مشاركة

ตอนที่ 8

last update تاريخ النشر: 2026-10-09 11:45:56

      เมื่อไต้ซือหวงหันมาพบกับหนิงอันก็ได้ยกมือพนมขึ้นข้างหนึ่งพร้อมกับกล่าวว่า

"ประสกกับอาตมามีวาสนาต่อกันยิ่งนัก" หนิงอันตกใจที่อยู่ ๆ ไต้ซือหวงก็เอ่ยทักนาง ด้วยเพราะกลัวว่าทุกคนจะล่วงรู้ความลับของตนเองจึงได้หันไปมองผู้คนที่อยู่โดยรอบ หากแต่สิ่งที่ทำให้นางได้แต่แปลกใจเป็นอย่างมากนั่นก็คือทั้งมารดาของนางและหลิวฮูหยินดูเหมือนว่าจะมองไม่เห็นนางที่กำลังพูดคุยอยู่กับไต้ซือหวง ราวกับอยู่กันละโลกก็มิปาน

"พวกเขาไม่เห็น มีเพียงอาตมาและประสกเท่านั้น"

"คารวะไต้ซือเจ้าค่ะ"

"ประสกได้มีโอกาสกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง เหตุใดจึงได้สร้างกรรมให้ตนเองอีกเล่า ?" หนิงอันตกใจ นางเข้าใจว่าไต้ซือหวงหมายถึงสิ่งใดก่อนจะก้มหน้ายอมรับโดยไม่ปฏิเสธ

"ข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ"

"หากประสกทำเช่นนี้จะไม่อาจหลุดพ้นจากเคราะห์กรรมนี้ได้อีก ปล่อยวางเถิดหนา พันธนาการนี้หากว่าประสกต้องการหลุดพ้นก็จำเป็นจะต้องตัดสิ้นความสัมพันธ์ทั้งหลาย" ไต้ซือหวงกล่าวก่อนที่จะยื่นกำไลด้ายแดงให้นางหนึ่งเส้น หนิงอันรับมันมาก่อนจะกำไว้ในมือ

"อยู่ที่ประสกว่าจะเลือกทางใด จะยินยอมให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ปล่อยให้ความโกรธเข้าครอบครองจิตใจประสกเองหรือจะยินยอมตัดสิ้นพันธนาการของประสกทั้งสองให้ขาดจากกัน"

"หากข้าเลือกที่จะให้เป็นเช่นนี้ต่อไปเล่าเจ้าคะ ?"

"ประสกก็ต้องเผชิญกับเคราะห์กรรมอันหนักหนา แต่ในครั้งนี้ประสกจะผ่านมันไปได้หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวประสกเองแล้วว่าจะสามารถปล่อยวางได้มากน้อยเพียงใด"

"ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ขอบคุณไต้ซือที่ชี้แนะ" เพียงเท่านั้นหนิงอันก็สะดุ้งราวกับตื่นขึ้นจากฝัน ในขณะที่นางรู้สึกตัวขึ้นรอบ ๆ ตัวก็อยู่ในสภาพปกติ ท่านแม่ก็กำลังพูดคุยอยู่กับหลิวฮูหยินและฮูหยินผู้เฒ่า หนิงอันก้มลงมองดูด้ายแดงที่สวมอยู่บนข้อมือของนางหญิงสาวก็เข้าใจได้ในทันทีว่าตนเองนั้นมิได้ฝันไป ทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนแต่เป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น

"ท่านแม่ข้าขอออกไปเดินเล่นด้านนอกนะเจ้าคะ"

"ได้ เจ้าไปเถิด แต่อย่าเดินไปไกลนักเล่า" จางซื่อเห็นท่าทีเบื่อหน่ายของบุตรสาวจึงได้เอ่ยปากอนุญาต

หนิงอันพยักหน้าก่อนที่จะเดินออกมาจากอารามหลังเล็ก ซินอี๋เดินตามคุณหนูของนางออกมาหากแต่ถูกหญิงสาวกล่าวห้ามไว้เสียก่อน

"เจ้าอยู่ที่นี่กับท่านแม่เถิด ข้าแค่จะไปเดินเล่นแถวใกล้ ๆ นี้เท่านั้น"

"แต่ว่า... ก็ได้เจ้าค่ะ"

หนิงอันเดินลัดเลาะออกไปไม่ไกลนัก อีกด้านที่ไม่ไกลจากตัวอารามมีสวนสนและศาลาให้ได้นั่งพักเหนื่อย นางเลือกที่จะเดินไปนั่งตรงนั้นหากแต่เมื่อเดินเข้าไปใกล้กลับพบว่ามีใครบางคนที่นั่งอยู่ก่อนหน้าแล้ว แม้จะเสียดายอยู่มากที่ไม่ได้ชื่นชมบรรยากาศดังกล่าว แต่ด้วยมารยาทแล้วนางก็ไม่ควรที่จะเดินเข้าไปขัดจังหวะพวกเขา ในขณะที่คิดจะหันหลังกลับ สตรีที่นั่งอยู่ในศาลาก็หันหน้ามาพอดี ด้วยความที่บริเวณที่หนิงอันยืนอยู่นั้นมีพุ่มไม้และต้นไม้ใหญ่อยู่หลายต้นอีกฝ่ายจึงไม่เห็นนาง ชายหญิงคู่นั้นฉุดกระชากกันเบา ๆ เหมือนกันกำลังง้องอนกันอยู่ หนิงอันพยายามมองหน้าของหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มผู้นั้น นางก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าสตรีผู้นั้นก็คือเยว่ฉีที่มีข่าวลือว่านางคือคนรักของแม่ทัพหลิวหยาง

"เหตุใดนางจึงมาอยู่ที่นี่ได้ ? ทั้งยังอยู่กับคนผู้นั้น..."

ไม่นานเยว่ฉีก็เดินไปจากศาลาแห่งนั้นก่อนที่ชายผู้นั้นจะรีบตามไป ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ทำให้หนิงอันถึงกับขมวดคิ้วพร้อมกับคำถามที่ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่ ! แล้วหลิวหยางทราบเรื่องนี้หรือไม่ ? ภาพที่นางเห็นเมื่อครู่นั้นไม่บอกก็พอรู้ว่าคนทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน หนิงอันแอบเดินตามทั้งคู่ไปอย่างเงียบ ๆ ก่อนที่จะเห็นคนทั้งสองเข้าไปในห้องแห่งหนึ่ง เมื่อประตูบานนั้นปิดลงนางก็ได้แต่เฝ้าจับตาดูอยู่นาน หากแต่คนทั้งคู่ไม่มีทีท่าว่าจะออกมาจากห้องนั้นเสียที

ภายในห้อง

เยว่ฉีปิดประตูก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม แต่ในขณะที่นางกำลังจะเอ่ยปากพูดชายหนุ่มก็เข้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยงนางจนหญิงสาวแทบหายใจไม่ออก

"คุณชาย ท่านเบาหน่อย เหตุใดต้องรีบร้อนถึงเพียงนี้เจ้าคะ"

"ฉีฉี ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน"

"อ๊ะ ! คุณชาย"

เสียงของดังคู่ดังลอดออกมาถึงด้านนอก แม้ไม่ได้ดังมากนักหากแต่ถ้าใครเดินผ่านใกล้ ๆ ประตูจะต้องได้ยินอย่างแน่นอน

ระหว่างที่หนิงอันเฝ้าจับตามองสองคนนั้นอยู่ราวครึ่งชั่วยาม ทั้งคู่ก็เดินออกมาจากห้องด้วยท่าทางผมเผ้าหลุดลุ่ยไม่เป็นทรง หญิงสาวได้แต่ยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเอาไว้เพราะกลัวว่าทั้งคู่จะจับได้ว่ามีผู้พบเห็น ทั้งคู่เป็นดังที่หนิงอันเคยสงสัยมาตลอดจริง ๆ ด้วย หากว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์กันจริงเช่นนั้น... เรื่องนี้หลิวหยางจะรู้หรือไม่ ?

หนิงอันคิดจะแอบตามทั้งคู่ไปอีกครั้งหากแต่อยู่ ๆ ทุกอย่างก็ดับมืดลง ในยามที่รู้สึกตัวขึ้นก็พบว่าตนเองนั้นอยู่ในห้องแห่งหนึ่ง ภายในห้องนั้นมืดมิดไปหมดทั้งยังอับชื้นมาก นางพยายามคิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงใครบางคนที่เดินเข้ามาใกล้ ๆ

"เฝ้าให้ดีอย่าให้นางหลุดไปได้" เสียงของใครคนหนึ่งสั่งการ หนิงอันย่อมคุ้นเคยกับเสียงนี้เป็นอย่างดีเพราะเสียงนี้ก็คือเสียงเยว่ฉีคนรักของหลิวหยาง

"ขอรับ"

"ฉีฉีอย่าได้โมโห อย่างไรวันนี้ผู้ที่พบเห็นพวกเราสองคนข้าย่อมไม่ปล่อยทิ้งเอาไว้แม้แต่คนเดียว !"

"เจ้าค่ะ"

"เผาที่นี่ให้ดูเหมือนเป็นอุบัติเหตุ อย่าให้ใครจับได้เด็ดขาด"

"ขอรับ"

ดวงตาทั้งสองข้างของหนิงอันเบิกกว้างก่อนจะนึกแค้นในใจ นี่นางจะถูกไฟเผาทั้งเป็นอีกแล้วหรือ ? ก่อนที่หญิงสาวจะพยายามที่จะทำให้ตนเองหลุดออกในขณะที่มือและขาทั้งสองข้างถูกมัดจนแน่น ลำตัวของนางยังถูกมัดติดกับเสาเอาไว้อีกรอบหนึ่ง หญิงสาวมองไปเห็นด้ายแดงที่ถูกผูกไว้ที่ข้อมือของนางพานให้นึกไปถึงคำพูดของไต้ซือหวง

ทุกอย่างล้วนแต่เริ่มต้นขึ้นจากนางทั้งสิ้น เพราะนางดื้อรั้นที่จะรักเขาคนที่นางไม่ควรรัก บังคับฝืนใจให้เขาต้องมาแต่งงานกับนางเอง จริง ๆ แล้วก็เป็นนางเองที่ผิดตั้งแต่ต้น หากเขาจะเกลียดนางมันก็ไม่ผิดเลยสักนิด ทั้งในตอนสุดท้ายก่อนที่นางจะตายนางยังอาฆาตแค้นสาปแช่งเขาไปอีก ช่างเป็นสตรีที่จิตใจโหดเหี้ยมเสียจริง แต่เขาเองก็ทำไม่ถูกเช่นกัน หลังจากแต่งงานก็มีหลายครั้งที่ทำเหมือนกับว่ามีใจให้นาง ในยามที่นางเริ่มมีความหวังเขาก็กลับมาพังมันด้วยมือของเขาเอง เช่นนั้นครั้งนี้นางจะไม่ขอเพิ่มบาปให้กับตนเองอีกแล้ว จะขอจบเรื่องราวทุกอย่างไว้แต่เพียงเท่านี้แค่ชาตินี้ เคราะห์กรรมในครั้งนี้หากแม้นว่านางมิอาจข้ามผ่านมันไปได้ก็ไม่เป็นไร นางจะขอยอมรับมันไว้เอง พันธนาการใดก็แล้วแต่นางจะขอตัดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างให้จบลงเพียงแค่ตรงนี้

เปลวเพลิงเริ่มลุกไหม้ ริมฝีปากของหญิงสาวถูกมัดจนแน่นยิ่งทำให้หญิงสาวไม่อาจที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ แม้แต่จะเปล่งเสียงเรียกให้คนช่วยก็ยังไม่สามารถทำได้เลย หนิงอันได้แต่ปล่อยวาง เหตุทุกอย่างเริ่มต้นจากนางและมันก็ควรจบที่นาง

ด้านนอก

เมื่อเปลวไฟเริ่มลุกไหม้รุนแรงเนื่องจากเรือนแห่งนี้อยู่ห่างจากอารามหลังอื่นทำให้ผู้คนรับรู้ได้ช้านัก ยามเมื่อผู้คนเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกตินั้นเรือนพักชั่วคราวก็ลุกไหม้เกินกว่าจะดับมอดได้เสียแล้ว มีเสียงเอะอะโวยวายจากด้านนอกตลอดเวลา

"ไฟไหม้ ! เร็วเข้า ! ช่วยกันดับไฟเร็วเข้า !"

หนิงอันที่ได้ยินเสียงของผู้คนด้านนอกอยู่ตลอด หากแต่ในตอนนี้เรี่ยวแรงของนางแทบไม่เหลือแล้วเพราะสูดดมควันเข้าไปจำนวนมาก หากจะกล่าวว่าไม่กลัวล้วนแต่เป็นเรื่องโกหกทั้งสิ้น เหตุใดนางจะไม่กลัวเล่า ? ผู้ใดจะไม่กลัวตาย นางเองก็กลัวเช่นกัน น้ำตาของหนิงอันไหลลงอาบแก้มทั้งสองข้าง ไฟเริ่มเผาไหม้เข้ามาถึงด้านในห้องแล้ว คานขื่อเองก็เริ่มพังทลายลงมาแต่ตัวนางกลับไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย จนกระทั่งคานสูงเหนือศีรษะของนางพังลงมาพร้อมกับกระแทกเข้ากับร่างบางของหญิงสาว ความร้อนและความเจ็บปวดทำให้หนิงอันทุกข์ทรมานเป็นอย่างมากในช่วงเวลาสุดท้าย ก่อนที่ทุก ๆ อย่างจะดับมืดลง

ในขณะนั้นอยู่ ๆ หนิงอันก็ไปโผล่ยังสถานที่แห่งหนึ่ง ภายในห้องนั้นช่างคุ้นตายิ่งนัก และเมื่อมองไปรอบ ๆ นางก็ต้องตกใจเมื่อนางมาอยู่ในห้องของนางในตอนที่ยังไม่เกิดเพลิงไหม้ ไม่น่าเชื่อว่าหญิงสาวจะได้ย้อนกลับมาเห็นบางอย่าง ร่างโปร่งใสของนางมิอาจหยิบจับหรือแม้กระทั่งเปล่งเสียงร้องให้คนช่วยได้ หนิงอันมองเห็นร่างของตนเองที่นอนสลบอยู่ที่มุมห้อง นางพยายามจะเอื้อมมือไปคว้าร่างของตนเองหากแต่ก็ไม่สามารถทำได้ ในขณะนั้นหนิงอันจึงคิดที่จะวิ่งออกมาด้านนอก นางวิ่งไปจนทั่วจวนก่อนจะได้พบกับสตรีผู้หนึ่ง

"เยว่ฉี ? นางมาทำอันใดที่นี่ ?"

เยว่ฉีเดินเข้ามาใกล้ร่างของหนิงอันก่อนที่นางจะเดินทะลุร่างของหนิงอันไป พร้อมกับเดินเข้าไปหาทหารกลุ่มนั้นที่เคยเข้าไปค้นหาตัวนางภายในห้องนอนหากแต่พวกมันหาตัวนางไม่พบ

"พบนางหรือไม่ ?"

"ไม่พบขอรับ"

"พวกโง่ ! คนของข้าบอกว่านางไม่ได้เดินทางไปกับขบวนรถม้าของตระกูลหลิว ในจำนวนร่างคนตายทั้งหมดของตระกูลหลิวก็ไม่มีนางอยู่ แล้วนางจะหนีไปที่ใดได้ ?"

"พวกข้าน้อยไร้ความสามารถ ขอนายหญิงโปรดให้อภัย"

"ไม่ได้การ เช่นนั้นก็เผาที่นี่ให้หมดอย่าให้เหลือ"

"ขอรับนายหญิง"

น้ำมันถูกเทราดไปโดยรอบของเรือนก่อนที่เยว่ฉีจะเป็นผู้จุดไฟด้วยมือของนางเอง แม้ว่าหนิงอันจะพยายามเข้าไปห้ามหากแต่นางก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้ หญิงสาวรู้สึกตกใจเป็นอย่างมากทั้งยังสับสนงุนงงกับเรื่องราวทั้งหมดที่เป็นเช่นนี้ ไม่เหมือนกับเรื่องราวที่นางได้รับรู้มาแม้แต่น้อย รวมถึงเรื่องการตายของคนตระกูลหลิว พวกเขาตายแล้วงั้นหรือ ? จะเป็นไปได้อย่างไรกัน ในขณะที่ไฟกำลังเริ่มลุกลามไปทั่วทั้งเรือนอย่างรวดเร็ว ร่างบางโปร่งแสงของหนิงอันก็ถูกดึงไปที่ใดก็มิอาจรู้ได้ ก่อนที่หญิงสาวจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอีกครั้งก็พบว่าตนนั้นนอนอยู่บนเตียงภายในห้องนอนของตัวเองในตระกูลหนิง สิ่งแรกที่หนิงอันคิดก็คือนางย้อนเวลากลับมาใหม่งั้นหรือ ? แต่ต่อมาความเจ็บปวดก็ทำให้นางแทบจะร้องออกมาไม่เป็นภาษา

"โอ๊ย !" ความเจ็บปวดทั้งร่างกายทำให้นางรับรู้ได้ในทันทีว่าตนเองไม่ได้ย้อนกลับมาเพียงแต่นางยังไม่ตาย หนิงอันก้มลงมองดูบาดแผลตามร่างกายของนาง ทั้งตัวถูกพันไปด้วยผ้าสีขาวจนแทบดูไม่ได้ ใบหน้าของนางก็มีอาการเจ็บแสบเป็นอย่างมาก หรือว่าสวรรค์จะไม่ยินยอมให้นางได้ตายอย่างสงบ หากแต่นางต้องกลับมาชดใช้กรรมที่เกิดจากเรื่องราวที่นางได้ทำเอาไว้ ช่างใจร้ายกับนางเกินไปแล้ว !

"คุณหนู ! ท่านฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ ?"

"ซินอี๋ ข้ายังไม่ตายงั้นหรือ ?"

"คุณหนูรู้หรือไม่เจ้าคะพวกเราเป็นห่วงท่านมาก เหตุใดคุณหนูของบ่าวจึงได้ประสบเคราะห์กรรมซ้ำซากไม่หยุดหย่อนเช่นนี้ได้" กล่าวจบซินอี๋ก็ร้องไห้ออกมาก่อนจะเอ่ยเล่า

ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งเดือนก่อนในยามที่คุณหนูและฮูหยินไปไหว้พระที่วัด อยู่ ๆ คุณหนูของนางก็เกิดหายตัวไป ทั้งเรือนพักชั่วคราวที่ไม่ไกลจากอารามยังเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ เมื่อตามหาตัวคุณหนูไม่พบทุกคนเลยคิดว่าคุณหนูอาจจะติดอยู่ในเรือนพักแห่งนั้น โชคดีที่ท่านแม่ทัพผ่านมาพอดีจึงได้เป็นคนเข้าไปช่วยเหลือคุณหนูของนางออกมาได้ก่อนที่เรือนทั้งหลังจะพังลงมาจนหมด หากแต่ว่าคุณหนูของนางนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัสไปทั้งตัว ทั้งใบหน้าก็ยังถูกความร้อนจนเกิดบาดแผล ไม่รู้ว่าในยามที่คุณหนูฟื้นขึ้นมาจะรู้สึกเศร้าเสียใจมากเพียงใด

"ใบหน้าของข้า" หนิงอันรับรู้ได้ในทันทีหลังจากที่ซินอี๋เล่าเรื่องเหตุการณ์ดังกล่าวให้นางฟัง

"คุณหนูอย่าได้กังวลเลยนะเจ้าคะ นายท่านกับฮูหยินอีกทั้งคุณชายใหญ่กำลังให้คนออกตามหาท่านหมอที่จะช่วยรักษาใบหน้าของท่านแล้วเจ้าค่ะ" หนิงอันเงียบไปก่อนที่จะทำเพียงพยักหน้า แม้ว่านางจะรอดชีวิตจากเคราะห์กรรมครั้งนี้มาได้ หากแต่นางก็ยังต้องแลกกับการที่นางต้องเสียโฉมไป

"ข้ารู้แล้ว เจ้าออกไปเถิดข้ายังอยากพักผ่อน หากมีใครมาก็บอกเพียงว่าข้าหลับไปแล้ว"

"เจ้าค่ะ" ซินอี๋อยากจะพูดปลอบใจนายสาวของตนอีกสักนิดเพียงแต่หนิงอันกลับหันหลังให้กับนาง ก่อนที่สาวใช้คนสนิทจะค่อย ๆ ก้าวออกจากห้องไปพร้อมกับปิดประตูลง

ความเงียบขรึมของหนิงอันทำให้ผู้คนรู้สึกเป็นห่วงอย่างมาก นางพูดน้อยลงกินน้อยลง ทั้งยังไม่ออกมาพบหน้าผู้คนแม้กระทั่งคนในจวนเองก็ตาม บิดามารดาหากต้องการพบหน้านางก็ต้องมาหานางที่เรือนเท่านั้น คนในครอบครัวล้วนแต่เข้าใจว่าหญิงสาวอาจจะยังรับไม่ได้ที่ตนเองนั้นเสียโฉม ทำให้พวกเขายิ่งเป็นห่วงนางมากขึ้น

จางซื่อได้แต่ยืนมองหน้าเรือนของบุตรสาวด้วยหัวใจที่แตกสลาย จะมีอันใดแย่ไปมากกว่านี้อีก ใบหน้าของสตรีนั้นสำคัญเพียงใดใครบ้างจะไม่รู้

"เจ้าอย่าได้กังวลไปเลย เจ้าใหญ่รับปากแล้วว่าจะต้องหาหมอมารักษาอันเอ๋อของเราให้ได้"

"ท่านพี่ ลูกสาวของเราเหตุใดจึงได้โชคร้ายนักเจ้าคะ ?"

"เคราะห์กรรมของแต่ละคนมีหรือจะสามารถหลบเลี่ยงได้ เจ้าอย่าคิดมากเลยฮูหยิน"

"ข้าสงสารลูกเจ้าค่ะ" จางซื่อยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตาของตนเอง นางและสามีเฝ้ามองดูท่าทีของบุตรสาวมาหลายวันแล้วหลังจากที่นางฟื้นขึ้นมา แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย

"เวรกรรมอันใดกัน โธ่ อันเอ๋อลูกแม่" เวรกรรมอันใดกันที่ทำให้บุตรสาวของนางต้องประสบพบเจอแต่เคราะห์กรรมเลวร้ายเกือบเอาชีวิตไม่รอดเช่นนี้ หรือว่านางควรจะพาบุตรสาวไปพบไต้ซือหวงอีกครั้ง

"ท่านพี่ พวกเราพาอันเอ๋อไปพบไต้ซือหวงดีหรือไม่ ? อย่างน้อยก็ช่วยทำพิธีปัดเป่าเคราะห์กรรมให้ลูกเสียหน่อยก็ยังดีเจ้าค่ะ"

"ตามใจฮูหยินเถิด เช่นนั้นพรุ่งนี้พวกเราก็ไปเสียด้วยกันให้หมดนี่เลย"

"ดีเจ้าค่ะ"

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • คำสาปรักฮูหยินตัวร้าย   ตอนที่ 9

    หนิงอันถึงกับสำลักน้ำชาเมื่อได้ยินว่ามารดาจะพานางไปพบกับไต้ซือหวงผู้นั้นอีก ก่อนที่หญิงสาวจะคิดในใจว่าให้นางไปพบไต้ซือผู้นั้นอีกงั้นหรือ ไม่รู้ว่าไปคราวนี้จะได้พบเคราะห์กรรมอันใดอีก ? น่ากลัวว่าจะไม่มีโอกาสรอดชีวิตกลับมาอีกกระมัง แต่เพราะต้องการให้บิดามารดาสบายใจจึงได้ทำตามนั้นหลังจากที่นางฟื้นขึ้นมาหนิงอันก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในเรือน ทุกคนคิดว่าเป็นเพราะนางเสียโฉมจึงทำให้หญิงสาวอับอายจนกระทั่งไม่กล้าสู้หน้าผู้ใด แต่...ในความเป็นจริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ !หนิงอันสำนึกได้ตั้งแต่ตอนเกิดเรื่องแล้วว่าหากครั้งนี้นางรอดมาได้ต้องพบกับอุปสรรคบางอย่างเป็นแน่ และเมื่อฟื้นขึ้นมาจริง ๆ แล้วพบว่าใบหน้าเสียโฉม แม้ว่าจะทำใจไว้แล้วก็เถิดหากแต่ก็ยังเสียใจอยู่นิด ๆ ก่อนจะตั้งใจเอาไว้ว่าเป็นเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน นางจะได้ไม่ต้องไปงานเลี้ยงที่แสนน่าเบื่อ ไม่ต้องคอยพบปะผู้คนที่เอาแต่ตีสองหน้าใส่หน้ากากเข้าหากัน และที่สำคัญที่นางเอาแต่หมกตัวอยู่ในเรือนก็เพื่อศึกษาแผนที่เพื่อที่จะได้ออกเดินทางไปท่องเที่ยวให้ทั่วแผ่นดิน ด้วยใบหน้าเช่นนี้รับรองว่าปลอดภัยหายห่วง ไม่มีใครกล้าทำอันใดนางเป็นแน่ ! หญิ

  • คำสาปรักฮูหยินตัวร้าย   ตอนที่ 8

    เมื่อไต้ซือหวงหันมาพบกับหนิงอันก็ได้ยกมือพนมขึ้นข้างหนึ่งพร้อมกับกล่าวว่า"ประสกกับอาตมามีวาสนาต่อกันยิ่งนัก" หนิงอันตกใจที่อยู่ ๆ ไต้ซือหวงก็เอ่ยทักนาง ด้วยเพราะกลัวว่าทุกคนจะล่วงรู้ความลับของตนเองจึงได้หันไปมองผู้คนที่อยู่โดยรอบ หากแต่สิ่งที่ทำให้นางได้แต่แปลกใจเป็นอย่างมากนั่นก็คือทั้งมารดาของนางและหลิวฮูหยินดูเหมือนว่าจะมองไม่เห็นนางที่กำลังพูดคุยอยู่กับไต้ซือหวง ราวกับอยู่กันละโลกก็มิปาน"พวกเขาไม่เห็น มีเพียงอาตมาและประสกเท่านั้น""คารวะไต้ซือเจ้าค่ะ""ประสกได้มีโอกาสกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง เหตุใดจึงได้สร้างกรรมให้ตนเองอีกเล่า ?" หนิงอันตกใจ นางเข้าใจว่าไต้ซือหวงหมายถึงสิ่งใดก่อนจะก้มหน้ายอมรับโดยไม่ปฏิเสธ"ข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ""หากประสกทำเช่นนี้จะไม่อาจหลุดพ้นจากเคราะห์กรรมนี้ได้อีก ปล่อยวางเถิดหนา พันธนาการนี้หากว่าประสกต้องการหลุดพ้นก็จำเป็นจะต้องตัดสิ้นความสัมพันธ์ทั้งหลาย" ไต้ซือหวงกล่าวก่อนที่จะยื่นกำไลด้ายแดงให้นางหนึ่งเส้น หนิงอันรับมันมาก่อนจะกำไว้ในมือ"อยู่ที่ประสกว่าจ

  • คำสาปรักฮูหยินตัวร้าย   ตอนที่ 7

    หนิงอันตั้งใจที่จะเอ่ยเรื่องที่นางไม่อยากไปไหว้พระกับมารดาตามตรง หากแต่หญิงสาวกลับบังเอิญไปได้ยินในเรื่องที่ไม่ควรเข้าเสียก่อน"ข้ารู้ว่าเดิมทีพวกเรายกเลิกงานแต่งงานไปแล้วก็ควรอยู่ในห่างจากตระกูลหลิว แต่ท่านพี่ข้าคิดว่าทำเช่นนั้นก็มิเป็นผลดีกับพวกเราในตอนนี้ ท่านก็รู้ดีว่าหลังจากที่อันเอ๋อของเรายกเลิกงานแต่งงานกับท่านแม่ทัพหลิวไปแล้วก็มีองค์ชายหลายคนจับจ้องนางอยู่ การที่พวกเรายังคงมีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลหลิวก็มิใช่ว่าจะเป็นเรื่องไม่ดีเสมอไปนะเจ้าคะ"จางซื่อเอ่ยกับสามีอย่างตรงไปตรงมา นางชั่งน้ำหนักแล้วว่าการที่นางยังผูกสัมพันธ์กับหลิวฮูหยินผู้นั้นจะกลายเป็นเกราะป้องกันบุตรสาวของนางได้ แม้จะไม่ตลอดไปหากแต่ก็ยังสามารถถ่วงเวลาไปจนกระทั่งหนิงอันสามารถหมั้นหมายกับใครสักคนหนึ่งอย่างจริงจังเสียก่อน

  • คำสาปรักฮูหยินตัวร้าย   ตอนที่ 6

    "ท่านแม่ทัพ !" หนิงอันที่เห็นชายหนุ่มในสภาพนั้นหากกล่าวว่าไม่ได้รู้สึกอันใดเลยก็ดูจะใจดำเกินไปหน่อยเพราะนางเองก็รู้สึกตกใจมากเช่นกันก่อนจะให้สาวใช้ของตนเดินเข้ามาดูใกล้ ๆ แทนตนเอง "ท่านแม่ทัพของท่านเป็นอันใดไปหรือ ?" "ท่านไม่ทัพป่วยหนัก หากแต่วันนี้กลับยังห่วงเรื่องค่ายฝึกจึงได้เดินทางออกมาทั้ง ๆ ที่ยังป่วยเช่นนี้น่ะสิ" "พวกเจ้าอย่ามัวแต่พูดมากอยู่เลย พาท่านแม่ทัพของเจ้าขึ้นมาบนรถม้าเสียก่อนเถิด" หนิงอันออกคำสั่ง ในขณะนั้นเองรถม้าคันใหม่ก็มาถึงพอดี ก่อนที่นางจะให้บ่าวรับใช้และองครักษ์ของเขาพยุงร่างของชายหนุ่มขึ้นไปบนรถม้า พร้อมกับมุ่งหน้ากลับเข้าเมืองก่อนจะมุ่งตรงไปยังจวนตระกูลหลิวเพื่อไปส่งชายหนุ่มที่จวนเป็นอันดับแรก ร่างสูงนอนราบอยู่บนเก้าอี้ยาวด้านข้าง ด้วยความเร็วของรถม้าทั้

  • คำสาปรักฮูหยินตัวร้าย   ตอนที่ 5

    หลิวหยางฟื้นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าเป็นเวลามืดค่ำแล้ว ชายหนุ่มมีสีหน้าเรียบนิ่งหากแต่ใบหน้ากลับปกคลุมไปด้วยหยาดเหงื่อราวกับเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างยิ่ง หางตายังมีบางอย่างไหลซึมออกมาก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นเช็ดมันออกไป ดวงตาดำขลับหวนนึกไปถึงเรื่องในความฝันที่ราวกับมันเกิดขึ้นจริง ๆในความฝันของเขาก็คือตัวเขากำลังยืนอยู่หน้าเรือนแห่งหนึ่ง ในขณะที่เรือนแห่งนั้นกำลังมีไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง ในความฝันเขาพยายามที่จะเข้าไปด้านในเพื่อช่วยใครบางคน หากแต่เพราะไฟที่ลุกไหม้อย่างรุนแรง ทำให้ไม่อาจเข้าไปช่วยเหลือได้ หลิวหยางรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมารวมถึงความเสียใจที่ไม่อาจเข้าไปช่วยเหลือใครบางคนได้ทัน และเมื่อเขาพยายามที่จะนึกถึงใบหน้าของคนผู้นั้นหากแต่เขากลับนึกไม่ออกชายหนุ่มเกิดความฝันซ้ำ ๆ เช่นนี้มาเกือบเดือนแล้ว แต่ถึงแม้ว่าเขาจะพยายามหาคำตอบเท่าใดก็ไม่อาจหาคำตอบได้เสียที ว่าแท้จริงแล้วคนที่อยู่ในกองเพลิงนั้นคือผู้ใดกันแน่ ! เหตุใดหัวใจเขาจึงได้รู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่มองเข้าไปในกองเพลิงแห่งนั้น"ท่านแม่ทัพฟื้นแล้วหรือขอรับ ?""นี่ข้าเป็นอันใดไป""ท่านแม่ทัพอยู่ ๆ ก็สลบไปขอรับ ท่านหมอหลวงบอกว่าท่

  • คำสาปรักฮูหยินตัวร้าย   ตอนที่ 4

    หนิงอันถูกสาวใช้พาเดินออกมาจากเรือนรับรองได้กว่าครึ่งทางแล้ว ก่อนที่นางจะได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินตามมาจากด้านหลัง จึงได้หันหลังกลับไปมองเมื่อได้ยินเสียงอีกฝ่ายเอ่ยเรียก"ช้าก่อน คุณหนูหนิง"และเมื่อหนิงอันหันกลับไปก็เผชิญกับร่างสูงของหลิวหยางที่ตามมาติด ๆ ชายหนุ่มมีใบหน้าที่ซีดต่างจากตอนแรก แม้ว่าหนิงอันจะสังเกตเห็นหากแต่ก็ไม่คิดจะเอ่ยถาม นางคิดว่าเขาคงจะไม่ชอบใจนักหากว่านางยังวุ่นวายกับเขาไม่เลิก ซ้ำยังอาจจะคิดว่านางปฏิเสธงานแต่งงานครั้งนี้อาจเป็นเพราะนางนั้นมีแผนการบางอย่างก็เป็นได้"ไม่ทราบว่าท่านแม่ทัพมีอันใดกับข้าอีกงั้นหรือเจ้าคะ ?" หนิงอันเอ่ยกับเขา ดวงตาของทั้งคู่จ้องมองกันก่อนที่ชายหนุ่มจะเป็นฝ่ายหลบสายตาคู่นั้นก่อน"เจ้าต้องการจะล้มเลิกงานแต่งงานนี้จริง ๆ น่ะหรือ ?" หนิงอันได้ยินคำถามของเขาก็ทำให้นางรู้สึกแปลกใจทั้งระคนสงสัย ก็เป็นเขาเองมิใช่หรือที่ต้องการยกเลิกมันเสียเต็มประดา รังเกียจเดียดฉันท์กันปานนั้นผู้ใดจะยังทนฝืนอยู่ได้อีก ไม่สู้แยกย้ายกันทางใครทางมันไม่ยุ่งเกี่ยวเสียยังดีกว่า"เป็นความต้องการของข้าจากใจจริงเจ้าค่ะ" หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นหลิวหยา

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status