Share

บทที่ 4

Penulis: กวนอี้
เหงื่อเย็น ๆ ไหลท่วมร่างกาย แล้วรีบวิ่งออกจากห้องตัวเองเหมือนคนบ้า ผมอยากจะไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้

แต่ที่ด้านหน้าประตูคฤหาสน์กลับมีบอดี้การ์ดหลายคนอยู่เฝ้าอยู่ พวกเขายืนขวางไม่ให้ผมออกจากบ้าน

“หลบไป ผมจะไปโรงพยาบาล!”

“ขอโทษด้วยนะครับคุณผู้ชาย ถ้าไม่มีคำสั่งของประธานกู้ พวกเราก็ปล่อยคุณออกไปไม่ได้!”

หัวใจของผมเต้นกระหน่ำอย่างรุนแรง ผมกดโทรศัพท์โทรหากู้เมิ่งซีด้วยมือที่สั่นเทา

“กู้เมิ่งซี ตอนนี้แม่ผมกำลังอยู่ในขีดอันตราย เธอต้องได้รับการช่วยเหลือเดี๋ยวนี้!”

กู้เมิ่งซีที่อยู่ปลายสายชะงักไปครู่หนึ่ง

“อาเหิง คุณพูดโกหกมาสองรอบแล้ว ไม่มีใครเชื่อคำพูดคุณอีกแล้ว”

“คุณอย่าเพิ่งก่อเรื่องวุ่นวาย เป่ยเฉินกับลูกยังอยู่โรงพยาบาล รอพวกเขาหายดีก่อน แล้วฉันจะพาคุณไปเยี่ยมแม่บุญธรรมเอง!”

“ฉันบอกกับคุณไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าที่โรงพยาบาลมีคนดูแลโดยเฉพาะ สถานการณ์ของแม่บุญธรรมคุณยังปกติดี”

ลำคอของผมแห้งผากและเจ็บปวด ผมกลั้นน้ำตาไม่ไหวอีกต่อไป

“กู้เมิ่งซี คุณต้องเชื่อผม แม่ของผมกำลังตกอยู่ในอันตรายจริง ๆ !”

ไม่ว่าผมจะขอร้องอย่างไร แต่ปลายสายก็ถูกตัดไปแล้ว

ผมเฝ้ามองเวลาแต่ละนาทีแต่ละวินาทีที่ผ่านไป ยิ่งเวลาผ่านไปมากเท่าไหร่ แม่ของผมก็อันตรายมากขึ้นเท่านั้น

ผมจึงต้องคุกเข่าลงต่อหน้าบอดี้การ์ดอย่างช่วยไม่ได้ แล้วโขกหัวให้พวกเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ขอร้องล่ะ ปล่อยผมไปเถอะ ผมขอร้องพวกคุณล่ะ!”

หน้าผากของผมเปลี่ยนเป็นสีแดง ความเจ็บปวดก็แผ่ซ่านออกมา หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มจนภาพด้านหน้าพร่ามัว

“คุณผู้ชาย คุณ…คุณอย่าทำให้พวกเราลำบากใจเลยครับ!”

ในตอนนั้นเองผู้ช่วยพยาบาลก็โทรเข้ามาอีกครั้ง

“คุณฉิน คุณรีบมาที่นี่เร็วเข้าค่ะ ออกซิเจนในเลือดของป้าอู๋ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง คงอยู่ได้อีกไม่นานแล้วค่ะ!”

ผมรีบวิ่งขึ้นไปด้านบนอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะกระโดดลงมาจากชั้นสอง

ผมลากขาซ้ายที่บาดเจ็บไปที่โรงพยาบาลอย่างสุดชีวิต แม่บุญธรรมที่อยู่ในห้องผู้ป่วยก็นอนหายใจรวยริน

“คุณหมอล่ะ? หมอไปอยู่ที่ไหนหมด!”

ผู้ช่วยพยาบาลเผยสีหน้าจนปัญญา

“คุณเป่ยเฉินกับคุณชายน้อยอาหารเป็นพิษ ดังนั้นหมอทุกคนในโรงพยาบาลจึงถูกย้ายไปเฝ้าเขาหมดแล้ว”

ความหนาวเย็นแล่นผ่านไปทั่วกระดูก ผมจึงต้องไปหากู้เมิ่งซีอย่างไม่มีทางเลือก

ตอนที่ผมเพิ่งเดินผ่านพ้นหัวมุม แม่แท้ ๆ ก็เห็นผมเข้า

“แกจะมาก่อเรื่องอะไรที่นี่อีก?”

“เป่ยเฉินกับเสี่ยวเป่ายังไม่พ้นขีดอันตราย แกอย่าเพิ่งมาก่อเรื่อง”

“แม่ คุณหมอ…ขอร้องล่ะ…หาหมอให้ผมสักคน แม่ของผม คุณแม่อู๋กำลังจะไม่ไหวแล้ว!”

แม่ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย

“ใครมาก่อนก็ต้องได้ก่อน รอจนกว่าพวกเขาพ้นขีดอันตรายแล้ว พวกเราจะส่งหมอไปให้แม่บุญธรรมของแกเอง”

“แกอย่าเพิ่งก่อเรื่องตอนนี้!”

เธอเงยหน้ามองผม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย็นชาไร้ความเห็นอกเห็นใจ

“แม่บุญธรรมของแกกล้าดียังไงมาแย่งหมอจากเป่ยเฉินของฉัน!”

คำพูดนั้นทำให้หัวใจของผมแตกสลายอย่างถึงที่สุด

ดวงตาของผมแดงก่ำ

“แม่ ผมสิเป็นลูกแท้ ๆ ของแม่ ทำไมแม่ไม่รักผมบ้างเลย!”

แม่ถอนหายใจออกมา

“ตำแหน่ง สถานะของตระกูลฉิน สัญญาการหมั้นหมายระหว่างตระกูลกู้ ฉันก็ยกให้แกไปทั้งหมดแล้ว แล้วแกยังจะต้องการอะไรอีก?”

“เอาล่ะ แกรีบไปซะ อย่าทำให้เป่ยเฉินและหลานของฉันตกใจ!”

“ผมอยากเจอกู้เมิ่งซี...ให้ผมได้เจอเธอเถอะครับ!”

แม่สะบัดมือตบหน้าผมอย่างแรง ทำให้ผมเซถอยหลังไปเพราะแรงตบ

ผมค่อย ๆ เดินกลับห้องผู้ป่วยอย่างเชื่องช้า

แม่บุญธรรมนอนหายใจรวยรินบนเตียงผู้ป่วย เมื่อได้ยินเสียงของผม เธอก็ลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก

“ซือเหิง ลูกไม่ต้องทนได้รับความไม่เป็นธรรมเพื่อแม่อีกแล้ว…”

“ในใจของแม่ ลูกเป็นลูกที่ดีที่สุดเสมอ”

ผมเปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก “แม่ แม่รอผมก่อนนะครับ ผมจะต้องช่วยแม่ให้ได้”

เธอฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อย แขนค่อย ๆ ตกอยู่ข้างลำตัว

“แม่…”

ผมร้องไห้โฮขึ้นมาด้วยความเจ็บปวด “ผมไม่เหลืออะไรแล้ว ขอร้องล่ะแม่อย่าทิ้งผมไป…”

ความห่วงหาอย่างสุดท้ายบนโลกใบนี้ของผมหายไปอย่างสิ้นเชิง

ผมใช้แรงเฮือกสุดท้ายจัดการเรื่องศพของแม่บุญธรรมตามลำพัง

ผมกลับไปที่บ้านที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของฉินเป่ยเฉิน ผมยกกระเป๋าเดินทางที่เก็บเอาไว้เรียบร้อยขึ้นรถที่เสิ่นซื่อเตรียมไว้ให้

ในขณะเดียวกันที่โรงพยาบาล ฉินเป่ยเฉินกับเสี่ยวเป่าก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก ผื่นที่ขึ้นบนร่างกายก็เกิดขึ้นเพราะโดนลมหนาวเท่านั้น

ฉินเป่ยเฉินกล่าวว่าหมอดูเคยทำนายไว้ว่า ดวงของเสี่ยวเป่าขาดธาตุทอง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้สิ่งของราคาแพงมาเสริมดวง มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นถึงจะสามารถหลีกเลี่ยงเคราะห์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้

กู้เมิ่งซีที่กำลังอุ้มลูกก็รู้สึกวางใจ จากนั้นก็ประกาศขึ้นว่า

“นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เสี่ยวเป่าคือผู้สืบทอดคนถัดไปของกู้ซื่อ!”

ฉินเป่ยเฉินเผยใบหน้ายินดี แววตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ แต่เขากลับหันมาพูดด้วยความลังเลว่า

“แต่น้องชายคงจะไม่ยอมรับแน่ ถ้าเขาจะมาโทษผมก็ช่างเถอะ แต่ถ้าเขามาทำร้ายลูกของเราล่ะ?”

กู้เมิ่งซีหน้าเปลี่ยนสีทันที “เขาไม่กล้าหรอก พี่วางใจได้เลย ฉันมีวิธีรับมือกับอาเหิง ท้ายที่สุดแล้วแม่บุญธรรมของเขาก็ยังต้องอาศัยการช่วยเหลือจากฉัน…”

ในตอนนั้นเองผู้ช่วยของเธอก็โทรเข้ามา น้ำเสียงตึงเครียด

“ประธานกู้ ที่บริษัทเกิดเรื่องแล้วค่ะ เสิ่นซื่อซื้อสิทธิบัตรหลักกับหุ้นของคุณผู้ชายไปแล้วค่ะ!”

กู้เมิ่งซีลุกขึ้นพรวดด้วยความตกใจ “อาเหิงล่ะ?”

ผู้ช่วยร้อนใจจนแทบจะร้องไห้แล้ว “พวกเราหาคุณผู้ชายไม่เจอค่ะ เขาหายตัวไปแล้ว!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ความรักของคุณ ความแค้นของผม   บทที่ 9

    ผมยกมือขึ้นแทรกการแก้ตัวของเธอ “ไม่จำเป็นแล้ว”“ก่อนหน้านี้ผมเคยต้องการความรู้สึกปลอดภัยจากคนอื่น รอคอยความจริงใจของคุณ โหยหาความเห็นใจจากพ่อแม่ แต่สุดท้ายผมเพิ่งเข้าใจว่า ความอ่อนโยนที่คนอื่นมอบให้นั้นเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา เพราะมันสามารถจางหายได้ทุกเมื่อ”“ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ผมจะใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง ความรู้สึกปลอดภัยมีเพียงผมที่มอบให้ตัวเอง เรื่องราวระหว่างเรามันจบลงไปแล้ว พวกเราจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก”ความเย็นชาและเด็ดขาดของผมทำลายความหวังที่เธอตั้งใจจะมาขอคืนดีจนหมดสิ้นเธอยืนนิ่งอยู่ที่เดิมมองผมหมุนตัวเดินกลับไป แต่กลับไม่กล้าที่จะรั้งไว้แต่หลังจากผ่านไปไม่นาน ผมก็ได้เจอกับฉินเป่ยเฉินที่เสียสติไปแล้ว “ฉินซือเหิง! ทำไมแกต้องกลับมาด้วย! แกแย่งทุกสิ่งทุกอย่างของฉันไป! คนรักของฉัน ครอบครัวของฉัน มันถูกแกทำลายจนหมด!”ผมหันกลับไปมองอย่างเย็นชา และไม่อยากเถียงกับคนบ้าการเมินเฉยของผมเป็นการกระตุ้นทำให้ฉินเป่ยเฉินโกรธจัด ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ ทันใดนั้นเขาก็หยิบมีดสั้นที่แหลมคมออกมาจากด้านหลังใบหน้าบิดเบี้ยว เขาพุ่งตัวเข้ามาหาผมอย่างกับคนบ้า “ถ้าฉันไม่ได้ แกก็อ

  • ความรักของคุณ ความแค้นของผม   บทที่ 8

    คำสารภาพที่เชือดเฉือนจิตใจ ทำให้ร่างกายของพ่อกับแม่เย็นยะเยือกพวกเขามองใบหน้าดุร้ายของฉินเป่ยเฉินที่อยู่ตรงหน้า แล้วอยากจะหัวเราะออกมา เพื่อคนคนนี้ พวกเขาถึงกับทำร้ายลูกชายของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผลักฉินซือเหิงลงไปในหุบเหวด้วยมือของตัวเอง แม่ตัวสั่นสะท้าน น้ำเสียงแหบพร่าอย่างจิตใจแตกสลาย “นี่พวกเราทำอะไรลงไป…พวกเราตามใจแกมาตั้งสิบกว่าปี! แต่คิดไม่ถึงเลยว่าแกจะโหดเหี้ยมแบบนี้! จิตใจของแกทำด้วยอะไร?!”“เป็นฉันที่ตาบอด! ลำเอียง! ฉันทำผิดต่อซือเหิง! คาดไม่ถึงว่าฉันจะดูแลคนเลวทรามต่ำช้าเหมือนกับสมบัติล้ำค่า แล้วบีบบังคับลูกแท้ ๆ ของตัวเองให้จนตรอกไม่มีทางไป!”พ่อดวงตาแดงก่ำ “ในตอนแรกซือเหิงก็ร้องไห้แล้วอธิบายกับพวกเรา แต่พวกเราไม่เชื่อ! พวกเรายังทำร้ายเขาอีก!”ความรักและเอ็นดูตลอดสิบปีที่ผ่านมา สุดท้ายแล้วก็เป็นแค่เรื่องตลกเท่านั้นกู้เมิ่งซีง้างมือขึ้นตบหน้าฉินเป่ยเฉินอย่างแรง ฉินเป่ยเฉินถูกตบจนหน้าหัน มุมปากมีเลือดไหลออกมา“ฉินเป่ยเฉิน ตลอดชีวิตนี้บาปที่ร้ายแรงที่สุดที่ฉันเคยทำก็คือการเชื่อนาย” “เรื่องระหว่างเรามันจบลงแล้ว นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปพวกเราจะไม่มีความเกี่ยวข้

  • ความรักของคุณ ความแค้นของผม   บทที่ 7

    “สามี…เขาบอกว่า…ซือเหิงเป็นโรคซึมเศร้า…”“คาดไม่ถึงว่าพวกเราจะไม่รู้เลยว่าเด็กคนนั้นกำลังป่วยอยู่!”พวกเขาเคยคิดว่าแค่มอบความเป็นอยู่ที่ดีให้กับเด็กคนนั้น มอบสถานะที่โดดเด่นให้ ถือว่าเป็นความรักแล้ว ส่วนกู้เมิ่งซีที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ได้ยินอย่างชัดเจน ตอนนั้นเธอก็ประคองตัวไม่อยู่อีกต่อไป ร่างกายโงนเงน เธอทรุดตัวลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง “ฉันเป็นคนทำลายเขา…ฉันทำลายเขากับมือตัวเอง”“ตอนแรกฉันเคยสาบานเอาไว้ว่า ฉันจะอยู่กับเขาตลอดชีวิต แต่สุดท้ายแล้วฉันเป็นคนสร้างปัญหาทั้งหมดนั้นเอง ที่เขารู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมก็เป็นฝีมือของฉัน”“ฉันทรยศต่อความจริงใจของซือเหิง...ฉันทำผิดต่อเขา ฉันทำผิดต่อเขาจริง ๆ …”เธอเป็นคนบีบบังคับให้ผู้ชายที่รักเธอสุดหัวใจหายไปจากโลกของเธอด้วยตัวเธอเอง แม่ก็ทรงตัวไม่อยู่ ขาทั้งสองข้างอ่อนยวบ เธอร้องไห้อย่างเจ็บปวดเจียนตาย ในตอนนั้นเธอก็ยกมือขึ้นมาทุบหน้าอก ตบใบหน้าตัวเองอย่างแรง เธอเกลียดนิสัยใจดำและมีอคติของตัวเองมาก “ฉันผิดไปแล้ว…ซือเหิงอ่า แม่ผิดไปแล้ว”“แกเป็นลูกแท้ ๆ ของแม่ ทำไมแม่ถึงใจร้ายกับแกแบบนี้ได้ลงคอ?”คำพูดเจ็บปวดในอดีตย้อนกลับมาท

  • ความรักของคุณ ความแค้นของผม   บทที่ 6

    ปลายสายที่ถูกตัดไปเผยให้เห็นถึงความเด็ดขาดและเย็นชา คำพูดเหล่านั้นก้องสะท้อนภายในใจของกู้เมิ่งซีซ้ำไปมาเธอไม่ยอมรับจุดจบแบบนี้จึงกดโทรเบอร์เดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอพูดอ้อนวอนซ้ำ ๆ ด้วยเสียงแผ่วเบา ท่าทางไร้ค่าเหมือนเป็นแค่ฝุ่นผง“ซือเหิง ฉันผิดไปแล้ว คุณมาเจอฉันหน่อยได้หรือเปล่า?”“พวกเรามาคุยกันให้รู้เรื่องเถอะ ฉันสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ จะให้ฉันเปลี่ยนอะไรฉันทำได้หมดเลย…”แต่เสียงตอบรับนั้นมีแค่เพียงสัญญาณปิดเครื่องที่ดังขึ้นอีกครั้งผมกดปุ่มบล็อกเบอร์โทรศัพท์ของเธอท่ามกลางเมืองไม่คุ้นเคยที่ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ผมจะไม่ใช่สามีของเธอ และไม่ใช่คุณฉินผมจะเป็นแค่ตัวผมผมตอบรับคำเชิญของเสิ่นซื่อกรุปอย่างเป็นทางการ และเข้าทำงานในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเทคนิคของบริษัทงานใหม่ทำให้ผมได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างแท้จริงในขณะเดียวกันนั้นเอง ภายในคฤหาสน์ของตระกูลกู้ กู้เมิ่งซีก็จมปลักกับการทรมานตัวเองอย่างไม่รู้จบเธอโยนข้าวของของฉินเป่ยเฉินทิ้งทั้งหมดด้วยตนเอง จัดบ้านให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมเธออาศัยความทรงจำที่เลือนรางค่อย ๆ จัดบ้านให้กลับมาเป็นแบบเดิม

  • ความรักของคุณ ความแค้นของผม   บทที่ 5

    น้ำเสียงของแม่แฝงความดูถูกเล็กน้อย “ฉินซือเหิงจะมีสิทธิบัตรหลักอะไรได้ อย่ามาทำตัวลึกลับซับซ้อนเพื่อเรียกร้องความสนใจเลย เสแสร้งชะมัด”บางทีในสายตาของพวกเขา ผมอาจจะไม่มีจุดเด่นอะไรเลย แต่พวกเขากลับไม่รู้เลยว่าหลายปีที่ผ่านมานี้ ผมต้องทุ่มเทความพยายามด้วยตัวคนเดียวมามากมายขนาดไหนผู้ช่วยชะงักไป“คุณผู้ชายเป็นศาสตราจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยชั้นนำ เขามีชื่อเสียงอย่างมากด้านคอร์เทคโนโลยีหรือเทคโนโลยีหลัก”“ในวงการตอนนี้ เพียงแค่สิทธิบัตรเทคโนโลยีที่เขาครอบครองอยู่ก็ทำให้เสิ่นซื่อสามารถเปลี่ยนแปลงไปอย่างสมบูรณ์แบบ”ทันทีที่สิ้นเสียงคำพูดของเขา พ่อแม่ตระกูลฉินก็ชะงักค้างอยู่ที่เดิม ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ คิดไม่ถึงเลยว่าลูกชายแท้ ๆ ที่ใช้ออกหน้าออกตาไม่ได้ แต่ตอนนี้กลับอยู่สูงเหนือพวกเขาไปแล้วกู้เมิ่งซีว้าวุ่นใจ เธอกดโทรศัพท์ด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทาแต่เสียงที่เธอได้ยินกลับเป็นเสียงสัญญาณปิดเครื่องที่เย็นชา“ซือเหิง...คุณจะทิ้งฉันไปอีกแล้ว…”ความหวาดกลัวถาโถมเข้ามาหาเธอ เธอรีบขับรถไปที่โรงพยาบาลอย่างไม่ลังเล ตอนที่เธอมาถึงห้องผู้ป่วย เธอก็เห็นเพียงเตียงคนไข้ที่ว่างเ

  • ความรักของคุณ ความแค้นของผม   บทที่ 4

    เหงื่อเย็น ๆ ไหลท่วมร่างกาย แล้วรีบวิ่งออกจากห้องตัวเองเหมือนคนบ้า ผมอยากจะไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ แต่ที่ด้านหน้าประตูคฤหาสน์กลับมีบอดี้การ์ดหลายคนอยู่เฝ้าอยู่ พวกเขายืนขวางไม่ให้ผมออกจากบ้าน “หลบไป ผมจะไปโรงพยาบาล!”“ขอโทษด้วยนะครับคุณผู้ชาย ถ้าไม่มีคำสั่งของประธานกู้ พวกเราก็ปล่อยคุณออกไปไม่ได้!”หัวใจของผมเต้นกระหน่ำอย่างรุนแรง ผมกดโทรศัพท์โทรหากู้เมิ่งซีด้วยมือที่สั่นเทา“กู้เมิ่งซี ตอนนี้แม่ผมกำลังอยู่ในขีดอันตราย เธอต้องได้รับการช่วยเหลือเดี๋ยวนี้!”กู้เมิ่งซีที่อยู่ปลายสายชะงักไปครู่หนึ่ง“อาเหิง คุณพูดโกหกมาสองรอบแล้ว ไม่มีใครเชื่อคำพูดคุณอีกแล้ว”“คุณอย่าเพิ่งก่อเรื่องวุ่นวาย เป่ยเฉินกับลูกยังอยู่โรงพยาบาล รอพวกเขาหายดีก่อน แล้วฉันจะพาคุณไปเยี่ยมแม่บุญธรรมเอง!”“ฉันบอกกับคุณไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าที่โรงพยาบาลมีคนดูแลโดยเฉพาะ สถานการณ์ของแม่บุญธรรมคุณยังปกติดี”ลำคอของผมแห้งผากและเจ็บปวด ผมกลั้นน้ำตาไม่ไหวอีกต่อไป“กู้เมิ่งซี คุณต้องเชื่อผม แม่ของผมกำลังตกอยู่ในอันตรายจริง ๆ !”ไม่ว่าผมจะขอร้องอย่างไร แต่ปลายสายก็ถูกตัดไปแล้ว ผมเฝ้ามองเวลาแต่ละนาทีแต่ละวินาทีที่ผ่านไป

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status