Masukตอนที่ 4 สกัดดาวรุ่ง
ด้านนับดาว “ทำไมไปนาน?” เสียงยัยกุ๊กไก่เอ่ยถาม หลังจากที่ฉันเดินมาถึงโต๊ะของตัวเอง “เจอคนแก่....มาจีบ” คนแก่ที่ว่าก็คือพี่คามินนั่นแหละ ฉันว่าพี่เขาต้องเมาแล้วแน่ๆ ไม่งั้นไม่พูดจาแบบนั้นหรอก “จริงดิ ใช่คนที่กำลังเดินมานั่นป่ะ?” ยัยกุ๊กไก่มันพยักเพยิดหน้าไปทางด้านหลังของฉัน ซึ่งฉันก็หันไปมองตามที่มันบอก ก่อนจะเห็นผู้ชายหน้าหล่อที่ฉันเพิ่งจะเดินหนีมาเมื่อกี้ เดินออกมา โดยมียัยพวกผู้หญิงที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆเอาแต่ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดซะจนน่ารำคาญไปหมด “อือ สงสัยจะเมา” “แต่ฉันว่าไม่น่าจะเมานะ แล้วแกตอบพี่เขาไปว่าไงอะ?” “ก็ตอบไปว่า ฉันไม่ชอบคนแก่” สิ้นเสียงของฉันยัยกุ๊กไก่มันก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทันที “นี่แกไม่ได้จะเอาคืนพี่เขาใช่ป่ะ? เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้วนะ อีกอย่างตอนนั้นเราก็เพิ่งจะมอสามเอง” ถึงจะผ่านมานานแค่ไหน แต่ฉันก็จำฝังใจและไม่มีวันลืมแน่นอน!! หึ นานนับหลายชั่วโมงที่นับดาวและเพื่อนสาวคนสนิทของเธอนั่งดื่มอยู่ที่โต๊ะเดิม ซึ่งในระหว่างนั้นเธอก็ได้ยินบทสนทนาของพวกผู้หญิงที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆของเธอแทบจะทุกคำ และหนึ่งในบทสนทนานั้น ทำให้เธอคิดแผนการบางอย่างออก “เดี๋ยวแกไปเปิดห้องรอฉันก่อนเลยนะ ขอไปหาอะไรสนุกๆทำก่อนแล้วจะตามลงไป” นับดาวหันไปกระซิบบอกเพื่อนของเธอ ก่อนจะยกแก้วเหล้าที่อยู่ตรงหน้าขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว “แกจะทำอะไร?” กุ๊กไก่เอ่ยถามอย่างสงสัย ก่อนจะได้คำตอบที่น่าตกใจจากปากเพื่อนของเธอ “สกัดดาวรุ่ง พ่อคนแก่สุดฮอต” ^_^ ด้านคามิน “จะตีหนึ่งแล้ว เดี๋ยวกูกลับก่อนนะ” เพทายเอ่ยขึ้นหลังจากที่ก้มมองนาฬิกาหรูบนข้อมือ ที่น้องสาวสุดที่รักอย่างพราวฟ้าเป็นคนซื้อให้ในวันเกิดเมื่อปีที่ผ่านมา “จะรีบกลับไปไหนวะ? เมียก็ไม่ใช่จะอยู่” ที่บอกว่าเมียไม่อยู่เป็นเพราะวันนี้อลิซแฟนเด็กของเพทาย กลับไปนอนที่บ้านกับยายของเธอ เพราะเหตุผลนี้จึงทำให้เพทายออกมาดื่มกับเขาได้ “กูง่วงแล้วครับ เดี๋ยวขับรถกลับไม่ไหว อีกอย่างก็สัญญากับอลิซไว้แล้วว่าจะกลับไปนอนที่บ้าน” “เหอะ เบื่อคนดีว่ะ จะกลับก็กลับไปเลยไป ขับรถดีๆด้วย” ถึงปากจะพูดไปแบบนั้น แต่ว่าคามินเองก็ห่วงเพื่อนรักของเขาเหมือนกัน หลังจากที่เพทายกลับไปได้สักพักนั้น ก็มีผู้หญิงเดินเข้ามาหาเขาอีกแล้ว “เอ่อ ขอโทษนะคะ หนูขอชนแก้วกับพี่ได้ไหมคะ” หญิงสาวหน้าตาสะสวยที่อยู่ในชุดเดรสสีแดงเอ่ยขึ้น พร้อมกับยืนฉีกยิ้มกว้างให้ชายหนุ่มที่นั่งดื่มอยู่บนโซฟาเพียงลำพัง หากคามินจำไม่ผิดนั้นเธอคือคนเดียวกันกับที่ให้เพื่อนมาขอเบอร์เขาก่อนหน้านี้ ทว่าในขณะที่เขากำลังจะตอบเธอไปนั้น หญิงสาวที่นั่งอยู่อีกโต๊ะหนึ่งกลับเดินโซซัดโซเซเข้ามาหาเขาเช่นกัน และพอเธอเดินมาถึงที่เขานั่งอยู่นั้น เธอก็พูดเสียงยานคางออกมา “ที่รักกกกกขา ฉานนนง่วงแล้ววว เราปายยย นอนนน กานนนน เถอะน๊า” ไม่พูดเปล่าแต่ว่าตอนนี้เธอทิ้งตัวนั่งลงบนตักของเขาแล้วเรียบร้อย ซึ่งคามินเองก็ไม่ได้ทำท่าทีรังเกียจแต่อย่างใด กลับเต็มใจให้เธอนั่งบนตักของเขาซะมากกว่า “เอ่อ....คืนนี้ผมคงไม่สะดวกนะครับ ต้องขอโทษด้วย” คามินเอ่ยบอกหญิงสาวที่เดินเข้ามาหมายจะชนแก้วกับเขาในตอนแรกอย่างสุภาพ ซึ่งพอเธอได้ยินแบบนั้นบวกกับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า เธอก็จำใจต้องหันหลังแล้วเดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเองด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะสบอารมณ์สักเท่าไหร่ ซึ่งหลังจากที่หญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเดินออกจากตรงนี้ไป เสียงทุ้มก็เอ่ยขึ้นทันที “เมาขนาดนี้ลักหลับสักทีสองทีดีไหม” ไม่พูดเปล่า แต่ตอนนี้เขาหยัดกายขึ้นเต็มความสูงของตัวเองพร้อมกับอุ้มร่างบางไว้ในอ้อมแขนแกร่ง จนคนที่แกล้งเมาเมื่อกี้ถึงกับตกใจแล้วรีบพูดขึ้นทันที “คุณจะพาฉันไปไหนคะ?” “อ่าว ที่รัก หายเมาแล้วเหรอครับ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาโดยที่สองเท้ายังคงก้าวเดินไปข้างหน้า จนผู้หญิงที่อยู่บริเวณนั้นต่างพากันอิจฉาหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาตอนนี้ “ป ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้เลยนะ” “เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงห้องของเราแล้วนะเบบี๋” นอกจากจะไม่ยอมปล่อยแล้ว คามินยังรีบสาวเท้าเดินตรงไปยังห้องพักที่อยู่ติดกับห้องทำงานของเขาบนชั้นสามอีก “บ เบบี๋บ้าอะไรของคุณ ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้” ร่างบางยังคงดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแข็นแข็งแกร่งของชายหนุ่ม ทว่าเขายังคงไม่ยอมปล่อย และไม่ถึงหนึ่งนาที คามินก็พานับดาวมาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องพักของเขา ก่อนจะใช้มือเปิดประตูด้วยความทุลักทุเล “อยากให้ปล่อยตรงไหนดี บนเตียงหรือว่าตรงนี้” เสียงทุ้มเอ่ยถามหญิงสาวที่ยังคงอยู่ในอ้อมแขนของเขา หลังจากที่เขาพาเธอเข้ามาในห้องได้สำเร็จ และตรงนี้ที่ว่าคือโซฟาขนาดใหญ่ที่อยู่กลางห้องนอนห้องนี้ “ตรงนี้ ปล่อยฉันลงตรงนี้ อ๊ะ” สิ้นเสียงของนับดาวคามินก็โยนหญิงสาวลงบนโซฟาทันที จนเธอร้องเสียงหลงออกมา “นี่คุณวางเบาๆไม่เป็นหรือไงฮะ” “งั้นเดี๋ยวผมอุ้มคุณขึ้นมาใหม่ แล้วจะพาไปนอนบนเตียง ดีไหม” คำพูดยียวนกวนประสาททำให้นับดาวแทบอยากจะพ่นไฟใส่หน้า แต่ติดตรงที่ว่าเธอไม่ใช่มังกรที่จะมาพ่นไฟอะไรแบบนี้ได้ “ไม่ต้องค่ะ แล้วนี่คุณพาฉันมาที่ห้องนี้ทำไม?” “ก็เมื่อกี้คุณเป็นคนบอกผมเองว่าคุณง่วงแล้ว ผมก็พาคุณมานอนนี่ไง” “คุณรู้ตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม ว่าฉันแกล้งเมา” “อ้าว นี่คุณไม่ได้เมาจริงๆหรอกเหรอ เมื่อกี้แสดงซะเหมือนจริงเลย” คามินยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เพราะเขาเองรู้ตั้งแต่ตอนที่เห็นนับดาวเดินมาแล้ว คนเมาอะไรเดินเซไปเซมาซะขนาดนั้นแต่ไม่ยักล้มระหว่างทาง มาล้มลงตรงตักเขาพอดิบพอดี แล้วยังคำพูดที่เธอพูดออกมาเมื่อกี้นี้อีก มันจงใจชัดๆ “…….” นับดาวไม่ได้ตอบคนตรงหน้ากลับ แต่เลือกที่จะลุกจากโซฟา แล้วตั้งท่าจะเดินไปที่บานประตู แต่.... หมับ!! “เข้ามาในนี้แล้ว คิดว่าจะได้ออกไปง่ายๆเหรอครับ คนสวย”สามสิบนาทีต่อมา ตอนแรกจากที่คิดว่าจะไม่ตามพี่คามินกับผู้หญิงคนนั้น แต่ตอนนี้ฉันขับรถตามหลังพี่คามินมาแล้ว ส่วนยัยกุ๊กไก่ฉันก็แยกกับมันที่ห้างเมื่อสามสิบนาทีก่อนหน้านั้น เพราะว่าเราสองคนเอารถมาคนละคัน แล้วฉันก็ไม่อยากให้มันต้องมาเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องที่ฉันกำลังทำอยู่ตอนนี้ด้วยใช่!! ฉันคิดว่าฉันกำลังทำเรื่องไร้สาระมากๆ นี่ก็ไม่รู้ว่าจะแอบตามพี่เขามาทำไม แต่ในเมื่อตามมาขนาดนี้แล้ว ฉันก็จะตามต่อไป และไม่ถึงสิบนาทีรถพี่คามินก็มาจอดอยู่ตรงหน้าบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง ก่อนที่ประตูฝั่งด้านข้างคนขับจะเปิดออก โดยมีร่างบางที่อยู่ในชุดนักศึกษาลงจากรถของเขามาถ้าให้ฉันเดาที่นี่คงจะเป็นบ้านของผู้หญิงคนนั้นสินะ ดูจากแบรนด์เนมที่เธอใช้ก็คงจะมีฐานะไม่เบาและในขณะที่ฉันเอาแต่จ้องมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่นั้น จู่ๆรถสปอร์ตคันหรูของพี่คามินก็เคลื่อนตัวออกไป นี่พี่เขาแค่มาส่งเธอเฉยๆใช่ไหม หรือว่าก่อนหน้านี้เขาสองคนพากันไปมีความสุขถึงไหนต่อไหนกันแล้ว แค่คิดมาถึงตรงนี้ฉันก็รู้สึกหน่วงหน้าอกด้านซ้ายอย่างบอกไม่ถูกแล้ว เฮ้อ!!ตอนเย็น@คอนโดมิเนียม 17.40 น. หลังจากที่พี่คามินขับรถออกไปจากหน้าบ้านหลัง
ด้านคามิน“กินอิ่มยัง?” เสียงทุ้มเอ่ยถามเด็กสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม หลังจากที่เขาไปรับเธอจากมหาวิทยาลัยแล้วพามาหาอะไรทานบนห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ “ยังค่ะ” ซึ่งเด็กสาวก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมา ก่อนจะตักอาหารที่อยู่ในจานตรงหน้าเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อย“ตัวนิดเดียวทำไมกินเยอะ แล้วนี่ไอ้ฟาเดลมันไปไหนเรารู้ไหม?” คามินเอ่ยถามลูกพี่ลูกน้องที่อายุห่างกันมากกว่าสิบปีอย่างฟาเดียร์อีกครั้ง ซึ่งเธอก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมา ก่อนจะตอบคำถามของคามินที่ถามออกมาเมื่อกี้“ไม่รู้ค่ะ พี่ไม่ได้บอกอะไรเดียร์เลย พี่แค่บอกว่าวันนี้เฮียจะมารับไปส่งที่บ้าน” “อืม งั้นก็รีบกินเดี๋ยวเฮียจะได้พาเรากลับเลย” คามินพูดแค่นั้น ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเพื่อส่งข้อความหาใครบางคนนับดาวคามิน : ทำอะไรอยู่ครับ?คามิน : อยากได้อะไรไหม? เดี๋ยวซื้อกลับไปให้สายตาคมเอาแต่จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเอง เพื่อรอให้คนที่เขาส่งข้อความหาเปิดอ่าน แล้วพิมพ์ตอบกลับมาทว่าผ่านไปนานหลายนาทีก็ไม่มีวี่แววว่าเธอจะเปิดอ่านเลย จนกระทั่ง….“เดียร์อิ่มแล้วค่ะ เดี๋ยวขอแวะไปซื้อของแป๊บนึงได้ไหมคะ เฮียรีบกลับไหม?” “
“พี่ก็จะทำให้น้องมีอารมณ์เหมือนเมื่อคืนนี้ไงครับ ไหน ตรงนี้ใช่ไหมที่เป็นจุดอ่อนของเรา” สิ้นเสียงของพี่คามินเขาก็ใช้มือข้างนึงของเขาถลกเสื้อยืดพร้อมกับชุดชั้นในของฉันขึ้นไปกองไว้บนเนินอก ก่อนจะก้มลงมาใช้ลิ้นร้อนปาดเลียบริเวณหัวนมอมชมพูวนเป็นวงกลมสลับข้างกันไปมา“อ๊ะ อื้ออ พ พี่คามิน นับดาวไม่เล่นแบบนี้นะ ห้ามดูด” ฉันพยายามยกมือขึ้นมาปิดบังเต้าอวบทั้งสองข้างของตัวเองเอาไว้ แต่ก็ถูกมือหนาของคนร้ายกาจอย่างพี่คามินรวบไว้เหนือศีรษะของตัวเองจนได้“พี่บอกแล้วไงครับ ว่าพี่จริงจัง เดี๋ยววันนี้ทั้งวันพี่จะทำให้น้องร้องครางดังๆเหมือนเมื่อคืน ดีไหมครับคนสวย” เขายกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะก้มลงมาจัดการกับเต้าอวบทั้งสองข้างของฉันอีกครั้ง เขาดูด เขาเลียมันอย่างเอาแต่ใจ จนร่างกายของฉันเริ่มอ่อนระทวยคล้อยตามสัมผัสที่เขามอบให้ และไม่นานเสื้อผ้าทุกชิ้นที่อยู่บนตัวของฉันก็ถูกจัดการด้วยสองมือของเขาอย่างชำนาญ “พี่คามิน ม ไม่เอานะ ห้ามลงไป” ฉันร้องห้ามอย่างไว เมื่อพี่คามินกำลังจะเคลื่อนตัวลงไปอยู่กลางหว่างขาของฉันเหมือนเมื่อคืน แต่คนอย่างพี่คามินยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เพราะตอนนี้ใบหน้าของเขาอยู่ตร
หลังจากที่พี่คามินส่งข้อความนั้นมาฉันก็ไม่คิดที่จะพิมพ์ตอบพี่เขาอีกเลย คนบ้าอะไรชอบแกล้งอยู่เรื่อย แล้วตอนนี้ฉันก็ไม่รู้ว่าที่ร่างกายฉันร้อนรุ่มดั่งไฟเหมือนคนจะเป็นไข้มันเป็นเพราะข้อความที่เขาส่งมาเมื่อกี้หรือว่าเป็นเพราะอะไร แต่สิ่งเดียวที่ฉันรู้และมั่นใจคือไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีหัวใจของฉันดวงนี้มันยังคงเป็นของเขาคนเดียว แค่เขาคนเดียวจริงๆไม่รู้ว่าตัวเองเผลอหลับไปตอนไหน พอมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มีอะไรเย็นๆมากระทบกับผิวกายของฉัน แล้วพอฉันลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าพี่คามินกำลังเช็ดตัวให้ฉันด้วยผ้าขนหนูที่ชุบน้ำแล้ว“พี่คามิน ทำอะไรคะ?”“เช็ดตัวไง ตัวน้องร้อนยิ่งกว่าแดดประเทศไทยอีกนะ เมื่อกี้พี่วัดไข้ได้เกือบสี่สิบ” นี่ฉันเป็นไข้จริงๆสินะ ถึงว่าเมื่อกี้ฉันรู้สึกว่าตัวร้อนแปลกๆ“ขอบคุณนะคะ แล้วนี่พี่กลับมานานยัง”“ประมาณครึ่งชั่วโมงครับ เดี๋ยวลุกมากินข้าวแล้วก็กินยาก่อน ค่อยนอนต่อ โอเคไหม” พอพี่คามินพูดจบเขาก็พยุงตัวฉันให้ลุกจากโซฟา ก่อนที่เขาจะเดินไปยกชามข้าวต้มกับถุงยามาให้ฉัน“นี่ยาแก้อักเสบกับยาแก้ปวด ส่วนนี่ก็ยาลดไข้ กินข้าวเสร็จก็กินยาเลยเข้าใจไหมครับ” พี่คามินว่าพลางหยิบยาออกจากถุงมาวาง
(เมื่อคืนแกได้ป้องกันไหม แล้วพี่คามินปล่อยนอกหรือว่าปล่อยใน) ถามว่าป้องกันไหมตอบเลยว่าไม่ พี่คามินไม่ใส่ถุงยางอนามัยเลยสักรอบ แล้วถ้าจะถามว่าปล่อยนอกหรือว่าปล่อยใน ฉันคิดว่าพี่เขาปล่อยในทุกรอบ เพราะฉันรู้สึกถึงสิ่งอุ่นๆ ที่มันพุ่งเข้ามาในตัวของฉัน ก่อนที่มันจะไหลย้อนออกไปด้านนอก“ไม่ได้ป้องกัน ที่สำคัญปล่อยในทุกรอบ แกว่าฉันจะท้องไหม แล้วฉันควรจะทำยังไงดี ในฐานะที่แกมีผัวมานานช่วยบอกฉันทีว่าฉันต้องทำยังไงหลังจากนี้” ฉันตอบยัยกุ๊กไก่ไปตามความจริง อีกอย่างที่ฉันตัดสินใจโทรเล่าเรื่องนี้ให้มันฟัง ก็เพราะว่าอยากจะปรึกษาเรื่องนี้กับมันนั่นแหละ(อืม งั้นก่อนอื่นถ้าแกยังไม่อยากท้อง ฉันแนะนำให้แกไปซื้อยาคุมฉุกเฉินมากินก่อน ว่าแต่แกจะเดินไปซื้อยังไง) นั่นสิฉันจะเดินลงไปซื้อยังไง แค่ลำพังเดินในห้องไม่กี่ก้าวก็แทบจะก้าวขาไม่ไหวอยู่แล้วไหม“รอหายก่อนก็ได้ ว่าแต่ไอ้ยาคุมฉุกเฉินนี่มันต้องกินยังไง?” เกิดมาก็ยังไม่เคยสัมผัสกับไอ้ยาคุมพวกนี้ด้วยสิ (กินเม็ดแรกภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์ แต่ยิ่งกินเร็วก็ยิ่งดีเพราะโอกาสที่จะไม่ท้องมันจะมีมากกว่า ถ้าเป็นไปได้นะแกควรจะกินภายในยี่สิบสี่ชั
วันต่อมา 09.20 น.“อื้ออ” ฉันค่อยๆ เปิดเปลือกตาของตัวเองขึ้นอย่างช้าๆ เมื่อรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างมารัดรอบเอวจนแทบจะหายใจไม่ออกและพอฉันหันไปมองด้านข้างสิ่งแรกที่เห็นเลยก็คือใบหน้าหล่อเหลาของใครบางคนที่ยังคงนอนหลับตาพริ้มอยู่ข้างๆ ฉันตอนนี้ใครบางคนที่ฉันเผลอปล่อยตัวปล่อยใจให้เขาไปเมื่อคืนพี่คามิน!!ฉันแทบอยากจะหยุดหายใจในทันทีเมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ฉันจะไม่มีวันลืมไม่มีวันลืมว่าตัวเองใจง่ายแค่ไหน ใจง่ายจนยอมเสียความบริสุทธิ์ของตัวเองให้กับพี่คามินไป ทั้งๆ ที่พยายามห้ามใจตัวเอง แต่พอเจอคำพูดและการกระทำของเขาเมื่อคืน ร่างกายของฉันมันก็อ่อนระทวยคล้อยตามเขาไปหมดแล้ว ยิ่งสัมผัสที่เขามอบให้ ฉันก็ยิ่งไม่อาจปฏิเสธเขาได้ อีกทั้งร่างกายยังตอบสนองเขาเป็นอย่างดี จนไม่น่าให้อภัยแล้วนี่ฉันจะทำยังไงต่อดี หนีออกไปจากห้องตอนนี้ก่อนดีไหม คิดได้แบบนั้นฉันก็ค่อยๆ ยกแขนของพี่คามินที่พาดเอวฉันเอาไว้ออกอย่างช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ ยันตัวเองที่ตอนนี้ไม่มีเสื้อผ้าปกปิดร่างกายเลยสักชิ้นขึ้นจากเตียงอย่างอยากลำบาก“โอ้ย!!” ฉันเผลอร้องเสียงหลงออกมา เมื่อรับรู้ได้ถึงความเจ็บ







