LOGINแสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านสีขาวละมุน เสียงเกลียวคลื่นซัดสาดแว่วดังมาจากทางระเบียงด้านนอก
เหนือฟ้า ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้าอาการปวดหนึบที่ขมับ จากฤทธิ์แอลกอฮอล์เมื่อคืนส่งสัญญาณประท้วงทันทีที่ เขาขยับกาย
"อื้อ..."
เขาครางเบาๆในลำคอก่อนที่ร่างทั้งร่างจะแข็งทื่อไปใน วินาทีถัดมาเมื่อประสาทสัมผัสเริ่มรับรู้ถึงความผิดปกติ... ร่างกายของเขามันหนักอึ้งผิวกายยังสัมผัสได้ถึงความเย็น ของเครื่องปรับอากาศโดยไม่มีอะไรบดบัง
เขาสะดุ้งลืมตาตื่นเต็มตา สมองอันชาญฉลาดรีบประมวลผลภาพตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เตียงนอนหลังใหญ่สีขาวสะอาด...
ห้องพูลวิลล่าริมทะเล... เสื้อเชิ้ตของตัวเองที่ขาดระเบียบกองอยู่บนพื้น... และที่สำคัญที่สุดคือร่างสูงโปร่งของใครอีกคนที่กำลัง นอนหลับปุ๋ยอยู่ข้างกาย"..."
"..."
"...เชี่ย"
เหนือฟ้าสบถคำหยาบคายออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เขาหลับตาลงแน่นหวังลึกๆว่านี่จะเป็นเพียงความฝัน จากอาการเมาค้างแต่ความรู้สึกรวดร้าวแล่นริ้วบริเวณเอว และต้นขากลับเป็นหลักฐานชั้นดีที่ช่วยยืนยันว่า... ทั้งหมดนี้คือเรื่องจริง จริงชนิดที่ปฏิเสธไม่ได้เลยสักนิด!
เมื่อคืนนี้เขาออกไปดื่ม...
คุยกับคลื่นสมุทร... ออกไปดูดาว... และหลังจากนั้น...ภาพเหตุการณ์หวาบหวิวที่ชวนให้หน้าร้อนผ่าวก็เริ่มหลั่งไหล เข้ามาราวกับทำนองเพลงรอยยิ้มกวนประสาท น้ำเสียงหัวเราะทุ้มต่ำริมฝีปากอุ่นจัดที่กดจูบลงมาซ้ำๆ
และ ฝ่ามือร้อนผ่าวที่โอบประคองเอวเขาไว้ตลอดทั้งคืนเหนือฟ้ารู้สึกอยากจะแทรกแผ่นดินหนีหายไปจากโลกใบนี้ เสียเดี๋ยวนี้
เขาสูดหายใจเข้าลึกพยายามคุมสติที่กระเจิดกระเจิง แล้วรีบพาร่างอันบอบช้ำลุกจากเตียงให้เงียบเชียบ ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาก้มลงเก็บเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ด้วยมือที่สั่นเทา โชคดีที่คนบนเตียงยังคงนอนหลับ
เหนือฟ้าหยิบกระเป๋าสตางค์หนังแท้ออกมา ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อย สายตาเหลือบมองร่างสูงบนเตียงที่นอนคว่ำหน้าอวดแผ่นหลังกว้างสีแทนล่ำสัน...
หน้าตาดีเกินเหตุ... แต่งตัวเซอร์ ๆ สบาย ๆ อยู่แถวบาร์ริมหาด... แถมยังเป็นฝ่ายเข้ามาหว่านเสน่ห์ใส่เขาก่อนยิ่งประมวลผลด้วยตรรกะของผู้บริหาร เขาก็สรุปได้เพียงอย่างเดียว
คงเป็นพวกเด็กเอนเตอร์เทน หรือไม่ก็พวกโฮสต์ที่คุ้นเคยกับการดูแลแขกกระเป๋าหนักระดับไฮเอนด์แน่ ๆ
เหนือฟ้าลอบถอนหายใจยาว ก่อนจะหยิบธนบัตรใบละพันปึกใหญ่หนาฟูออกมาจากกระเป๋า วางมันลงบนโต๊ะหัวเตียงอย่างเป็นระเบียบ พร้อมกับตวัดปากกาเขียนข้อความสั้น ๆ ลงบนกระดาษโน้ต
‘ขอบคุณสำหรับเรื่องเมื่อคืน’
หลังจากนั้นก็รีบก้าวเท้าออกจากห้องพักไปทันที โดยไม่หันกลับไปมองเบื้องหลังอีกเลยแม้แต่แวบเดียว
ครึ่งชั่วโมงต่อมา...
คลื่นสมุทร
ขยับเปลือกตาตื่นชายหนุ่มบิดขี้เกียจและหาวหวอดใหญ่ ก่อนจะจุดรอยยิ้มมุมปากเมื่อหันไปพบความว่างเปล่าบนเตียงอีกฝั่ง"หายจริง ๆ ด้วยแฮะ" เขาพึมพำเสียงกลั้วหัวเราะ
อันที่จริงเขาพอจะเดาทางได้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าคนฟอร์มจัด แบบนั้นต้องชิงหนีไปก่อนแน่ นิสัยรักศักดิ์ศรีและต้องการควบคุมทุกอย่างแบบเขาไม่มีทาง นอนตื่นมาส่งยิ้มหวานหวานชวนคุยปรับทุกข์ตอนเช้า กับคนแปลกหน้าชัวร์ ๆ
คลื่นสมุทรหยัดกายลุกขึ้นนั่ง ทว่าสายตากลับสะดุดเข้ากับวัตถุบางอย่างที่วางเด่นหรา อยู่บนโต๊ะหัวเตียง ธนบัตรสีเทาปึกหนาที่ถูกทับไว้ด้วยกระดาษโน้ตแผ่นเล็ก รอยยิ้มบนใบหน้าคมคายค่อยๆ แห้งผากและแข็งค้างไปในทันที
"..."
"..."
"...หา?"
เขาเอื้อมมือไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านทวนซ้ำ... อีกรอบ...และอีกรอบ ก่อนที่ความเงียบจะถูกทำลายลงด้วยเสียงระเบิดหัวเราะ ลั่นห้อง
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!" คลื่นสมุทรขำจนตัวโยนขยำท้องตัวเอง "คุณเหนือฟ้า... นี่คุณคิดว่าผมเป็นเด็กเอนฯ
จริง ๆ เหรอเนี่ย?!"ชายหนุ่มหัวเราะจนตาคมพราวระยับด้วยความบันเทิงใจ มันตลกร้ายเกินไปแล้วตั้งแต่เกิดมาจนอายุขนาดนี้ มีแต่เขาเอาเงินฟาดคนอื่นไม่เคยมีใครกล้าเอาเงินปึกหนามา วางฟาดหน้าเขาหลังจากมีอะไรกันมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... จากปากคนที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเพิ่งนอนกับใครเข้าไป
คลื่นสมุทรหยิบปึกเงินนั้นขึ้นมาเคาะกับฝ่ามือเบาๆ ก่อนจะส่ายหน้าขำ ๆ
"โอเค...ในเมื่อคุณอยากเล่นบทนี้" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ดุจสุนัขจิ้งจอกผุดขึ้นบนใบหน้าคม "งั้นผมก็มีของขวัญตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อให้คุณเหมือนกัน"
เวลา 09.00 น.
ณ ห้องประชุมใหญ่ของรีสอร์ตเหนือฟ้านั่งนิ่งอยู่บริเวณหัวโต๊ะตัวยาวในชุดสูทสีกรมท่าคัตติ้ง เนี้ยบกริบ ใบหน้าของเขาเรียบเฉย เย็นชา และดูสงบสง่า ราวกับไม่มีเรื่องกวนใจใดๆ เกิดขึ้นมาก่อน... ถ้าไม่นับความจริงที่ว่า ในหัวของเขากำลังสับสนกับเรื่องผิดพลาดเมื่อคืนจนแทบบ้า
ผู้บริหารฝ่ายต่าง ๆ ทยอยเดินเข้ามานั่งประจำที่ การประชุมดำเนินไปอย่างเป็นปกติ จนกระทั่งเลขานุการส่วนตัวเดินเข้ามาสะกิดแจ้ง
"คุณเหนือฟ้าคะ หุ้นส่วนรายใหญ่คนใหม่กับหัวหน้าทีมกิจกรรมทางน้ำเดินทางมาถึงแล้วค่ะ"
เหนือฟ้าพยักหน้ารับรู้ "อืม ให้เขาเข้ามาได้เลย"
บานประตูห้องประชุมเปิดกว้างออก ร่างสูงสง่าในชุดเชิ้ตฮาวายสีฟ้าสดใสพิมพ์ลายพรีเมียมก้าวเท้า เข้ามาในห้อง พร้อมกับรอยยิ้มกว้างขวางอันเป็นเอกลักษณ์ และวินาทีที่สายตาสบเข้ากับใบหน้านั้น... เหนือฟ้ารู้สึกเหมือนสมองถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าอย่างจัง โลกทั้งใบหยุดหมุนไปดื้อ ๆ
"..."
"..."
"..."
คลื่นสมุทร!
ผู้ชายคนเดียวกับเมื่อคืน คนเดียวกับคนที่เขาเพิ่งทิ้งเงินปึกใหญ่ไว้ให้บนหัวเตียง และเป็นคนเดียวบนโลกใบนี้ที่ไม่ควรมาปรากฏตัว อยู่ตรงนี้ที่สุด!
ฝั่งคลื่นสมุทรเมื่อเห็นอากัปกิริยาตาค้างของคนฟอร์มจัด รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งกว้างขึ้นเรื่อย ๆ แววตาฉายประกายวิบวับราวกับเจอของเล่นชิ้นโปรดที่ถูกใจ
"สวัสดีครับทุกคน" ชายหนุ่มผิวแทนเอ่ยทักทายเสียงนุ่ม ก้าวเท้าอย่างมั่นใจเข้ามากลางห้องประชุม ก่อนจะไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเหนือฟ้าพอดิบพอดี
เขาล้วงซองจดหมายสีน้ำตาลเล่มหนาออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้ววางมันลงบนโต๊ะกระจกหรูหรา... ต่อหน้าต่อตาบอร์ดบริหารทุกคนที่นั่งตาปริบ ๆ
"อ้อ..." คลื่นสมุทรลากเสียงยาวพลางคลี่ยิ้มตาหยี "เกือบลืมไปเลยครับ"
เหนือฟ้าจ้องมองซองน้ำตาลนั้นด้วยใจที่เต้นรัว ลางสังหรณ์บางอย่างร้องเตือนว่าความบรรลัยกำลังจะมาเยือนในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า... มากที่สุดในชีวิต!
"เงินที่คุณทิ้งไว้ให้ผมเมื่อคืน..." คลื่นสมุทรใช้ปลายนิ้วดันซองน้ำตาลเล่มนั้นกลับคืนไปตรงหน้าเหนือฟ้า พร้อมส่งยิ้มพิมพ์ใจ "ผมเอามาคืนครับ"
กริบ...
ทั้งห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันปานป่าช้า ผู้บริหารทุกคนหันขวับมามองหน้ากันเลิกลัก สลับกับมองหน้าประธานหนุ่มด้วยความสงสัยครามครัน เหนือฟ้ารู้สึกเหมือนวิญญาณกำลังจะหลุดออกจากร่าง เขาอยากจะมุดแผ่นดินหนีตายไปเสียเดี๋ยวนี้!
แต่ดูเหมือนไอ้ตัวแสบตรงหน้าจะยังไม่ยอมหยุดอยู่แค่นั้น...
"พอดีนโยบายและสโลแกนส่วนตัวของผมคือ..." คลื่นสมุทรแกล้งโน้มตัวลงไปหาเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่ากวนประสาทขั้นสุด "...บริการด้วยใจ ไม่คิดตังค์ครับคุณเหนือฟ้า"
มือเรียวภายใต้ใต้โต๊ะทำงานของเหนือฟ้ากำปากกาปลอกทอง แน่น... แน่นจนเส้นเลือดปูดโปนและ
แทบจะหักคามือขณะที่คลื่นสมุทรยืดตัวขึ้น เม้มปากกลั้นหัวเราะอย่างมีความสุขที่สุดในชีวิต และนี่คงเป็นเพียงแค่บทเริ่มต้น... ของมหกรรมการเอาคืนอันแสนยาวนานที่เหนือฟ้า ไม่มีวันรับมือไหวอย่างแน่นอน!
หนึ่งปีต่อมา...ณ ชายหาดผืนทรายขาวแห่งเดิม ในรีสอร์ตแห่งเดิมโครงการ ‘Sea & Soul Experience’ ซึ่งถูกพัฒนาต่อยอดมา บัดนี้ได้กลายสภาพเป็นหนึ่งในอภิมหาโครงการท่องเที่ยวเชิง ประสบการณ์ที่ประสบความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงระดับสากลที่สุดของกรุ๊ปตอนนี้ เหนือฟ้า ได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของ บริษัทอย่างเป็นทางการและเต็มภาคภูมิ ในขณะที่ คลื่นสมุทร ขยับตบเท้าก้าวเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่าย พัฒนาประสบการณ์การท่องเที่ยว... ต่อให้ตำแหน่งหน้าที่การงานจะขยับสูงส่งขึ้นไป มากมายเพียงใด ชายหนุ่มคนนี้ก็ยังคงเป็นผู้บริหารคนเดิมที่ โปรดปรานการถอดรองเท้าเดินทอดน่องเท้าเปล่าไปตามแนว ชายหาดในยามเย็นเหมือนวันแรกไม่มีผิดเพี้ยนในวันนี้... พื้นที่ชายหาดส่วนตัวถูกเนรมิตตกแต่งประดับประดาไปด้วย กลุ่มพรรณไม้และดอกไม้สดสีขาวบริสุทธิ์ส่งกลิ่นหอมละมุน โชยมาตามลม กระแสเสียงเครื่องดนตรีคลาสสิกเริ่ม บรรเลงขับกล่อมแผ่วเบา แขกเหรื่อและพนักงานทุกคนต่างพากันแต่งกายด้วยชุดสูท และราตรีสากลอย่างงดงามนั่นก็เพราะ... วันนี้คือวันสำคัญที่สุดในชีวิตของพวกเขาทั้งสองคน ‘วันมงคลสมรสของเหนือฟ้าและคลื่นสมุทร’"ตื่นเต
“ปราณ”ชื่อสั้น ๆ เพียงคำเดียว หลุดออกจากปากของประธานหนุ่ม และนั่นส่งผลให้บรรยากาศแสนโรแมนติกริมชายหาดเมื่อครู่ พลันแปรเปลี่ยนดิ่งวับเข้าสู่ความตึงเครียดขึ้นมาในทันทีคลื่นสมุทรทอดสายตามองจ้องหน้าจอมือถือในมือของ เหนือฟ้า ก่อนจะลอบผ่อนลมหายใจยาวเหยียด "เอาไงครับคุณเหนือฟ้า... จะกดรับสายเขาไหม?"เหนือฟ้าจดจ้องอยู่ราวสองวิ ก่อนจะตัดสินใจกดปุ่มรับสาย"ว่าไง..."ปลายสายเงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่กระแสเสียงอันแสนคุ้นเคยจะดังสะท้อนลอดออกมา "เย็นชาเหมือนเดิมเลยนะ""มีอะไร" เหนือฟ้าตัดบทเข้าประเด็นทันที"ฉันอยู่ที่รีสอทร์คุณ" ปราณเอ่ยเหนือฟ้าขมวดคิ้วมุ่นทันควัน "แล้ว?""มีของจะให้"คลื่นสมุทรที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ถึงกับหรี่นัยน์ตาคู่คมลงต่ำทันที บอกตามตรงว่าในเวลานี้เขาเริ่มเกิดอาการไม่ถูกชะตาและไม่ชอบใจกับประโยคคำว่า ‘มีของจะให้’ จากปากอดีตคนรักของแฟนตัวเองเอาเสียเลย"ไม่เอา" เหนือฟ้าจัดแจงปฏิเสธเสียงแข็งแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด"ใจร้าย" ปราณตัดพ้อลอย ๆ"ปราณ... ผมกำลังจะกินข้าว""งั้นเอาแบบสั้น" ปราณหลุดหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างที่สุด "มันเป็นของที่เกี่ยวกับพ่
ข่าวเรื่องการตกลงปลงใจเข้าพิธีวิวาห์ระหว่างท่านประธาน และท่าน ผอ. แพร่สะพัดกระจายตัวไปทั่วทั้งรีสอร์ตภายในระยะเวลาเพียงแค่ สี่นาทีถ้วน!มันเป็นความเร็วระดับสถิติโลกที่รวดเร็วยิ่งกว่าข่าวดาราตบกัน เร็วยิ่งกว่าสัญญาณเตือนภัยพายุมรสุมเข้า และที่สำคัญ... มันยังว่องไวกว่าตอนที่สิงหาเปิดฉากคุกเข่าขอน่านน้ำแต่งงานเมื่อไม่กี่วันก่อนเสียด้วยซ้ำไปเช้าวันรุ่งขึ้น คลื่นสมุทรสาวเท้าก้าวเดินเข้ามาภายในโถงล็อบบี้ ส่วนกลางด้วยท่าทางสบาย ๆ ในมือถือแก้วกาแฟส่งกลิ่นหอมกรุ่น ทว่าสิ่งที่สะดุดสายตาและโดดเด่นเป็นสง่าที่สุด กลับเป็น วงแหวนเงินแท้สีขาวบริสุทธิ์ที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย ของเจ้าตัว"อรุณสวัสดิ์ครับผอ.คลื่น!""ยินดีด้วยอย่างยิ่งเลยนะครับ!""Congratulations ค่ะคุณคลื่น! เหมาะสมกันที่สุดในโลกเลย!""อ้าว ๆๆ ว่าที่เจ้าบ่าวป้ายแดงก้าวเดินมานั่นแล้วพวกเรา!"คลื่นสมุทรถึงกับชะงักฝีเท้ากึกไปหนึ่งจังหวะ ก่อนจะเบนสายตากวาดมองดูบรรดาพนักงาน สต๊าฟ และหัวหน้าส่วนงานทั้้งแผนกที่พร้อมใจกันมายืนปักหลักส่ง รอยยิ้มพรายพิมพ์ใจสลอนรอคอยเขาอยู่ก่อนแล้ว"นี่... ทุกคนทราบเรื่องนี้กันหมดแล้วงั้นเหรอครับ?" คลื่นสมุทรเอ
"คืนนี้มีปรากฏการณ์ฝนดาวตกใหญ่ครับ"ประโยครายงานแจ้งเพื่อทราบแสนธรรมดาสามัญประโยคหนึ่ง กลับสามารถแปรเปลี่ยนสภาพให้คนทั้้งรีสอร์ตต้องวิ่งวุ่นวาย โกลาหลกันยกใหญ่ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งค่อนวัน นั่นก็เพราะทันทีที่ข่าวดังกล่าวถูกประกาศแจ้งแก่นักท่องเที่ยว แขกเหรื่อเกือบทุกคนต่างพากันแห่ติดต่อเข้ามาจับจอง กิจกรรม 'ดูดาวรับลมริมหาด' จนโควตาที่นั่งเต็มแน่นเอี๊ยดในเวลาอันรวดเร็ว"นี่คนเราเขาชื่นชอบและคลั่งการนอนดูดวงดาว กันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?" ธามบ่นอุบอิบกระปอดกระแปดพลางตวัดสายตากวาดมอง ดูลิสต์รายชื่อยอดการจองห้องพักและกิจกรรมพรีเมียม"มันเป็นเรื่องของความโรแมนติกยังไงล่ะครับพี่ธาม" น่านน้ำเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม"อ๋อ... งั้นเหรอ" ธามพยักหน้ารับรู้ช้า ๆ ก่อนจะฉุกคิดหยุดชะงักกึกนิ่งไป"เดี๋ยวนะ...""มีอะไรเหรอพี่?""ถ้าอย่างนั้น... คืนนี้มันก็หมายความว่า..."สายตาของทุกคนในกลุ่มบริหารพลันพร้อมใจกันหมุนควับหัน ไปจับจ้องมองตรงไปยังบุคคลสองคนที่กำลังนั่งจดจ่ออยู่กับ แท็บเล็ตตรวจงานทันทีเหนือฟ้าที่สัมผัสรับรู้ได้ถึงมวลรังสีแปลก ๆ ละสายตาขึ้นมามอง "มีอะไรกันหรือเปล่าครับทุกคน?""เปล่าครับ! ไม่มีอะไรเลยคร
หากมีใครเดินมาเอ่ยปากถามพนักงานในรีสอร์ตว่า... บุคคลใดคือผู้ที่เชี่ยวชาญในการสร้างความวุ่นวายและ หาเรื่องปวดหัวมาให้คนรอบข้างได้เก่งกาจที่สุดถ้าเป็นเมื่อก่อนในอดีต คำตอบอันดับหนึ่งคงจะหนีไม่พ้นชื่อของ ‘คลื่นสมุทร’ อย่างแน่นอน... ทว่าในปัจจุบันนี้ ทัศนคติของทุกคนได้แปรเปลี่ยนไปอย่างเป็นเอกฉันท์ และพร้อมใจกันตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า“คุณสิงหา...”"ผมกำลังจะแต่งงานครับ!"ประโยคบอกเล่าสั้น ๆ ทว่าหนักแน่นดังสนั่นขึ้นมากลางห้องประชุมบริหาร ในเวลาเก้าโมงเช้าตรู่ ส่งผลลัพธ์ให้ธามที่กำลัง ยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มถึงกับสำลักไอคอกแคก ปากกาในมือเกือบหล่นพื้น และทำให้เหนือฟ้าต้องยอม ละสายตาเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสาร"หือ?" เหนือฟ้าเลิกคิ้วสูงสิงหานั่งกอดอกยิ้มกริ่ม ใบหน้าหล่อเหลาอบอวลไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างที่สุด "ตามนั้นครับ... ผมกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์แล้ว""แล้ว... มีใครเขาถามคุณงั้นเหรอครับคุณสิงหา?" เหนือฟ้าสวนกลับหน้านิ่งครืนนนน!เสียงหัวเราะขบขันจากบรรดาหัวหน้าฝ่าย ในห้องประชุมดังขึ้นพร้อมกัน สิงหาไม่ได้มีทีท่าสะทกสะท้านคำแซะเลยแม้แต่น้อย เพราะในวันนี้เขากำลังอารมณ์ดีเป็นพิเศษจนผิดหูผิดตา"รอบนี
หลังจากงานประกาศผลการประเมินสิ้นสุดลง ด้วยความสำเร็จอันเกรียงไกร ทางรีสอร์ตก็ได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ฉลองความสำเร็จเล็ก ๆ เป็นการภายในให้กับทีมงานเบื้องหลังผู้อยู่เบื้องหลังโครงการ Sea & Soul Experience ทุกคนบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้มอย่างที่ไม่ได้เห็นมานาน ธาม ปลดปล่อยความเครียดทั้งหมดด้วย การดื่มเบียร์ไปรวดเดียวสามขวดรวดจนหน้าแดงก่ำ สิงหา ถึงกับเอ่ยปากประกาศกร้าวขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงฉลองทั้งทีมด้วยตัวเอง ในขณะที่ น่านน้ำ ยังคงวิ่งวุ่นวายกับการจัดแจงดูแล ความสะดวกสบายของแขกเหรื่ออย่างขยันขันแข็งส่วนทางด้านของ คลื่นสมุทร... บัดนี้เขากำลังถูกบรรดาพนักงานและสต๊าฟจากทุกภาคส่วนรุมล้อมแสดงความยินดีจนแทบจะไม่มีเวลาให้หยุดพักหายใจหายคอเลยทีเดียว"ท่านผู้อำนวยการคลื่นครับ!""ขอลายเซ็นลงบนเสื้อทีมหน่อยครับผม!""ห้ามลืมเลี้ยงฉลองพวกเราด้วยนะครับท่านผอ. คนใหม่!"กระแสเสียงแซวและแสดงความยินดีดังระงมขึ้นไม่ขาดสาย ส่งผลให้เจ้าของตำแหน่งคนใหม่ทำได้เพียงแค่หลุดหัวเราะร่วนออกมาด้วยความขัดเขิน ทว่า... ไม่ว่าตัวเขาจะกำลังยืนพูดคุย แลกเปลี่ยนบทสนทนากับใครอยู่ก็ตาม สายตาคู่คมของคลื่นสมุทรก







