Share

บทที่ 3

Author: เวสเปอร์ ชอว์
ฉันหันหลังเตรียมเดินจากไปโดยไม่รอคำตอบจากลีออน แต่นิโคลกลับไม่ยอมจบเรื่อง

เมื่อมีลีออนอยู่ด้วย นิโคลก็ยิ่งได้ใจ เธอก้าวเข้ามาขวางทางฉัน “นังสารเลว อย่าคิดหนีนะ! แกทำร้ายฉันต่อหน้าทุกคนจนฉันต้องอับอาย เรื่องของเรายังไม่จบ!”

ฉันปรายตามองเธออย่างเย็นชา “แล้วเธอคิดจะทำยังไงล่ะ”

นิโคลยิ้มเยาะเพราะคิดว่าฉันกำลังหวาดกลัว เธอยกมือขึ้นแล้วเหวี่ยงเข้าหาใบหน้าฉัน “ฉันจะหยุดก็ต่อเมื่อฉันพอใจ!”

ฉันคว้าข้อมือของเธอไว้กลางอากาศ ก่อนยกมืออีกข้างขึ้นตบหน้าเธออย่างแรง

เสียงตบดังเพียะก้องไปทั่วห้องลองชุดอันเงียบสงัด ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ ก่อนน้ำตาจะเอ่อคลอขึ้นมาทันที “นังสารเลว! แกกล้าดียังไง!”

ฉันสะบัดหลังมือตบเธอซ้ำอีกครั้ง “ทีนี้พอใจหรือยัง” ฉันถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

สองฝ่ามือนั้นทำให้ความหยิ่งผยองของนิโคลหายไปจนหมด เธอยกมือกุมแก้มที่แดงก่ำ แล้วรีบหลบไปอยู่ข้างหลังลีออนพร้อมดึงแขนเสื้อสูทของเขา

เธอสะอื้นไห้ “ลีออน! คุณต้องปกป้องฉันนะ! เธอตบฉัน! ตบต่อหน้าคุณเลย!”

ลีออนดึงนิโคลเข้ามากอด แล้วใช้นิ้วลูบแก้มแดงระเรื่อของเธออย่างอ่อนโยน

เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองฉัน ดวงตาคู่นั้นก็เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “เธอกล้าแตะต้องผู้หญิงของฉัน” เขาเอ่ยด้วยเสียงคำรามต่ำ “ดูท่าจะไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ”

เขายกมือขึ้น บอดี้การ์ดสี่คนที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ก้าวออกมาทันที ก่อนกระจายตัวล้อมฉันไว้เป็นวง

ก่อนที่พวกเขาจะทันแตะต้องตัวฉัน ฉันก็ชิงลงมือก่อน

ฉันเหวี่ยงหมัดใส่บอดี้การ์ดที่อยู่ใกล้ที่สุด หมัดกระแทกเข้ากลางจมูกเขาเต็มแรง ชายคนนั้นส่งเสียงคราง ก่อนเซถอยหลังไปชนราวแขวนชุดราตรี

ถึงแม้ฉันจะจัดการคนหนึ่งได้อย่างง่ายดาย แต่จำนวนของพวกเขามีมากกว่า

บอดี้การ์ดอีกคนคว้าแขนฉันจากด้านหลังแล้วเหวี่ยงฉันลงกับพื้น หัวเข่าฉันกระแทกพื้นหินอ่อนจนเกิดเสียงดังน่าหวาดเสียว ความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลัง

จากนั้นบอดี้การ์ดคนที่สามก็ถีบเข้าที่สีข้างของฉัน ความเจ็บปวดทำให้ฉันงอตัวลงแทบเป็นสองท่อน

พวกเขากระชากฉันให้ลุกขึ้นแล้วลากไปตรงหน้าลีออน โดยบิดแขนทั้งสองข้างไพล่ไว้ด้านหลัง ทุกการเคลื่อนไหวทำให้ความเจ็บปวดระลอกใหม่แล่นผ่านซี่โครง

ลีออนโอบไหล่นิโคลพลางก้มมองฉัน รอยยิ้มเย็นชาปรากฏอยู่ตรงมุมปาก

“นิโคล” เขาเอ่ย “วันนี้เธออยากทำอะไรกับยัยนี่ก็ทำเลย ส่วนผลที่ตามมา ฉันจะจัดการเอง”

คำพูดนั้นทำให้ความมั่นใจของนิโคลกลับคืนมาในทันที เธอย่อตัวลงตรงหน้าฉัน ก่อนตบซ้ายตบขวาอย่างแรง แก้มของฉันร้อนผ่าวและเริ่มบวมขึ้นอย่างรวดเร็ว

จากนั้นเธอก็ถ่มน้ำลายใส่หน้าฉัน “นังสารเลว! เมื่อกี้ยังทำเป็นเก่งอยู่เลย แล้วตอนนี้ความปากดีของแกหายไปไหนแล้วล่ะ”

น้ำลายของเธอไหลลงมาตามคาง ฉันหันหน้าหนีด้วยความอัปยศและกัดกรามแน่นจนรู้สึกปวดฟัน

แต่นิโคลยังไม่ยอมหยุดเพียงเท่านั้น

เธอกระแทกส้นรองเท้าเข้าที่ท้องของฉัน ฉันส่งเสียงครางอู้อี้แล้วงอตัวลง ความเจ็บปวดรุนแรงราวกับถูกค้อนปอนด์ฟาดเข้าเต็มแรง

ฉันฝืนเงยหน้ามองเธอ ก่อนเลื่อนสายตาไปยังลีออน น้ำเสียงสั่นเทาด้วยความเจ็บปวด “ฟังไว้ให้ดี พวกเธอต้องชดใช้เรื่องนี้ พวกเธอทั้งสองคนเลย!”

นิโคลหัวเราะเสียงดังอย่างโหดเหี้ยม เธอใช้เล็บจิกคางฉันและบังคับให้เงยหน้าขึ้น “ตระกูลสก็อตต์เป็นหนึ่งในสามขั้วอำนาจใหญ่ที่สุดของนิวยอร์ก แล้วแกจะทำอะไรพวกเราได้ แกมันก็แค่คนไร้หัวนอนปลายเท้า วันนี้ฉันจะทำให้แกเห็นเองว่า คนที่กล้ามาหาเรื่องฉันจะต้องเจอกับอะไร!”

เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าแล้วหยิบมีดโกนแต่งคิ้วขนาดเล็กออกมา ใบมีดสีเงินสะท้อนแสงเป็นประกาย

เธอกำมีดโกนแน่น ก่อนลากมันผ่านใบหน้าของฉันโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

ความเจ็บแสบแผดเผาฉีกผ่านแก้มของฉัน ผิวหนังปริแยกออกจากกัน เลือดผุดซึมขึ้นตามแนวแผล ของเหลวอุ่นไหลลงมาตามกราม ก่อนซึมเข้าไปในเสื้อสเวตเตอร์สีอ่อนจนกลายเป็นคราบแดงฉาน

ใครบางคนที่อยู่ใกล้ ๆ อุทานขึ้น “พวกเราบอกเธอแล้วว่าอย่าไปหาเรื่องตระกูลสก็อตต์ แต่เธอก็ไม่ฟัง แล้วดูสภาพตอนนี้สิ”

“หน้าตาออกจะสวย น่าเสียดายที่ต้องมีแผลเป็น” อีกเสียงหนึ่งพูดพลางถอนหายใจ

“คนอย่างพวกเราควรรู้จักเจียมตัว และไม่ควรไปยั่วคนที่ไม่ควรยุ่งด้วย” ใครอีกคนพูดเสริม

นิโคลยกมีดโกนขึ้นอีกครั้ง โลหะเย็นเฉียบกดแนบลงบนโหนกแก้มของฉัน

ความหวาดกลัวเกาะกุมหัวใจ ฉันกลัวมาก กลัวอย่างแท้จริง แค่คิดว่าต้องมีแผลเป็นติดตัวไปตลอดชีวิต เลือดในกายก็เย็นเยียบขึ้นมา

ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดเลย เธอต่างหากที่เป็นฝ่ายยั่วยุและด่าทอฉันก่อน

แต่ในเวลานี้ ฉันไม่มีสิทธิ์ยึดถือศักดิ์ศรีอีกต่อไป จึงจำต้องกล้ำกลืนมันลงไปและตัดสินใจร้องขอความเมตตา

ฉันฝืนเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเพราะความตื่นตระหนก “ฉันขอโทษ ชุดนั้นเป็นของเธอ ฉันไม่ควรแย่งมันกับเธอเลย”

เรื่องแก้แค้นเอาไว้ทีหลังได้ แต่ตอนนี้ฉันต้องรักษาใบหน้าของตัวเองไว้ก่อน

แต่นิโคลกลับไม่ยอมปล่อยฉัน เธอกดใบมีดลงแล้วกรีดซ้ำบนแก้มขวา แผลใหม่ตัดผ่านแผลเดิมจนเลือดไหลเป็นสายไม่หยุด

เธอแค่นเสียง “มาขอโทษตอนนี้ก็สายไปแล้ว นังสารเลว! คิดว่าฉันจะปล่อยแกไปง่าย ๆ งั้นเหรอ ไม่มีทาง จนกว่าฉันจะสะใจ!”

ฉันร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแล้วหันไปหาลีออน น้ำตาไหลปะปนกับเลือดอาบใบหน้า “ลีออน นายรู้หรือเปล่าว่าฉันเป็นใคร นายต้องเสียใจแน่ ทั้งนายและเธอ พวกนายจะต้องเสียใจกับทุกสิ่งที่ทำกับฉันในวันนี้!”

ลีออนยังคงล้วงมือไว้ในกระเป๋า เขาเอียงศีรษะพร้อมยิ้มเยาะอย่างดูแคลน “ตัวจริงของเธอเป็นใครงั้นเหรอ เธอมันก็ไม่ใช่ใครทั้งนั้น เป็นแค่ลูกสาวของคนชั้นต่ำที่ไม่รู้ใช้วิธีไหนหลอกพ่อฉัน จนเขาบังคับให้ฉันแต่งงานกับเธอ”

นิโคลย่อตัวลงตรงหน้า ก่อนใช้ด้านแบนของมีดโกนแตะลงบนแก้มข้างที่ยังไม่มีบาดแผล ดวงตาของเธอฉายแววมุ่งร้าย “พ่อของแกมันก็แค่ขยะ เพราะฉะนั้นแกก็เป็นขยะเหมือนกัน ฉันจะถอดเสื้อผ้าแกต่อหน้าทุกคน แกจะได้จดจำบทเรียนครั้งนี้ให้ขึ้นใจ”

เธอเอื้อมมือมาทางคอเสื้อ ทำให้ฉันตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ

ฉันร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก “อย่าแตะต้องฉันนะ!”

ทันใดนั้น โทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าของฉันก็ดังขึ้น

ฉันไม่จำเป็นต้องดูหน้าจอก็รู้ว่าเป็นสายจากพ่อ เพราะเพลงเก่าที่เขาเคยผิวปากให้ฉันฟังคือเสียงเรียกเข้าเฉพาะของเขา

ประกายความหวังพลันลุกขึ้นในใจ ฉันดิ้นรนสุดกำลัง หมายจะคว้าโทรศัพท์ให้ได้ แต่บอดี้การ์ดสองคนกลับตรึงตัวฉันไว้แน่น

นิโคลหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าของฉันแล้วกดรับสาย เสียงอ่อนโยนของพ่อดังผ่านลำโพงออกมา

“โรซี่? ลองชุดเป็นยังไงบ้าง ทำไมถึงใช้เวลานานนักกว่าจะรับสายพ่อ”

ฉันกรีดร้องออกไปสุดเสียง “พ่อ! ช่วยหนูด้วย! มารับหนูที! พวกเขาทำร้ายหนู แล้วผู้หญิงคนนั้นยังพยายามจะถอดเสื้อผ้าหนูด้วย!”

น้ำเสียงของพ่อแข็งกร้าวขึ้นในทันที “อะไรนะ! ใครเป็นคนทำลูก!”

นิโคลตะโกนใส่โทรศัพท์ “ฉันเอง! ลูกสาวหมาข้างถนนของแกมันหาเรื่องใส่ตัว ฉันก็แค่ให้สิ่งที่มันสมควรได้รับ!”

เมื่อได้ยินคำพูดนั้น น้ำเสียงของพ่อก็ลดต่ำลงเป็นเสียงคำราม “ฉันไม่สนว่าเธอเป็นใคร ปล่อยลูกสาวฉันเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันสาบานเลยว่า เมื่อฉันไปถึงที่นั่น เธอจะต้องเสียใจ”

“กล้าก็มาเลย! ฉันจะรออยู่ที่นี่ แล้วจะสั่งสอนแกให้เข็ดหลาบเหมือนกัน!” นิโคลตะคอก

จากนั้นเธอก็ตัดสาย แล้วเหวี่ยงโทรศัพท์กระแทกลงกับพื้น

หน้าจอแตกร้าวเป็นลายใยแมงมุม แบตเตอรี่กระเด็นหลุดออกมาแล้วกลิ้งไปหยุดอยู่ตรงมุมห้อง

นิโคลตบหน้าฉันซ้ำอีกครั้ง “ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริง ๆ พ่อของแกก็หยิ่งผยองไม่ต่างจากแก และมันกำลังทำให้ฉันโมโหเต็มที พอพ่อแกมาถึง ฉันก็จะให้มันชดใช้เหมือนกัน!”

ลีออนหัวเราะในลำคอแล้วตบไหล่นิโคล ก่อนโน้มตัวลงมาจนใบหน้าอยู่ห่างจากฉันเพียงไม่กี่นิ้ว “ได้ยินแล้วใช่ไหม ถ้าพ่อแก่ ๆ ของแกโผล่มา มันก็จะต้องคุกเข่าอยู่ข้างแกเหมือนกัน”

ฉันนอนถูกตรึงอยู่บนพื้น โดยมีบอดี้การ์ดสองคนกดตัวไว้แน่น

เลือดจากบาดแผลบนแก้มไหลเข้าไปในปาก รสคาวโลหะปะปนกับความขมขื่นจากความอัปยศ

เวลาเพียงไม่กี่นาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่กลับยาวนานราวกับชั่วนิรันดร์

จากนั้น เมื่อมองผ่านหน้าต่างกระจกสูงจรดเพดานของร้าน ฉันก็เห็นรถลีมูซีนคันยาวสีดำที่คุ้นตาแล่นมาจอดริมถนนด้านนอก

ประตูรถเปิดออก พ่อของฉันก้าวลงมา โดยมีบอดี้การ์ดหกคนในชุดสูทสีเข้มเดินตามมาติด ๆ

เสียงของเขาดังมาจากทางประตู อำนาจสงบนิ่งที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงราวกับกดทับไปทั่วทั้งห้อง ทำให้เสียงกระซิบกระซาบในห้องลองชุดเงียบลงในทันที

“บอกฉันมาสิ” เขาเอ่ย “ใครกันที่อยากสั่งสอนฉันให้เข็ดหลาบ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ความเดือดดาลของพ่อมาเฟียของฉัน   บทที่ 8

    นิโคลโขกหน้าผากลงกับพื้นเป็นจังหวะหนัก ๆ ขณะวิงวอนขอความเมตตาจากฉันไม่นาน บาดแผลสดที่มีเลือดไหลก็ปรากฏขึ้นบนหน้าผาก ปะปนกับบาดแผลติดเชื้อบนแก้ม ใบหน้าทั้งหมดของเธออยู่ในสภาพน่าสยดสยอง ทั้งบวมแดง มีน้ำเหลืองไหล และแทบไม่เหลือเค้าเดิมของมนุษย์ลีออนมองดูเธอก้มหัวอ้อนวอน และในที่สุดบางสิ่งภายในตัวเขาก็พังทลาย ศักดิ์ศรีที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดสลายหายไปจนหมดเขากดหน้าผากแนบกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ น้ำเสียงอู้อี้และยอมจำนน “คุณโมเร็ตติ ผมทั้งโง่และหยิ่งยโส ผมทำร้ายคุณ และผมผิดเอง ผมสาบานว่าจะไม่ทำตัวแบบนั้นอีก และจะไม่ดูถูกใครอีกแล้ว ได้โปรด… ได้โปรดปล่อยผมไปเถอะ”ฉันดื่มกาแฟจนหมด ก่อนวางถ้วยลงบนจานรองข้างตัวอย่างแผ่วเบา แล้วจึงเอ่ยช้า ๆ เน้นชัดทีละคำ “พวกคุณพูดเสียเหมือนฉันเป็นสัตว์ประหลาดน่ากลัวอะไรสักอย่าง ที่นี่เป็นสังคมที่เจริญแล้วนะ แล้วฉันจะทำเรื่องผิดกฎหมายไปทำไม”ดวงตาของแอนโทนีฉายประกายแห่งความหวัง เขาโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย “นั่นหมายความว่า… คุณยกโทษให้ลีออนแล้วเหรอครับ”มุมปากของฉันยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม “แน่นอน ถึงพวกเขาจะทำร้ายฉัน แต่ฉันก็เอาคืนไปแล้ว ถือว่าเราหายกัน”ลีออนกั

  • ความเดือดดาลของพ่อมาเฟียของฉัน   บทที่ 7

    ลีออนหันขวับมาทางฉันและยกนิ้วอันสั่นเทาขึ้นชี้ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและขาดห้วง “พ่อ เธอเป็นคนทำ! เธอขังผมไว้ในห้องใต้ดิน! ไม่ยอมให้ผมนอน แถมยังเอาอาหารบูดมาให้ผมกินอีก!”รอยยิ้มค่อย ๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากของฉัน ฉันเอนหลังพิงโซฟา ก่อนยกถ้วยกาแฟขึ้นอย่างไม่รีบร้อน“แต่ถึงอย่างนั้น” ฉันกล่าวพลางจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์ “นายก็กินเสียหมดทุกคำอย่างเอร็ดอร่อยไม่ใช่เหรอ”ทุกวัน ฉันสั่งให้บอดี้การ์ดนำอาหารไปให้ลีออนกับนิโคลเพียงมื้อเดียว เป็นอาหารเย็นชืดที่บูดเสียแล้วในช่วงสองสามวันแรก ลีออนอาละวาดอย่างหนัก เขาประกาศว่าตัวเองคือซีอีโอของสก็อตต์กรุ๊ป และยอมอดตายเสียยังดีกว่าแตะต้องอาหารขยะพวกนั้นแต่ความหิวสามารถทำให้แม้แต่คนที่หยิ่งผยองที่สุดต้องยอมลดทิฐิลงได้เมื่อถึงวันที่สาม เขากับนิโคลก็แย่งอาหารกันราวกับสัตว์ที่กำลังอดอยาก ใช้นิ้วกวาดเศษอาหารทุกชิ้นจนหมด แล้วเลียจานเสียสะอาดเกลี้ยงตอนที่บอดี้การ์ดเล่าเหตุการณ์นั้นให้ฉันฟัง ว่าทั้งคู่ถึงกับแนบใบหน้าลงกับขอบจานอย่างไร ฉันแทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ใบหน้าของลีออนบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ เขาอ้าปากเตรียมพ่นคำด่าใส่ฉันอีกครั้งแต่ก่อนที่เขาจะทันพูดอะไร

  • ความเดือดดาลของพ่อมาเฟียของฉัน   บทที่ 6

    วินาทีต่อมา พ่อหยิบปืนลูกโม่ออกจากกระเป๋า แล้วจ่อปากกระบอกปืนเข้าที่ขมับของลีออนดวงตาของลีออนเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ฟันกระทบกันดังกรอด แต่กลับไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากจากนั้นกลิ่นฉุนก็ลอยมาเตะจมูก คราบสีเข้มอุ่น ๆ แผ่กระจายตรงเป้ากางเกงของเขา ก่อนหยดลงไปนองอยู่บนพื้นหินอ่อนเบื้องล่างฉันย่นจมูกด้วยความรังเกียจ ก่อนเอื้อมมือไปวางบนแขนของพ่อพลางส่ายหน้า“พ่อ” ฉันเอ่ยเสียงเบา “อย่าเปลืองกระสุนกับไอ้โง่นี่เลย ไม่คุ้มที่พ่อต้องทำให้มือตัวเองเปื้อนเลือด ให้ฉันจัดการเอง ฉันมีวิธีทำให้พวกมันชดใช้ในแบบของฉัน”ฉันหันไปสั่งบอดี้การ์ด “พาพวกมันไปขังไว้ในห้องใต้ดินของคฤหาสน์”บอดี้การ์ดสองคนพยักหน้า ก่อนคว้าแขนลีออนกับนิโคลแล้วลากตัวพวกเขาไปทางประตูใบหน้าของนิโคลยังคงชุ่มไปด้วยเลือด เธอร้องคร่ำครวญขณะถูกลากไปตามพื้นรองเท้าหนังของลีออนครูดไปกับพื้นหินอ่อนขัดเงา ทิ้งรอยยาวน่าเกลียดไว้เบื้องหลังเมื่อทั้งสองคนถูกลากหายออกไปทางประตู ฉันก็แนบตัวเข้ากับแขนพ่อแล้วซบแก้มลงบนไหล่ของเขาฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเจือการอ้อนวอน “พ่อ หนูเจ็บหน้ามากเลย พาหนูไปโรงพยาบาลตอนนี้ได้ไหม”ในที่สุด คำพูดนั้นก็ดึ

  • ความเดือดดาลของพ่อมาเฟียของฉัน   บทที่ 5

    ฉันไม่ใช่คนที่ให้อภัยใครง่าย ๆ มาแต่ไหนแต่ไร และวันนี้ หลังจากนิโคลทำให้ฉันต้องอับอายต่อหน้าทุกคน ฉันไม่มีทางปล่อยให้เธอลอยนวลไปโดยไม่เป็นอะไรแน่นอนฉันยันตัวลุกขึ้นจากพื้น ความเจ็บหน่วงบริเวณหัวเข่าทำให้ร่างเซไปชั่วขณะ พ่อจึงเอื้อมมือมาประคองแขนฉันไว้ฉันสูดหายใจเข้าลึก สายตาจับจ้องนิโคล ก่อนก้าวตรงเข้าไปหาเธอจากนั้นฉันก็ยกมือขึ้นตบหน้าเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าเสียงตบดังเพียะต่อเนื่องกันอย่างรวดเร็ว แก้มของนิโคลบวมขึ้นตามแรงตบแต่ละครั้ง มุมปากของเธอปริแตกจนเลือดซึมออกมาจากนั้นฉันก็ก้มลงหยิบมีดโกนแต่งคิ้วที่เธอใช้กรีดหน้าฉัน ใบมีดสีเงินยังคงมีร่องรอยเลือดของฉันติดอยู่ฉันกำด้ามมีดโกนแน่น แล้วค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้เธอทีละน้อยนิโคลตัวสั่นอย่างรุนแรง เธอพยายามตะเกียกตะกายถอยหนี แต่บอดี้การ์ดตรึงตัวเธอไว้แน่น “อ-อย่ากล้าแตะหน้าฉันนะ” เธอพูดตะกุกตะกัก น้ำเสียงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว “ฉันจะฆ่าแก! ฉันสาบานว่าฉันจะ—”ฉันไม่ปล่อยให้เธอพูดจบ แต่สะบัดใบมีดกรีดผ่านแก้มของเธออย่างรวดเร็วนิโคลกรีดร้องเสียงแหลม บาดแผลสีแดงเข้มปรากฏขึ้นบนแก้ม เลือดเอ่อซึมออกมาตามแนวรอยกรีดฉันกรีดซ้ำอีกครั้ง แล้วครั้งเล่า

  • ความเดือดดาลของพ่อมาเฟียของฉัน   บทที่ 4

    ทันทีที่เห็นร่างของพ่อยืนอยู่ตรงประตู อารมณ์ทั้งหมดที่ฉันเก็บกดไว้ก็พังทลายลงฉันร้องเรียกทั้งน้ำตาด้วยเสียงสั่นเครือ “พ่อ!”พ่อก้าวยาว ๆ เพียงสามก้าวก็ข้ามห้องมาถึงตัวฉัน ก่อนจะผลักบอดี้การ์ดสองคนนั้นออกไปในครั้งเดียว แล้วประคองใบหน้าของฉันไว้ด้วยมือทั้งสองข้างเมื่อเห็นบาดแผลฉีกขาดสองรอยบนแก้มและเลือดที่เปรอะเปื้อนทั่วคาง ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ“โรซี่…” นิ้วโป้งของเขาลูบเบา ๆ ไปตามขอบบาดแผลและเช็ดหยดเลือดออก ปลายนิ้วของพ่อสั่นเทา ขณะที่ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดอย่างไม่อาจปิดบังพ่อดึงฉันเข้าไปกอด ฉันจึงซบหน้าผากลงบนไหล่ของเขาทันทีที่เอนตัวเข้าหาพ่อ ฉันก็ไม่อาจกลั้นความรู้สึกไว้ได้อีกต่อไป น้ำตาที่ไหลปะปนกับเลือดซึมลงบนเนื้อผ้าของเสื้อสูทผู้คนที่ยืนมุงดูอยู่รอบ ๆ สังเกตเห็นรถลีมูซีนด้านนอก เสียงกระซิบกระซาบจึงดังขึ้นท่ามกลางฝูงชน“ดูรถคันนั้นสิ รถลีมูซีนคันยาวรุ่นลิมิเต็ดระดับโลกเลยนะ! เจ้าของรถต้องทั้งร่ำรวยและมีอำนาจมากแน่ ๆ คราวนี้นิโคลหาเรื่องผิดคนแล้ว”“ไม่มีทางหรอก ต่อให้เธอมีเงิน ครอบครัวของเธอก็คงไม่มีอำนาจมากกว่าตระกูลสก็อตต์”เห็นได้ชัดว่านิโคลก็คิดเช่นเดียวกั

  • ความเดือดดาลของพ่อมาเฟียของฉัน   บทที่ 3

    ฉันหันหลังเตรียมเดินจากไปโดยไม่รอคำตอบจากลีออน แต่นิโคลกลับไม่ยอมจบเรื่องเมื่อมีลีออนอยู่ด้วย นิโคลก็ยิ่งได้ใจ เธอก้าวเข้ามาขวางทางฉัน “นังสารเลว อย่าคิดหนีนะ! แกทำร้ายฉันต่อหน้าทุกคนจนฉันต้องอับอาย เรื่องของเรายังไม่จบ!”ฉันปรายตามองเธออย่างเย็นชา “แล้วเธอคิดจะทำยังไงล่ะ”นิโคลยิ้มเยาะเพราะคิดว่าฉันกำลังหวาดกลัว เธอยกมือขึ้นแล้วเหวี่ยงเข้าหาใบหน้าฉัน “ฉันจะหยุดก็ต่อเมื่อฉันพอใจ!”ฉันคว้าข้อมือของเธอไว้กลางอากาศ ก่อนยกมืออีกข้างขึ้นตบหน้าเธออย่างแรงเสียงตบดังเพียะก้องไปทั่วห้องลองชุดอันเงียบสงัด ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ ก่อนน้ำตาจะเอ่อคลอขึ้นมาทันที “นังสารเลว! แกกล้าดียังไง!”ฉันสะบัดหลังมือตบเธอซ้ำอีกครั้ง “ทีนี้พอใจหรือยัง” ฉันถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบสองฝ่ามือนั้นทำให้ความหยิ่งผยองของนิโคลหายไปจนหมด เธอยกมือกุมแก้มที่แดงก่ำ แล้วรีบหลบไปอยู่ข้างหลังลีออนพร้อมดึงแขนเสื้อสูทของเขาเธอสะอื้นไห้ “ลีออน! คุณต้องปกป้องฉันนะ! เธอตบฉัน! ตบต่อหน้าคุณเลย!”ลีออนดึงนิโคลเข้ามากอด แล้วใช้นิ้วลูบแก้มแดงระเรื่อของเธออย่างอ่อนโยนเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองฉัน ดวงตาคู่นั้นก็เย็นเยียบรา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status