Compartir

บทที่ 2

Autor: ข้าวสาลี
ฟางรั่วซีเดินไปตามท้องถนนอย่างเลื่อนลอย

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน เสียงแตรรถก็ดังขึ้นจากด้านข้าง รถคันหนึ่งมาจอดอยู่ตรงหน้าเธอ

เสิ่นลวี่เหยียนลงมาจากรถ “ทำไมโทรศัพท์ถึงโทรไม่ติด”

ฟางรั่วซีมองโทรศัพท์มือถือแวบหนึ่ง “แบตหมด”

เขาไม่ได้ถามอะไรต่อ เปิดประตูที่นั่งข้างคนขับแล้วประคองเธอเข้าไปนั่งให้เรียบร้อย

“รอนานไหม”

“วันนี้มีธุระปลีกตัวไม่ได้จริง ๆ พรุ่งนี้เช้าฉันไม่มีผ่าตัด เดี๋ยวไปจดทะเบียนสมรสเป็นเพื่อนเธอ”

ฟางรั่วซีมองทิวทัศน์ของถนนที่ถอยร่นไปนอกหน้าต่าง “ไม่ต้องหรอก”

เสิ่นลวี่เหยียนเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ “จริงสิ พรุ่งนี้วันเสาร์ งั้นไว้วันหลังก็แล้วกัน ยังไงก็ยังเหลือเวลาอีกสักพักกว่าจะถึงวันแต่งงาน”

“คุณไปสวนสนุกมาเหรอ” ฟางรั่วซียังคงถามออกไปอย่างไม่ยินยอม

“เธอเห็นโซเชียลของเหยาเหยาแล้วเหรอ”

“งั้นเธอก็น่าจะเข้าใจนะ เด็กผู้หญิงเพิ่งกลับประเทศมา เลี้ยงชูชีตัวคนเดียวมันไม่สะดวกเท่าไหร่”

ตอนที่พูดถึงเย่ซูเหยา สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเอ็นดูอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

“วันที่เหยาเหยากลับมา เธอเห็นแล้วไม่ใช่เหรอ เด็กผู้หญิงที่น่ารักจิตใจดีแถมยังโก๊ะนิด ๆ ถ้าเธอรู้จักเขามากกว่านี้ก็ต้องชอบเขาแน่”

ฟางรั่วซีรู้สึกถึงเพียงความตลกร้าย

เย่ซูเหยาอายุมากกว่าเธอสองปี แถมลูกก็อายุสี่ขวบแล้วแท้ ๆ แต่ในสายตาเขา เย่ซูเหยากลับเป็นเด็กผู้หญิงที่ไม่รู้จักโตตลอดกาล

เสิ่นลวี่เหยียนจมอยู่กับความทรงจำของตัวเอง “จำได้ว่าตอนเรียนมหาลัย ฉันกับเหยาเหยาเห็นหมาจรจัดบาดเจ็บตัวหนึ่ง ตอนนั้นเขาก็สงสารจนน้ำตาตก ถึงกับเอาช็อกโกแลตที่ตัวเองยังตัดใจกินไม่ลงไปป้อนให้มัน”

“เด็กโง่คนนั้น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหมากินช็อกโกแลตไม่ได้”

“ต่อมาเราก็รับเลี้ยงหมาตัวนั้นด้วยกัน แต่ไม่ถึงหนึ่งปีหมาก็ตาย ทำเอาเขาร้องไห้แทบแย่ บอกว่าจะไม่เลี้ยงหมาอีกแล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าตอนนี้เขาจะเลี้ยงลูกได้ดีขนาดนี้”

พอได้ฟังเขาเล่าเรื่องของผู้หญิงอีกคนเป็นฉาก ๆ เล็บของฟางรั่วซีก็จิกเข้าไปในเนื้ออย่างแรง

“ฉันไม่อยากฟัง” เธอพูดแทรกเขา “และก็ไม่ชอบฟังด้วย”

เสิ่นลวี่เหยียนมองเธอแวบหนึ่งอย่างประหลาดใจเล็กน้อย “ไม่พอใจเหรอ”

“ใช่ ยกเลิกงานแต่งเถอะ”

หลังจากทิ้งช่วงครู่หนึ่ง เสิ่นลวี่เหยียนก็พยักหน้า “ก็ดี ฉันเองก็ไม่ค่อยชอบพิธีรีตองพวกนั้นเท่าไหร่”

“ไม่งั้นเราแต่งงานกันตอนไปเที่ยวดีไหม ไปปราก เหยาเหยาเคยบอกว่าที่นั่นเหมือนโลกนิทานเลย”

เย่ซูเหยาอีกแล้ว

หัวใจของฟางรั่วซีเย็นเยียบลงอย่างสมบูรณ์ “เสิ่นลวี่เหยียน เราเลิกกันเถอะ ฉันจะหลีกทางให้คุณกับเย่ซูเหยา”

“ฟางรั่วซี” สีหน้าของเสิ่นลวี่เหยียนจริงจังขึ้น “อย่าคาดเดาเหยาเหยามั่วซั่ว ฉันเห็นเขาเป็นแค่น้องสาว เธอจะเข้าใจความยากลำบากในการเลี้ยงลูกของเขาหน่อยไม่ได้หรือไง”

“เธอก็รู้ หลักการของฉันคือเมื่อกำหนดวันแต่งงานแล้ว เจ้าสาวก็เป็นได้แค่เธอ เธอควรจะโตเป็นผู้ใหญ่ได้แล้วนะ”

“อีกอย่าง” เขามองเธอแวบหนึ่ง “เราคบกันมาหกปีแล้ว เธอขาดฉันได้เหรอ”

กลางอกของฟางรั่วซีปวดหนึบขึ้นมา

เพราะเคยเห็นท่าทีคลุ้มคลั่งของแม่หลังจากถูกพ่อหักหลัง เดิมทีเธอจึงมีปมเรื่องความรัก ทว่าเธอกลับไปรักเสิ่นลวี่เหยียนผู้ยึดมั่นในหลักการอย่างถึงที่สุดเข้าอย่างหมดทางเยียวยา

เธอกลัวว่าจะซ้ำรอยแม่ แต่กลับเต็มใจทุ่มเททุกอย่างเพื่อคนที่รักเหมือนกับแม่

เพื่อเขา เธอเริ่มหัดทำอาหาร ดูแลกิจวัตรประจำวันของเขา จัดการเรื่องจุกจิกทุกอย่าง หรือกระทั่งยอมทิ้งอนาคตหน้าที่การงานของตัวเอง

ดังนั้นเขาจึงมั่นใจว่าเธอรู้ความ มั่นใจว่าเธอเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และยิ่งมั่นใจว่าการทุ่มเทตลอดหกปีของเธอทำให้เธอขาดเขาไม่ได้

และเธอก็เคยคิดว่าเขากับพ่อของเธอเป็นคนละขั้วกันอย่างสิ้นเชิง สามารถป้องกันการหักหลังทุกรูปแบบได้

แต่กลับลืมไปว่าการนอกใจ ยังมีเรื่องทางความรู้สึกด้วย

……

ในตอนนั้นเองโทรศัพท์มือถือของเสิ่นลวี่เหยียนก็ดังขึ้น

เขารับสาย น้ำเสียงพลันอ่อนโยนลง “เหยาเหยา มีอะไรเหรอ”

“รุ่นพี่ ฉันอยู่บาร์ อยากมาเที่ยวไหมคะ”

เสิ่นลวี่เหยียนเกลียดสถานที่อึกทึกครึกโครมอย่างบาร์มาตลอด

แต่เขากลับตอบรับอย่างไม่ลังเล “ได้ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”

วางสายเสร็จ เขาก็หักพวงมาลัยอย่างแรง ก่อนจอดรถริมถนน

“รั่วซี เธอนั่งแท็กซี่กลับไปก่อนนะ เด็กผู้หญิงอยู่ที่บาร์ ฉันไม่วางใจ”

ฟางรั่วซีลงจากรถ ยังไม่ทันได้พูดอะไรสักคำ รถก็แล่นฉิวจากไปแล้ว

เขาไม่วางใจเย่ซูเหยา

แต่กลับลืมไปว่าโทรศัพท์มือถือของเธอแบตหมดแล้ว

และก็ลืมไปว่าเธอกลัวความมืด

“ครืน!”

เสียงฟ้าร้องดังกึกก้อง หยาดฝนเย็นเยียบพลันตกลงมากระทบตัวเธอ ทำให้เธอแยกไม่ออกว่าบนใบหน้าคือหยาดฝนหรือน้ำตา

เธอจึงเดินตากฝนตกหนักไปทั้งคืนแบบนั้น

หัวใจก็พลอยเย็นเยียบทั้งคืนเช่นกัน

ตอนฟ้าสาง เธอพยุงร่างที่เปียกโชกกลับถึงบ้าน

พอเปิดประตูก็เห็นเสิ่นลวี่เหยียนที่ไม่เคยเข้าครัวกำลังผูกผ้ากันเปื้อนง่วนอยู่ในห้องครัว

เขาเห็นสภาพน่าเวทนาของเธอก็ประหลาดใจเล็กน้อย “ทำไมเปียกขนาดนี้ ไม่กลับบ้านทั้งคืนก็ไม่รู้จักโทรมาบอก”

สิ้นเสียง เด็กคนหนึ่งก็ถือฟิกเกอร์รุ่นลิมิเต็ดของเธอวิ่งออกจากห้องนอนใหญ่มาชนเข้ากับตัวเธออย่างจัง

“ชูชี!”

เย่ซูเหยาวิ่งตามออกมาจากห้องนอนใหญ่

“ทำไมเข้าไปใกล้ของสกปรกแบบนั้นล่ะ”

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 23

    สามปีต่อมาชื่อของฟางรั่วซี แทบจะไม่มีใครไม่รู้จักในแวดวงสถาปัตยกรรมเธอนำเทคนิคการปักลายซูโจวมาผสมผสานเข้ากับโครงสร้างแสงและเงาของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ได้อย่างแยบยล ผลงานทุกชิ้นล้วนเรียกได้ว่าเป็นผลงานชิ้นเอกและในที่สุดเธอก็ใช้เงินที่หามาได้ด้วยตัวเอง ซื้อบ้านเก่าที่แม่ทิ้งไว้กลับคืนมาได้สำเร็จวันที่ได้โฉนดที่ดินมา เธออยู่ในบ้านคนเดียว นั่งตั้งแต่เช้าจรดค่ำฟู่สือชิงไม่ได้เร่งรัดเธอ เขาเพียงแค่รออยู่หน้าประตูเงียบ ๆ จนกระทั่งเธอเปิดประตู จึงค่อยเดินเข้าไปหา“ไปกันเถอะครับ กลับบ้านกัน”เขาจับมือเธอด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติสามปีมานี้ พวกเขาตกลงคบหากันอย่างค่อยเป็นค่อยไปไม่มีความหวือหวา ไม่มีความรักแบบเป็นจะตายเขามักจะเตรียมมื้อดึกและผ้าห่มไว้ให้ ตอนที่เธอโต้รุ่งวาดแบบเธอก็จะจัดเนกไทและเอกสารให้เขาเรียบร้อย ก่อนที่เขาจะขึ้นศาลเช่นกันเขาไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายการตัดสินใจใด ๆ ของเธอ เพียงแค่สนับสนุนเธออย่างไม่มีเงื่อนไข เป็นที่พึ่งพาที่แข็งแกร่งที่สุดของเธอนี่คือความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดแบบเท่าเทียมและที่ไม่เป็นพิษในแบบที่เธอชอบที่แท้ความรักที่ดีคือการทำให้คนเรากลายเป็นคนที่ดีข

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 22

    ไม่นานก็ถึงวันขึ้นศาลตอนนี้เสิ่นลวี่เหยียนสวมชุดสูทที่ไม่พอดีตัวอีกต่อไป ผมเผ้ายุ่งเหยิง เบ้าตาลึกโหล บริเวณคางมีหนวดเคราสีเขียวครึ้ม ส่วนเย่ซูเหยาที่อยู่ภายใต้การควบคุมตัวของตำรวจศาล สองมือถูกสวมกุญแจมือ ไม่เหลือเค้าความน่าสงสารน่าเวทนาเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปเสียงของผู้พิพากษาดังก้องขึ้นภายในห้องพิจารณาคดีอันเคร่งขรึมและศักดิ์สิทธิ์“...สำหรับคดีอุบัติเหตุทางการแพทย์ จากการพิจารณาคดี จำเลยเสิ่นลวี่เหยียนมีความประมาทอย่างร้ายแรงในกระบวนการรักษา ทำให้ผู้ป่วยพลาดช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการช่วยชีวิต จึงต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยเป็นหลัก”“ศาลขอพิพากษาดังนี้: ให้จำเลยเสิ่นลวี่เหยียนกล่าวคำขอโทษต่อโจทก์ฟางรั่วซีต่อหน้าสื่อมวลชนระดับเมือง และร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ ให้แก่โจทก์ฟางรั่วซี เป็นเงินรวมทั้งสิ้นเก้าล้าน”“เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ของเสิ่นลวี่เหยียน และห้ามประกอบอาชีพแพทย์ตลอดชีวิต”ห้ามประกอบอาชีพแพทย์ตลอดชีวิตเมื่อสิ้นคำพูดนี้ ร่างของเสิ่นลวี่เหยียนก็โอนเอนเล็กน้อย หน้าที่การงานที่เขาเคยภาคภูมิใจหนักหนา พลันแหลกสลายกลายเป็นผุยผงผู้พิพากษาอ่านคำพิพ

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 21

    เสิ่นลวี่เหยียนไม่รู้ว่าตัวเองกลับมาถึงห้องเช่าได้อย่างไรเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นิ้วมือชะงักค้างอยู่เหนือชื่อของฟางรั่วซีผ่านไปนาน เขาก็เริ่มส่งข้อความหาฟางรั่วซี“เราต้องคุยกันหน่อยนะ”ข้อความถูกส่งออกไป ก่อนจะปรากฏเครื่องหมายอัศเจรีย์สีแดงขึ้นมาเขามองหน้าจอ เวลาผ่านไปทีละนาที แต่เขาก็ยังคงดื้อดึงส่งไปอีกข้อความหนึ่ง“รั่วซี เรามาเจอกันหน่อยเถอะ”ผลลัพธ์ยังคงเป็นเครื่องหมายอัศเจรีย์สีแดงเหมือนเดิมหยดน้ำตาร่วงหล่นลงบนหน้าจอโทรศัพท์ แต่เขาก็ยังคงส่งข้อความที่ฟางรั่วซีไม่มีทางได้รับไม่หยุด“รั่วซี ฉันผิดไปแล้ว เธอให้อภัยฉันได้ไหม”“ขอร้องละ...”“รั่วซี ฉันขอโทษ”“รั่วซี ฉันรักเธอ...”……ขณะเดียวกัน ฟางรั่วซีกำลังนั่งง่วนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์รางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันออกแบบในครั้งนั้น ทำให้เธอได้รับคำเชิญร่วมงานจากบริษัทขนาดใหญ่แห่งหนึ่งเพื่อการร่วมงานในครั้งนี้ เธอต้องทำงานจนดึกทุกวัน แม้จะเหนื่อยมาก ทว่าภายในใจกลับรู้สึกเติมเต็มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนและนี่ก็เป็นอีกคืนที่เธออดนอน เมื่อมองเวลา จู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ว่านัดกับฟู่สือชิงเอาไว้เพื่อคุยเรื่องคดีความของเสิ่

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 20

    เสิ่นลวี่เหยียนไม่ได้เอ่ยปากแก้ตัวใด ๆเพราะมันไม่มีอะไรให้แก้ตัวได้เลยท้ายที่สุดเขาก็หยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อของตัวเองลงบนหนังสือแจ้งพักงานเพื่อรอการสอบสวนบ่ายวันเดียวกันกับที่เขาถูกพักงาน ฟางรั่วซีในฐานะญาติของผู้เสียหายก็ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสื่อเมื่ออยู่หน้ากล้อง เธอได้บอกเล่าลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ตอนที่แม่ของเธออาการกำเริบไปจนถึงตอนที่เสียชีวิตอย่างชัดถ้อยชัดคำเธอตีแผ่ความจริงทั้งหมดต่อหน้าสาธารณชน ราวกับมีดผ่าตัดอันคมกริบที่กรีดกระชากเปลือกนอกอันจอมปลอมเรื่องหลักการของเสิ่นลวี่เหยียนออกอย่างแม่นยำ“หมอที่ทำเพื่อคนที่อ้างว่าเป็นแค่รุ่นน้อง จนถึงขั้นกล้าละเมิดกฎของโรงพยาบาล ทอดทิ้งผู้ป่วย และไม่สนแม้กระทั่งชีวิตของคนไข้...”ฟางรั่วซีมองกล้อง เน้นย้ำทีละคำ “เขาไม่คู่ควรกับเสื้อกาวน์ตัวนั้นเลยสักนิด”เสิ่นลวี่เหยียนที่กลับมาถึงบ้านเอาแต่มองหน้าจอโทรทัศน์ แสงสว่างจากหน้าจอตกกระทบลงบนใบหน้าของเขาวูบวาบไปมาเมื่อได้เห็นฟางรั่วซีบนหน้าจอ เขาเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกผิดหรือว่าเสียใจกันแน่ รู้เพียงแค่ว่าตำแหน่งของหัวใจมันเจ็บปวดจนแทบจะหายใจไม่ออกหลังจากนั้นไม่นาน หนังส

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 19

    ในหัวของเสิ่นลวี่เหยียนอื้ออึงไปหมด ขาวโพลนไปชั่วขณะตอนนั้นเย่ซูเหยาถือปึกเอกสารมาให้เขาเซ็น โดยบอกว่าเป็นสัญญาค้ำประกันของโปรเจกต์เขาไม่เคยคิดเลยว่ารุ่นน้องที่เขาคิดมาตลอดว่าแสนดีและใสซื่อจะหลอกเขาได้ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้อ่านมันอย่างละเอียดเลยด้วยซ้ำแต่นึกไม่ถึงเลยว่าตั้งแต่ตอนนั้นเธอก็ได้วางกับดักเอาไว้ให้เขาถูกลากลงสู่ขุมนรกเรียบร้อยแล้วเสิ่นลวี่เหยียนเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาที่เคยสุขุมเยือกเย็น บัดนี้กลับคุกรุ่นไปด้วยโทสะที่พลุ่งพล่านและความเย็นชาที่หนาวเหน็บลึกถึงกระดูกเขารู้สึกว่าตัวเองเหมือนพวกตัวตลกเพื่อผู้หญิงคนนี้ เขายอมละเมิดหลักการทุกอย่าง ทำร้ายรั่วซีครั้งแล้วครั้งเล่า แถมยังเป็นต้นเหตุทางอ้อมที่ทำให้แม่ของรั่วซีต้องตาย...เพื่อเธอ เขาสูญเสียทุกอย่างที่มีค่าที่สุดในชีวิตไป แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา กลับเป็นจุดจบอันชั่วร้ายอำมหิตเช่นนี้“ไสหัวไป”รอยยิ้มบนใบหน้าของเย่ซูเหยาแข็งค้างไปชั่วขณะ แต่ไม่นานเธอก็กลับมาทำท่าทีลำพองใจเหมือนคนถือไพ่เหนือกว่าอีกครั้ง“รุ่นพี่ รุ่นพี่ก็คิดดูให้ดี ๆ แล้วกัน”เธอจัดทรงผมของตัวเองให้เข้าที่ ขยับเท้าเดินเข้าไปหาเขาอีกก้าว ก่อนจะกดเส

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 18

    เสิ่นลวี่เหยียนถูกเธอโวยวายใส่จนปวดหัวยิ่งกว่าเดิมเขายกมือขึ้นนวดขมับ น้ำเสียงแหบพร่า “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน...” เย่ซูเหยาร้องไห้ แทบจะสติแตก “ตอนนี้สายป่านขาดแล้ว โปรเจกต์ต้องหยุดชะงักไปเลย แถมพวกเขายังจะให้ฉันชดใช้เงินอีก! รุ่นพี่คะ ฉันต้องใช้เงินก้อนใหญ่เพื่อไปปลดอายัดทรัพย์สิน ไม่งั้นฉันต้องจบเห่แน่ ๆ แถมยังต้องติดคุกด้วย! รุ่นพี่คะ รุ่นพี่ช่วยฉันหน่อยได้ไหมคะ”เสิ่นลวี่เหยียนฟังเสียงร้องไห้ของเธอ ความรู้สึกเหนื่อยล้าและเบื่อหน่ายอย่างบอกไม่ถูกพลันตีรวนขึ้นมาในอก“เหยาเหยา ฉันไม่มีเงินแล้ว”“เงินของฉันให้เธอไปหมดแล้ว บ้านกับรถก็เอาไปจำนองแล้ว ฉันไม่มีเงินเหลือเลยสักแดงเดียว”แม้แต่เงินที่จะเอาไปคืนรั่วซี เขายังต้องบากหน้าไปยืมเพื่อนเลย แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาอีกเสียงร้องไห้ของเย่ซูเหยาชะงักไปอึดใจหนึ่ง ราวกับฟังไม่ชัด เธอมองเขาด้วยความไม่อยากเชื่อทันใดนั้นเธอก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ “จริงสิคะรุ่นพี่ รุ่นพี่เป็นผู้อำนวยการนี่นา!”“ในโรงพยาบาลต้องมีเงินสำรองอยู่แล้วใช่ไหมคะ ไหนจะยังมีทุนวิจัยอีก รุ่นพี่ต้องมีวิธีแน่ ๆ ค่ะรุ่นพี่”เธอขยับเข้าไปใกล้พ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status