แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: เวสเปอร์ ชอว์
ฉันหันไปทางต้นเสียง และเห็นชายหนุ่มหน้าตาโดดเด่นคนหนึ่งยืนอยู่ตรงประตู โดยมีบอดี้การ์ดสี่คนในชุดสูทสีดำยืนขนาบอยู่ด้านหลัง

วันนั้นเขาสวมสูทสีเทาถ่านที่ตัดเย็บอย่างประณีต ด้วยความสูงเกือบหกฟุตสามนิ้ว เขาจึงโดดเด่นไม่ว่าจะอยู่ท่ามกลางฝูงชนใด และใบหน้าของเขาก็ดูราวกับหลุดออกมาจากปกนิตยสาร

หากจะหาข้อตำหนิจากตัวเขาสักอย่าง ก็คงเป็นแววตาเย็นเยียบยามที่มองมาทางฉัน

เขาก้าวยาว ๆ เข้ามาในห้อง รองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนเกิดเป็นเสียงทึบหนัก

“นิโคล” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือความรำคาญ “ฉันบอกให้เธอมาที่นี่เพื่อลองชุดแต่งงาน แล้วทำไมถึงก่อเรื่องทะเลาะวิวาทต่อหน้าคนอื่นจนวุ่นวายแบบนี้”

สีหน้าของนิโคลเปลี่ยนไปในทันที เธอเม้มปากอย่างน้อยอกน้อยใจและแสร้งทำสีหน้าเจ็บปวด “ลีออน เธอเป็นคนเริ่มก่อนนะ! เธอด่าฉันก่อน แถมยังพยายามแย่งชุดไปจากฉันอีก!”

ฉันพินิจมองชายตรงหน้า “งั้นคุณก็คือลีออนสินะ” ฉันถาม “ว่าที่สามีของฉัน?”

“ใช่ ผมคือลีออน สก็อตต์” เขาตอบพลางหันมาเผชิญหน้ากับฉัน น้ำเสียงของเขาเย็นชาไร้ความรู้สึก

ฉันอ้าปากเพื่อแนะนำตัว “ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันคือ—”

เขายกมือขึ้นขัดจังหวะฉัน “ไม่ต้องหรอก ผมไม่สนใจเลยว่าคุณเป็นใคร”

ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เมื่อครู่นี้ฉันคงฟังผิดไปแน่ ๆ

ฉันคือลูกสาวเพียงคนเดียวของตระกูลโมเร็ตติ เจ้าหญิงผู้เป็นที่รักและหวงแหนที่สุดแห่งโลกใต้ดินของนิวยอร์ก

แต่คู่หมั้นของฉันกลับกล้าพูดกับฉันแบบนั้น ทั้งที่งานแต่งงานยังไม่ทันเริ่มด้วยซ้ำ ช่างน่าเหลือเชื่อจริง ๆ!

“ลีออน” ฉันเรียก พยายามควบคุมน้ำเสียงให้สงบ แม้ไฟโทสะจะลุกโชนอยู่ในอก “ฉันรู้ว่าเราไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน และรู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นสิ่งที่พ่อของเราทั้งคู่จัดการให้ แต่การพูดขัดฉันกลางประโยคแบบนั้น คุณไม่คิดว่ามันเสียมารยาทไปหน่อยเหรอ”

คำพูดของฉันทำให้ความเฉยเมยบนใบหน้าของเขาจางหายไป ลีออนเหลือบมองฉันทางหางตา ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะ “เสียมารยาทงั้นเหรอ โรซาลินา ลองส่องกระจกดูตัวเองให้ดี เธอคิดจริง ๆ เหรอว่าตัวเองคู่ควรกับคนอย่างฉัน”

สายตาของเขากวาดมองฉันตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ไล่ตั้งแต่เสื้อสเวตเตอร์ไหมพรม กางเกงยีนส์ ไปจนถึงรองเท้าส้นแบน

เมื่ออยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยชุดราตรีชั้นสูง ฉันก็ดูเหมือนนักท่องเที่ยวที่บังเอิญเดินหลงเข้ามาจริง ๆ

เขาแค่นเสียงอย่างเย็นชา “ฉันจะพูดให้ชัดเจนเลยนะ ถ้าพ่อไม่ได้บังคับให้ฉันแต่งงานกับเธอ ฉันคงไม่ชายตามองเธอแม้แต่วินาทีเดียว คนไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างเธอ ไม่มีความสามารถอะไร มีดีแค่หน้าตาสวย”

เขาจงใจเน้นเสียงดังในช่วงท้าย ราวกับต้องการให้ทุกคนในห้องได้ยิน “แล้วอย่าเข้าใจผิดล่ะ การแต่งเข้าตระกูลสก็อตต์ไม่ได้ทำให้เธอกลายเป็นคนของตระกูลเราหรอกนะ ฉันจะไม่มีวันแตะต้องเธอ ไม่ว่าตอนนี้หรือเมื่อไรก็ตาม”

ฉันรู้ว่าเขาไม่รู้เลยว่าตัวตนที่แท้จริงของฉันคือใคร และฉันก็ไม่มีความสนใจจะโต้เถียงกับเขาเช่นกัน

ฉันโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ทั้งยังมีรอยยิ้มจาง ๆ ผุดขึ้นตรงมุมปาก “ในเมื่อคุณพูดชัดเจนถึงขนาดนี้ ฉันก็จะไม่ฝืน แต่มีอยู่อย่างหนึ่ง ในเมื่อเป็นแบบนี้ งานแต่งงานที่กำลังจะมาถึงของเราก็ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นแล้วใช่ไหม”

ฉันหวังว่าเราจะสามารถแยกทางกันอย่างสงบ แต่ผู้ชายคนนี้กลับไม่ยอมรับฟัง เขาคงคิดว่าฉันแค่กำลังงอแงประชดประชันเท่านั้น

“โรซาลินา อย่ามาเล่นตัวกับฉันนะ!” เขาก้าวเข้ามายืนค้ำอยู่เหนือฉัน “เธอรู้ไหมว่ามีผู้หญิงในนิวยอร์กตั้งกี่คนที่อยากแต่งเข้าตระกูลของฉันจนตัวสั่น”

แทนที่จะโกรธ ฉันกลับหัวเราะออกมา “ลีออน ฉันไม่สนหรอกนะว่าผู้หญิงคนอื่นต้องการอะไร ฉันแค่ไม่อยากข้องเกี่ยวกับนาย ส่วนตระกูลสก็อตต์อันสูงส่งของนาย ฉันพูดได้แค่ว่าสิ่งนี้ไม่มีความหมายอะไรสำหรับฉันเลย”

ทันทีที่คำพูดเหล่านั้นหลุดออกจากปากฉัน คนทั้งห้องลองชุดก็แตกฮือ

“พระเจ้า ผู้หญิงคนนี้เสียสติไปแล้ว! เธอกล้าพูดกับคุณสก็อตต์แบบนั้นจริง ๆ เหรอเนี่ย เธอบ้าไปแล้วหรือไง” พนักงานขายคนหนึ่งยกมือปิดปากด้วยความไม่อยากเชื่อ

“นั่นสิ ลีออนคือชายในฝันของผู้หญิงทุกคนในนิวยอร์ก ทั้งร่ำรวย หล่อ สูง แถมยังหุ่นดี แต่ผู้หญิงไม่รู้เรื่องรู้ราวคนนี้กลับไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าตัวเองโชคดีแค่ไหน เธอได้รับโอกาสทองที่อาจมีได้แค่ครั้งเดียวในชีวิตเลยนะ!” พนักงานอีกคนพูดเสริมพลางส่ายหน้า

“ต่อให้ต้องใส่ถุงขยะ ฉันก็ยอม ขอแค่ได้แต่งเข้าตระกูลสก็อตต์ก็พอ” ใครอีกคนพึมพำเสียงเบา “นั่นไม่ต่างจากถูกลอตเตอรี่รางวัลใหญ่เลย!”

เสียงกระซิบกระซาบยังคงดังมาจากทุกทิศทาง แต่ฉันไม่ใส่ใจ

ในนิวยอร์ก ตระกูลสก็อตต์เป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงและฐานะโดดเด่นจริง ๆ อาณาจักรธุรกิจของพวกเขาแผ่ขยายไปทั่วประเทศ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าอำนาจเบ็ดเสร็จ เงินทองทั้งหมดนั้นก็เป็นแค่ตัวเลขบนหน้ากระดาษ

ฉันยังจำภาพแอนโทนี สก็อตต์ได้ดี เขาคือพ่อของลีออน ผู้นำตระกูลสก็อตต์ และเจ้าพ่อแห่งวงการอุตสาหกรรมที่ได้รับความเคารพในทุกห้องประชุม แต่กลับต้องก้มหัวประจบประแจงต่อหน้าพ่อของฉัน

เขาเคยวางมือบนอกและให้คำมั่นว่าลีออนจะดูแลฉันเป็นอย่างดี

เขาคงยังไม่รู้ว่าลูกชายของตัวเองเพิ่งทำลายสายสัมพันธ์เพียงหนึ่งเดียว ซึ่งอาจยกระดับตระกูลสก็อตต์ไปสู่จุดสูงสุดที่พวกเขาไม่เคยแม้แต่จะฝันถึง ด้วยมือของตัวเอง

“โรซาลินา!” เสียงของลีออนพลันสูงขึ้น และในที่สุดประกายความโกรธอย่างแท้จริงก็วาบผ่านดวงตาของเขา “ฉันจะถามเธอเป็นครั้งสุดท้าย เธอต้องการยกเลิกงานแต่งงานจริง ๆ ใช่ไหม”

ฉันสบตาเขาโดยไม่หวั่นไหว ก่อนพยักหน้าช้า ๆ อย่างหนักแน่น “แน่นอน”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ความเดือดดาลของพ่อมาเฟียของฉัน   บทที่ 8

    นิโคลโขกหน้าผากลงกับพื้นเป็นจังหวะหนัก ๆ ขณะวิงวอนขอความเมตตาจากฉันไม่นาน บาดแผลสดที่มีเลือดไหลก็ปรากฏขึ้นบนหน้าผาก ปะปนกับบาดแผลติดเชื้อบนแก้ม ใบหน้าทั้งหมดของเธออยู่ในสภาพน่าสยดสยอง ทั้งบวมแดง มีน้ำเหลืองไหล และแทบไม่เหลือเค้าเดิมของมนุษย์ลีออนมองดูเธอก้มหัวอ้อนวอน และในที่สุดบางสิ่งภายในตัวเขาก็พังทลาย ศักดิ์ศรีที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดสลายหายไปจนหมดเขากดหน้าผากแนบกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ น้ำเสียงอู้อี้และยอมจำนน “คุณโมเร็ตติ ผมทั้งโง่และหยิ่งยโส ผมทำร้ายคุณ และผมผิดเอง ผมสาบานว่าจะไม่ทำตัวแบบนั้นอีก และจะไม่ดูถูกใครอีกแล้ว ได้โปรด… ได้โปรดปล่อยผมไปเถอะ”ฉันดื่มกาแฟจนหมด ก่อนวางถ้วยลงบนจานรองข้างตัวอย่างแผ่วเบา แล้วจึงเอ่ยช้า ๆ เน้นชัดทีละคำ “พวกคุณพูดเสียเหมือนฉันเป็นสัตว์ประหลาดน่ากลัวอะไรสักอย่าง ที่นี่เป็นสังคมที่เจริญแล้วนะ แล้วฉันจะทำเรื่องผิดกฎหมายไปทำไม”ดวงตาของแอนโทนีฉายประกายแห่งความหวัง เขาโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย “นั่นหมายความว่า… คุณยกโทษให้ลีออนแล้วเหรอครับ”มุมปากของฉันยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม “แน่นอน ถึงพวกเขาจะทำร้ายฉัน แต่ฉันก็เอาคืนไปแล้ว ถือว่าเราหายกัน”ลีออนกั

  • ความเดือดดาลของพ่อมาเฟียของฉัน   บทที่ 7

    ลีออนหันขวับมาทางฉันและยกนิ้วอันสั่นเทาขึ้นชี้ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและขาดห้วง “พ่อ เธอเป็นคนทำ! เธอขังผมไว้ในห้องใต้ดิน! ไม่ยอมให้ผมนอน แถมยังเอาอาหารบูดมาให้ผมกินอีก!”รอยยิ้มค่อย ๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากของฉัน ฉันเอนหลังพิงโซฟา ก่อนยกถ้วยกาแฟขึ้นอย่างไม่รีบร้อน“แต่ถึงอย่างนั้น” ฉันกล่าวพลางจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์ “นายก็กินเสียหมดทุกคำอย่างเอร็ดอร่อยไม่ใช่เหรอ”ทุกวัน ฉันสั่งให้บอดี้การ์ดนำอาหารไปให้ลีออนกับนิโคลเพียงมื้อเดียว เป็นอาหารเย็นชืดที่บูดเสียแล้วในช่วงสองสามวันแรก ลีออนอาละวาดอย่างหนัก เขาประกาศว่าตัวเองคือซีอีโอของสก็อตต์กรุ๊ป และยอมอดตายเสียยังดีกว่าแตะต้องอาหารขยะพวกนั้นแต่ความหิวสามารถทำให้แม้แต่คนที่หยิ่งผยองที่สุดต้องยอมลดทิฐิลงได้เมื่อถึงวันที่สาม เขากับนิโคลก็แย่งอาหารกันราวกับสัตว์ที่กำลังอดอยาก ใช้นิ้วกวาดเศษอาหารทุกชิ้นจนหมด แล้วเลียจานเสียสะอาดเกลี้ยงตอนที่บอดี้การ์ดเล่าเหตุการณ์นั้นให้ฉันฟัง ว่าทั้งคู่ถึงกับแนบใบหน้าลงกับขอบจานอย่างไร ฉันแทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ใบหน้าของลีออนบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ เขาอ้าปากเตรียมพ่นคำด่าใส่ฉันอีกครั้งแต่ก่อนที่เขาจะทันพูดอะไร

  • ความเดือดดาลของพ่อมาเฟียของฉัน   บทที่ 6

    วินาทีต่อมา พ่อหยิบปืนลูกโม่ออกจากกระเป๋า แล้วจ่อปากกระบอกปืนเข้าที่ขมับของลีออนดวงตาของลีออนเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ฟันกระทบกันดังกรอด แต่กลับไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากจากนั้นกลิ่นฉุนก็ลอยมาเตะจมูก คราบสีเข้มอุ่น ๆ แผ่กระจายตรงเป้ากางเกงของเขา ก่อนหยดลงไปนองอยู่บนพื้นหินอ่อนเบื้องล่างฉันย่นจมูกด้วยความรังเกียจ ก่อนเอื้อมมือไปวางบนแขนของพ่อพลางส่ายหน้า“พ่อ” ฉันเอ่ยเสียงเบา “อย่าเปลืองกระสุนกับไอ้โง่นี่เลย ไม่คุ้มที่พ่อต้องทำให้มือตัวเองเปื้อนเลือด ให้ฉันจัดการเอง ฉันมีวิธีทำให้พวกมันชดใช้ในแบบของฉัน”ฉันหันไปสั่งบอดี้การ์ด “พาพวกมันไปขังไว้ในห้องใต้ดินของคฤหาสน์”บอดี้การ์ดสองคนพยักหน้า ก่อนคว้าแขนลีออนกับนิโคลแล้วลากตัวพวกเขาไปทางประตูใบหน้าของนิโคลยังคงชุ่มไปด้วยเลือด เธอร้องคร่ำครวญขณะถูกลากไปตามพื้นรองเท้าหนังของลีออนครูดไปกับพื้นหินอ่อนขัดเงา ทิ้งรอยยาวน่าเกลียดไว้เบื้องหลังเมื่อทั้งสองคนถูกลากหายออกไปทางประตู ฉันก็แนบตัวเข้ากับแขนพ่อแล้วซบแก้มลงบนไหล่ของเขาฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเจือการอ้อนวอน “พ่อ หนูเจ็บหน้ามากเลย พาหนูไปโรงพยาบาลตอนนี้ได้ไหม”ในที่สุด คำพูดนั้นก็ดึ

  • ความเดือดดาลของพ่อมาเฟียของฉัน   บทที่ 5

    ฉันไม่ใช่คนที่ให้อภัยใครง่าย ๆ มาแต่ไหนแต่ไร และวันนี้ หลังจากนิโคลทำให้ฉันต้องอับอายต่อหน้าทุกคน ฉันไม่มีทางปล่อยให้เธอลอยนวลไปโดยไม่เป็นอะไรแน่นอนฉันยันตัวลุกขึ้นจากพื้น ความเจ็บหน่วงบริเวณหัวเข่าทำให้ร่างเซไปชั่วขณะ พ่อจึงเอื้อมมือมาประคองแขนฉันไว้ฉันสูดหายใจเข้าลึก สายตาจับจ้องนิโคล ก่อนก้าวตรงเข้าไปหาเธอจากนั้นฉันก็ยกมือขึ้นตบหน้าเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าเสียงตบดังเพียะต่อเนื่องกันอย่างรวดเร็ว แก้มของนิโคลบวมขึ้นตามแรงตบแต่ละครั้ง มุมปากของเธอปริแตกจนเลือดซึมออกมาจากนั้นฉันก็ก้มลงหยิบมีดโกนแต่งคิ้วที่เธอใช้กรีดหน้าฉัน ใบมีดสีเงินยังคงมีร่องรอยเลือดของฉันติดอยู่ฉันกำด้ามมีดโกนแน่น แล้วค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้เธอทีละน้อยนิโคลตัวสั่นอย่างรุนแรง เธอพยายามตะเกียกตะกายถอยหนี แต่บอดี้การ์ดตรึงตัวเธอไว้แน่น “อ-อย่ากล้าแตะหน้าฉันนะ” เธอพูดตะกุกตะกัก น้ำเสียงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว “ฉันจะฆ่าแก! ฉันสาบานว่าฉันจะ—”ฉันไม่ปล่อยให้เธอพูดจบ แต่สะบัดใบมีดกรีดผ่านแก้มของเธออย่างรวดเร็วนิโคลกรีดร้องเสียงแหลม บาดแผลสีแดงเข้มปรากฏขึ้นบนแก้ม เลือดเอ่อซึมออกมาตามแนวรอยกรีดฉันกรีดซ้ำอีกครั้ง แล้วครั้งเล่า

  • ความเดือดดาลของพ่อมาเฟียของฉัน   บทที่ 4

    ทันทีที่เห็นร่างของพ่อยืนอยู่ตรงประตู อารมณ์ทั้งหมดที่ฉันเก็บกดไว้ก็พังทลายลงฉันร้องเรียกทั้งน้ำตาด้วยเสียงสั่นเครือ “พ่อ!”พ่อก้าวยาว ๆ เพียงสามก้าวก็ข้ามห้องมาถึงตัวฉัน ก่อนจะผลักบอดี้การ์ดสองคนนั้นออกไปในครั้งเดียว แล้วประคองใบหน้าของฉันไว้ด้วยมือทั้งสองข้างเมื่อเห็นบาดแผลฉีกขาดสองรอยบนแก้มและเลือดที่เปรอะเปื้อนทั่วคาง ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ“โรซี่…” นิ้วโป้งของเขาลูบเบา ๆ ไปตามขอบบาดแผลและเช็ดหยดเลือดออก ปลายนิ้วของพ่อสั่นเทา ขณะที่ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดอย่างไม่อาจปิดบังพ่อดึงฉันเข้าไปกอด ฉันจึงซบหน้าผากลงบนไหล่ของเขาทันทีที่เอนตัวเข้าหาพ่อ ฉันก็ไม่อาจกลั้นความรู้สึกไว้ได้อีกต่อไป น้ำตาที่ไหลปะปนกับเลือดซึมลงบนเนื้อผ้าของเสื้อสูทผู้คนที่ยืนมุงดูอยู่รอบ ๆ สังเกตเห็นรถลีมูซีนด้านนอก เสียงกระซิบกระซาบจึงดังขึ้นท่ามกลางฝูงชน“ดูรถคันนั้นสิ รถลีมูซีนคันยาวรุ่นลิมิเต็ดระดับโลกเลยนะ! เจ้าของรถต้องทั้งร่ำรวยและมีอำนาจมากแน่ ๆ คราวนี้นิโคลหาเรื่องผิดคนแล้ว”“ไม่มีทางหรอก ต่อให้เธอมีเงิน ครอบครัวของเธอก็คงไม่มีอำนาจมากกว่าตระกูลสก็อตต์”เห็นได้ชัดว่านิโคลก็คิดเช่นเดียวกั

  • ความเดือดดาลของพ่อมาเฟียของฉัน   บทที่ 3

    ฉันหันหลังเตรียมเดินจากไปโดยไม่รอคำตอบจากลีออน แต่นิโคลกลับไม่ยอมจบเรื่องเมื่อมีลีออนอยู่ด้วย นิโคลก็ยิ่งได้ใจ เธอก้าวเข้ามาขวางทางฉัน “นังสารเลว อย่าคิดหนีนะ! แกทำร้ายฉันต่อหน้าทุกคนจนฉันต้องอับอาย เรื่องของเรายังไม่จบ!”ฉันปรายตามองเธออย่างเย็นชา “แล้วเธอคิดจะทำยังไงล่ะ”นิโคลยิ้มเยาะเพราะคิดว่าฉันกำลังหวาดกลัว เธอยกมือขึ้นแล้วเหวี่ยงเข้าหาใบหน้าฉัน “ฉันจะหยุดก็ต่อเมื่อฉันพอใจ!”ฉันคว้าข้อมือของเธอไว้กลางอากาศ ก่อนยกมืออีกข้างขึ้นตบหน้าเธออย่างแรงเสียงตบดังเพียะก้องไปทั่วห้องลองชุดอันเงียบสงัด ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ ก่อนน้ำตาจะเอ่อคลอขึ้นมาทันที “นังสารเลว! แกกล้าดียังไง!”ฉันสะบัดหลังมือตบเธอซ้ำอีกครั้ง “ทีนี้พอใจหรือยัง” ฉันถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบสองฝ่ามือนั้นทำให้ความหยิ่งผยองของนิโคลหายไปจนหมด เธอยกมือกุมแก้มที่แดงก่ำ แล้วรีบหลบไปอยู่ข้างหลังลีออนพร้อมดึงแขนเสื้อสูทของเขาเธอสะอื้นไห้ “ลีออน! คุณต้องปกป้องฉันนะ! เธอตบฉัน! ตบต่อหน้าคุณเลย!”ลีออนดึงนิโคลเข้ามากอด แล้วใช้นิ้วลูบแก้มแดงระเรื่อของเธออย่างอ่อนโยนเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองฉัน ดวงตาคู่นั้นก็เย็นเยียบรา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status