หมอทะลุมิติสู่สำนักเซียน

หมอทะลุมิติสู่สำนักเซียน

last updateLast Updated : 2026-10-20
By:  พิมพ์ใจUpdated just now
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
4Chapters
4views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เมื่อศัลยแพทย์อัจฉริยะจากโลกปัจจุบันเสียชีวิตระหว่างช่วยคนไข้ เขากลับลืมตาขึ้นในร่างศิษย์นอกของสำนักเมฆคราม ผู้ถูกตราหน้าว่าเป็น “คนไร้พรสวรรค์” และไร้โอกาสก้าวสู่เส้นทางเซียน แต่สิ่งที่โลกแห่งนี้ไม่มี…คือศาสตร์การแพทย์ที่แท้จริง ด้วยความรู้ด้านกายวิภาค การผ่าตัด และสมุนไพร หลินชิงอวี่เริ่มรักษาโรคและอาการบาดเจ็บที่แม้แต่นักปรุงโอสถผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังจนปัญญา ชื่อเสียงของเขาจึงค่อย ๆ แผ่สะเทือนไปทั่วใต้หล้า ระหว่างการเดินทาง เขาได้พบกับ เสี่ยวมู่ อสูรพฤกษาตัวน้อยผู้ช่วยปลูกสมุนไพรและปรุงโอสถ และ โม่หลง มังกรดำบรรพกาลตัวจิ๋วผู้ซ่อนพลังอันน่าเกรงขาม ทั้งสองจะร่วมกันฝ่าฟันอันตราย เปิดเผยความลับของโลกเซียน และเปลี่ยนประวัติศาสตร์การแพทย์ไปตลอดกาล ท่ามกลางสงคราม การชิงอำนาจ และปริศนาในอดีต เขายังได้รับการปกป้องจาก เซี่ยหานเยี่ยน เจ้าสำนักผู้เย็นชา ที่ค่อย ๆ เปิดหัวใจให้กับหมอผู้ไม่เคยยอมทอดทิ้งคนไข้ เมื่อโอสถรักษาไม่ได้… เมื่อพลังปราณไม่อาจช่วยชีวิต… มีเพียง “หมอ” คนนี้เท่านั้น ที่อาจเปลี่ยนชะตาของทั้งโลกเซียนได้

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1: ปาฏิหาริย์ที่ปลายมีดและจิตวิญญาณที่สลับเปลี่ยน

ตอนที่ 1: ปาฏิหาริย์ที่ปลายมีดและจิตวิญญาณที่สลับเปลี่ยน

กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะทะนาสิกโสต เสียงสัญญาณเตือนจากเครื่องเฝ้าติดตามสัญญาณชีพ (Patient Monitor) ดังระงัวเป็นจังหวะกระชั้นถี่สะท้อนก้องภายในห้องผ่าตัดฉุกเฉินเบอร์สี่ของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแพทย์ชั้นนำ แสงไฟจากโคมไฟผ่าตัดดวงใหญ่สาดส่องลงบนร่างเล็กจ้อยของเด็กชายวัยเพียงเจ็ดขวบผู้เคราะห์ร้ายจากอุบัติเหตุรถยนต์ชนบาดเจ็บหมู่

“ความดันตกเหลือ 60/40 ครับหมอหลิน! หัวใจเต้นช้าลงเรื่อย ๆ แล้ว!” เสียงพยาบาลผู้ช่วยสครับร้องเตือนด้วยความตื่นตระหนก

ภายใต้หน้ากากอนามัยสีเขียวเข้มและชุดผ่าตัดที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิต ใบหน้าของ ‘หลินชิงอวี่’ ศัลยแพทย์อัจฉริยะวัยเพียงยี่สิบสี่ปีซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากเนียน ทว่าดวงตาคู่เรียวคมคู่นั้นยังคงนิ่งสงบราวกับสระน้ำลึกที่ไร้ระลอกคลื่น มือเรียวยาวขาวสะอาดที่ถือคีมจับเข็มเย็บผ้ายังคงนิ่งสนิทไม่มีสั่นไหวแม้เพียงมิลลิเมตรเดียว

สองมือของเขาบุกตะลุยผ่านม่านเลือดและเนื้อเยื่อที่ฉีกขาดอย่างบ้าคลั่งมานานกว่าเจ็ดชั่วโมงติดต่อกัน ความเหนื่อยล้าสะสมจากการไม่ได้นอนครบบรรจบยี่สิบสี่ชั่วโมงเต็มกำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของเขาอย่างช้า ๆ ร่างกายของเขาประท้วงด้วยความเจ็บแปลบที่ส่วนลึกของทรวงอก แต่ในฐานะแพทย์... เขาทิ้งคนไข้ตรงหน้าไปไม่ได้

“ขอผ้าก๊อซซับเลือดเพิ่ม เตรียมสารละลายเลือดและให้ยากระตุ้นหัวใจเพิ่มด่วน” น้ำเสียงของหลินชิงอวี่ทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจการสั่งการที่เฉียบขาด “เด็กคนนี้ต้องรอด”

เขาก้มลงเพ่งสายตาเย็บเส้นเลือดแดงใหญ่ในช่องท้องที่ฉีกขาดอย่างละเอียดลออ ทุกฝีเข็มคือการแย่งชิงวิญญาณกลับคืนมาจากเงื้อมมือของพญามัจจุราช ทว่าในวินาทีที่ฝีเข็มสุดท้ายกำลังจะผูกปมเสร็จสิ้น เสียงสัญญาณเตือนจากเครื่องเฝ้าติดตามสัญญาณชีพพลันเปลี่ยนจากจังหวะกระชั้นถี่... กลายเป็นเสียงลากยาวที่แสนเยือกเย็น

ตื้ด---------

“หัวใจหยุดเต้นแล้ว! คลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นเส้นตรง (Cardiac Arrest) ค่ะ!”

“ทำ CPR ด่วน! เตรียมเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้า!” หลินชิงอวี่ไม่ยอมแพ้ เขาปล่อยเครื่องมือในมือลงทันทีแล้วขึ้นขยับตัวเข้ากดนวดหน้าอกของเด็กน้อยด้วยจังหวะที่ถูกต้องแม่นยำตามหลักการแพทย์ แรงกดจากสองมือส่งผ่านไปยังกระดูกอกเพื่อปั๊มหัวใจที่หยุดนิ่งให้กลับมาเต้นอีกครั้ง

หนึ่ง และ สอง และ สาม และ สี่...

ในใจของหลินชิงอวี่ร่ำร้องอย่างบ้าคลั่ง ฟื้นขึ้นมาสิ! เจ้าหนู ลืมตาขึ้นมา!

ในขณะที่เขากำลังทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดจนหยาดเหงื่อหยดสุดท้ายซึมผ่านหน้ากากอนามัย ความรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงราวกับมีค้อนเหล็กมหึมาทุบเข้าที่กลางอกของตนเองพลันบังเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ภาพเบื้องหน้าเริ่มพร่าเลือน แสงไฟผ่าตัดที่เคยสว่างจ้ากลับค่อย ๆ ถูกความมืดมิดกลืนกิน เสียงตะโกนเรียกชื่อเขาจากเพื่อนร่วมงานลอยห่างออกไปทุกที... ทุกที...

สติสัมปชัญญะของศัลยแพทย์อัจฉริยะดับวูบลง พร้อมกับร่างที่ทรุดฮวบลงข้างเตียงผ่าตัดนั้นเอง

“เจ้าขยะไร้ค่า! บังอาจทำให้ศิษย์พี่ใหญ่หลี่เฉิงต้องขุ่นเคืองใจ แค่ผลักตกหน้าผาแล้วยังรอดชีวิตกลับมานอนหายใจรวยรินอยู่อีกหรือ? ช่างหนังเหนียวนัก!”

เสียงหัวเราะเยาะหยันลอยแว่วมาจากที่แสนไกล พร้อมกับความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายจนแทบกระอักเลือด หลินชิงอวี่พยายามขยับเปลือกตาที่หนักอึ้ง สิ่งแรกที่ประสาทสัมผัสรับรู้ไม่ใช่กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อแอลกอฮอล์ในห้องผ่าตัดอันคุ้นเคย ทว่ากลับเป็นกลิ่นอับชื้นของดิน โคลน และไม้ผุพัง

เมื่อเขาลืมตาขึ้นเต็มตา ภาพที่ปรากฏคือเพดานไม้เก่าโทรมที่มีหยากไย่เกาะกุมอยู่หนาตา แสงแดดรำไรส่องผ่านรอยแตกของหลังคาลงมากระทบใบหน้า ร่างกายของเขานอนอยู่บนเตียงไม้กระดานแข็ง ๆ ที่มีเพียงผ้าห่มบางเฉียบและขาดวิ่นปกคลุมอยู่

“ที่นี่... ที่ไหนกัน?” หลินชิงอวี่พยายามเปล่งเสียง แต่ส่งเสียงได้เพียงเสียงแหบพร่าในลำคอ

ทันใดนั้นเอง ความทรงจำแปลกปลอมอันมหาศาลพลันหลั่งไหลพรั่งพรูเข้ามาในสมองระลอกแล้วระลอกเล่าราวกับเขื่อนแตก มันเป็นความทรงจำของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่มีรูปร่างหน้าตาและชื่อแซ่เดียวกันกับเขาอย่างน่าอัศจรรย์— ‘หลินชิงอวี่’ อายุสิบแปดปี ศิษย์นอกแห่ง ‘สำนักเมฆคราม’ ทวีปเซวียนหลิง

ร่างเดิมนี้เป็นเด็กกำพร้าที่ถูกเก็บมาเลี้ยง ทว่าน่าเวทนานักที่เกิดมาไร้ซึ่ง ‘รากวิญญาณ’ ไม่ว่าจะพากเพียรพยายามเพียงใดก็ไม่อาจดูดซับ ‘ปราณฟ้าดิน’ เข้าสู่ร่างกายเพื่อฝึกตนได้เลยแม้แต่น้อย ในโลกของผู้บำเพ็ญเซียนที่ยึดถือพลังเป็นใหญ่ ร่างนี้จึงถูกตราหน้าว่าเป็นขยะที่ไม่มีใครต้องการ เป็นเพียงคนรับใช้ชั้นต่ำที่ถูกศิษย์ร่วมสำนักข่มเหงรังแกไม่เว้นแต่ละวัน

ล่าสุด เพียงเพราะเดินผ่านแล้วไม่ได้ทำความเคารพ ‘หลี่เฉิง’ ศิษย์เอกฝ่ายนอกผู้ทรงอิทธิพลและเอาแต่ใจ ร่างเดิมจึงถูกหลี่เฉิงและพรรคพวกทุบตีอย่างทารุณ ก่อนจะถูกผลักตกจากหน้าผาท้ายสำนักลงมานอนบาดเจ็บสาหัสและสิ้นใจตายอยู่ในเรือนไม้เก่าโทรมแห่งนี้เพียงลำพัง ก่อนที่จิตวิญญาณของหมอหลินจากโลกปัจจุบันจะเข้ามาสวมรอยแทน

“ทะลุมิติ... เกิดใหม่งั้นหรือ?” หลินชิงอวี่พึมพำกับตนเอง ดวงตาคู่เรียวทอประกายลึกล้ำ แม้เรื่องราวที่เกิดขึ้นจะเหลือเชื่อเพียงใด แต่ในฐานะนักวิทยาศาสตร์และแพทย์ที่อยู่กับความเป็นจริง เขาปรับตัวและยอมรับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

หลินชิงอวี่สูดลมหายใจเข้าลึก แต่ความรู้สึกเจ็บแปลบที่ทรวงอกข้างซ้ายทำให้นิ่วหน้า เขายกมืออันสั่นเทาขึ้นลูบคลำไปตามร่างกายของตนเองอย่างเชี่ยวชาญ สัญชาตญาณและทักษะของศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเริ่มทำงานทันที

เขากดนิ้วลงบนซี่โครงแผ่วเบา ตรวจสอบโครงสร้างกระดูกและอาการบวมช้ำ

“ซี่โครงซีกซ้ายซี่ที่สี่และห้าหัก... โชคดีที่เป็นการหักแบบไม่เคลื่อนที่ (Non-displaced fracture) ปลายกระดูกจึงยังไม่ทิ่มทะลุเนื้อเยื่อปอดหรือเส้นเลือดใหญ่ ไม่อย่างนั้นคงเกิดภาวะเลือดออกในช่องอกตายไปแล้ว” หลินชิงอวี่วิเคราะห์ในใจ

ทว่า สิ่งที่ทำให้เขาขมวดคิ้วมากที่สุดไม่ใช่กระดูกที่หัก แต่เป็นความรู้สึกอึดอัดแน่นตึงตามแนวเส้นชีพจรทั่วร่าง เมื่อเขาลองเพ่งกระแสจิตสำรวจลึกลงไปในทางกายวิภาคศาสตร์ตามโครงสร้างที่แฝงด้วยความรู้ทางแพทย์แผนจีนร่วมด้วย เขาพบว่าจุดชีพจรสำคัญหลายแห่งในร่างกายของร่างนี้มีลักษณะตีบตันและมีลิ่มเลือดคั่งค้างอยู่อย่างหนาแน่น โดยเฉพาะจุดที่อยู่ใกล้กับหัวใจและท้องน้อย (จุดตันเถียน)

หากมองในมุมมองของผู้บำเพ็ญเซียน ร่างกายนี้คือ ‘ขยะที่ไร้รากวิญญาณและเส้นลมปราณอุดตันสิ้นเชิง’ ไม่อาจฝึกปรือวิชาใด ๆ ได้

ทว่าในมุมมองของศัลยแพทย์อัจฉริยะอย่างหลินชิงอวี่ เขากลับเหยียดยิ้มบางที่มุมปาก

“ไม่มีรากวิญญาณงั้นหรือ? หึ... ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เลยสักนิด ปัญหาที่แท้จริงคือกระดูกและระบบไหลเวียนโลหิตต่างหากที่ต้องได้รับการจัดระเบียบใหม่ทั้งหมด หากเปรียบเส้นลมปราณเป็นท่อน้ำ ท่อน้ำเหล่านี้ก็แค่มีเศษตะกอนและลิ่มเลือดอุดตันอยู่จนน้ำไหลผ่านไม่ได้ เพียงแค่ผ่าตัดทลายจุด ขูดล้างลิ่มเลือดคั่ง และจัดโครงสร้างเส้นเลือดใหม่ให้เลือดลมเดินสะดวก ร่างกายนี้ก็จะกลับมาแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมเสียอีก!”

สำหรับเขาแล้ว ร่างกายมนุษย์ก็คือเครื่องจักรชีวภาพที่ซับซ้อนและงดงามที่สุดชิ้นหนึ่ง ตราบใดที่เข้าใจกลไกและระบบทางกายวิภาคศาสตร์อย่างถ่องแท้ ต่อให้เป็นโลกเซียนเขาก็สามารถ ‘ซ่อมแซม’ มันได้ด้วยสองมือของตนเอง!

หลินชิงอวี่พยุงร่างที่บอบช้ำอย่างระมัดระวัง ขยับตัวขึ้นมานั่งขัดสมาธิบนเตียงไม้กระดาน เขาเริ่มปรับระบบการหายใจเข้าออกอย่างช้า ๆ โดยใช้เทคนิคการควบคุมลมหายใจของแพทย์เพื่อลดอัตราการเต้นของหัวใจและบรรเทาความเจ็บปวดจากกระดูกซี่โครงที่หัก เลือดลมที่เคยติดขัดเริ่มไหลเวียนได้ดีขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าที่เคยซีดขาวเริ่มมีสีเลือดฝาดขึ้นมาทีละน้อย

ตึก... ตึก... ตึก...

พลัน เสียงฝีเท้าหยาบกระด้างของคนกลุ่มหนึ่งดังแว่วมาจากภายนอกเรือนไม้ เสียงย่ำลงบนใบไม้แห้งและพื้นดินชื้นแฉะดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่แฝงไปด้วยความประสงค์ร้าย

“ฮ่า ๆ ๆ พวกเจ้าคิดว่าเจ้าขยะนั่นจะตายคากองเลือดหรือยัง? ศิษย์พี่ใหญ่ลงมือหนักถึงเพียงนั้น ป่านนี้วิญญาณคงไปรายงานตัวกับยมบาลแล้วกระมัง!”

“ตาย ๆ ไปเสียก็ดี อยู่ไปก็เปลืองข้าวสุกของสำนักเมฆครามเราเปล่า ๆ ไร้ประโยชน์สิ้นดี!”

ประตูลูกกรงไม้เก่า ๆ ของเรือนท้ายสำนักถูกเท้าลึกลับถีบออกอย่างแรงจนเปิดอ้าออก เสียงดัง ปัง! ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายไปในอากาศ ปรากฏร่างของศิษย์นอกสามคนที่สวมชุดสำนักสีครามเข้ม แววตาของพวกมันเต็มไปด้วยความดูแคลนขณะที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้อง

หลินชิงอวี่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ดวงตาคู่เรียวคมคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวหรือความอ่อนแอระคนอยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความนิ่งสงบ เยือกเย็น และลึกล้ำราวกับใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดเฉือนทุกสิ่ง

เขามองตรงไปยังผู้มาเยือนด้วยสายตาของหมอที่กำลังมองดู... ‘สิ่งมีชีวิตที่ต้องได้รับการรักษาอาการป่วยทางจิต’ อย่างเงียบเชียบ!

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
4 Chapters
ตอนที่ 1: ปาฏิหาริย์ที่ปลายมีดและจิตวิญญาณที่สลับเปลี่ยน
ตอนที่ 1: ปาฏิหาริย์ที่ปลายมีดและจิตวิญญาณที่สลับเปลี่ยนกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะทะนาสิกโสต เสียงสัญญาณเตือนจากเครื่องเฝ้าติดตามสัญญาณชีพ (Patient Monitor) ดังระงัวเป็นจังหวะกระชั้นถี่สะท้อนก้องภายในห้องผ่าตัดฉุกเฉินเบอร์สี่ของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแพทย์ชั้นนำ แสงไฟจากโคมไฟผ่าตัดดวงใหญ่สาดส่องลงบนร่างเล็กจ้อยของเด็กชายวัยเพียงเจ็ดขวบผู้เคราะห์ร้ายจากอุบัติเหตุรถยนต์ชนบาดเจ็บหมู่“ความดันตกเหลือ 60/40 ครับหมอหลิน! หัวใจเต้นช้าลงเรื่อย ๆ แล้ว!” เสียงพยาบาลผู้ช่วยสครับร้องเตือนด้วยความตื่นตระหนกภายใต้หน้ากากอนามัยสีเขียวเข้มและชุดผ่าตัดที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิต ใบหน้าของ ‘หลินชิงอวี่’ ศัลยแพทย์อัจฉริยะวัยเพียงยี่สิบสี่ปีซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากเนียน ทว่าดวงตาคู่เรียวคมคู่นั้นยังคงนิ่งสงบราวกับสระน้ำลึกที่ไร้ระลอกคลื่น มือเรียวยาวขาวสะอาดที่ถือคีมจับเข็มเย็บผ้ายังคงนิ่งสนิทไม่มีสั่นไหวแม้เพียงมิลลิเมตรเดียวสองมือของเขาบุกตะลุยผ่านม่านเลือดและเนื้อเยื่อที่ฉีกขาดอย่างบ้าคลั่งมานานกว่าเจ็ดชั่วโมงติดต่อกัน ความเหนื่อยล้าสะสมจากการไม่ได้นอนครบบรรจบยี่สิบสี่ชั่วโมงเต็มกำลังกัดกิ
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
ตอนที่ 2: เข็มเงิน ด้ายป่าน และศาสตร์นอกรีต
ตอนที่ 2: เข็มเงิน ด้ายป่าน และศาสตร์นอกรีตสายลมสารทกาลพัดโชยเอื่อยเฉื่อย นำพาเอาลิ่นอายความชื้นแฉะของผืนดินหลังฝนตกใหม่และกลิ่นคาวคลุ้งของสมุนไพรสดโชยมาตามลม ที่ลานตากยาของหอโอสถ สำนักเมฆคราม ‘หลินชิงอวี่’ ในชุดศิษย์นายนอกสีครามซีดจางกำลังนั่งยอง ๆ อยู่บนม้านั่งไม้เตี้ย มือเรียวยาวขาวผ่องราวกับสลักมาจากหยกเนื้อดีกำลังคัดแยกรากหญ้าวิญญาณอย่างประณีตหากมองจากภายนอก เขาคือศิษย์ไร้พรสวรรค์ที่เพิ่งผ่านพิธีแรกรับมาได้ไม่นาน ร่างกายผอมบาง ใบหน้าหมดจดงดงามทว่าแฝงไปด้วยความเฉยชาจนดูคล้ายคนไร้ความรู้สึก ทว่าใครจะรู้ว่าภายในร่างนี้... คือวิญญาณของศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทรวงอกและหลอดเลือดจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด“เฮ้อ... โลกผู้บำเพ็ญเพียรอะไรกัน น้ำยาล้างแผลก็ไม่มี แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อก็หาไม่ได้ วัน ๆ มีแต่ต้มยาหม้อกับหลอมก้อนกลม ๆ ที่เรียกว่าโอสถ” หลินชิงอวี่ถอนหายใจแผ่วเบา บ่นพึมพำกับตัวเองด้วยความระเหี่ยใจในโลกก่อน เขาคือแพทย์มือหนึ่งที่ยื้อชีวิตคนไข้จากเงื้อมมือมัจจุราชมานับไม่ถ้วน แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งหลังจากความเหนื่อยล้าจนหัวใจวายเฉียบพลัน เขากลับมาอยู่ในร่างของเด็กหนุ่มชื่อเดียวกันใ
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
ตอนที่ 3: สัญชาตญาณแห่งชีวิตและก้อนขนมรกต
ตอนที่ 3: สัญชาตญาณแห่งชีวิตและก้อนขนมรกตสายลมยามเหมันต์พัดผ่านหน้าต่างบานเล็กของเรือนโอสถ กลิ่นอายของสมุนไพรอบอวลไปทั่วห้องผสมผสานกับเสียงบ่นพึมพำที่ไม่ยอมหยุดหย่อนของดวงจิตโปร่งแสงสีคราม ‘อวิ๋นชาง’ อดีตเทพโอสถผู้เกรียงไกรในอดีตกาล บัดนี้กำลังลอยตัวกอดอก พลางจ้องมอง ‘หลินชิงอวี่’ ศัลยแพทย์หนุ่มจากโลกปัจจุบันที่อยู่ในร่างของศิษย์ปลายแถวแห่งสำนักเมฆครามอย่างไม่วางตา“เจ้าหนูหลิน! ข้าบอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าการจะหลอมโอสถทะลวงชีพจรขั้วอัคคี เจ้าต้องสกัดพลังหยางจากหญ้าเพลิงสุริยันให้บริสุทธิ์ถึงเก้าส่วน! ไม่ใช่เอาไปบดแล้วกรองด้วยผ้าขาวบางเช่นนั้น! นี่มันเป็นการดูหมิ่นศาสตร์แห่งโอสถสวรรค์ชัด ๆ!” อวิ๋นชางโวยวาย ใบหน้าชราภาพที่จำแลงด้วยกระแสจิตบิดเบี้ยวด้วยความขัดใจหลินชิงอวี่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากครกบดศิลา มือเรียวยาวที่เคยจับมีดผ่าตัดยังคงบดสมุนไพรด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอและมั่นคง เขากล่าวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจตามวิสัยของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ“ท่านผู้เฒ่าอวิ๋นชาง สิ่งที่ท่านเรียกว่า ‘พลังหยางบริสุทธิ์’ ในทางวิทยาศาสตร์ที่ข้าศึกษามา มันคือสารสำคัญกลุ่มอัลคาลอยด์ (Alkaloi
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
ตอนที่ 4: เนตรทองคำอำพันและกระบี่อันดับหนึ่งผู้แหลกสลาย
ตอนที่ 4: เนตรทองคำอำพันและกระบี่อันดับหนึ่งผู้แหลกสลายเสียงระฆังทองเหลืองที่หอคอยส่วนกลางของสำนักเมฆครามแผดเสียงก้องกังวานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในรอบร้อยปี เสียงของมันทุ้มต่ำและสั่นสะเทือนไปถึงชั้นเมฆ ทว่าครานี้มิใช่การต้อนรับอาคันตุกะผู้มีเกียรติ หากแต่เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่ดึงเอาความสงบวิเวกของยอดเขาเซียนทั้งเจ็ดให้มลายหายไปในพริบตา“หลบไป! เปิดทางเร็วเข้า!”“ท่านเจ้าสำนัก! เจ้าสำนักเซี่ย!”เสียงตะโกนอย่างตื่นตระหนกของเหล่าศิษย์สายตรงดังก้องมาตามบันไดหินหยกขาว ร่างของ ‘เซี่ยหานเยี่ยน’ เจ้าสำนักหนุ่มผู้ครองฉายากระบี่อันดับหนึ่งแห่งใต้หล้า ผู้บรรลุขอบเขตเซียนพิภพในวัยเยาว์อย่างที่ไม่เคยมีผู้ใดทำได้มาก่อน บัดนี้กลับถูกหามมาบนเปลหามศิลาวิญญาณ สภาพของเขาทำเอาศิษย์ที่ยืนเฝ้าสองข้างทางถึงกับหน้าถอดสีอาภรณ์สีขาวดุจหิมะประจำตำแหน่งบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตสดเข้มจนกลายเป็นสีแดงฉานน่ากลัว กลิ่นอายไออสูรสีดำทมิฬยังคงม้วนตัวและแผ่ซ่านออกมาจากบาดแผลฉกรรจ์ที่กลางอก ราวกับคมเขี้ยวของเทพอสูรโบราณยังคงกัดเซาะทำลายร่างนั้นอยู่ทุกชั่วลมหายใจเข้าออก ที่น่ากลัวที่สุดคือพลังปราณกระบี่อัน
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status