LOGINพ่อของฉันคือเอ็นโซ โมเร็ตติ เจ้าพ่อแห่งหนึ่งในตระกูลมาเฟียที่ทรงอิทธิพลที่สุดในนิวยอร์ก ส่วนฉันก็คือเจ้าหญิงของเขา สมบัติล้ำค่าที่เขาหวงแหนที่สุด เขาซ่อนฉันให้ห่างจากโลกมาเฟียเพื่อปกป้องฉัน แต่ก็ไม่อยากปล่อยให้ฉันต้องอยู่เพียงลำพัง จึงจัดการการแต่งงานให้ฉัน เจ้าบ่าวคือลีออน สก็อตต์ ลูกชายของมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในนิวยอร์ก เขาทั้งหล่อ รวยล้นฟ้า และเป็นดาวรุ่งในวงการธุรกิจ เมื่อดูจากคุณสมบัติภายนอก เขาสมบูรณ์แบบทุกประการ สำหรับงานแต่งงานของเรา พ่อสั่งตัดชุดเจ้าสาวเป็นพิเศษจากดีไซเนอร์ในมิลาน และให้ส่งตรงมายังนิวยอร์ก วันนี้เป็นวันนัดลองชุดของฉัน แต่ทันทีที่ก้าวเข้าไปในร้านชุดเจ้าสาว หัวใจของฉันก็แทบหยุดเต้น นิโคล ฮิลล์ คนรักในวัยเด็กของลีออน กำลังสวมชุดแต่งงานของฉันอยู่ เมื่อเห็นฉัน ริมฝีปากของเธอก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะอย่างได้ใจ จากนั้นเธอก็คว้าชุดเพื่อนเจ้าสาวสีขาวที่ตัดจากผ้าโพลีเอสเตอร์ราคาถูกที่วางอยู่บนโต๊ะมายัดใส่อ้อมแขนฉัน “ใส่ชุดนี้ซะ” เธอสั่งพลางเชิดหน้าขึ้นราวกับเป็นเจ้าของสถานที่ “เธอใส่ชุดนี้เข้าพิธีได้” ฉันก้มมองผ้าเนื้อบางราคาถูกในมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเธออีกครั้ง น้ำเสียงของฉันต่ำลง “ฉันคือว่าที่เจ้าสาว แล้วเธอกลับบอกให้ฉันใส่ชุดนี้งั้นเหรอ” เธอหัวเราะออกมาด้วยเสียงแหลมคมและร้ายกาจ “แค่ทำตามที่บอกซะ แล้วอย่าทำให้เรื่องมันวุ่นวาย ลีออนสั่งไว้แล้วว่าฉันจะเป็นคนเดินเข้าพิธีแทนเธอ ส่วนเธอน่ะเหรอ ก็แค่ยืนอยู่ตรงนั้น ทำตัวเป็นเพื่อนเจ้าสาวที่ดี แล้วทำหน้าที่ไปตามพิธีก็พอ” ฉันพูดอะไรไม่ออกอยู่หลายวินาที จากนั้นฉันก็หยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วกดโทรหาลีออน เสียงเรียกเข้าดังขึ้นสองครั้งก่อนที่เขาจะรับสาย “ลีออน เรื่องที่นิโคลจะเข้าพิธีแทนฉัน นายไม่คิดว่าควรอธิบายให้ฉันฟังหน่อยเหรอ”
View Moreนิโคลโขกหน้าผากลงกับพื้นเป็นจังหวะหนัก ๆ ขณะวิงวอนขอความเมตตาจากฉันไม่นาน บาดแผลสดที่มีเลือดไหลก็ปรากฏขึ้นบนหน้าผาก ปะปนกับบาดแผลติดเชื้อบนแก้ม ใบหน้าทั้งหมดของเธออยู่ในสภาพน่าสยดสยอง ทั้งบวมแดง มีน้ำเหลืองไหล และแทบไม่เหลือเค้าเดิมของมนุษย์ลีออนมองดูเธอก้มหัวอ้อนวอน และในที่สุดบางสิ่งภายในตัวเขาก็พังทลาย ศักดิ์ศรีที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดสลายหายไปจนหมดเขากดหน้าผากแนบกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ น้ำเสียงอู้อี้และยอมจำนน “คุณโมเร็ตติ ผมทั้งโง่และหยิ่งยโส ผมทำร้ายคุณ และผมผิดเอง ผมสาบานว่าจะไม่ทำตัวแบบนั้นอีก และจะไม่ดูถูกใครอีกแล้ว ได้โปรด… ได้โปรดปล่อยผมไปเถอะ”ฉันดื่มกาแฟจนหมด ก่อนวางถ้วยลงบนจานรองข้างตัวอย่างแผ่วเบา แล้วจึงเอ่ยช้า ๆ เน้นชัดทีละคำ “พวกคุณพูดเสียเหมือนฉันเป็นสัตว์ประหลาดน่ากลัวอะไรสักอย่าง ที่นี่เป็นสังคมที่เจริญแล้วนะ แล้วฉันจะทำเรื่องผิดกฎหมายไปทำไม”ดวงตาของแอนโทนีฉายประกายแห่งความหวัง เขาโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย “นั่นหมายความว่า… คุณยกโทษให้ลีออนแล้วเหรอครับ”มุมปากของฉันยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม “แน่นอน ถึงพวกเขาจะทำร้ายฉัน แต่ฉันก็เอาคืนไปแล้ว ถือว่าเราหายกัน”ลีออนกั
ลีออนหันขวับมาทางฉันและยกนิ้วอันสั่นเทาขึ้นชี้ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและขาดห้วง “พ่อ เธอเป็นคนทำ! เธอขังผมไว้ในห้องใต้ดิน! ไม่ยอมให้ผมนอน แถมยังเอาอาหารบูดมาให้ผมกินอีก!”รอยยิ้มค่อย ๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากของฉัน ฉันเอนหลังพิงโซฟา ก่อนยกถ้วยกาแฟขึ้นอย่างไม่รีบร้อน“แต่ถึงอย่างนั้น” ฉันกล่าวพลางจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์ “นายก็กินเสียหมดทุกคำอย่างเอร็ดอร่อยไม่ใช่เหรอ”ทุกวัน ฉันสั่งให้บอดี้การ์ดนำอาหารไปให้ลีออนกับนิโคลเพียงมื้อเดียว เป็นอาหารเย็นชืดที่บูดเสียแล้วในช่วงสองสามวันแรก ลีออนอาละวาดอย่างหนัก เขาประกาศว่าตัวเองคือซีอีโอของสก็อตต์กรุ๊ป และยอมอดตายเสียยังดีกว่าแตะต้องอาหารขยะพวกนั้นแต่ความหิวสามารถทำให้แม้แต่คนที่หยิ่งผยองที่สุดต้องยอมลดทิฐิลงได้เมื่อถึงวันที่สาม เขากับนิโคลก็แย่งอาหารกันราวกับสัตว์ที่กำลังอดอยาก ใช้นิ้วกวาดเศษอาหารทุกชิ้นจนหมด แล้วเลียจานเสียสะอาดเกลี้ยงตอนที่บอดี้การ์ดเล่าเหตุการณ์นั้นให้ฉันฟัง ว่าทั้งคู่ถึงกับแนบใบหน้าลงกับขอบจานอย่างไร ฉันแทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ใบหน้าของลีออนบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ เขาอ้าปากเตรียมพ่นคำด่าใส่ฉันอีกครั้งแต่ก่อนที่เขาจะทันพูดอะไร
วินาทีต่อมา พ่อหยิบปืนลูกโม่ออกจากกระเป๋า แล้วจ่อปากกระบอกปืนเข้าที่ขมับของลีออนดวงตาของลีออนเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ฟันกระทบกันดังกรอด แต่กลับไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากจากนั้นกลิ่นฉุนก็ลอยมาเตะจมูก คราบสีเข้มอุ่น ๆ แผ่กระจายตรงเป้ากางเกงของเขา ก่อนหยดลงไปนองอยู่บนพื้นหินอ่อนเบื้องล่างฉันย่นจมูกด้วยความรังเกียจ ก่อนเอื้อมมือไปวางบนแขนของพ่อพลางส่ายหน้า“พ่อ” ฉันเอ่ยเสียงเบา “อย่าเปลืองกระสุนกับไอ้โง่นี่เลย ไม่คุ้มที่พ่อต้องทำให้มือตัวเองเปื้อนเลือด ให้ฉันจัดการเอง ฉันมีวิธีทำให้พวกมันชดใช้ในแบบของฉัน”ฉันหันไปสั่งบอดี้การ์ด “พาพวกมันไปขังไว้ในห้องใต้ดินของคฤหาสน์”บอดี้การ์ดสองคนพยักหน้า ก่อนคว้าแขนลีออนกับนิโคลแล้วลากตัวพวกเขาไปทางประตูใบหน้าของนิโคลยังคงชุ่มไปด้วยเลือด เธอร้องคร่ำครวญขณะถูกลากไปตามพื้นรองเท้าหนังของลีออนครูดไปกับพื้นหินอ่อนขัดเงา ทิ้งรอยยาวน่าเกลียดไว้เบื้องหลังเมื่อทั้งสองคนถูกลากหายออกไปทางประตู ฉันก็แนบตัวเข้ากับแขนพ่อแล้วซบแก้มลงบนไหล่ของเขาฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเจือการอ้อนวอน “พ่อ หนูเจ็บหน้ามากเลย พาหนูไปโรงพยาบาลตอนนี้ได้ไหม”ในที่สุด คำพูดนั้นก็ดึ
ฉันไม่ใช่คนที่ให้อภัยใครง่าย ๆ มาแต่ไหนแต่ไร และวันนี้ หลังจากนิโคลทำให้ฉันต้องอับอายต่อหน้าทุกคน ฉันไม่มีทางปล่อยให้เธอลอยนวลไปโดยไม่เป็นอะไรแน่นอนฉันยันตัวลุกขึ้นจากพื้น ความเจ็บหน่วงบริเวณหัวเข่าทำให้ร่างเซไปชั่วขณะ พ่อจึงเอื้อมมือมาประคองแขนฉันไว้ฉันสูดหายใจเข้าลึก สายตาจับจ้องนิโคล ก่อนก้าวตรงเข้าไปหาเธอจากนั้นฉันก็ยกมือขึ้นตบหน้าเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าเสียงตบดังเพียะต่อเนื่องกันอย่างรวดเร็ว แก้มของนิโคลบวมขึ้นตามแรงตบแต่ละครั้ง มุมปากของเธอปริแตกจนเลือดซึมออกมาจากนั้นฉันก็ก้มลงหยิบมีดโกนแต่งคิ้วที่เธอใช้กรีดหน้าฉัน ใบมีดสีเงินยังคงมีร่องรอยเลือดของฉันติดอยู่ฉันกำด้ามมีดโกนแน่น แล้วค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้เธอทีละน้อยนิโคลตัวสั่นอย่างรุนแรง เธอพยายามตะเกียกตะกายถอยหนี แต่บอดี้การ์ดตรึงตัวเธอไว้แน่น “อ-อย่ากล้าแตะหน้าฉันนะ” เธอพูดตะกุกตะกัก น้ำเสียงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว “ฉันจะฆ่าแก! ฉันสาบานว่าฉันจะ—”ฉันไม่ปล่อยให้เธอพูดจบ แต่สะบัดใบมีดกรีดผ่านแก้มของเธออย่างรวดเร็วนิโคลกรีดร้องเสียงแหลม บาดแผลสีแดงเข้มปรากฏขึ้นบนแก้ม เลือดเอ่อซึมออกมาตามแนวรอยกรีดฉันกรีดซ้ำอีกครั้ง แล้วครั้งเล่า





