LOGINหลังจากฉันตายไปห้าปี อันอัน ลูกสาวของฉันก็โทรไปที่เบอร์ของกู้ซีเหนียน เธอลองถามอีกฝ่ายว่า “คุณชอบแม่ของหนูไหมคะ?” เธอถามตามประโยคหนึ่งที่ฉันเขียนไว้ในไดอารี่ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ว่า ‘กู้ซีเหนียน คุณชอบฉันไหม’ คาดไม่ถึงว่าปลายสายกลับตอบเหน็บแนมว่า “แม่เธอสั่งให้ทำแบบนี้เหรอ? แม้แต่ลูกสาวก็ยังเอามาใช้เป็นเครื่องมือได้สินะ? เป็นผู้หญิงที่มักมากจริง ๆ อยู่กับพ่อเธอแล้ว ยังคิดจะมารื้อฟื้นความสัมพันธ์เก่า ๆ กับฉันอีกเหรอ?”
View More“I’ve filed for divorce,” Elliot said. “The papers will arrive by Friday.”
He didn’t look up from his phone.
Sera Calloway stood at the kitchen counter, her hands still wrapped around the mug she had just poured for him. The coffee was still steaming. She had woken up early to make it, the way he liked it. Two sugars. No cream.
She set it down slowly.
“Elliot.”
He finally looked at her then. His expression was calm. Unbothered. The face of a man who had already made peace with a decision long before the other person in the room even knew there was one to make.
“It’s the right thing,” he said. “For both of us.”
She almost laughed.
Sera had known something was wrong for months. The late night that stretched into early mornings. The phone calls he took in the other room, voice dropped to a murmur she was never meant to hear. The way he had stopped looking at her. Not with anger, not with coldness, but with something far worse.
Indifference.
She had told herself it was work. That it was stress. That marriages went through seasons and this was simply winter, and spring would come if she was patient enough, if she loved him quietly enough, if she just held on a little longer.
She had been so foolish.
“Is there someone else?” Her voice came out steadier than she felt.
Elliot’s jaw tightened. Just barely, just enough.
“That’s not what this is about.”
“That’s not an answer.”
He set his phone face down on the table. A gesture she had learned, over four years of marriage, meant he was about to say something he had rehearsed.
“Sera.” His voice was measured. Patient. The way someone sounds when they are speaking to a person they have already emotionally left. “We both know this hasn’t been working for a long time.”
She looked at him. At the man she had built her entire quiet life around. The man she arranged herself for. Her career, her friendships, her dreams, all reshuffled to fit neatly around this.
And she felt it then.
Not the explosion she might have expected. Not the flood of tears or the rising hysteria. Just a slow, deep settling, like something inside her had been holding its breath for a very long time and had finally, silently, exhaled.
“You’re right,” she said.
That made him pause.
He had expected tears. She could see it in the silent of his posture, the way he had braced himself. People always expected Sera Calloway to cry. She had one of those faces. Soft eyes. A mouth that curved gently even when she wasn’t smiling.
She looked like a woman who would beg.
She wasn’t.
“I’ll be out by the end of the week,” she said quietly. She picked up her own mug, turned toward the window, and looked out at the grey morning sky.
“Sera”
“You should drink your coffee before it gets cold.”
Silence filled the kitchen. Long and thick and strange.
She heard him stand. Heard the familiar sound of his shoes against the hardwood, the same sound she had woken up to for four years, that she had found comforting, that now felt like a countdown. She hears him pause somewhere behind her.
She did not turn around.
The front door opened.
It closed.
And Sera Calloway stood alone in the kitchen of the home she had tried so hard to make warm, fingers wrapped around a mug that was growing colder by the second, and stared at nothing at all.
She didn’t cry.
Not yet.
Because crying meant it was real. And there was still one thing she needed to know first, one question still lodged in her chest like a spinner she couldn’t reach.
If there was no one else, why had she found a child’s drawing in his coat pocket last Tuesday?
A crayon sun. A house. Three figures standing in a row.
A man. A woman. A little girl.
And written at the top in unsteady, careful letters. The handwriting of a child just learning to hold a pencil.
Our Family.
กู้ซีเหนียนฝังอันอันไว้กับฉันเขามาเยี่ยมพวกเราที่หลุมศพของพวกเราอยู่บ่อย ๆแต่สภาพดูไม่ค่อยสู้ดีนัก ถึงขั้นที่เรียกได้ว่าซูบผอมด้วยซ้ำทุกครั้งที่อันอันเห็นเขา ก็จะหันมามองท่าทีของฉันเสมอฉันโทษเขาฉันโทษว่าทำไมตอนที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ถึงไม่ยอมบอกเรื่องที่เขาสัญญากับพ่อของเฉินเจี๋ยเซิงให้ชัดเจน จนทำให้ฉันต้องทุกข์ระทม และสุดท้ายก็ต้องมาแยกจากกันไปชั่วชีวิตฉันยังโทษเขาด้วยว่าทำไมถึงเลือกมารับอันอันให้ไปดูบ้านเขาวันนั้น จนทำให้อันอันต้องมาจากโลกนี้ไปโดยที่ยังไม่ทันได้เติบโตออกไปดูโลกกว้างฉันโทษเขา แต่กลับทนไม่ได้ที่ต้องเห็นเขาในสภาพนั้นดังนั้นฉันจึงไม่อยากให้เขามาเจอพวกเราอีกถ้าไม่เห็นก็ไม่กวนใจบางทีพระเจ้าอาจจะได้ยินความปรารถนาของฉัน กู้ซีเหนียนจึงไม่ได้มาครึ่งเดือนแล้วฉันกลับมาสู่ความสงบอีกครั้ง แต่อันอันกลับผิดหวังมากฉันรู้ว่าเด็กคนนี้ปรารถนาความรักของพ่อมาโดยตลอดในที่สุดกู้ซีเหนียนก็กลับมาอีกครั้งครั้งนี้เขาคุกเข่าลงฉันลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแม้ฉันจะตายไปแล้ว แต่ก็ไม่อาจรับความเคารพอย่างสูงแบบนี้ได้เขาพูดต่อหน้าหลุมศพของพวกเราอยู่นาน“เยียนเยียน ฉันฝันว่าเธอ
ดูเหมือนการที่ฉันมาเข้าฝันเขานอกจากจะได้รู้เรื่องหลายปีนั้นมากขึ้น และรู้สึกเศร้ากว่าเดิมเล็กน้อย ก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีกเลยกู้ซีเหนียนจอมหัวแข็งมาดักรออันอันที่โรงเรียนอนุบาลทุกวัน ทั้งยังเปลี่ยนอุบายเพื่อเอาใจอันอันเสมอด้วยเดี๋ยวก็ถือถังหูลู่มา เดี๋ยวก็ถือขนมปังรูปทรงน่ารักมา เดี๋ยวก็ถือตุ๊กตาบาร์บี้มา...ยังดีที่ลูกสาวของฉันเป็นคนแน่วแน่ ทุกครั้งล้วนยืนกรานที่จะรอหยางรุ่ยเฉินมารับเธอ และจูงมือหยางรุ่ยเฉินไปโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นมาเลยช่วงนี้หลังจากอันอันหลับไป ฉันจะมาอยู่ข้างหยางรุ่ยเฉินและดูวิดีโอสั้นซึ่งเป็นข่าวเกี่ยวกับกู้ซีเหนียนและเฉินเจี๋ยเซิงหลังจากพ่อของเฉินเจี๋ยเซิงตาย กู้ซีเหนียนก็จัดงานแถลงข่าว โดยบอกกับสื่อว่าให้เคารพผู้ตาย และอย่าเผยแพร่ข่าวลือเท็จเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเขากับเฉินเจี๋ยเซิงอีกในที่สุดก็ชี้แจงแล้วเพียงแต่ไม่ใช่ในตอนที่ฉันอยากให้เขาชี้แจงมากที่สุดหลังจากผ่านไปหลายวันก็ไม่มีผลลัพธ์ใด กู้ซีเหนียนซึ่งมีเลือดของทุนนิยมไหลเวียนอยู่ทั้งร่างสุดท้ายก็เปลี่ยนวิธีครั้งนี้เขาไม่ได้นำอะไรมาเลยเขามาก่อนเวลาสิบห้านาที และขอให้ครูเรียกอันอันออกมาจากห้องเร
ไม่มีทางเลือกอื่น ฉันทำได้เพียงเข้าไปในความฝันของเขาเขาซึ่งที่ผ่านมาใส่ใจภาพลักษณ์อยู่เสมอกลับเริ่มมีหนวดเครา เมื่อเห็นแล้วฉันก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง“เยียนเยียน หลายปีมานี้เธอไม่เคยมาเข้าฝันฉันเลย ทำไมถึงใจร้ายขนาดนี้?”นั่นไม่ใช่เพราะคุณไม่เคยมาหาฉันตลอดหลายปีมานี้เหรอ? แม้ฉันจะตายไปแล้วก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำหยุด พอเถอะ ครั้งนี้ฉันมาเพื่อโน้มน้าวให้เขายอมแพ้ที่จะพาอันอันไป“คุณจะพาอันอันไปจากหยางรุ่ยเฉินไม่ได้นะ”กู้ซีเหนียนถามฉันอย่างเจ็บปวด “ทำไม? เธอไม่บอกฉันว่าท้อง และคลอดลูกของฉันโดยที่ไม่บอกฉัน ตอนนี้ยังอยากห้ามไม่ให้ฉันกลับมาอยู่กับลูกอีกเหรอ?”“อันอันไม่เหมาะจะใช้ชีวิตอยู่กับคุณ ถ้าถึงตอนที่คุณกับเฉินเจี๋ยเซิงแต่งงานกันและมีลูกของพวกคุณล่ะ ตอนนี้มีนโยบายให้มีลูกสามคนได้แล้ว อย่างน้อยพวกคุณก็น่าจะมีลูกกันสามคนไม่ใช่เหรอ?”กู้ซีเหนียนหัวเราะเย้ยหยันตัวเอง “เยียนเยียน เธอพูดอะไรกัน? เธออยากให้ฉันมีลูกกับคนอื่นเหรอ?”คนอื่นอะไรกัน คนคนนั้นก็คือคนรักในวัยเด็กเฉินเจี๋ยเซิงของคุณต่างหากดูสิ ผู้ชายก็แบบนี้ ชอบใช้กลยุทธ์หลอกล่อคนอื่นแล้วลอบโจมตีแถมยังเบื่อง่ายอีก“ไม่ใช่ว่
วิญญาณของฉันกลับถูกลากให้ตามมาด้วย และตามติดกู้ซีเหนียนไปทุกฝีก้าวแม้แต่ตัวฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไม ทั้งยังไม่อาจแก้ไขได้ด้วยเหมือนตอนนั้นที่ตกหลุมรักกู้ซีเหนียนตอนนั้นก็ไม่มีวิธีแก้ไขเช่นกันกู้ซีเหนียนขับรถไปที่โรงพยาบาลอย่างกระวนกระวายใจบนรถเขายังห้อยจี้รูปแมวที่ฉันให้เขาไว้ ผ่านมาหลายปีมันจึงซีดจางแล้วความจริงในตอนนั้น พวกเราเคยคุยกับว่าหลังจากพวกเรามีลูกแล้วจะเลี้ยงแมวสักตัวขณะที่ความคิดของฉันล่องลอยไป กู้ซีเหนียนก็มาถึงโรงพยาบาลทันทีที่กู้ซีเหนียนเดินเข้ามาในโรงพยาบาล เฉินเจี๋ยเซิงก็เข้ามาจับแขนของเขากู้ซีเหนียนผละออกโดยไม่ได้พูดอะไร และก้าวเดินเร็วขึ้นทั้งสองคนเดินตามกันไปมองดูแล้วเป็นคู่ที่เหมาะสมกันทีเดียวดูแล้วเหมาะสมกันมากกว่าฉันกับกู้ซีเหนียนเสียอีกหลังจากเข้ามาในห้องผู้ป่วย พ่อของเฉินเจี๋ยเซิงที่นอนอยู่บนเตียงก็จับมือของกู้ซีเหนียน “ซีเหนียน ลุงเห็นนายมาตั้งแต่เด็กจนโต ลุงสนับสนุนให้นายไล่ตามความฝันในการเล่นสนุกเกอร์มาตลอด นายก็รู้ใช่ไหม ลุงอยากให้นายสัญญากับลุงว่าหลังจากลุงตายไปแล้วนายช่วยดูแลเจี๋ยเซิงแทนลุงทีนะ”กู้ซีเหนียนพยักหน้าและสัญญา “คุณลุงว





