تسجيل الدخولกานต์จ้องมองโต๊ะทำงานของน้ำหอมด้วยความไม่พอใจที่เห็นพนักงานใหม่ได้รับความสำคัญเกินหน้า ความริษยาเริ่มกลายเป็นความสงสัยเมื่อเห็นเธอยังไม่กลับบ้าน
แสงไฟในออฟฟิศเริ่มดับลงทีละดวง แต่กานต์ยังคงปักหลักรอสังเกตการณ์ เขาเห็นผู้บริหารบางคนเดินวนเวียนชั้นเดียวกันในเวลาที่ผิดปกติ
เขาแอบตามไปดูเงียบ ๆ จนเห็นร่างของน้ำหอมยืนอยู่ในมุมสลัวกับผู้บริหารชายคนหนึ่ง ภาพไม่ชัดเจนพอจะระบุตัวตน แต่กานต์ปักใจเชื่อว่าไม่ใช่ธีระ
จังหวะที่มองเห็นเพียงแวบเดียวนั้น กานต์นำไปตีความตามอคติที่เต็มอก เขาแสยะยิ้มเมื่อคิดว่าได้กุมความลับที่จะใช้ทำลายชื่อเสียงหญิงสาว
กานต์เลือกไม่เผชิญหน้าโดยตรง แต่เดินไปหาพนักงานที่ยังเหลืออยู่ แล้วทิ้งคำพูดคลุมเครือชวนให้สงสัยถึงความสัมพันธ์ลับ
“ทำไมวันนี้ผู้บริหารยังไม่กลับกันนะ… หรือว่ามีนัดพิเศษกับใครบางคน” กานต์แสร้งเปรยขึ้นลอย ๆ กลางวงพนักงานที่กำลังเก็บของ จนทุกคนหันมาสนใจ
คำพูดธรรมดานั้นกลับกระตุ้นความอยากรู้ของคนกลุ่มนั้นได้ดี กานต์แอบยิ้มสะใจเมื่อเห็นคนอื่นเริ่มลุกขึ้นเดินไปดูตามคำบอกใบ้
พนักงานบางส่วนทยอยเดินขึ้นไปยังพื้นที่ทำงานส่วนตัวที่น้ำหอมยังนั่งอยู่ บรรยากาศเงียบในออฟฟิศเริ่มถูกเติมด้วยสายตาเคลือบแคลง
ภาพน้ำหอมที่ก้มหน้าก้มตาทำงานโดยมีเงาร่างผู้บริหารยืนไม่ไกล ถูกนำไปตีความเกินจริงทันที สายตาที่ดูสนิทสนมถูกหยิบยกขึ้นมานินทาเงียบ ๆ
กานต์ยืนมองเหตุการณ์จากมุมมืดด้วยความพึงพอใจที่เห็นแผนเริ่มได้ผล ข่าวลือไร้หลักฐานกำลังถูกขยายด้วยจินตนาการของคนที่อยากจับผิดอยู่แล้ว
“เห็นเหมือนที่ฉันเห็นไหม” เสียงกระซิบของพนักงานคนหนึ่งดังขึ้นเบา ๆ เมื่อเห็นน้ำหอมยังนั่งทำงานใกล้พื้นที่ส่วนตัวของผู้บริหาร
กานต์แสร้งเดินผ่านมาสมทบพลางถอนหายใจยาว แล้วพูดขึ้นว่า “งานใหญ่ขนาดนี้ เด็กใหม่คงไม่ได้ทำเองหรอก ถ้าไม่มีคนหนุนอยู่เบื้องหลัง”
สายตาของคนในแผนกเริ่มเปลี่ยนจากชื่นชมเป็นเหยียดหยามทันที เมื่อคำปั่นของกานต์คอยตอกย้ำความผิดปกติ
บรรยากาศรอบตัวน้ำหอมเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่เธอยังไม่รู้ตัว ทุกการขยับตัวถูกจับตามองไม่วางตา
กานต์ลอบยิ้มสะใจที่เห็นแผนทำลายชื่อเสียงน้ำหอมเป็นไปอย่างราบรื่น ข่าวลือที่ถูกสร้างขึ้นเริ่มกลายเป็นข้อสรุปที่ทุกคนเชื่อโดยไม่ต้องถามหาความจริง
กานต์แสร้งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพบรรยากาศออฟฟิศที่สลัว โดยจงใจให้ติดเงาร่างน้ำหอมที่ดูใกล้ชิดกับผู้บริหารคนนั้นมากเกินไป
“ทำงานดึกขนาดนี้... สงสัยจะได้โบนัสก้อนโตแน่เลยนะ” กานต์ทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงประชดประชันให้กลุ่มเพื่อนร่วมงานที่ยืนล้อมวงดู
ข่าวลือเริ่มแพร่กระจายผ่านห้องแชทลับของพนักงานอย่างรวดเร็ว ภาพที่เห็นเพียงครึ่งเดียวถูกนำไปตีความจนกลายเป็นเรื่องอื้อฉาว
พนักงานบางคนเริ่มถ่ายภาพพิกัดชั้นทำงานที่น้ำหอมอยู่เพื่อเป็นหลักฐาน ข่าวลือที่ไร้มูลเริ่มกลายเป็นความเชื่อ
กานต์ยืนมองผลงานตัวเองด้วยความสะใจที่เห็นน้ำหอมตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนในบริษัทเพียงชั่วข้ามคืน แผนทำลายคู่แข่งกำลังไปได้สวย
น้ำหอมเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน สายตาหลายคู่ที่จ้องมาทางเธอเต็มไปด้วยความสงสัยและเหยียดหยามจนเธอทำตัวไม่ถูก
เธอเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์แล้วขมวดคิ้วเมื่อเห็นกลุ่มพนักงานยืนจับกลุ่มซุบซิบไกล ๆ ทุกคนรีบหลบสายตาทันทีที่เธอหันไปมอง
กานต์ยังคงปั่นข่าวด้วยการเดินไปกระซิบกับหัวหน้าแผนกอื่นที่เพิ่งเดินผ่านมา โดยใช้คำพูดที่ชวนให้คิดว่าน้ำหอมกำลังใช้ทางลัดเพื่อความก้าวหน้า
“เห็นว่าอยู่กันสองต่อสองในห้องนั้นตั้งนานแล้วนะ” คำพูดของกานต์ทำให้คนฟังเริ่มคล้อยตามและมองน้ำหอมด้วยสายตาเปลี่ยนไปในทางลบ
ความอึดอัดเริ่มปกคลุมพื้นที่ทำงานจนน้ำหอมรู้สึกหายใจลำบาก เธอพยายามรวบรวมสมาธิทำงานต่อแต่กลับรับรู้ได้ถึงคำนินทาที่ดังระงมรอบตัว
ธีระสังเกตเห็นความผิดปกติผ่านกล้องวงจรปิด เขาเห็นพนักงานกลุ่มหนึ่งรวมตัวซุบซิบและชี้มาที่ห้องทำงานของเขาด้วยท่าทางแปลก ๆ
เขารับรู้ได้ทันทีว่าข่าวลือเรื่องน้ำหอมกำลังถูกบิดเบือน แต่กลับเลือกนั่งนิ่งอยู่ในความมืดเพื่อรอดูว่าใครคือต้นตอ
“ปล่อยให้พวกเขาดูไปก่อน” ธีระพึมพำกับตัวเองขณะที่สายตายังคงจับจ้องน้ำหอมซึ่งเริ่มรับรู้ถึงสายตาที่ทิ่มแทงรอบข้าง
เขายังคงสั่งงานเธอต่อผ่านแชทส่วนตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่รู้ดีว่าสถานการณ์ภายนอกกำลังเดือดพล่าน
ธีระเลือกคุมสถานการณ์เงียบ ๆ แทนการออกไปปกป้องเธอทันที เพราะเขาต้องการเห็นตัวตนที่แท้จริงของคนในองค์กรผ่านบททดสอบนี้
ข่าวลือเริ่มลุกลามไปยังแผนกอื่นอย่างรวดเร็ว ชื่อน้ำหอมกลายเป็นหัวข้อสนทนาหลักในกลุ่มแชทลับของพนักงานเกือบทั้งบริษัท
กานต์จ้องมองผลงานตัวเองด้วยความสะใจที่เห็นน้ำหอมตกเป็นเป้าสายตาโดยสมบูรณ์ ทุกสายตาที่มองเธอเต็มไปด้วยความรังเกียจแกมสงสัย
น้ำหอมเริ่มรับรู้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนจนหายใจลำบาก เธอไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงมองเธอด้วยสายตาแบบนั้น ทั้งที่เธอแค่ตั้งใจทำงาน
ธีระสังเกตเห็นความโกลาหลเล็ก ๆ ผ่านกระจกห้องทำงาน แต่เขายังเลือกเงียบเพื่อคุมสถานการณ์และรอดูว่าน้ำหอมจะรับมืออย่างไร
บทสรุปที่ทุกคนพร้อมใจกันเชื่อเริ่มกลายเป็นความจริงที่บิดเบี้ยว ขณะที่น้ำหอมต้องเผชิญพายุที่เธอมองไม่เห็นต้นตอเพียงลำพัง
"ขออภัยที่ให้รอนานครับ" พนักงานเอ่ยสั้นๆ พร้อมเสิร์ฟมื้อหรูอย่างประณีต ธีระขยับช่วงไหล่หนาเพื่อผ่อนคลายขณะความหรูหราถูกวางลงตรงหน้าท่ามกลางความเงียบ"ทานได้เลยน้ำหอม... ไม่ต้องเกร็ง" เขาบอกพลางพยักหน้าแกนๆ ส่วนน้ำหอมเพียงยิ้มบางเบา ทั้งคู่ไร้ความหิวโดยสิ้นเชิง ทรวงอกอิ่มภายใต้ชุดสวยสะท้อนจังหวะหายใจที่สั่นพร่าอย่างเห็นได้ชัดกลิ่นหอมกรุ่นไม่ได้ช่วยลดความตึงเครียด น้ำหอมจับช้อนด้วยปลายนิ้วสั่นเทา เอวบางคอดกิ่วเกร็งแน่นกับมวลอากาศหนักอึ้งที่โอบล้อมกายเธอเอาไว้ไม่เลิกรา"ได้ค่ะ..." เธอฝืนตักอาหารเพียงไม่กี่คำแต่กลับรู้สึกจืดชืด เพราะมัวแต่พะวงกับสายตาคมกริบที่จ้องมองลำคอระหงและผิวเนียนละเอียดของเธออย่างมีความหมายลึกซึ้งธีระเองก็ไร้ความรื่นรมย์ เขาเขี่ยอาหารในจานครู่หนึ่งก่อนจะรวบช้อนวางลง "น้ำหอม... เราคุยกันเถอะ" แผ่นหลังกว้างเหยียดตรงเป็นสัญญาณว่าเขาพร้อมจะเข้าเรื่องสำคัญในที่สุดธีระสูดลมหายใจลึก แผ่นหลังกว้างใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดีเหยียดตรงก่อนเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงจริงจัง "น้ำหอม... ฉันขอโทษนะ ที่ผ่านมาฉันมันโง่เอง"เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอ ลำคอแกร่งขยับยามกลืนน้ำลายอย่างยาก
ลิฟต์แก้วเลื่อนขึ้นสู่ชั้นดาดฟ้าอย่างเงียบเชียบ ก่อนประตูจะเปิดออกสู่ห้องอาหารหรูที่อาบไล้ด้วยแสงดาวและบรรยากาศกะทัดรัดเป็นส่วนตัว"นั่งตรงนี้เลย... มุมนี้วิวดีที่สุดแล้ว" ธีระหันมาบอกพลางเลื่อนเก้าอี้ให้ แผ่นหลังกว้างและช่วงไหล่กำยำของเขาดูแข็งแกร่งจนน่าหลงใหล เขาเลือกมุมที่สงบที่สุดเพื่อให้เราได้คุยกันถนัด"ขอบคุณค่ะ... คุณธีระ" น้ำหอมเอ่ยขอบคุณเบาๆ พลางขยับกายตามด้วยความสั่นไหว ชุดที่สวมเน้นช่วงเอวคอดกิ่วและสะโพกกลมกลึงชัดเจนจนเธอประหม่า เมื่อความหรูหราตรงหน้าย้ำเตือนถึงฐานะที่ต่างกันเธอมองแผ่นหลังหนาของคนตรงหน้าแล้วนึกถึงวันเก่าๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยที่เขามักวนเวียนอยู่ใกล้กันเสมอ จนหัวใจดวงน้อยสั่นไหวและเต้นแรงด้วยจังหวะที่เผลอไผลแม้ลึกๆ จะดีใจที่เขามีใจให้มาตลอด แต่ความต่างที่เหมือนกำแพงสูงกลับขวางกั้นความรู้สึกเอาไว้ จนเธอไม่กล้าทลายความกลัวเพื่อเดินหน้าไปหาเขาเสียทีธีระเลื่อนเก้าอี้ให้นั่งลงอย่างนุ่มนวล ก่อนจะอ้อมไปนั่งฝั่งตรงข้าม แสงเทียนสลัวจับใบหน้าคมเข้มและดวงตาที่ฉายแววปรารถนาลึกซึ้งออกมา"สั่งได้ตามสบายเลยนะน้ำหอม... ร้านนี้เชฟเก่งมาก ฉันอยากให้เธอได้ลองชิมดูจริงๆ" เขาส่
นนท์มองเจ้านายที่จ้องโทรศัพท์ด้วยท่าทางเคร่งเครียด คนตัวหนาที่ปกติสุขุมกลับดูหงุดหงิดจนเห็นแผงอกกว้างกระเพื่อมไหวจากการถอนหายใจทิ้งเป็นระยะอยู่ภายในห้องทำงานเขาเห็นท่าทีเปลี่ยนไปของน้ำหอมมาตลอดวัน ความอึดอัดที่หญิงสาวสร้างขึ้นชัดเจนจนคนนอกสัมผัสได้ถึงความร้าวรานภายใต้สรีระที่สั่นสะท้านยามเดินหนีจากทุกการเข้าใกล้"บอสครับ ผมมีเรื่องอยากปรึกษาเรื่องคุณน้ำหอมหน่อยครับ..." นนท์เริ่มบทสนทนาด้วยน้ำเสียงจริงจังเพื่อดึงสติเจ้านายที่กำลังจมจ่อมอยู่กับความคิดจนไม่สนใจโลกภายนอกธีระเงยหน้ามองเลขาคนสนิทพลางพยักหน้า "ว่ามา..." แม้ใจจะยังวุ่นวายกับท่าทางเหินห่างของน้ำหอมจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ ยิ่งเขารุกเข้าใกล้มากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งผลักไสมากเท่านั้นเลขาหนุ่มรวบรวมความกล้าเพื่อพูดถึงปัญหาที่เห็นมานาน เขาเชื่อว่าหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ต้องพังพินาศในฐานะเพื่อนลงอย่างแน่นอน"ผมว่าคุณน้ำหอมเขาอึดอัด เพราะความไม่ชัดเจนของบอสนี่แหละครับ" นนท์เกริ่นถึงสภาวะที่หญิงสาวต้องเผชิญท่ามกลางสายตาคนทั้งบริษัท เขามองเห็นแผ่นหลังเพรียวบางนั้นแบกรับความอึดอัดไว้เต็มที่ธีระออกหน้าปกป้องดีแต่มั
น้ำหอมถอนหายใจทิ้งพลางจ้องเงาสะท้อนในกระจก ความอึดอัดบีบคั้นอยู่ใต้ทรวงอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจรัวถี่จากเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อวานที่เธอยังตั้งตัวไม่ทัน “เอาไงดีน้ำหอม...” เธอพึมพำแผ่วเบากับเงาในกระจกด้วยความสับสนสำหรับเธอธีระคือเพื่อนที่พึ่งพาได้เสมอ ทว่าการที่เขาประกาศความเป็นเจ้าของต่อหน้าทุกคนกลับทำให้เส้นแบ่งความสัมพันธ์เริ่มพร่าเลือนจนความไม่ชัดเจนเริ่มสั่นคลอนใจเธอกลีบปากบางเม้มแน่นด้วยความกดดัน เธอไม่อยากเสียมิตรภาพที่บริสุทธิ์ไปเพียงเพราะคนรอบข้างบีบคั้นให้รับบทคนรัก ทั้งที่แผ่นหลังกว้างของเขานั้นเคยเป็นเพียงที่ปลอดภัยนัยน์ตาหม่นแสงลงเมื่อทบทวนถึงสถานะที่ถูกยัดเยียด ความแสนดีของเขาที่เป็นดั่งดาบสองคมทำให้เธอเริ่มหวาดระแวงในความใกล้ชิดที่เริ่มล้ำเส้นและคุกคามความเป็นส่วนตัวปลายนิ้วเรียวคลึงขมับพลางหาทางออกให้เรื่องที่กำลังลุกลาม “ไม่อยากไปเลยแฮะ” เธอเปรยกับตัวเองเบาๆ ความกังวลเรื่องงานเลี้ยงยิ่งทำให้เธออยากหนีไปให้พ้นจากสายตาทุกคู่ที่จ้องมองมายังส่วนโค้งเว้าที่เธอต้องปกปิดน้ำหอมพยายามโฟกัสงานกองโตเพื่อสลัดความว้าวุ่น แต่ทุกจังหวะที่มือถือสั่นเตือน หัวใจเธอกลับกระ
น้ำหอมก้าวเข้าแผนกท่ามกลางความเงียบงันจนน่าประหลาด สายตาสวยปะทะกองกระเช้าดอกไม้และขนมราคาแพงที่ถูกนำมาวางเรียงพูนจนล้นโต๊ะทำงานส่วนตัวของเธอกลุ่มคนช่างนินทายืนตัวลีบหลบสายตา “สวัสดียามเช้าจ้ะน้ำหอม” ใครคนหนึ่งฝืนยิ้มทักทายอย่างลนลานเพราะหวาดเกรงอำนาจของธีระที่อาจสั่งปลดพวกเขาให้พ้นจากตำแหน่งงานได้เพียงแค่การสะบัดมือเธอวางกระเป๋าพลางขยับสะโพกผายภายใต้ชุดรัดรูปอย่างมั่นคง “ขอบคุณค่ะ แต่ทีหลังไม่ต้องลำบากหรอก” น้ำหอมเอ่ยเสียงเรียบนิ่งทว่าเว้นระยะห่างในความสัมพันธ์อย่างชัดเจน“พี่ขอโทษจริงๆ อย่าถือสาพวกพี่เลยนะ” พนักงานสาวพยายามคว้าแขนเรียวไว้แต่เธอกลับเบี่ยงเอวคอดหลบเลี่ยงอย่างนุ่มนวล ทิ้งระยะห่างในแบบของคนที่เป็นฝ่ายถือไพ่เหนือกว่าหญิงสาวยิ้มรับตามมารยาททว่าดวงตากลับเย็นชาไร้ความรู้สึก ความเชื่อใจที่เสียไปไม่อาจซ่อมคืนได้เพียงเพราะคำหวานจอมปลอมที่พ่นออกมาเพื่อรักษาความมั่นคงของตัวเองเท่านั้นนนท์แจ้งกำหนดการสำคัญให้พนักงานทุกคนทราบ ธีระสั่งเรียกประชุมด่วนทั้งบริษัทเพื่อประกาศเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องรับรู้โดยพร้อมเพรียงกันในเวลานี้ทันที“เชิญทุกคนเข้าประจำที่ครับ” นนท์ประกาศขณะที่พนักง
“ไปได้ซะทีนะ.... ยัยน้ำหอม” พราวฟ้านั่งไขว่ห้างโชว์เรียวขาเนียน ขยับเอวคอดฮัมเพลงพลางนึกภาพน้ำหอมลาออก อกอวบสะท้อนอย่างอารมณ์ดีโดยไม่รู้เลยว่าหายนะกำลังมาถึงในไม่กี่วินาทีต่อจากนี้“พราวฟ้า!” ประตูถูกผลักโครม พ่อแม่โยนเอกสารลงโต๊ะ สะโพกผายสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ร่างบางสั่นเทาขณะเผชิญแรงกดดันที่แผ่ซ่านไปทั่วจนบรรยากาศรอบตัวดูมืดมนลงทันตา“นี่มันอะไร.... ดูสิ่งที่แกทำ!” พ่อตะคอกชี้หลักฐานที่ธีระส่งให้ ลำคอระหงหดเกร็งขณะสบสายตาพ่อที่โกรธจัด บรรยากาศร้อนระอุด้วยไอโทสะที่น่าเกรงขามเกินกว่าจะเอ่ยแก้ตัว“พ่อคะ.... คือ.... พราว....” เธอมองหลักฐานจนหน้าซีด อกอวบสะท้อนรัวตามจังหวะใจที่สั่นระรัว คำปฏิเสธจุกอยู่ที่คอเมื่อความจริงมัดตัวแน่นจนดิ้นไม่หลุดจากบ่วงกรรมที่ก่อขึ้นมาเองกับมือแท้ๆ“ฉันไม่ช่วย.... แกทำตระกูลป่นปี้เพราะความอิจฉา!” พ่อประกาศกร้าวท่ามกลางความเงียบ พราวฟ้านั่งสั่นไร้ทางสู้ท่ามกลางชื่อเสียงที่พังทลายลงในพริบตา“แม่คะ....” พราวฟ้าเรียกเสียงสั่นแต่แม่ที่เคยโอ๋กลับนิ่งเฉย อกสะท้อนด้วยความผิดหวังจนเบือนหน้าหนี พราวฟ้านั่งไหล่ตก เอวบางสั่นเทาขณะมองผู้เป็นแม่ที่เมินหยาดน้ำตาเธออย่าง
ข่าวเรื่องพราวฟ้าถูกกักบริเวณส่งถึงหูพ่อแม่ของธีระจนบ้านลุกเป็นไฟ พ่อของเขาตำหนิลูกชายทันทีว่าเป็นต้นเหตุให้เรื่องบานปลายและสร้างความอับอาย“ถ้าแกไม่ไปยกเลิกหมั้นบ้าๆ นั่น... เรื่องมันก็คงไม่พังยับเยินขนาดนี้หรอก!” บิดาตะคอกด้วยความโมโหที่ความสัมพันธ์สองครอบครัวร้าวราน แต่ผู้เป็นแม่รีบก้าวเข้ามาขวา
ธีระก้าวลงจากรถด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว มือหนากระชับซองเอกสารสีน้ำตาลที่บรรจุความลับไว้แน่นร่างสูงเดินตรงเข้าบ้านหลังใหญ่ที่คุ้นเคยเพื่อพบพ่อแม่ของพราวฟ้าโดยตรง เขาต้องการจบเรื่องวุ่นวายพวกนี้ให้หมด เพื่อปกป้องน้ำหอมจากปัญหาที่พราวฟ้าก่อไว้“สวัสดีครับคุณอา พอดีผมมีเรื่อ
พราวฟ้ากวาดสายตามองประวัติพนักงานของน้ำหอมในแท็บเล็ตด้วยสีหน้าเรียบเฉย เอวคอดกิ่วเอนพิงเก้าอี้ หน้าอกที่ยกขึ้นลงเบาๆ ข้อมูลพื้นฐานพวกนี้เธอรู้ดีอยู่แล้ว แต่เธอต้องการเรื่องที่ลึกกว่านั้น“ฉันอยากรู้ว่าจริงๆ แล้วยัยนั่นเป็นคนยังไง... มีจุดอ่อนหรือมีความลับอะไรซ่อนอยู่บ้าง ไปสืบมาให้ได้มากที่สุด” พรา
เสียงซุบซิบดังระงมทั่วแผนกเมื่อกานต์เริ่มโปรยข่าวลือเรื่องผู้บริหารคนใหม่ “คนนั้นแหละ ที่แอบพาน้ำหอมไปอยู่ด้วยกันในที่ลับตาคน” เธอจงใจใส่ไฟให้ทุกคนเชื่อพนักงานรอบข้างเริ่มต่อเติมข้อมูลกันเองจนกลายเป็นเรื่องฉาวโฉ่ “นึกว่าใส ที่แท้ก็อยากจับคนมีอำนาจเหมือนกัน” เสียงจิกกัดแว่วเข้าหูทำให้น้ำหอมหน้าชาดิก







