Masuk“นี่คือเครื่องรางที่เธอไปขอพรให้ฉันตอนฉันป่วยในตอนนั้น แล้วก็ซื้อสร้อยข้อมือเส้นนี้ให้ฉัน เธอคิดว่าผู้ชายใส่สร้อยข้อมือมันดูไม่ค่อยเหมาะ แต่ฉันไม่เคยถอดมันออกเลย ของพวกนี้ เธอไม่ต้องการแล้วจริง ๆ เหรอ”ลู่หวยก้มหน้าไม่มองฉัน เพียงกำสร้อยข้อมือเส้นนั้นแน่น น้ำเสียงฟังดูน่าสงสารตอนที่ฉันซื้อมา ฉันมองเขาด้วยความดีใจเต็มหัวใจ“ผู้ชายใส่สร้อยข้อมือจะโดนคนอื่นว่าเป็นผู้ชายตุ้งติ้งไหม ถ้าคุณไม่อยากใส่จริง ๆ ก็เก็บไว้ในลิ้นชักดี ๆ ก็ได้”แม้ฉันจะพูดแบบนั้น ตอนนั้นเขาก็สวมมันโดยไม่ลังเล และใส่มาตลอดเก้าปี“ลู่หวย เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป คุณอยากจะพูดอะไร ก็พูดมาตรง ๆ”ลู่หวยยังอยากหยิบไดอารี่ที่ฉันเคยเขียนขึ้นมา เพื่อย้อนนึกถึงเรื่องราวในอดีตกับฉันเมื่อสบตากับฉันอีกครั้ง รอยยิ้มของเขาก็ชะงักไปเล็กน้อย ท่าทีดูถอยลงแต่เขาก็ยังเงยหน้าขึ้น ราวกับรวบรวมความกล้าทั้งหมด“เจียงรั่ว เราไม่เลิกกันได้ไหม ฉันออกจากตระกูลลู่แล้ว และจะไม่แต่งงานกับเหอเจียเจียแล้ว เธออยู่ที่นี่ ฉันก็จะอยู่กับเธอ”“เธอไม่ได้อยากแต่งงานกับฉันเหรอ ตอนนี้เราไปจดทะเบียนกันได้เลย ถ้าแม่เธอไม่ชอบฉัน ฉันก็จะ
“เจียงรั่ว ฉันรู้ว่าเธอไม่อยากเจอฉัน ถึงขั้นย้ายบ้านหนีหายไปต่อหน้าต่อตา แต่ฉันยังมีเรื่องอีกมากที่อยากพูดกับเธอ”เสียงของลู่หวยสะอื้น เขาถึงกับร้องไห้ออกมาตอนพูดกับฉันฉันกำโทรศัพท์แน่นขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ได้ตอบเขาระหว่างฉันกับเขาไม่มีอะไรให้ต้องพูดกันอีกแล้วตอนงานเลี้ยงครอบครัว เขาตบหน้าฉันต่อหน้าทุกคน และหลังจากที่ฉันอ้อนวอนเขาอย่างสุดชีวิต เขาก็ยังผลักฉันตกบันไดก่อนหมดสติ ฉันยังเห็นเขาพุ่งตัวเข้าไปปกป้องเหอเจียเจียในอ้อมแขนอย่างไม่ลังเล ร้องไห้ตะโกนว่าตัวเองไม่มีวันแต่งงานกับฉันในช่วงที่ฉันนอนดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่ในห้องไอซียู ลู่หวยกับเหอเจียเจียก็กำหนดวันแต่งงานกันเรียบร้อยแล้วความเจ็บปวดที่ฝังลึกมานานขนาดนี้ ฉันไม่อยากทนรับมันอีกแล้วแม้ตอนนี้ฉันจะตั้งรกรากอยู่ต่างประเทศ และได้ฟังเรื่องราวจากเพื่อนเก่าพวกเขาต่างบอกว่าลู่หวยยังรักฉัน หลังจากฉันจากไป เขาก็แทบเป็นบ้าแต่ฉันกลับไม่รู้สึกอะไรอีกแล้วเก้าปีที่ผ่านมา การปล่อยวางกลับใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาฉันไม่ได้รักเขามากเหมือนเมื่อเก้าปีก่อนอีกแล้วบางทีฉันอาจเปลี่ยนไปอย่างที่ลู่หวยพูดจริง ๆ“ลู่หวย เราเลิกกันแล้ว
“เป็นแกใช่ไหม ไอ้สารเลวที่มายุ่งกับเธอ”ฉันขวางหน้าฉวี่ถงโจวโดยไม่รู้ตัว และไม่รู้เหมือนกันว่าเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ถึงได้ผลักลู่หวยออกไปเต็มแรง เขาเซถอยหลัง ก่อนเสียหลักล้มลงกับพื้น แล้วเงยหน้ามองฉัน ดวงตาแดงก่ำขึ้นมาทันที“เธอผลักฉัน”“เธอถึงกับผลักฉันเพื่อผู้ชายคนอื่น เธอเมื่อก่อนไม่ใช่แบบนี้ เธอรักเขาแล้ว”ลู่หวยพูดจนถึงประโยคสุดท้ายแทบจะตะโกนออกมา แต่ฉันไม่มีเวลาสนใจ เพียงหันไปมองฉวี่ถงโจวอย่างไรเสียเขาก็เป็นคนที่แม่แนะนำให้ฉันดูตัว หากเกิดอะไรขึ้น ฉันเองก็คงอธิบายกับแม่ลำบากฉวี่ถงโจวส่ายหน้าแล้วส่งยิ้มบาง ๆ ให้ฉัน“ฉันไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง”ลู่หวยลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล เมื่อครู่ดูเหมือนเขาจะล้มแรงไม่น้อยสายตาของเขาเลื่อนไปมาระหว่างฉันกับฉวี่ถงโจว ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น“เจียงรั่ว เธอเปลี่ยนไปแล้ว”ตอนที่มองฉัน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและสับสนนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นลู่หวยในสภาพแบบนี้ หัวใจจึงสั่นไหวเล็กน้อยฉันดึงแขนเสื้อของฉวี่ถงโจวอีกครั้ง แล้วเดินผ่านลู่หวยไป“ไม่ใช่ฉันที่เปลี่ยนไป แต่เป็นเพราะคุณไม่รักฉันแล้ว”“คุณกับเหอเจียเจียใช้ชีวิตด
ฉวี่ถงโจวเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างเก็บตัวมาตลอดในความทรงจำ แต่พอเจอฉันกลับพูดมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด“งั้นตอนนี้เธอก็ตั้งรกรากอยู่ที่นี่แล้วเหรอ รุ่นน้องลู่หวยไม่ได้มาด้วยกันเหรอ พวกเธอน่าจะกำลังจะแต่งงานกันแล้วไม่ใช่เหรอ”แววตาของฉวี่ถงโจววูบไหว ราวกับกำลังรอคอยคำตอบจากฉันมือของฉันชะงักไป ก่อนจะยกยิ้มขึ้นมา“เราเลิกกันแล้ว และก็ไม่มีทางแต่งงานกันแล้ว”ฉันไม่แน่ใจว่าเป็นเพียงภาพลวงตาของตัวเองหรือเปล่า ตอนที่เขาได้ยินคำว่า “เลิกกัน” เขากลับยิ้มออกมาทันทีที่เสียงของฉันจบลง ก็มีเสียงดังสนั่นจากด้านหลังฉันหันกลับไปตามสัญชาตญาณ และกลับเห็นลู่หวยลู่หวยเดินตรงมาหาฉันด้วยสีหน้าเย็นชา ก่อนคว้าข้อมือฉันแน่นโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง“เจียงรั่ว เธอไปต่างประเทศก็เพื่อไปหาผู้ชายคนใหม่งั้นเหรอ คนอย่างเธอยังกล้าพูดว่ารักฉันอีก”ลู่หวยกัดฟันแน่น เส้นเลือดบนหน้าผากปูดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเดือดดาลขนาดนี้ ยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่คนรอบข้างฟังภาษาจีนไม่ออก แต่ก็รู้ว่ามีคนกำลังก่อเรื่อง ต่างพากันหันมามองฉันคว้าแขนเสื้อของฉวี่ถงโจวไว้ ไม่แม้แต่จะยอมมองเขา
เสียงของลู่หวยเย็นชา ราวกับอยากจะจับตัวฉันกลับไปขอโทษเหอเจียเจียเดี๋ยวนี้ฉันรู้สึกเลื่อนลอยอยู่บ้าง เมื่อก่อนลู่หวยก็เคยปกป้องฉันแบบนี้ตอนนั้นฉันกับลู่หวยเป็นคู่ที่ไม่มีใครมองว่าจะไปกันรอดถึงฉันจะได้เข้าทำงานในบริษัทด้วยความสามารถของตัวเอง แต่ก็หนีไม่พ้นคำครหาว่าฉันใช้เส้นสาย หรือเอาตัวเข้าแลกถึงได้ตำแหน่งนี้มาเมื่อเจอข่าวลือเท็จที่เพื่อนร่วมงานแต่งขึ้นมาเกี่ยวกับฉัน เขาก็ฟ้องคนเหล่านั้นขึ้นศาลโดยตรงเพียงเพราะพวกเขาทำลายชื่อเสียงของฉันเขาบอกว่าชื่อเสียงของฉันสำคัญไม่ต่างจากบริษัท เขาไม่ยอมให้ใครมาดูหมิ่นเด็ดขาดแต่ตอนนี้คนที่เขาปกป้องกลับเปลี่ยนเป็นคนอื่น ไม่ใช่ฉันอีกแล้วเพราะเรื่องนี้ ฉันจึงปฏิเสธที่จะมาออสเตรเลียกับแม่ และปฏิเสธงานที่พ่อเลี้ยงเตรียมไว้ให้ฉันเคยคิดว่าตัวเองกับลู่หวยจะอยู่ด้วยกันจนถึงวันสุดท้าย จนกระทั่งวันหนึ่งฉันบังเอิญได้ยินบทสนทนาระหว่างเขากับเพื่อน ๆตอนนั้นทุกคนรอบตัวต่างคิดว่าลู่หวยจะแต่งงานกับฉัน คุณชายตระกูลร่ำรวยจะแต่งงานกับซินเดอเรลล่าแต่ลู่หวยกลับหัวเราะเยาะออกมา“พวกนายอ่านนิยายมากไปแล้วหรือไง ยังไงฉันก็ไม่มีทางแต่งงานกับเธอหรอก เธอดี
หลังเครื่องบินลงจอด สิ่งแรกที่ฉันเห็นก็คือแม่ลองคำนวณดูดี ๆ แล้ว เราไม่ได้เจอกันเกือบสิบปี แม่ยังคงดูสดใสเปล่งปลั่งเหมือนเดิมฉันฝืนยิ้ม แล้วซ่อนมือขวาที่จัดการแผลอย่างลวก ๆ ไว้ด้านหลังยังไม่ทันได้พูดอะไร ฉันก็ถูกแม่กอดเอาไว้แน่น“ผอมลงนะ”ดวงตาของแม่แดงก่ำ เธอเอาแต่ปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนเสื้อผ้าของฉันสุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะหันหลัง เช็ดน้ำตาที่หางตาของตัวเองเห็นแม่เป็นแบบนี้ ฉันเองก็สะอื้นขึ้นมา จมูกพลันแสบร้อนจนเกือบร้องไห้ออกมาตอนที่แม่แต่งงานกับพ่อเลี้ยง แม่โทรหาฉันนับครั้งไม่ถ้วนชวนให้ฉันไปตั้งรกรากอยู่ที่ออสเตรเลียด้วยกันตอนนั้นฉันเพิ่งตกลงคบกับลู่หวย และคิดแต่จะพยายามทำให้พ่อแม่ของลู่หวยยอมรับฉัน จึงไม่เคยตอบตกลงเรื่องนี้สุดท้ายชีวิตก็วนกลับมาที่เดิม ฉันกลับมาอยู่กับแม่จนได้แม่มองออกตั้งแต่แรกว่ามือที่ฉันซ่อนไว้ด้านหลังได้รับบาดเจ็บเธอลูบมือฉันอย่างสงสาร แต่เศษแก้วข้างในยังเอาออกไม่หมด“ถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่าลูกต้องอยู่ในประเทศอย่างอึดอัดขนาดนั้น ต่อให้ต้องแยกลูกกับลู่หวย แม่ก็จะลากลูกมาที่นี่”ในใจฉันขมขื่นจนแทบทนไม่ไหว แต่ก็ยังยิ้มปลอบแม่“แม่ ไม่เป็น







