Se connecter(หนึ่งวันก่อน..)
กรุงเทพฯ
“แพรขวัญ!! เสร็จหรือยังน่ะ! ทำไมช้าแบบนี้!”
“เอ่อ คุณผกาคะ ใจเย็นๆก่อนนะคะ คือคุณแพรขวัญเธอยังเจ็บแผลที่มืออยู่เลยค่ะ เมื่อวานเธอช่วยไอ้ปั้นถางหญ้ามือเลยถลอก”
“แล้วยังไง!แค่ถลอกนิดหน่อยถึงกับทำอาหารไม่ได้เลยหรือไง?”
หญิงสาววัยกลางคนที่ค่อนข้างเกรี้ยวกราดตวาดเสียงแข็งดังลั่นไปทั่วทั้งคฤหาสน์หลังใหญ่ ใบหน้าที่มีความสวยดุร้ายของหล่อนถลึงตาใส่แม่บ้านสูงอายุ ผกา หรือคุณหญิงที่เป็นเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้ในนามของภรรยาคุณชาติ สามีที่ได้เสียชีวิตด้วยโรคร้ายเมื่อหลายปีก่อน
ถัดไปจากโต๊ะรับประทานอาหารที่มีคุณหญิงผกานั่งถอนหายใจฟึดฟัด ก็ได้มีลูกสาวทั้งสองที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม พวกเธอคือลูกสาวแท้ๆ ของผกา ทั้ง หวานใจและแนนนี่..ลูกสาวที่มีนิสัยคล้ายคลึงกันอย่างกับแกะ พี่สาวคนโตคือ หวานใจ นิสัยยิ้มง่าย คุยเก่ง เข้ากับทุกคนได้อย่างดี แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้หวานใจแตกต่างจากผู้หญิงทั่วไปก็คือ ความตีสองหน้า และน้องสาวคนเล็กก็คือ แนนนี่ เธอมีนิสัยที่พูดน้อย เงียบขรึม กิริยาค่อนข้างโผงผาง หลายคนอาจจะมองว่าเธอปากร้ายใจดี แต่หารู้ไม่ว่าจิตใจของเธอก็ร้ายไม่แพ้กัน
ส่วนทางแพรขวัญ..
เธอคือลูกสาวของคุณชาติและคุณนารินที่หนีหายไปมีครอบครัวใหม่กับเศรษฐี คุณชาติเลยมาแต่งงานกับคุณผกาและมีลูกติดมาอีกสองคน หลังจากคุณชาติลาจากโลกนี้ไปด้วยโรคร้าย คฤหาสน์หลังใหญ่กับทรัพย์สมบัติทั้งหมดก็ถูกแม่เลี้ยงฮุบไปอย่างหน้าตาเฉย
หญิงสาวหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูในวัยยี่สิบห้าปี รูปร่างผอมเพรียว แต่สัดส่วนเว้าโค้ง มีหน้าอกหน้าใจคับแน่น ผมยาวสลวยถึงกลางหลัง ดูภายนอกเธอเหมือนไม่สู้คน แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วเธอทันคนไม่น้อย..
“หนูขอโทษค่ะคุณแม่ เอ่อ นี่ค่ะ.. ต้มยำรวมมิตร”
แพรขวัญจัดการวางถ้วยสีขาวใหญ่ลงบนโต๊ะอาหารพร้อมกับเหลือบแววตาหวาดหวั่นไปทางแม่เลี้ยง ซึ่งผกาก็เริ่มสงบอารมณ์ลงบ้างแล้ว
“วันนี้ทำอาหารช้านะ”
“หนูขอโทษค่ะ คือว่ามือหนู”
“ป้านิลบอกแล้วว่ามือเธอถลอก” ผกาจ้องมองหญิงสาวที่ยืนค้ำหัวตัวเองด้วยแววตาไม่สบอารมณ์
“ค่ะ คือว่าหนูเจ็บมือก็เลยทำอาหารช้าไปหน่อย หนูไม่ค่อยถนัดน่ะค่ะ”
“ทีหลังก็บอกสิ”
“คะ?”
“ฉันจะได้ไม่ต้องให้เธอมาทำอาหาร แต่จะให้ไปช่วยไอ้ปั้นมันทำสวน”
กึก
ทว่า.. สีหน้าเรียบเฉยที่แฝงไปด้วยความเด็ดขาดนั้นกลับทำให้แพรขวัญยืนตัวชา เธอเห็นพี่สาวสองคนที่นั่งอยู่คนละฝั่งยิ้มเหยาะอย่างชอบใจอีกด้วย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอถูกคำพูดของผกาทำร้ายจิตใจ มันเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง.. แต่เธอไม่เคยชินสักที
“จะไปไหนล่ะ นั่งกินข้าวด้วยกันก่อนสิ” ผกาเอ่ยเสียงเรียบเมื่อเห็นว่าลูกเลี้ยงกำลังจะเดินออกไป
“หนูรีบไปคุยกับ บ.ก. ที่สำนักพิมพ์น่ะค่ะ พอดีวันนี้มีแก้งานนิดหน่อย ขอตัวนะคะคุณแม่”
พูดจบสาวร่างบางผมตรงยาวก็เดินลิ่วออกไปจากที่ตรงนี้ทันที เธอเดินขึ้นไปยังชั้นบนของคฤหาสน์สุดหรูนี้พร้อมกับความรู้สึกเจ็บปวด ดวงตาคู่สวยร้อนผ่าวเพราะความโกรธเต็มไปหมด มือข้างหนึ่งหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ออกมา แพรขวัญถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางชะลอฝีเท้าของตัวเองลงเมื่อถึงหน้าห้องนอน
LINE
แพรขวัญ : อีกแล้ว วันนี้คุณผกาจะให้ฉันไปทำสวน
เหมียว : ห๊ะ? 555555555 เอาจริงดิ
แพรขวัญ : อืม ฉันแค่ทำอาหารช้าเพราะเจ็บมือ นางก็โกรธ
เหมียว : ประสาทค่าาาา แกด่ากลับไปบ้างเหอะ มัวแต่ทำตัวเป็นนางซินเดอเรลล่าแบบนี้มันก็ไม่ไหวนะ
แพรขวัญ : เฮ้อ ฉันรู้น่า แต่ยิ่งแรงไปเขาก็แรงกลับ
เหมียว : มันก็สมควรโดนบ้าง ถ้าไม่งั้นแกก็ย้ายออกมาอยู่กับพี่เวย์ จบ!
ใบหน้าที่ดูเหมือนจะเรียบเฉยกลับจ้องมองข้อความล่าสุดของเพื่อนสาวไม่ละสายตา แพรขวัญถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปยังห้องนอนของตัวเอง เธอเหลือบมองไปทางสร้อยคอที่ถูกแขวนไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง มันคือสร้อยคอรูปหัวใจที่แฟนหนุ่มของเธอซื้อให้ในวันครบรอบ
ระยะเวลาสองปี.. ทำไมเธอรักเขาเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่กลับกัน..ความรักที่เขาเคยมีให้นั้นลดน้อยลงจนน่าใจหาย ทั้งละเลยความรู้สึก ไม่ใส่ใจ จนถึงขั้นทะเลาะกันรุนแรงบ่อยๆ สุดท้ายเวย์ก็ไม่ได้ง้อเธอเหมือนอย่างที่เคยทำ เขาชอบปล่อยให้เธอนอนร้องไห้คนเดียว ราวกับว่าเขามีอะไรปิดบังเธออยู่..
รสชาติของความรักนี่มันน่ากลัวมากจริงๆ สินะ
(สำนักพิมพ์ผีเสื้อกลืนหาง จำกัด)
“อะไรนะคะ! นี่พี่อู๊ดจะให้หนูไปเขียนนิยายในไร่..”
“ใช่แล้วค่ะคุณน้อง”
“เอ่อ.. แต่จริงๆ แล้วนิยายของหนูมันไม่ต้อง”
“ก็น้องแพรขวัญเขียนนิยายเกี่ยวกับหนุ่มบ้านไร่ไม่ใช่เหรอคะ น้องก็ต้องเข้าไร่ไปเอาบรรยากาศสิ มัน..จะได้ฟีลลิ่ง..”
บ.ก. สาวสวยร่างท้วมนามว่าอู๊ดลากเสียงยาวพลางหรี่ตาเปล่งประกายมองไปทางนักเขียนชื่อดังของสำนักพิมพ์ พี่อู๊ดคนนี้ค่อนข้างจะเนี๊ยบ เจ้าระเบียบ และแต่งตัวแซ่บซี๊ดนำเทรนด์อย่างสุดโต่ง มองเผินๆ เธอเหมือนดีไซเนอร์มากกว่าบรรณาธิการเสียอีก
“พี่ดีลกับเจ้าของไร่ให้น้องแพรขวัญเรียบร้อยแล้วค่ะ เขาชื่อคุณทรกิจ เขาว่างวันนี้พอดี น้องก็เข้าไปได้เลย เดี๋ยวพี่ส่งที่อยู่ให้ในไลน์นะจ๊ะ”
“เอ่อ แต่หนู”
“อยากจะบอกว่าคุณทรกิจเขาไม่รับนัดใครพร่ำเพรื่อนะจ๊ะ นี่เขาเป็นคนเสนอมาเองเลยว่าอยากให้พี่ส่งนักเขียนฝีมือดีเข้าไปในไร่ น้องแพรขวัญจะได้ใช้โอกาสนี้โปรโมทไร่ให้เขาด้วย”
และดูเหมือนว่าเธอจะปฏิเสธความต้องการของพี่อู๊ดไม่ได้..
“เอ่อ ได้ค่ะ..”
สาวสวยในชุดลำลองตามสไตล์พยักหน้าตอบรับไปด้วยความจำยอม เธอพูดคุยเรื่องงานเสร็จสรรพก็ยกมือไหว้เพื่ออำลา บ.ก. สาวสุดเนี๊ยบ แพรขวัญในเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวกับกางเกงยีนส์สีเข้มรัดรูปและรองเท้าส้นสูง เธอกำลังยืนถอนหายใจเฮือกใหญ่อยู่หน้าสำนักพิมพ์
“ต้นฉบับก็จะปั่นแทบไม่ทันอยู่แล้ว เฮ้อ.. ยังจะให้เข้าไร่อีก พี่อู๊ดนะพี่อู๊ด นั่งอยู่ที่ไหนหนูก็เขียนงานได้หน่า ทำอย่างกับหนูไม่มีฝีมือ”
แพรขวัญเผลอระบายความในใจออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนที่ร่างบางจะส่ายหน้าไปมาและจ้องมองหน้าจอมือถือของตัวเอง ในไลน์ของพี่อู๊ดที่เพิ่งส่งโลเคชั่นอะไรบางอย่างมา แววตากลมคมคายหรี่ตาจ้องมันอยู่สักพักก็ขมวดคิ้วครุ่น
LINE
@Location – ไร่ทรกิจ จังหวัด สระบุรี
พี่อู๊ด : ตามที่อยู่นี้เลยนะแจ๊ะๆ จุ๊บๆๆ มั๊วะะะ
ครู่เดียวหลังจากยืนสงบสติอารมณ์ในใจเพียงไม่นานนัก นักเขียนสาวชื่อดังก็ต้องเบี่ยงความสนใจให้กับแจ้งเตือนไลน์ในกลุ่มเพื่อนซี้ ซึ่งมันเป็นแชทสำคัญที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ
LINE
แชทกลุ่ม - สมองไม่มี หน้าตาดีอย่างเดียว (สมาชิก 5 คน)
นิ้งนิ้ง : ยัยแพรขวัญ
: คือแกทำใจดีๆ ไว้เลยนะ โอเคมั้ย
: สายสืบบอกฉันว่าพี่เวย์มีกิ๊กจริงๆ ว่ะแก
กรุงเทพฯร่างบางของหญิงสาวในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์สีเข้มลงจากรถเก๋งคันหรู มันเป็นชุดเดิมกับในวันที่เธอหายเข้ากลีบเมฆไปอย่างไร้ร่องรอย แต่วันนี้เธอกลับมาแล้ว.. คฤหาสน์หลังเดิมที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและหวาดหวั่นในคราวเดียวกันแม้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในไร่นั้นจะเป็นเหมือนฝันชั่วคราว แต่มันก็ทำให้เธออดหวนคิดถึงมันไม่ได้เลย ใบหน้าหล่อเหลาของผู้ชายคนนั้น สัมผัสอันเร่าร้อน และความอบอุ่นราวกับดวงอาทิตย์ยามเย็น แม้ว่าเขาจะเป็นคนที่น่าเกรงขาม เจ้าเล่ห์ คาดเดาอารมณ์ได้ยาก แต่เขาก็ซ่อนความซื่อสัตย์ข้างในหัวใจอย่างแปลกประหลาดผู้ชายที่ชื่อ อคิรา เทวาอนันต์.. ต่อจากนี้ไปเขาคงอยู่เพียงในความทรงจำของเธอ“เอ้า.. กลับมาแล้วเหรอจ๊ะแพรขวัญ”เสียงทักทายที่ดูเป็นมิตรแค่เสียงเอ่ยขึ้นในขณะที่ร่างบางเดินหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเข้าไปด้านในคฤหาสน์ ก่อนที่บรรดาแม่บ้านจะวิ่งกรูกันเข้ามาขอกระเป๋าเสื้อผ้าไปถือไว้เอง แพรขวัญส่งยิ้มแทนคำขอบคุณก่อนจะหันไปมองแนนนี่ที่นั่งอยู่บนโซฟากับหวานใจ“ค่ะ แล้วคุณแม่ละคะ” แพรขวัญเอ่ยถามพลางชะลอฝีเท้าตัวเองลง“คุณแม่ออกไปข้างนอกน่ะ อ้อ.. แต่เดี๋ยวก็คงกลับแล้ว”“ค่ะ”“แล้วนี่ได
“ฮัลโหลค่ะคุณแม่”แพรขวัญที่เดินตัวปลิวมาทางสวนหลังบ้านตอบรับสายด้วยน้ำเสียงหวั่นๆ เธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเหตุผลในการติดต่อมาของผกาคืออะไร..(แพรขวัญ นี่เธอหายไปไหน ทำไมฉันถึงติดต่อไม่ได้เลย ที่สำนักพิมพ์บอกว่าเธอไปเขียนงานในไร่.. นี่เธออยู่ต่างจังหวัดเหรอ รู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงเธอมากแค่ไหน)“เอ่อค่ะ ตอนนี้หนูอยู่ต่างจังหวัด ขอโทษที่ไม่ได้บอกนะคะ พอดีที่นี่ไม่มีสัญญาณน่ะค่ะ” เธอหรี่เสียงของตัวเองลงพลางครุ่นคิดอะไรในหัวนี่แม่เลี้ยงของเธอ.. เป็นห่วงเธองั้นเหรอ?(เฮ้อ.. ฉันรู้เรื่องของเธอกับเวย์แล้วนะ รู้ทั้งหมดแล้วด้วย)“อ.. อะไรนะคะ”แต่พอได้ยินชื่อของผู้ชายที่ทำให้เธอใจหล่นวูบ สีหน้าหวาดหวั่นก็แปรเปลี่ยนเป็นความแปลกใจในชั่วพริบตา ริมฝีปากบางสวยขบเม้มเข้าหากันแน่น(เวย์ทำผู้หญิงท้อง และผู้หญิงคนนั้นก็เป็นชู้ของมันด้วย นี่เธอรู้หรือยัง)“เอ่อ คือหนู..”เธอรู้แค่ว่าแฟนเก่าของเธอนอกใจ แต่เรื่องท้องนั่นมัน..“พ..พี่เวย์ทำผู้หญิงคนนั้นท้องเหรอคะ”(ก็ใช่น่ะสิ รู้ไหมว่ามันเลวมากแค่ไหน มันรู้ว่าเธออยู่ที่บ้านไร่ของศัตรู แต่มันก็ไม่คิดจะไปช่วยเธอเลยสักนิด)“นี่คุณแม่รู้ว่าหนู..”(ใช่!)“…..”
“เรื่องมันก็มีอยู่แค่นี้แหละ คุณอยากรู้อะไรอีก”อคิราเอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งตัวแข็งทื่อไม่ยอมพูดจา เธอเม้มริมฝีปากตัวเองแน่นก่อนจะยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาบนใบหน้าของตัวเองออก เรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นมันสะกิดหัวใจของเธอไม่น้อย มันหนักเสียยิ่งกว่าเรื่องของเธอกับเวย์อีก“ฉ..ฉันไม่อยากรู้อะไรเพิ่มแล้วละค่ะ แค่นี้มันก็มากพอแล้ว”“นี่คุณจะร้องไห้ทำไม”“ฮึก ปะเปล่าค่ะ ใครร้อง”“เป็นนักเขียนนี่ต้องขี้แยด้วยเหรอ หึ.. เจ้าน้ำตาจริงๆ”คนที่ใช้ปลายนิ้วของตัวเองเช็ดรอยน้ำตาบนแก้มขาวเนียนหัวเราะเบาๆในลำคอ แววตาที่ดูเหมือนห่วงใยจ้องมองเธอจนเจ้าตัวประหม่า แพรขวัญเองก็ไม่ได้ตั้งตัวว่าเขาจะอ่อนโยนกับเธอถึงขนาดนี้“แล้วคุณล่ะ”“คะ?”“เรื่องของคุณกับไอ้เวร.. เอ้ย ไอ้เวย์สิ มันเป็นยังไง” อคิราตีหน้ามึนในประโยคที่เขาตั้งใจจะให้มันเป็นไป เขาจ้องมองใบหน้าหวานของหญิงสาวที่แทบจะหลุดขำออกมา ดูท่าแล้วนายท่านใหญ่คงจะแค้นแฟนเก่าของเธอมากเลย แต่เขาก็มองการณ์ไกลและมีสติมากพอที่จะไม่ฆ่าเวย์“เรื่องของฉันก็ปกติเลยค่ะ ฉันกับพี่เวย์ก็เป็นคู่รักทั่วไป เราคบกันมาสองปี.. แต่ฉันรู้สึกว่าความรักที่ฉันมีให้เขามันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
กรุงเทพฯคอนโดเวย์“ที่รักครับ ยังคลื่นไส้อยู่ไหม”หนุ่มร่างสูงในชุดลำลองสบายตัวเดินเข้ามาหาหญิงสาวที่นั่งอยู่บนโซฟา เธอคลี่ยิ้มบางก่อนจะตอบรับริมฝีปากที่บรรจงจูบลงมาข้างแก้ม ใบหน้าสวยไร้ที่ติในชุดนอนสีแดงเย้ายวนใจ นี่ขนาดเธอท้อง..เธอก็ยังไม่ปล่อยให้ตัวเองโทรมเลยสักนิด“ดีขึ้นแล้วละค่ะ อ้อ.. แล้วนี่คุณจะไม่ไปช่วยแฟนเก่าจริงๆเหรอ”“แพรขวัญน่ะเหรอ”“ค่ะ” สีหน้าของหลินเหมือนกับรู้คำตอบนั้นดีอยู่แล้วเธอรู้ว่าตอนนี้แพรขวัญอยู่ที่ไร่ของสามีเก่าเธอ และเธอก็รู้ว่าอคิราไม่ปล่อยให้แพรขวัญได้อยู่สุขสบายแน่ๆ เพราะผู้หญิงคนนั้นเป็นเมียของเวย์..“ผมจะไปช่วยทำไมล่ะ หึๆ ผมก็มีคุณกับลูกอยู่แล้วนี่ไง เรื่องนั้นมันก็ไม่สำคัญหรอก” ประโยคเห็นแก่ตัวนั้นทำให้หลินเปรยยิ้มบาง“หลินรักเวย์จังเลยค่ะ.. หลินคิดไม่ผิดเลยนะที่เลือกคุณ”“หึๆ ที่รักคิดถูกแล้วล่ะ”“…..”“ระหว่างใช้ชีวิตอยู่ที่ไร่นั้นจนตาย กับมีชีวิตหรูหราอยู่กลางเมืองใหญ่ หึ.. ผมคิดว่าคุณฉลาดมากเลยที่คิดได้ ไอ้คิราอะไรนั่น..มันก็เป็นได้แค่เจ้าพ่ออยู่แถวนั้น ส่วนที่นี่..ผมเป็นคนคุมทุกอย่าง”เวย์พูดพลางก็ใช้มือหนาลูบไล้ใบหน้าของคนรักไปด้วย ในตอนนี้หลิน
น้ำตกท้ายไร่..แสงแดดสุดท้ายของวันสาดส่องเข้ามายังกลางน้ำตกสะอาดใสที่ไหลรินลงมา บรรยากาศธรรมชาติอันแสนร่มรื่น กลิ่นอายจากหินใกล้กับน้ำ และกลิ่นต้นไม้ใบหญ้าที่ปลิวไสวตามแรงลม มันจึงทำให้หญิงสาวที่กำลังนั่งเขียนงานอยู่บนโต๊ะหินอ่อนข้างกับน้ำตกลอบยิ้มบาง เธอกดแป้นพิมพ์ไปด้วยพร้อมกับซึมซับบรรยากาศไร้ที่ติเหล่านี้ไปด้วยส่วนเจ้าเดม่อนก็ถูกคล้องเชือกไว้กับต้นไม้ใกล้ๆเพื่อไม่ให้มันวิ่งหนีไปไหน ส่วนเจ้าของมันก็..ซ่าาาาาาาาาาา~ผู้ชายที่กำลังว่ายน้ำอยู่ในตอนนี้นั้นกำลังดึงดูดความสนใจของนักเขียนสาวไปอย่างสิ้นเชิง แม้เธอจะพยายามหันกลับมาใจจดจ่ออยู่กับเนื้อเรื่องตรงหน้าก็ตาม แต่กล้ามล่ำเป็นมัดทุกส่วนก็ทำให้เธอลอบกลืนน้ำลายลงคอ โดยเฉพาะประโยคที่พาใจเธอให้คิดไปไกลนั่นอีก..‘ตอนผมไม่อยู่ คุณห้ามเข้าใกล้ผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น โดยเฉพาะไอ้เวรนั่น’มันหมายความว่า.. เขาหึงเธอเหรอ? หากไม่ใช่แล้วคำพูดกับการกระทำนี้มันคืออะไรกันแน่“นิยายคุณนี่ต้องเขียนฉากเซ็กส์ด้วยไหม”“คะ..”“…..”“เมื่อกี๊คุณพูดว่าอะ.. ค..คุณคิรา!!”คนที่เพิ่งหันใบหน้าเหม่อลอยของตัวเองมาตามเสียงเรียกถึงกับเบิกตาโพลงกับสิ่งที่เห็น ดวงตากล
สองอาทิตย์ผ่านไป..“ค่ะ พี่อู๊ด เอ่อ.. ต้นฉบับใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ พอดีว่าหนูมาเขียนงานที่บ้านญาติน่ะค่ะ”(ทำไมไปเขียนที่นั่นล่ะ พี่ติดต่อให้ไปไร่คุณทรกิจไม่ใช่หรือไงแพรขวัญ)“ก็ใช่ค่ะ แต่หนูไปไร่คุณทรกิจแล้ว.. แต่เจ้าของไม่อยู่ และไร่ก็ดูเหมือนจะร้างด้วยค่ะ หนูก็เลยขับรถไปบ้านญาติเลย ที่นี่ก็มีไร่เหมือนกัน”(เอ้าเหรอ! ก็ถึงว่าทำไมติดต่อไม่ได้เลย รู้ไหมว่าพวกเพื่อนๆของแพรขวัญน่ะแห่กันมาที่นี่เต็มเลย มาเมื่อสองอาทิตย์ก่อนน่ะ มาขอแผนที่ไร่คุณทรกิจเขา)คำอธิบายของบ.ก.สาวนั้นทำให้แพรขวัญไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด แต่สาวน้อยในชุดลำลองสไตล์บ้านไร่ที่ยืนอยู่ตรงสวนหลังบ้านเริ่มอยากรู้ความจริงนั่นเข้าแล้ว ใครกันเป็นคนติดต่อพี่อู๊ดว่าให้เธอมาเขียนงานที่นี่ แน่นอนว่าไม่ใช่เจ้าของไร่อย่างคุณทรกิจเป็นแน่ เพราะไร่ของคุณทรกิจไม่ได้เปิดรับนักท่องเที่ยวมาตั้งนานแล้ว“พี่อู๊ดคะ หนูขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ”ในเมื่อได้โทรศัพท์คืนกลับมาแล้ว.. ก็เท่ากับว่าเธอเป็นอิสระอย่างสมบูรณ์แบบ แต่การที่เธอรู้ความจริงเรื่องของเวย์ยังคงเป็นความลับต่อไป(อื้ม ว่ามาสิ)“คือว่า.. ใครเหรอคะที่เป็นคนติดต่อพี่อู๊ดเรื่องไร่คุณท







