LOGINหญิงสาวเดินขึ้นบันไดด้วยความระมัดระวัง พลางคิดหาทางหย่าที่จะกับปรเมศให้ได้ ซึ่งเขมมิกาเคยเอ่ยปากไปแล้วหลายครั้ง แต่เขายังคงยืนกรานที่จะทรมานเธอ
ในเวลานี้ญานินกำลังแอบซุ่มเก็บทุกรายละเอียด หลังจากรู้ว่าปรเมศมีภรรยาอยู่แล้ว แต่คนทั้งคู่กลับมีท่าทีหมางเมินใส่กัน ซ้ำยังมีปัญหาบางอย่าง ที่ไม่สามารถใช้ชีวิตคู่ได้อย่างราบรื่น
หมับ!!
“นี่คุณปล่อยนะ! เข้ามาทำไม” เขมมิกาพยายามสะบัดข้อมือออก ทว่าปรเมศกลับจับกดกับผนังห้องอย่างแรง
“ผมไม่คิดเลยว่าผู้หญิงอย่างคุณจะมีนิสัยไม่ต่างจากพี่สาวสักนิด มีผมเป็นผัวคนเดียวไม่พอหรือไง ถึงได้อ่อยผู้ชายไปทั่ว” ดวงหน้าคมเผยแววตาเกรี้ยวกราด จนเขมมิการู้สึกขยาด แต่ก็ทำเป็นใจดีสู้เสือ
“ปล่อยนะฉันเจ็บ!” เขาบีบโดนรอยที่เพิ่งดึงเข็มออก จนทำให้เลือดซึม ซึ่งเขมมิการู้สึกเจ็บไม่น้อย แต่นั่นก็ไม่เท่าก้อนเนื้อที่อกข้างซ้าย ถ้าเลือกได้มันคงหยุดเต้นไปนานแล้ว
“เจ็บเหรอ... แค่นี้มันยังน้อยไป แม่ของผมเจ็บกว่าคุณหลายเท่า อย่ามาทำเป็นสำออยหน่อยเลย”
หยาดน้ำตาใส ๆ ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย นอกจากผู้เป็นสามีจะไม่ถามไถ่ถึงอาการป่วยของเธอ เวลานี้เขายังทำร้ายเธออีกด้วย ปรเมศคนเดิมไม่เหลือเค้าให้เห็นอีกแล้ว ผู้ชายอ่อนโยนพูดจาอ่อนหวานทะนุถนอมเธอราวกับเจ้าหญิง ตอนนี้กลับกลายเป็นปิศาจร้ายไปแล้ว
“ไม่รักกันแล้วทำไมต้องทำร้ายกันด้วย ฮึก ฮึก ฮื้อ!... ฉันเหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ ถ้าฉันตายไปคุณคงสะใจมากสินะ” หญิงสาวตั้งหน้าตั้งตาร้องไห้ออกมาจนตัวสั่นเทา เธอทรุดกายลงไปกับพื้น แล้วก้มหน้าสะอึกสะอื้นออกมาด้วยความระทมในหัวใจ
ปรเมศเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน เขาสูดลมหายใจเข้าออกลึก ๆ อยู่หลายครั้ง เพื่อบรรเทาความใจร้อน เพราะกลัวพลั้งมือทำร้ายหญิงสาว เขาอยากฆ่าเธอให้ตายตามมารดาไปด้วยซ้ำ แต่ความรักที่มีต่อเขมมิกานั้น มันยังคงส่งผลให้เขาทำร้ายเธอไม่ลง
ปึง! เสียงปิดประตูกระแทกอย่างแรงดังขึ้น จนหญิงสาวถึงกับสะดุ้งสะดุ้ง ก่อนจะค่อย ๆ ลุกเดินไปลงกลอนประตู ก่อนจะวกมานั่งที่เตียง จากนั้นหญิงสาวได้เก็บเอกสารสำคัญเอาไว้ เธอจะออกไปจากบ้านหลังนี้ไปตัวเปล่า
แม้แต่เสื้อผ้าสักชุดเธอก็จะทิ้งมันไว้ที่นี่ เธอจะเดินออกไปโดยไม่สนใจสมบัติสักชิ้น แม้เขมมิกาจะมีส่วนได้รับในสินสมรส แต่หญิงสาวกลับไม่ต้องการอะไรเลย นอกจากอิสรภาพของเธอ
“แม่สัญญาว่าจะพาหนูออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ เราสองคนแม่ลูกจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ให้ได้”
หญิงสาวหยิบภาพถ่ายที่เธอเคยทำงานให้กับองค์กรขึ้นมาดู อาจารย์สอนพิเศษที่เคยได้รับเกียรติจากมหาวิทยาลัยชื่อดังหลายแห่ง แต่ต้องยอมสละอาชีพที่รัก ผันตัวเองมาทำหน้าที่แม่บ้านให้กับผู้ชายอย่างปรเมศ สุดท้ายเขากลับไม่เห็นคุณค่าในตัวเธอเลยสักนิด
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงประตูหน้าห้องดังขึ้น ซึ่งทำให้เขมมิการีบเช็ดน้ำตาออกจากแก้ม ก่อนจะพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
“คุณเขมนี่ป้าเองค่ะ ป้าเอาข้าวต้มร้อน ๆ มาให้” เสียงป้าพิกุลดังอยู่หน้าห้อง ซึ่งทำให้หญิงสาวจำใจต้องเดินไปเปิดประตู
“ขอบคุณค่ะป้า ลำบากป้าแย่เลย”
“ลำบากอะไรกัน สำหรับคุณเขมแล้วป้าเต็มใจทำให้ทุกอย่าง เรื่องคุณท่านกับพี่สาวของคุณเขม ไม่รู้ทำไมคุณปรเมศถึงได้โยงไปมั่วแบบนี้ คุณเขมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องสักหน่อย”
“พี่มิ้นเป็นพี่สาวของเขม ในสายตาของคุณปรเมศยังไงเขมก็มีส่วนผิด อ๊วก! อ้วก!” หญิงสาวเริ่มทนกลิ่นข้าวต้มปลาไม่ไหว เธอจึงวิ่งเข้าไปอาเจียนในห้องน้ำทันที
หลายเดือนผ่านไป ดูเหมือนชีวิตของคนเรา มักจะเรื่องให้เซอร์ไพร์สอยู่เสมอเฉกเช่นมินดา ที่กำลังเดินเข้ามาหาชายสูงวัย พลางส่งที่ตรวจครรภ์ให้กับนายปราวิน (เมฆา) ใบหน้าของหล่อนแสดงความดีใจออกมา ราวกับแรงใจแรงกายที่ทุ่มเทลงไปบรรลุตามวัตถุประสงค์ “ท่านไม่ดีใจเหรอคะ ตอนนี้มิ้นต์ท้องได้หกสัปดาห์แล้ว ลูกของเราจะหน้าตาเหมือนใครกันนะ” หล่อนยังคงแสดงความออดอ้อน เล่นละครตามบทที่กำกับเอาไว้ “ผมว่าเด็กคนนี้หน้าตาคงเหมือนคุณมากกว่า ยังไงคงไม่มีทางเหมือนผมแน่นอน” ชายสูงวัยพูดออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉยเขาไม่ตื่นเต้นดีใจเลยสักนิด จนมินดาคิดว่ามันแปลก ๆ เพราะก่อนหน้านี้เขาอยากมีลูกกับหล่อนจนตัวสั่น “ลูกของเราก็ต้องหน้าตาเหมือนเราสิค่ะ” “มินดาคุณแน่ใจเหรอว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของผม” “ทำไม่ท่านตั้งคำถามแบบนี้คะ มิ้นต์เสียใจนะคะ” หล่อนแสร้งทำเป็นบีบน้ำตา ทว่าอีกฝ่ายกลับมองเห็นเพียงน้ำตาจระเข้ หาความจริ
ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยที่กำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียง เขมมิกาไม่สามารถคาดเดาความรู้สึกของเขาได้เลย เธอไม่รู้ว่าหากเขาฟื้นขึ้นมา จะยังคงเป็นผู้ชายคนเดิมที่ต้องการเธอกับลูกอยู่หรือเปล่า “คุณพ่อตัวหอมจัง มิรารักคุณพ่อนะคะ แม่ล่ะ... แม่รักพ่อหรือเปล่าคะ” คำถามที่แสนธรรมดา ทว่าเขมมิกากลับรู้สึกสะเทือนใจ ความรักมันไม่เคยทำร้ายใคร การหมดรักกันต่างหากที่จ้องทำร้ายอีกฝ่าย ซึ่งสำหรับเธอมันไม่ใช่ตราบใดที่คำว่ารัก ยังคงก้องอยู่ในหัวใจของเขาและเธอ “แม่ไม่เคยหมดรักพ่อเลย เคยรักยังไงวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือการได้เรียนรู้ที่จะรักมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ” ถ้อยคำเหล่านั้นกลั่นกรองมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ไม่ว่านานแค่ไหนความรักที่เธอมีให้เขาก็ยังคงเดิม ///// หลังจากรับประทานมื้อเย็นเสร็จ มิราคุยกับป้าพิกุลถูกคอ เธอเรียกนางว่าคุณย่าจนหญิงสูงวัยยิ้ม
หลายวันผ่านไป ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศถูกส่งตัวเข้ามารักษาในโรงพยาบาลเอกชล โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านมาก จึงทำให้เขมมิกากับลูกสาวเดินทางสะดวกขึ้น กลางวันทำงานกลางคืนเธอมาเฝ้าเขาไม่ห่าง ส่วนมิราบางครั้งก็ค้างกับมาลิคและเนเน่ บางทีก็อยู่เป็นเพื่อนมารดาคอยพูดให้กำลังใจ และยังเล่าเรื่องราวที่เจอมาแต่ละวันให้บิดาฟังด้วยน้ำเสียงเจี๊ยวจ๊าว ความรู้สึกของหญิงสาวเริ่มใจอ่อนยอมอภัยให้เขาแล้ว ทว่าไม่รู้อีกนานแค่ไหนศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศถึงจะฟื้นสักที “คุณนทีเรื่องคดีไปถึงไหนแล้วคะ” หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มออกมาด้วยใบหน้าแฝงไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้า เธอแทบหมดแรงหลังจากนายแพทย์แจ้งว่า ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศอาจหลับยาว เป็นเดือนหรือปีอยู่ที่กำลังใจหรือบางทีเขาอาจไม่ตื่นขึ้นมาเลยก็เป็นได้ “ตอนนี้รองอธิการฐานินถูกจับและริบทรัพย์สินทั้งหมด ลูกกับภรรยาของเขาอาจโดนร่างแหไปด้วย ไม่ต้องห่วงนะครับเขาถูกขังจนลืมอย่างแน่นอน” เพราะหลักฐานมัดตัว ซ้ำยังมีคดีพยา
เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศได้โผล่มาเจอทุกคน ที่กำลังนั่งพักพอดี ซึ่งทำให้เซญ่าดีใจจนยิ้มไม่หุบ “ศาสตราจารย์ไปไหนมาคะเซญ่าเป็นห่วงแทบแย่” “พอดีผมเดินไปสำรวจต้นไม้ที่เพิ่งหามาให้ชาวบ้านปลูกน่ะครับ” “ดีจังเลยค่ะ ชาวบ้านที่นี่โชคดีมากเลยนะคะ ที่มีศาสตราจารย์คอยให้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะปลูก รวมไปถึงผลไม้ทางเศรษฐกิจ” “ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ” คราวนี้เขาพูดพลางกวาดสายตามองหาด็อกเตอร์เขมมิกา ทว่ากลับไม่เจอแม้แต่เงาของเธอ “พักอีกสักห้านาทีนะครับ” เสียงผู้ใหญ่บ้านดังขึ้น “เดี๋ยวก่อนนะครับผู้ใหญ่ ใครเห็นด็อกเตอร์เขมมิกาบ้าง” “ผมก็เห็นเธอเดินตามมาติด ๆ นี่ครับ” “ใช่ค่ะ ด็อกเตอร์เขมมิกาเดินเป็นคนสุดท้ายแล้วเธอหายไปไหน” อาจารย์ผู้หญิงอีกคนพูดขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “หรือว่าเธอไปทำธุระส่วนตัว” “ถ้าไปก็ต้องบอ
“สวยไหม” “อืม... ก็สวย” “มานั่งตรงนี้สิ เดี๋ยวผมถ่ายรูปให้” “ฉันไม่ชอบถ่ายรูปค่ะ” “พูดแบบนี้คุณกำลังหึงผมอยู่หรือเปล่า” “ทำไมฉันต้องหึงคุณด้วยล่ะ ในเมื่อเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน” “ใจแข็งจัง... อีกนานแค่ไหนคุณจะให้อภัยผม” “คงไม่มีวันนั้นหรอกค่ะ” “ผมยินดีชดใช้ความผิดนั้นด้วยชีวิต ขอแค่คุณยอมอภัยให้ผม” “ถ้าเทียบกับมิราชีวิตของคุณไม่ได้มีค่ามากพอ” “เขม...” น้ำเสียงตัดพ้อขอความเห็นใจกลับไม่มีผลต่อเขมมิกา “ขอโทษนะคะศาสตราจารย์! ฉันไม่ใช่นักบวชที่จะปล่อยวางเรื่องราวในอดีตลงได้” “ผมเองก็ไม่ใช่นักบุญ”
“ผมกับเขมมิกาเป็นพี่น้องต่างบิดา ส่วนมิราคือหลานสาวที่ผมรักเหมือนลูกแท้ ๆ” “ฮะ!...” ทับทิมถึงกับพูดไม่ออก หล่อนแพ้แล้วแพ้เนเน่ทุกประตู “เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เอาผู้หญิงคนนี้ไปส่งตำรวจ” “ไม่นะ! ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย” “คุณเป็นคนปล่อยข่าวผมกับเน่เน่ ภรรยาของผมถูกสังคมตราหน้าว่าแย่งสามีเพื่อนตัวเอง ผมจะดำเนินคดีอย่างที่สุด ให้พ่อของคุณไปเจรจากับตำรวจที่โรงพักเองแล้วกัน” “ปล่อยฉันนะ! พี่เนเน่ช่วยฉันด้วยสิ ฉันเป็นน้องสาวของพี่นะ” เสียงของทับทิมไม่มีผลต่อความรู้สึกของเนเน่เลยสักนิด “ทุกคนจำเอาไว้ ใครก็ตามที่แตะต้องภรรยาของผมได้เจอดีแน่” คำขู่ของท่านประธานหนุ่มทำเอาพนักงานทุกคนก้มหน้าไม่กล้าสบตาคม ซึ่งพร้อมพิฆาตคนคิดร้ายภรรยาของเขา “ขอบคุณนะคะที่คุณปกป้องเนเน่” “คุณคือภรรยาของผมนะที่รัก คราวหลังไม่ต้องไปยอมใครหัดสู้กลับบ้าง ผมพร้อมเป็นแม่ทัพคอยหนุนหลังคุณตลอดเ







