ว"
"งั้นทำไมหน้าแดงขนาดนั้นครับ?"
"..."
"หรือว่าแดดมันแรงไป?"
"ปล่อยได้แล้ว..." เหนือฟ้าพึมพำ แต่กลับไม่ได้ผลักไส คลื่นสมุทรคลี่ยิ้ม แววตาที่มองมานั้นอบอุ่นและลึกซึ้งจนคนมองรู้สึกประหลาดใจ มันต่างจากเวลาที่เขาชอบแกล้ง ต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา
ราวกับว่าตอนนี้ คลื่นสมุทรกำลังมองผู้ชายคนหนึ่ง... ไม่ใช่ผู้บริหาร ไม่ใช่ทายาทโรงแรม และไม่ใช่คนสำคัญของใคร แต่เป็นแค่ "เหนือฟ้า" คนธรรมดา ๆ คนหนึ่งเท่านั้น
"คุณรู้ไหม..." คลื่นเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
"อะไร?"
"เวลาที่คุณหัวเราะหรือยิ้มออกมาจากใจจริง ๆ แบบเมื่อกี้..." คลื่นสมุทรเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง "มันทำให้ทะเลวันนี้ดูสวยขึ้นกว่าเดิมเป็นกองเลยครับ"
หัวใจของเหนือฟ้ากระตุกแรงจนแทบจะเสียจังหวะ เขาต้องรีบเบือนหน้าหนีเพื่อหลบสายตาที่ร้อนแรงเกินไปคู่นั้น "เลิกพูดอะไรเลี่ยน ๆ สักที"
"ไม่ได้เลี่ยนนะ ผมพูดเรื่องจริง" คลื่นหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยอมปล่อยมือเพื่อให้คนตัวเล็กกว่าได้ทรงตัวด้วยตัวเอง
เย็นวันนั้น...
เหนือฟ้านั่งนิ่งอยู่ในห้องทำงาน เอกสารตรงหน้าถูกเปิดค้างไว้ที่หน้าเดิมมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว สายตาของเขาเหม่อมองไปที่ความมืดนอกหน้าต่าง แต่ภาพในหัวกลับวนเวียนอยู่แต่ตอนที่อยู่กลางทะเล... สัมผัสอุ่น ๆ ที่เอว และสายตาที่คลื่นสมุทรใช้มองเขา
เหนือฟ้าถอนหายใจยาว ก่อนจะยกมือขึ้นกุมหน้าตัวเองที่จู่ ๆ ก็กลับมาร้อนผ่าวอีกครั้ง
"บ้าชะมัด..."
เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ความรู้สึกวุ่นวายใจในตอนนี้ มันเกิดจากความรำคาญที่คลื่นสมุทรชอบเข้ามาปั่นประสาท หรือเขากำลังรำคาญเสียงหัวใจตัวเองที่ดันเต้นไม่รักดีทุกครั้งที่อยู่ใกล้หมอนั่นกันแน่
และนั่นคือครั้งแรก... ที่เหนือฟ้าเริ่มรู้สึกว่าผู้ชายคนนั้นอาจจะไม่ได้เป็นแค่ ‘มรสุม’ ที่สร้างปัญหา
แต่มันกำลังกลายเป็น ‘สึนามิ’ ที่กระหน่ำเข้ามาในพื้นที่ว่างของหัวใจ... โดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัวเลยสักนิด
หนึ่งปีต่อมา...ณ ชายหาดผืนทรายขาวแห่งเดิม ในรีสอร์ตแห่งเดิมโครงการ ‘Sea & Soul Experience’ ซึ่งถูกพัฒนาต่อยอดมา บัดนี้ได้กลายสภาพเป็นหนึ่งในอภิมหาโครงการท่องเที่ยวเชิง ประสบการณ์ที่ประสบความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงระดับสากลที่สุดของกรุ๊ปตอนนี้ เหนือฟ้า ได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของ บริษัทอย่างเป็นทางการและเต็มภาคภูมิ ในขณะที่ คลื่นสมุทร ขยับตบเท้าก้าวเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่าย พัฒนาประสบการณ์การท่องเที่ยว... ต่อให้ตำแหน่งหน้าที่การงานจะขยับสูงส่งขึ้นไป มากมายเพียงใด ชายหนุ่มคนนี้ก็ยังคงเป็นผู้บริหารคนเดิมที่ โปรดปรานการถอดรองเท้าเดินทอดน่องเท้าเปล่าไปตามแนว ชายหาดในยามเย็นเหมือนวันแรกไม่มีผิดเพี้ยนในวันนี้... พื้นที่ชายหาดส่วนตัวถูกเนรมิตตกแต่งประดับประดาไปด้วย กลุ่มพรรณไม้และดอกไม้สดสีขาวบริสุทธิ์ส่งกลิ่นหอมละมุน โชยมาตามลม กระแสเสียงเครื่องดนตรีคลาสสิกเริ่ม บรรเลงขับกล่อมแผ่วเบา แขกเหรื่อและพนักงานทุกคนต่างพากันแต่งกายด้วยชุดสูท และราตรีสากลอย่างงดงามนั่นก็เพราะ... วันนี้คือวันสำคัญที่สุดในชีวิตของพวกเขาทั้งสองคน ‘วันมงคลสมรสของเหนือฟ้าและคลื่นสมุทร’"ตื่นเต
“ปราณ”ชื่อสั้น ๆ เพียงคำเดียว หลุดออกจากปากของประธานหนุ่ม และนั่นส่งผลให้บรรยากาศแสนโรแมนติกริมชายหาดเมื่อครู่ พลันแปรเปลี่ยนดิ่งวับเข้าสู่ความตึงเครียดขึ้นมาในทันทีคลื่นสมุทรทอดสายตามองจ้องหน้าจอมือถือในมือของ เหนือฟ้า ก่อนจะลอบผ่อนลมหายใจยาวเหยียด "เอาไงครับคุณเหนือฟ้า... จะกดรับสายเขาไหม?"เหนือฟ้าจดจ้องอยู่ราวสองวิ ก่อนจะตัดสินใจกดปุ่มรับสาย"ว่าไง..."ปลายสายเงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่กระแสเสียงอันแสนคุ้นเคยจะดังสะท้อนลอดออกมา "เย็นชาเหมือนเดิมเลยนะ""มีอะไร" เหนือฟ้าตัดบทเข้าประเด็นทันที"ฉันอยู่ที่รีสอทร์คุณ" ปราณเอ่ยเหนือฟ้าขมวดคิ้วมุ่นทันควัน "แล้ว?""มีของจะให้"คลื่นสมุทรที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ถึงกับหรี่นัยน์ตาคู่คมลงต่ำทันที บอกตามตรงว่าในเวลานี้เขาเริ่มเกิดอาการไม่ถูกชะตาและไม่ชอบใจกับประโยคคำว่า ‘มีของจะให้’ จากปากอดีตคนรักของแฟนตัวเองเอาเสียเลย"ไม่เอา" เหนือฟ้าจัดแจงปฏิเสธเสียงแข็งแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด"ใจร้าย" ปราณตัดพ้อลอย ๆ"ปราณ... ผมกำลังจะกินข้าว""งั้นเอาแบบสั้น" ปราณหลุดหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างที่สุด "มันเป็นของที่เกี่ยวกับพ่
ข่าวเรื่องการตกลงปลงใจเข้าพิธีวิวาห์ระหว่างท่านประธาน และท่าน ผอ. แพร่สะพัดกระจายตัวไปทั่วทั้งรีสอร์ตภายในระยะเวลาเพียงแค่ สี่นาทีถ้วน!มันเป็นความเร็วระดับสถิติโลกที่รวดเร็วยิ่งกว่าข่าวดาราตบกัน เร็วยิ่งกว่าสัญญาณเตือนภัยพายุมรสุมเข้า และที่สำคัญ... มันยังว่องไวกว่าตอนที่สิงหาเปิดฉากคุกเข่าขอน่านน้ำแต่งงานเมื่อไม่กี่วันก่อนเสียด้วยซ้ำไปเช้าวันรุ่งขึ้น คลื่นสมุทรสาวเท้าก้าวเดินเข้ามาภายในโถงล็อบบี้ ส่วนกลางด้วยท่าทางสบาย ๆ ในมือถือแก้วกาแฟส่งกลิ่นหอมกรุ่น ทว่าสิ่งที่สะดุดสายตาและโดดเด่นเป็นสง่าที่สุด กลับเป็น วงแหวนเงินแท้สีขาวบริสุทธิ์ที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย ของเจ้าตัว"อรุณสวัสดิ์ครับผอ.คลื่น!""ยินดีด้วยอย่างยิ่งเลยนะครับ!""Congratulations ค่ะคุณคลื่น! เหมาะสมกันที่สุดในโลกเลย!""อ้าว ๆๆ ว่าที่เจ้าบ่าวป้ายแดงก้าวเดินมานั่นแล้วพวกเรา!"คลื่นสมุทรถึงกับชะงักฝีเท้ากึกไปหนึ่งจังหวะ ก่อนจะเบนสายตากวาดมองดูบรรดาพนักงาน สต๊าฟ และหัวหน้าส่วนงานทั้้งแผนกที่พร้อมใจกันมายืนปักหลักส่ง รอยยิ้มพรายพิมพ์ใจสลอนรอคอยเขาอยู่ก่อนแล้ว"นี่... ทุกคนทราบเรื่องนี้กันหมดแล้วงั้นเหรอครับ?" คลื่นสมุทรเอ
"คืนนี้มีปรากฏการณ์ฝนดาวตกใหญ่ครับ"ประโยครายงานแจ้งเพื่อทราบแสนธรรมดาสามัญประโยคหนึ่ง กลับสามารถแปรเปลี่ยนสภาพให้คนทั้้งรีสอร์ตต้องวิ่งวุ่นวาย โกลาหลกันยกใหญ่ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งค่อนวัน นั่นก็เพราะทันทีที่ข่าวดังกล่าวถูกประกาศแจ้งแก่นักท่องเที่ยว แขกเหรื่อเกือบทุกคนต่างพากันแห่ติดต่อเข้ามาจับจอง กิจกรรม 'ดูดาวรับลมริมหาด' จนโควตาที่นั่งเต็มแน่นเอี๊ยดในเวลาอันรวดเร็ว"นี่คนเราเขาชื่นชอบและคลั่งการนอนดูดวงดาว กันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?" ธามบ่นอุบอิบกระปอดกระแปดพลางตวัดสายตากวาดมอง ดูลิสต์รายชื่อยอดการจองห้องพักและกิจกรรมพรีเมียม"มันเป็นเรื่องของความโรแมนติกยังไงล่ะครับพี่ธาม" น่านน้ำเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม"อ๋อ... งั้นเหรอ" ธามพยักหน้ารับรู้ช้า ๆ ก่อนจะฉุกคิดหยุดชะงักกึกนิ่งไป"เดี๋ยวนะ...""มีอะไรเหรอพี่?""ถ้าอย่างนั้น... คืนนี้มันก็หมายความว่า..."สายตาของทุกคนในกลุ่มบริหารพลันพร้อมใจกันหมุนควับหัน ไปจับจ้องมองตรงไปยังบุคคลสองคนที่กำลังนั่งจดจ่ออยู่กับ แท็บเล็ตตรวจงานทันทีเหนือฟ้าที่สัมผัสรับรู้ได้ถึงมวลรังสีแปลก ๆ ละสายตาขึ้นมามอง "มีอะไรกันหรือเปล่าครับทุกคน?""เปล่าครับ! ไม่มีอะไรเลยคร
หากมีใครเดินมาเอ่ยปากถามพนักงานในรีสอร์ตว่า... บุคคลใดคือผู้ที่เชี่ยวชาญในการสร้างความวุ่นวายและ หาเรื่องปวดหัวมาให้คนรอบข้างได้เก่งกาจที่สุดถ้าเป็นเมื่อก่อนในอดีต คำตอบอันดับหนึ่งคงจะหนีไม่พ้นชื่อของ ‘คลื่นสมุทร’ อย่างแน่นอน... ทว่าในปัจจุบันนี้ ทัศนคติของทุกคนได้แปรเปลี่ยนไปอย่างเป็นเอกฉันท์ และพร้อมใจกันตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า“คุณสิงหา...”"ผมกำลังจะแต่งงานครับ!"ประโยคบอกเล่าสั้น ๆ ทว่าหนักแน่นดังสนั่นขึ้นมากลางห้องประชุมบริหาร ในเวลาเก้าโมงเช้าตรู่ ส่งผลลัพธ์ให้ธามที่กำลัง ยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มถึงกับสำลักไอคอกแคก ปากกาในมือเกือบหล่นพื้น และทำให้เหนือฟ้าต้องยอม ละสายตาเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสาร"หือ?" เหนือฟ้าเลิกคิ้วสูงสิงหานั่งกอดอกยิ้มกริ่ม ใบหน้าหล่อเหลาอบอวลไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างที่สุด "ตามนั้นครับ... ผมกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์แล้ว""แล้ว... มีใครเขาถามคุณงั้นเหรอครับคุณสิงหา?" เหนือฟ้าสวนกลับหน้านิ่งครืนนนน!เสียงหัวเราะขบขันจากบรรดาหัวหน้าฝ่าย ในห้องประชุมดังขึ้นพร้อมกัน สิงหาไม่ได้มีทีท่าสะทกสะท้านคำแซะเลยแม้แต่น้อย เพราะในวันนี้เขากำลังอารมณ์ดีเป็นพิเศษจนผิดหูผิดตา"รอบนี
หลังจากงานประกาศผลการประเมินสิ้นสุดลง ด้วยความสำเร็จอันเกรียงไกร ทางรีสอร์ตก็ได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ฉลองความสำเร็จเล็ก ๆ เป็นการภายในให้กับทีมงานเบื้องหลังผู้อยู่เบื้องหลังโครงการ Sea & Soul Experience ทุกคนบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้มอย่างที่ไม่ได้เห็นมานาน ธาม ปลดปล่อยความเครียดทั้งหมดด้วย การดื่มเบียร์ไปรวดเดียวสามขวดรวดจนหน้าแดงก่ำ สิงหา ถึงกับเอ่ยปากประกาศกร้าวขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงฉลองทั้งทีมด้วยตัวเอง ในขณะที่ น่านน้ำ ยังคงวิ่งวุ่นวายกับการจัดแจงดูแล ความสะดวกสบายของแขกเหรื่ออย่างขยันขันแข็งส่วนทางด้านของ คลื่นสมุทร... บัดนี้เขากำลังถูกบรรดาพนักงานและสต๊าฟจากทุกภาคส่วนรุมล้อมแสดงความยินดีจนแทบจะไม่มีเวลาให้หยุดพักหายใจหายคอเลยทีเดียว"ท่านผู้อำนวยการคลื่นครับ!""ขอลายเซ็นลงบนเสื้อทีมหน่อยครับผม!""ห้ามลืมเลี้ยงฉลองพวกเราด้วยนะครับท่านผอ. คนใหม่!"กระแสเสียงแซวและแสดงความยินดีดังระงมขึ้นไม่ขาดสาย ส่งผลให้เจ้าของตำแหน่งคนใหม่ทำได้เพียงแค่หลุดหัวเราะร่วนออกมาด้วยความขัดเขิน ทว่า... ไม่ว่าตัวเขาจะกำลังยืนพูดคุย แลกเปลี่ยนบทสนทนากับใครอยู่ก็ตาม สายตาคู่คมของคลื่นสมุทรก







