Share

บทที่ 4 ญานิน4/1

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-18 08:03:01

          หลายวันผ่านไป ในเวลานี้ญานินได้เก็บกระเป๋าเข้ามาอยู่บ้านปรเมศ หล่อนดีใจเสียจนเนื้อเต้น ถึงแม้ต้องนอนห้องรับแขก แต่อย่างน้อยก็ได้อยู่ภายใต้ชายคาเดียวกันกับเขา                                              

“เดี๋ยวผมจะให้คนจัดการเรื่องบ้านพักให้เร็วที่สุดนะครับ”                           

“ขอบคุณอาจารย์ปรเมศมาก ๆ เลยนะคะ ที่อุตส่าห์มีน้ำใจให้ญามาพักที่นี่ไปพลางก่อน” ความจริงแล้วหล่อนอยากอยู่ที่นี่ตลอดไปด้วยซ้ำ                      

“ป้าพิกุลช่วยพาอาจารย์ญานินไปดูห้องด้วยนะครับ                      

“ได้ค่ะ เชิญทางนี้ค่ะอาจารย์”                                            

ญานินดินตามป้าพิกุลออกไป พลางหันมาส่งยิ้มให้กับเจ้าของบ้าน ซึ่งหล่อนไม่ได้สนใจว่าเขาจะแต่งงานไปแล้วหรือไม่แต่อย่างใด          

“บอสไม่คิดจะไปรับคุณผู้หญิงกลับบ้านเหรอครับ”                        

“หึ! ป่านนี้ไอ้หมอนั่นคงกำลังนั่งเอาอกเอาใจเธอ เผลอ ๆ คงมาส่งกันถึงบ้าน ทำไมฉันต้องไปรับเธอ” คำพูดคำจากับสีหน้าช่างสวนทางกัน จนนทีจับพิรุธได้                                                                       

“ผมว่าบอสควรแยกแยะ ระหว่างคุณผู้หญิงกับพี่สาวของเธอ คุณเขมมิกาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของคุณท่านเลยสักนิด”                          

“หุบปาก! นายเป็นคนของฉันหรือเปล่านที แม่ของฉันเลี้ยงนายมาไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงเข้าข้างฆาตรกรพวกนั้น” คราวนี้ดวงตาของปรเมศได้ฉายแววอาฆาตออกมา เขาไม่มีวันอภัยให้ครอบครัวของเขมมิกาเด็ดขาด                                                                          

“โอเคผมจะไม่พูดเรื่องนี้อีก แต่ถึงยังไงคุณเขมมิกาเธอก็ไม่ผิด ผมขอตัวนะครับ” นทีถึงกับส่ายหน้าเอือม ๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะปรเมศเป็นคนหัวดื้อ เผด็จการราวกับบิดาของเขา                 

          /////                                                                                          

เมื่อเดินทางมาถึงบ้าน เขมมิกากลับไม่ยอมลงจากรถ เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ราวกับอยากเก็บทุกอย่างไว้ในความทรงจำ                    

“ไม่ไหวก็อย่าฝืน เดี๋ยวฉันเข้าไปส่งแกเอง” เนเน่รู้สึกขัดใจกับท่าทีของเพื่อนรัก มองแว้บเดียวก็ดูออก เขมมิกากำลังเจ็บปวดทุกห้วงเวลาที่อยู่บ้านหลังนี้                                                                             

“ขอบใจมากนะเนเน่ ไม่เป็นไรหรอกเขมเข้าไปเองได้”                    

“แต่สีหน้าแกไม่สู้ดีเลยนะเขม”                                                    

“เขมก็แค่ไม่อยากเจอหน้าเขา”                                                    

“แค่ไม่อยากเจอหน้าเขาจะไปยากอะไร ในเมื่อคุณปรเมศเห็นแกเป็นแค่อากาศ แกก็ทำเป็นเมินคิดว่าเขาไม่มีตัวตนในบ้านหลังนี้ก็สิ้นเรื่อง”        

“ถ้าเขมยังฝืนทนอยู่ที่นี่ อากาศในบ้านเต็มไปด้วยมลพิษ คงทำให้เขมตายลงในไม่ช้า เขมจะหย่าแล้วรีบออกจากบ้านนี้ให้เร็วที่สุด ขอบใจมากนะเนเน่ ไม่ต้องห่วงหรอกเขมไม่เป็นไร”                                   

“ดูแลตัวเองด้วย อย่าลืมนะว่าแกไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว”                  

“อืม...” เขมมิกาหันมาส่งยิ้มบาง ๆ ให้กับเนเน่ ก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปในบ้าน ราวกับร่างที่ไร้วิญญาณ

“คุณผู้หญิงกลับมาแล้ว” ป้าพิกุลรีบเดินเข้ามาพยุงเขมมิกาเอาไว้ ซึ่งปรเมศได้นั่งอยู่ตรงห้องนั่งเล่น แต่กลับทำเป็นเมินไม่สนใจภรรยาแม้แต่น้อย เขาหันไปพูดกับญานินราวกับเขมมิกาไม่ได้อยู่ในสายตาด้วยซ้ำ

“เขมดีขึ้นแล้วค่ะ แต่ยังรู้สึกเพลีย ๆ อยู่บ้าง เขมขอตัวขึ้นไปพักผ่อนก่อนนะคะ”                   

“เดี๋ยวป้าจะให้เด็กยกข้าวต้มร้อน ๆ ขึ้นไปให้ทานนะคะ”               

“ไม่เป็นไรค่ะป้า เขมกินมาจากข้างนอกแล้วค่ะ”                            

“อาหารนอกบ้านคงถูกปากมากเลยสินะ! อ้อ! ผมลืมไป... กินกับชู้มันคงซู่ซ่าน่าดู ว่าไหม... เขมมิกา” ปรเมศเริ่มเปิดศึกทั้งที่หญิงสาวไม่อยากสนทนากับเขา เธอปรายหางตามองไปยังคู่สนทนาของเขาด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะถึงยังไงชีวิตคู่ของเธอกับปรเมศก็ต้องยุติลงในไม่ช้า เขาจะพาผู้หญิงคนไหนเข้าบ้านมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเธออยู่แล้ว                                                                                          

“ขอตัวนะคะป้า” เขมมิกาทำเป็นไม่ได้ยินในสิ่งที่ปรเมศพยายามยั่วโมโหเธอ เพราะถึงยังไงเขาก็ไม่มีวันเข้าใจ ในความรู้สึกที่เธอกำลังเผชิญ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก 18++   บทที่ 36 ตอนพิเศษ

    หลายเดือนผ่านไป ดูเหมือนชีวิตของคนเรา มักจะเรื่องให้เซอร์ไพร์สอยู่เสมอเฉกเช่นมินดา ที่กำลังเดินเข้ามาหาชายสูงวัย พลางส่งที่ตรวจครรภ์ให้กับนายปราวิน (เมฆา) ใบหน้าของหล่อนแสดงความดีใจออกมา ราวกับแรงใจแรงกายที่ทุ่มเทลงไปบรรลุตามวัตถุประสงค์ “ท่านไม่ดีใจเหรอคะ ตอนนี้มิ้นต์ท้องได้หกสัปดาห์แล้ว ลูกของเราจะหน้าตาเหมือนใครกันนะ” หล่อนยังคงแสดงความออดอ้อน เล่นละครตามบทที่กำกับเอาไว้ “ผมว่าเด็กคนนี้หน้าตาคงเหมือนคุณมากกว่า ยังไงคงไม่มีทางเหมือนผมแน่นอน” ชายสูงวัยพูดออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉยเขาไม่ตื่นเต้นดีใจเลยสักนิด จนมินดาคิดว่ามันแปลก ๆ เพราะก่อนหน้านี้เขาอยากมีลูกกับหล่อนจนตัวสั่น “ลูกของเราก็ต้องหน้าตาเหมือนเราสิค่ะ” “มินดาคุณแน่ใจเหรอว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของผม” “ทำไม่ท่านตั้งคำถามแบบนี้คะ มิ้นต์เสียใจนะคะ” หล่อนแสร้งทำเป็นบีบน้ำตา ทว่าอีกฝ่ายกลับมองเห็นเพียงน้ำตาจระเข้ หาความจริ

  • ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก 18++   บทที่ 35 บทส่งท้าย2

    ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยที่กำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียง เขมมิกาไม่สามารถคาดเดาความรู้สึกของเขาได้เลย เธอไม่รู้ว่าหากเขาฟื้นขึ้นมา จะยังคงเป็นผู้ชายคนเดิมที่ต้องการเธอกับลูกอยู่หรือเปล่า “คุณพ่อตัวหอมจัง มิรารักคุณพ่อนะคะ แม่ล่ะ... แม่รักพ่อหรือเปล่าคะ” คำถามที่แสนธรรมดา ทว่าเขมมิกากลับรู้สึกสะเทือนใจ ความรักมันไม่เคยทำร้ายใคร การหมดรักกันต่างหากที่จ้องทำร้ายอีกฝ่าย ซึ่งสำหรับเธอมันไม่ใช่ตราบใดที่คำว่ารัก ยังคงก้องอยู่ในหัวใจของเขาและเธอ “แม่ไม่เคยหมดรักพ่อเลย เคยรักยังไงวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือการได้เรียนรู้ที่จะรักมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ” ถ้อยคำเหล่านั้นกลั่นกรองมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ไม่ว่านานแค่ไหนความรักที่เธอมีให้เขาก็ยังคงเดิม ///// หลังจากรับประทานมื้อเย็นเสร็จ มิราคุยกับป้าพิกุลถูกคอ เธอเรียกนางว่าคุณย่าจนหญิงสูงวัยยิ้ม

  • ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก 18++   บทที่ 34 บทส่งท้าย

    หลายวันผ่านไป ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศถูกส่งตัวเข้ามารักษาในโรงพยาบาลเอกชล โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านมาก จึงทำให้เขมมิกากับลูกสาวเดินทางสะดวกขึ้น กลางวันทำงานกลางคืนเธอมาเฝ้าเขาไม่ห่าง ส่วนมิราบางครั้งก็ค้างกับมาลิคและเนเน่ บางทีก็อยู่เป็นเพื่อนมารดาคอยพูดให้กำลังใจ และยังเล่าเรื่องราวที่เจอมาแต่ละวันให้บิดาฟังด้วยน้ำเสียงเจี๊ยวจ๊าว ความรู้สึกของหญิงสาวเริ่มใจอ่อนยอมอภัยให้เขาแล้ว ทว่าไม่รู้อีกนานแค่ไหนศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศถึงจะฟื้นสักที “คุณนทีเรื่องคดีไปถึงไหนแล้วคะ” หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มออกมาด้วยใบหน้าแฝงไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้า เธอแทบหมดแรงหลังจากนายแพทย์แจ้งว่า ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศอาจหลับยาว เป็นเดือนหรือปีอยู่ที่กำลังใจหรือบางทีเขาอาจไม่ตื่นขึ้นมาเลยก็เป็นได้ “ตอนนี้รองอธิการฐานินถูกจับและริบทรัพย์สินทั้งหมด ลูกกับภรรยาของเขาอาจโดนร่างแหไปด้วย ไม่ต้องห่วงนะครับเขาถูกขังจนลืมอย่างแน่นอน” เพราะหลักฐานมัดตัว ซ้ำยังมีคดีพยา

  • ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก 18++   บทที่ 33 มือปืน  

    เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศได้โผล่มาเจอทุกคน ที่กำลังนั่งพักพอดี ซึ่งทำให้เซญ่าดีใจจนยิ้มไม่หุบ “ศาสตราจารย์ไปไหนมาคะเซญ่าเป็นห่วงแทบแย่” “พอดีผมเดินไปสำรวจต้นไม้ที่เพิ่งหามาให้ชาวบ้านปลูกน่ะครับ” “ดีจังเลยค่ะ ชาวบ้านที่นี่โชคดีมากเลยนะคะ ที่มีศาสตราจารย์คอยให้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะปลูก รวมไปถึงผลไม้ทางเศรษฐกิจ” “ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ” คราวนี้เขาพูดพลางกวาดสายตามองหาด็อกเตอร์เขมมิกา ทว่ากลับไม่เจอแม้แต่เงาของเธอ “พักอีกสักห้านาทีนะครับ” เสียงผู้ใหญ่บ้านดังขึ้น “เดี๋ยวก่อนนะครับผู้ใหญ่ ใครเห็นด็อกเตอร์เขมมิกาบ้าง” “ผมก็เห็นเธอเดินตามมาติด ๆ นี่ครับ” “ใช่ค่ะ ด็อกเตอร์เขมมิกาเดินเป็นคนสุดท้ายแล้วเธอหายไปไหน” อาจารย์ผู้หญิงอีกคนพูดขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “หรือว่าเธอไปทำธุระส่วนตัว” “ถ้าไปก็ต้องบอ

  • ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก 18++   บทที่ 32 เจ็บลึกสุดใจ

    “สวยไหม” “อืม... ก็สวย” “มานั่งตรงนี้สิ เดี๋ยวผมถ่ายรูปให้” “ฉันไม่ชอบถ่ายรูปค่ะ” “พูดแบบนี้คุณกำลังหึงผมอยู่หรือเปล่า” “ทำไมฉันต้องหึงคุณด้วยล่ะ ในเมื่อเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน” “ใจแข็งจัง... อีกนานแค่ไหนคุณจะให้อภัยผม” “คงไม่มีวันนั้นหรอกค่ะ” “ผมยินดีชดใช้ความผิดนั้นด้วยชีวิต ขอแค่คุณยอมอภัยให้ผม” “ถ้าเทียบกับมิราชีวิตของคุณไม่ได้มีค่ามากพอ” “เขม...” น้ำเสียงตัดพ้อขอความเห็นใจกลับไม่มีผลต่อเขมมิกา “ขอโทษนะคะศาสตราจารย์! ฉันไม่ใช่นักบวชที่จะปล่อยวางเรื่องราวในอดีตลงได้” “ผมเองก็ไม่ใช่นักบุญ”

  • ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก 18++   บทที่ 31 จริงเป็นสิ่งไม่ตาย2

    “ผมกับเขมมิกาเป็นพี่น้องต่างบิดา ส่วนมิราคือหลานสาวที่ผมรักเหมือนลูกแท้ ๆ” “ฮะ!...” ทับทิมถึงกับพูดไม่ออก หล่อนแพ้แล้วแพ้เนเน่ทุกประตู “เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เอาผู้หญิงคนนี้ไปส่งตำรวจ” “ไม่นะ! ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย” “คุณเป็นคนปล่อยข่าวผมกับเน่เน่ ภรรยาของผมถูกสังคมตราหน้าว่าแย่งสามีเพื่อนตัวเอง ผมจะดำเนินคดีอย่างที่สุด ให้พ่อของคุณไปเจรจากับตำรวจที่โรงพักเองแล้วกัน” “ปล่อยฉันนะ! พี่เนเน่ช่วยฉันด้วยสิ ฉันเป็นน้องสาวของพี่นะ” เสียงของทับทิมไม่มีผลต่อความรู้สึกของเนเน่เลยสักนิด “ทุกคนจำเอาไว้ ใครก็ตามที่แตะต้องภรรยาของผมได้เจอดีแน่” คำขู่ของท่านประธานหนุ่มทำเอาพนักงานทุกคนก้มหน้าไม่กล้าสบตาคม ซึ่งพร้อมพิฆาตคนคิดร้ายภรรยาของเขา “ขอบคุณนะคะที่คุณปกป้องเนเน่” “คุณคือภรรยาของผมนะที่รัก คราวหลังไม่ต้องไปยอมใครหัดสู้กลับบ้าง ผมพร้อมเป็นแม่ทัพคอยหนุนหลังคุณตลอดเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status