Share

บทที่ 2

Author: กวนอี้
ผมยังเก็บของในห้องไม่ทันเสร็จ ฉินเป่ยเฉินก็เดินเข้ามาหา

“ซือเหิง สไตล์การตกแต่งบ้านในตอนนี้ ทำให้ผมอยู่แล้วรู้สึกอึดอัด...”

เมื่อผมได้ยินดังนั้น ผมก็หยิบบัตรที่กู้เมิ่งซีมอบให้ขึ้นมา

“พี่ชอบแบบไหนก็รีโนเวทเอาเอง รอผมเก็บของเสร็จแล้ว เดี๋ยวพี่ก็พาลูกมานอนที่ห้องนอนหลักเลย!”

ฉินเป่ยเฉินชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

“ไม่ต้องหรอก พี่นอนห้องของตัวเองดีแล้ว!”

ก่อนหน้านี้ไม่ว่าพวกเราจะซื้อบ้านกี่หลัง กู้เมิ่งซีก็มักจะสร้างห้องไว้ให้เขาอยู่เสมอ ตอนนั้นผมหึงหวงจนแทบบ้า และอาละวาดอยู่หลายครั้ง

“กู้เมิ่งซี นี่คือบ้านของผม…”

“ฉันกับเป่ยเฉินโตมาด้วยกัน ฉันไม่อยากให้การมีอยู่ของคุณ ทำให้เขารู้สึกเหมือนโดนทิ้ง!”

คำพูดนี้พ่อกับแม่ก็เคยพูดมาก่อน

เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าผมเป็นลูกชายแท้ ๆ ของตระกูลฉิน กู้เมิ่งซีก็เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผม

แล้วทำไมผมจะต้องเป็นฝ่ายยอมอยู่เสมอ!

ผมพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

“ห้องนอนหลักนี้มีแสงแดดส่องถึง เด็กยังเล็กจะต้องออกไปรับแดดบ่อย ๆ !”

แม่ก็เดินเข้ามาจับมือผม ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มภาคภูมิใจอย่างหาได้ยาก

“ซือเหิงของพวกเราโตแล้วจริง ๆ ลูกเป็นเด็กดีมาก!”

ตั้งแต่กลับเข้าตระกูลเมื่อสิบปีก่อนนี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้รับคำชมจากเธอ

ในสายตาของแม่นั้น ผมเป็นคนหยาบคายและไร้มารยาท ไม่คู่ควรกับตระกูลของพวกเขา

เทียบกับฉินเป่ยเฉินที่เธออบรมเลี้ยงดูอย่างเอาใจใส่ไม่ได้เลย

แค่ผมเผลอใส่เสื้อยืดของฉินเป่ยเฉิน ผมก็โดนตำหนิอย่างหนักแล้ว

“เป่ยเฉินไม่เหลืออะไรแล้ว แม้กระทั่งเสื้อผ้าแกก็จะแย่งเขาใส่เหรอ?”

มันทั้งน่าขำและปวดใจจริง ๆ

เมื่อเหล่าเพื่อน ๆ ได้ยินว่าผมกลับมา พวกเขาก็เดินทางมาที่ตระกูลฉินเพื่อมาเยี่ยมผม

หลังจากเข้าบ้านมาแล้ว ความโกรธของเขาก็ปะทุขึ้นทันที พวกเขาเป็นเดือดเป็นร้อนแทนผมอย่างอดไม่ได้

“ซือเหิง นี่คือบ้านของนาย ฉินเป่ยเฉินมีสิทธิ์อะไรมาขโมยรังคนอื่น!”

ผมส่ายหน้าอย่างเชื่องช้า แววตาไร้อารมณ์

“ก็แค่รีโนเวทเท่านั้นเอง ถ้าเขาอยากทำก็ปล่อยให้เขาทำไป”

เหลืออีกแค่ห้าวันผมก็จะย้ายออกไปอยู่กับแม่บุญธรรมแล้ว

แต่ในตอนนั้นเองกู้เมิ่งซีก็กลับมา

ฉินเป่ยเฉินเห็นดังนั้นก็รีบเดินเข้าไปหา เขาดึงกู้เมิ่งซีเข้ามากอดอย่างมีความสุข ก่อนพูดอย่างตื่นเต้นยินดีว่า

“เมิ่งซี...ดูสิ ผมรีโนเวทบ้านใหม่ให้เหมือนกับบ้านในฝันของพวกเราตอนเด็ก ๆ เธอชอบหรือเปล่า?”

“แต่ภาพวาดใบนี้ ผมไม่รู้จะจัดการกับมันยังไงดี”

รูปวาดที่เขาพูดถึงนั้น คือรูปวาดที่กู้เมิ่งซีใช้เวลาวาดทั้งเดือนวาดให้ผมด้วยตัวเอง

ไม่รอให้กู้เมิ่งซีตอบอะไร ผมก็พูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจว่า

“ไม่รู้ว่าห้องเก็บของจะมีที่ว่างหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็เผามันไปเลย”

ทันทีที่สิ้นเสียง ใบหน้าของกู้เมิ่งซีก็มืดคล้ำ

“เมิ่งซี?”

เธอสะบัดมือฉินเป่ยเฉินออก จากนั้นก็เดินตรงมาหาผม

ดวงตากู้เมิ่งซีแดงก่ำ

“รูปวาดใบนี้ ฉันวาดให้คุณทีละฝีแปรง แต่คุณกลับ…จะเผาทิ้ง?”

“อาเหิง ทำไมคุณถึงเหยียบย่ำความจริงใจของฉันแบบนี้!”

“ฉันต้องทำยังไงคุณถึงจะยอมยกโทษให้!”

ทุกปีเธอจะมอบรูปวาดฝีมือตัวเองเป็นของขวัญวันเกิดให้ฉินเป่ยเฉินตั้งแต่เด็กจนโต

ผมเคยขอร้องอ้อนวอนเธอเป็นร้อยครั้ง แต่เธอกลับบอกปัดอย่างไม่ใส่ใจ

“อาเหิง รอฉันว่างก่อน ฉันจะต้องวาดให้คุณแน่นอน!”

เธอซบลงในอ้อมกอดของผม และพูดขึ้นอย่างตรงไปตรงมาว่า

“ฉันเคยสัญญากับเขาตั้งแต่เด็กว่า ฉันจะวาดภาพให้เขาจนถึงอายุแปดสิบ”

ผมเคยหวงแหนภาพที่อยู่ตรงหน้ามานาน เพียงแต่ความจริงแล้วมันเป็นแค่ภาพสเกตที่ไม่ได้มอบให้ฉินเป่ยเฉิน และเธอนำมาดัดแปลงอย่างลวก ๆ เท่านั้น

ผมสะกดกลั้นความขมขื่นและความปวดใจ ก่อนพูดขึ้นเสียงเรียบว่า

“เด็กยังเล็ก เธอควรให้ความสำคัญกับเป่ยเฉินและลูกเป็นอันดับแรก”

“เด็กจำเป็นต้องมีแม่คอยดูแล หลังจากนี้เธอก็ไปนอนที่ห้องนอนหลักกับพวกเขาพ่อลูกเถอะ!”

กู้เมิ่งซีที่เห็นท่าทางแบบนั้นของผมก็หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก น้ำเสียงของเธอแฝงไปด้วยการเยาะเย้ยตัวเองอยู่หลายส่วน

“ดี! ดีมาก!”

“ฉันเคยพูดไปแล้วว่า ฉันจะเชื่อฟังคุณทุกอย่าง ถ้าอย่างนั้นฉันจะไป!”

ทันทีที่สิ้นเสียง ผมก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปที่ห้องนอนแขก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ความรักของคุณ ความแค้นของผม   บทที่ 9

    ผมยกมือขึ้นแทรกการแก้ตัวของเธอ “ไม่จำเป็นแล้ว”“ก่อนหน้านี้ผมเคยต้องการความรู้สึกปลอดภัยจากคนอื่น รอคอยความจริงใจของคุณ โหยหาความเห็นใจจากพ่อแม่ แต่สุดท้ายผมเพิ่งเข้าใจว่า ความอ่อนโยนที่คนอื่นมอบให้นั้นเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา เพราะมันสามารถจางหายได้ทุกเมื่อ”“ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ผมจะใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง ความรู้สึกปลอดภัยมีเพียงผมที่มอบให้ตัวเอง เรื่องราวระหว่างเรามันจบลงไปแล้ว พวกเราจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก”ความเย็นชาและเด็ดขาดของผมทำลายความหวังที่เธอตั้งใจจะมาขอคืนดีจนหมดสิ้นเธอยืนนิ่งอยู่ที่เดิมมองผมหมุนตัวเดินกลับไป แต่กลับไม่กล้าที่จะรั้งไว้แต่หลังจากผ่านไปไม่นาน ผมก็ได้เจอกับฉินเป่ยเฉินที่เสียสติไปแล้ว “ฉินซือเหิง! ทำไมแกต้องกลับมาด้วย! แกแย่งทุกสิ่งทุกอย่างของฉันไป! คนรักของฉัน ครอบครัวของฉัน มันถูกแกทำลายจนหมด!”ผมหันกลับไปมองอย่างเย็นชา และไม่อยากเถียงกับคนบ้าการเมินเฉยของผมเป็นการกระตุ้นทำให้ฉินเป่ยเฉินโกรธจัด ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ ทันใดนั้นเขาก็หยิบมีดสั้นที่แหลมคมออกมาจากด้านหลังใบหน้าบิดเบี้ยว เขาพุ่งตัวเข้ามาหาผมอย่างกับคนบ้า “ถ้าฉันไม่ได้ แกก็อ

  • ความรักของคุณ ความแค้นของผม   บทที่ 8

    คำสารภาพที่เชือดเฉือนจิตใจ ทำให้ร่างกายของพ่อกับแม่เย็นยะเยือกพวกเขามองใบหน้าดุร้ายของฉินเป่ยเฉินที่อยู่ตรงหน้า แล้วอยากจะหัวเราะออกมา เพื่อคนคนนี้ พวกเขาถึงกับทำร้ายลูกชายของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผลักฉินซือเหิงลงไปในหุบเหวด้วยมือของตัวเอง แม่ตัวสั่นสะท้าน น้ำเสียงแหบพร่าอย่างจิตใจแตกสลาย “นี่พวกเราทำอะไรลงไป…พวกเราตามใจแกมาตั้งสิบกว่าปี! แต่คิดไม่ถึงเลยว่าแกจะโหดเหี้ยมแบบนี้! จิตใจของแกทำด้วยอะไร?!”“เป็นฉันที่ตาบอด! ลำเอียง! ฉันทำผิดต่อซือเหิง! คาดไม่ถึงว่าฉันจะดูแลคนเลวทรามต่ำช้าเหมือนกับสมบัติล้ำค่า แล้วบีบบังคับลูกแท้ ๆ ของตัวเองให้จนตรอกไม่มีทางไป!”พ่อดวงตาแดงก่ำ “ในตอนแรกซือเหิงก็ร้องไห้แล้วอธิบายกับพวกเรา แต่พวกเราไม่เชื่อ! พวกเรายังทำร้ายเขาอีก!”ความรักและเอ็นดูตลอดสิบปีที่ผ่านมา สุดท้ายแล้วก็เป็นแค่เรื่องตลกเท่านั้นกู้เมิ่งซีง้างมือขึ้นตบหน้าฉินเป่ยเฉินอย่างแรง ฉินเป่ยเฉินถูกตบจนหน้าหัน มุมปากมีเลือดไหลออกมา“ฉินเป่ยเฉิน ตลอดชีวิตนี้บาปที่ร้ายแรงที่สุดที่ฉันเคยทำก็คือการเชื่อนาย” “เรื่องระหว่างเรามันจบลงแล้ว นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปพวกเราจะไม่มีความเกี่ยวข้

  • ความรักของคุณ ความแค้นของผม   บทที่ 7

    “สามี…เขาบอกว่า…ซือเหิงเป็นโรคซึมเศร้า…”“คาดไม่ถึงว่าพวกเราจะไม่รู้เลยว่าเด็กคนนั้นกำลังป่วยอยู่!”พวกเขาเคยคิดว่าแค่มอบความเป็นอยู่ที่ดีให้กับเด็กคนนั้น มอบสถานะที่โดดเด่นให้ ถือว่าเป็นความรักแล้ว ส่วนกู้เมิ่งซีที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ได้ยินอย่างชัดเจน ตอนนั้นเธอก็ประคองตัวไม่อยู่อีกต่อไป ร่างกายโงนเงน เธอทรุดตัวลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง “ฉันเป็นคนทำลายเขา…ฉันทำลายเขากับมือตัวเอง”“ตอนแรกฉันเคยสาบานเอาไว้ว่า ฉันจะอยู่กับเขาตลอดชีวิต แต่สุดท้ายแล้วฉันเป็นคนสร้างปัญหาทั้งหมดนั้นเอง ที่เขารู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมก็เป็นฝีมือของฉัน”“ฉันทรยศต่อความจริงใจของซือเหิง...ฉันทำผิดต่อเขา ฉันทำผิดต่อเขาจริง ๆ …”เธอเป็นคนบีบบังคับให้ผู้ชายที่รักเธอสุดหัวใจหายไปจากโลกของเธอด้วยตัวเธอเอง แม่ก็ทรงตัวไม่อยู่ ขาทั้งสองข้างอ่อนยวบ เธอร้องไห้อย่างเจ็บปวดเจียนตาย ในตอนนั้นเธอก็ยกมือขึ้นมาทุบหน้าอก ตบใบหน้าตัวเองอย่างแรง เธอเกลียดนิสัยใจดำและมีอคติของตัวเองมาก “ฉันผิดไปแล้ว…ซือเหิงอ่า แม่ผิดไปแล้ว”“แกเป็นลูกแท้ ๆ ของแม่ ทำไมแม่ถึงใจร้ายกับแกแบบนี้ได้ลงคอ?”คำพูดเจ็บปวดในอดีตย้อนกลับมาท

  • ความรักของคุณ ความแค้นของผม   บทที่ 6

    ปลายสายที่ถูกตัดไปเผยให้เห็นถึงความเด็ดขาดและเย็นชา คำพูดเหล่านั้นก้องสะท้อนภายในใจของกู้เมิ่งซีซ้ำไปมาเธอไม่ยอมรับจุดจบแบบนี้จึงกดโทรเบอร์เดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอพูดอ้อนวอนซ้ำ ๆ ด้วยเสียงแผ่วเบา ท่าทางไร้ค่าเหมือนเป็นแค่ฝุ่นผง“ซือเหิง ฉันผิดไปแล้ว คุณมาเจอฉันหน่อยได้หรือเปล่า?”“พวกเรามาคุยกันให้รู้เรื่องเถอะ ฉันสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ จะให้ฉันเปลี่ยนอะไรฉันทำได้หมดเลย…”แต่เสียงตอบรับนั้นมีแค่เพียงสัญญาณปิดเครื่องที่ดังขึ้นอีกครั้งผมกดปุ่มบล็อกเบอร์โทรศัพท์ของเธอท่ามกลางเมืองไม่คุ้นเคยที่ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ผมจะไม่ใช่สามีของเธอ และไม่ใช่คุณฉินผมจะเป็นแค่ตัวผมผมตอบรับคำเชิญของเสิ่นซื่อกรุปอย่างเป็นทางการ และเข้าทำงานในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเทคนิคของบริษัทงานใหม่ทำให้ผมได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างแท้จริงในขณะเดียวกันนั้นเอง ภายในคฤหาสน์ของตระกูลกู้ กู้เมิ่งซีก็จมปลักกับการทรมานตัวเองอย่างไม่รู้จบเธอโยนข้าวของของฉินเป่ยเฉินทิ้งทั้งหมดด้วยตนเอง จัดบ้านให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมเธออาศัยความทรงจำที่เลือนรางค่อย ๆ จัดบ้านให้กลับมาเป็นแบบเดิม

  • ความรักของคุณ ความแค้นของผม   บทที่ 5

    น้ำเสียงของแม่แฝงความดูถูกเล็กน้อย “ฉินซือเหิงจะมีสิทธิบัตรหลักอะไรได้ อย่ามาทำตัวลึกลับซับซ้อนเพื่อเรียกร้องความสนใจเลย เสแสร้งชะมัด”บางทีในสายตาของพวกเขา ผมอาจจะไม่มีจุดเด่นอะไรเลย แต่พวกเขากลับไม่รู้เลยว่าหลายปีที่ผ่านมานี้ ผมต้องทุ่มเทความพยายามด้วยตัวคนเดียวมามากมายขนาดไหนผู้ช่วยชะงักไป“คุณผู้ชายเป็นศาสตราจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยชั้นนำ เขามีชื่อเสียงอย่างมากด้านคอร์เทคโนโลยีหรือเทคโนโลยีหลัก”“ในวงการตอนนี้ เพียงแค่สิทธิบัตรเทคโนโลยีที่เขาครอบครองอยู่ก็ทำให้เสิ่นซื่อสามารถเปลี่ยนแปลงไปอย่างสมบูรณ์แบบ”ทันทีที่สิ้นเสียงคำพูดของเขา พ่อแม่ตระกูลฉินก็ชะงักค้างอยู่ที่เดิม ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ คิดไม่ถึงเลยว่าลูกชายแท้ ๆ ที่ใช้ออกหน้าออกตาไม่ได้ แต่ตอนนี้กลับอยู่สูงเหนือพวกเขาไปแล้วกู้เมิ่งซีว้าวุ่นใจ เธอกดโทรศัพท์ด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทาแต่เสียงที่เธอได้ยินกลับเป็นเสียงสัญญาณปิดเครื่องที่เย็นชา“ซือเหิง...คุณจะทิ้งฉันไปอีกแล้ว…”ความหวาดกลัวถาโถมเข้ามาหาเธอ เธอรีบขับรถไปที่โรงพยาบาลอย่างไม่ลังเล ตอนที่เธอมาถึงห้องผู้ป่วย เธอก็เห็นเพียงเตียงคนไข้ที่ว่างเ

  • ความรักของคุณ ความแค้นของผม   บทที่ 4

    เหงื่อเย็น ๆ ไหลท่วมร่างกาย แล้วรีบวิ่งออกจากห้องตัวเองเหมือนคนบ้า ผมอยากจะไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ แต่ที่ด้านหน้าประตูคฤหาสน์กลับมีบอดี้การ์ดหลายคนอยู่เฝ้าอยู่ พวกเขายืนขวางไม่ให้ผมออกจากบ้าน “หลบไป ผมจะไปโรงพยาบาล!”“ขอโทษด้วยนะครับคุณผู้ชาย ถ้าไม่มีคำสั่งของประธานกู้ พวกเราก็ปล่อยคุณออกไปไม่ได้!”หัวใจของผมเต้นกระหน่ำอย่างรุนแรง ผมกดโทรศัพท์โทรหากู้เมิ่งซีด้วยมือที่สั่นเทา“กู้เมิ่งซี ตอนนี้แม่ผมกำลังอยู่ในขีดอันตราย เธอต้องได้รับการช่วยเหลือเดี๋ยวนี้!”กู้เมิ่งซีที่อยู่ปลายสายชะงักไปครู่หนึ่ง“อาเหิง คุณพูดโกหกมาสองรอบแล้ว ไม่มีใครเชื่อคำพูดคุณอีกแล้ว”“คุณอย่าเพิ่งก่อเรื่องวุ่นวาย เป่ยเฉินกับลูกยังอยู่โรงพยาบาล รอพวกเขาหายดีก่อน แล้วฉันจะพาคุณไปเยี่ยมแม่บุญธรรมเอง!”“ฉันบอกกับคุณไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าที่โรงพยาบาลมีคนดูแลโดยเฉพาะ สถานการณ์ของแม่บุญธรรมคุณยังปกติดี”ลำคอของผมแห้งผากและเจ็บปวด ผมกลั้นน้ำตาไม่ไหวอีกต่อไป“กู้เมิ่งซี คุณต้องเชื่อผม แม่ของผมกำลังตกอยู่ในอันตรายจริง ๆ !”ไม่ว่าผมจะขอร้องอย่างไร แต่ปลายสายก็ถูกตัดไปแล้ว ผมเฝ้ามองเวลาแต่ละนาทีแต่ละวินาทีที่ผ่านไป

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status