LOGINในเมื่อการได้พูดจิกกัดเพื่อนที่เคยรักอย่างมัฑณาวี โดยเฉพาะการโจมตีจุดอ่อนเรื่องคู่ครองของอีกฝ่าย มันคือความสุขอย่างหนึ่งของเธอ เมื่อใดก็ตามที่ได้เห็นเพื่อนคนนี้โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงกับคำพูดของเธอ มันทำให้เธอยิ้มออกมาอย่างสะใจ ครั้งนี้ก็เช่นกัน
“แล้ววันนี้ไม่ต้องทำงานหรือไงถึงได้มานั่งอู้อยู่ที่นี่ได้”
“ฉันลาออกแล้ว”
“ลาออกหรือโดนไล่ออก ฉันว่าน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่านะ” น้ำเสียงของหนึ่งฤทัยติดจะเยาะเย้ยอยู่ในที
“ถ้าเธอไม่พูดก็ไม่มีใครเขาหาว่าเธอเป็นใบ้หรอกนะฤทัย” มัฑณาวีอดรนทนไม่ไหวตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเหวี่ยงวีนไม่แพ้กัน
“เราไม่ได้เจอกันมานานหลายปีขออัปเดตชีวิตส่วนตัวของเธอหน่อยสิมัท”
“จำเป็นต้องตอบไหม”
“ทำไมถึงพูดกับฤทัยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจแบบนี้ เราเป็นเพื่อนรักกันไม่ใช่เหรอ”
“เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดอย่างเธอฉันไม่ต้องการ”
“นี่เธอยังไม่หายโกรธฉันเรื่องพี่วุฒิอีกเหรอ เรื่องมันผ่านมานานเกือบสิบปีแล้วนะ อย่าบอกนะว่าเธอยังแอบหลงรักพี่วุฒิของฉัน”
“ฉันเลิกสนใจเรื่องนั้นมาตั้งนานแล้ว” หญิงสาวชักสีหน้าไม่พอใจเมื่อแผลเก่าถูกเปิดออกอีกครั้งด้วยความตั้งใจของเพื่อนรักที่กลายมาเป็นคู่อริ นับตั้งแต่วันที่หนึ่งฤทัยแย่งชายซึ่งเป็นรักแรกของเธอไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่มีความละอาย
“จริงเหรอ! ไหน ๆ ก็พูดถึงเรื่องนี้แล้วเรามาเคลียร์กันหน่อยดีไหม”
“ไม่มีเรื่องอะไรจะต้องเคลียร์”
“มีสิทำไมจะไม่มีก็เรื่องของเรากับพี่วุฒิไง ฉันแค่อยากจะบอกเธอว่า ตอนนั้นฉันพยายามทำหน้าที่แม่สื่อให้เธออย่างเต็มที่แล้ว แต่พี่วุฒิเขาไม่ได้รักเธอ เขาเป็นคนบอกฉันเองว่าเขาสนใจฉัน”
“เขาคงรักฉันได้ไม่ยากนักหรอกถ้าไม่มีเพื่อนจอมเสี้ยมอย่างเธอ ที่คอยเป่าหูและหว่านเสน่ห์ให้เขาตลอดเวลา ปากก็บอกว่าไม่สนใจแต่สุดท้ายเธอก็แย่งเขาไปครอง”
“ก็ผู้ชายเขาไม่ได้รักเธอแล้วจะให้ฉันไปบังคับให้เขารักเธอได้ยังไงจริงไหม” หนึ่งฤทัยพูดพร้อมกับยิ้มเยาะด้วยความสะใจ เมื่อเห็นมัฑณาวีชักสีหน้าแสดงถึงความไม่พอใจ
“เธอก็เลยฉวยโอกาสฉกเขาไปเป็นของตัวเอง”
“มันไม่ใช่ความผิดของฉันนะ ของแบบนี้ปรบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอก”
“ก็เธอเล่นทอดสะพานคอนกรีตเสริมใยเหล็กให้เขาเสียขนาดนั้น ผู้ชายที่ไหนจะปล่อยให้ผ่านไปง่าย ๆ จริงไหม”
“ถึงไม่มีฉันพี่วุฒิเขาก็ไม่สนใจเธอหรอก”
“ทำไม! ผู้หญิงอย่างฉันมันเป็นยังไง” มัฑณาวีย้อนถามเสียงขุ่น
“โถ ๆๆ นี่ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าเธอมันเป็นผู้หญิงจืดชืด ไร้รสนิยม ทีนี้เข้าใจหรือยังว่าผู้ชายส่วนใหญ่เขาจะเลือกใครระหว่างผู้หญิงจืดชืดเป็นน้ำยาเย็นอย่างเธอ กับผู้หญิงที่เซ็กซี่เร่าร้อนดั่งไฟอย่างฉัน ก็ไม่แปลกนักหรอกที่พี่วุฒิเขาจะหลงรักฉันแทนที่จะหันไปสนใจผู้หญิงเฉิ่ม ๆ เชย ๆ อย่างเธอ ทั้งที่ฉันพยายามเป็นแม่สื่อให้แต่ก็ยังไม่ได้ผล แทนที่เธอจะหันไปพิจารณาตัวเองกลับมาโทษว่าเป็นความผิดของฉันเสียนี่ ที่ผู้ชายเขาเลือกฉันแทนที่จะหันไปเลือกเธอ” น้ำเสียงที่หนึ่งฤทัยใช้ติดจะเยาะเย้ยด้วยความสะใจ ที่เป็นฝ่ายชนะได้รุ่นพี่ซึ่งเคยเป็นเดือนของคณะอย่างณัฐวุฒิมาครอบครอง แถมยังได้แต่งงานอยู่กินกับเขาอย่างมีความสุขมาจนถึงปัจจุบัน
“แล้วยังไง”
“ตอนนี้ฉันกับเขามีความสุขกันมากเลย พี่วุฒิเขารักฉันมากตามใจฉันทุกอย่าง”
“มาบอกฉันทำไม ถ้าคิดว่าบอกแล้วจะทำให้ฉันอิจฉาเธอละก็เสียเวลาเปล่า ฉันเลิกสนใจในตัวเขาตั้งแต่เขาหันไปคบกับเธอ”
“จริงอ่ะ!”
“ไม่เชื่อก็ตามใจ แล้วเธอแน่ใจเหรอว่าเขายังรักเธอเหมือนเดิม”
“พูดแบบนี้หมายความว่าไง อย่ามาใส่ความพี่วุฒิของฉันนะ” หนึ่งฤทัยย้อนถามกลับไปด้วยน้ำเสียงติดจะหาเรื่องอยู่ในที
ถึงทีที่มัฑณาวีจะเอาคืนอีกฝ่ายบ้างแล้ว ใบหน้าของมัฑณาวีปรากฏรอยยิ้มเมื่อเห็นอาการหงุดหงิดของคู่ปรับเก่า
“ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลยและก็จะไม่พูด ให้เธอไปค้นหาคำตอบเอาเองสนุกกว่า”
“พี่วุฒิเขาไม่มีวันนอกใจฉันหรอก”
“มั่นใจอะไรเบอร์นี้ น่าสงสารจริง”
“เธอจะรู้อะไร” หนึ่งฤทัยกระชากเสียงบ่งบอกถึงความไม่พอใจ
“ฉันรู้ดีกว่าเธอก็แล้วกัน” มัฑณาวียักคิ้วให้อีกฝ่ายก่อนจะยิ้มเยาะที่มุมปาก
“พี่วุฒิไม่มีทางนอกใจฉันแน่”
“ถ้ามั่นใจแล้วทำไมเสียงต้องสั่นแบบนั้นด้วยล่ะ นี่เธอไม่เคยรู้ระแคะระคายอะไรบ้างเลยเหรอฤทัย”
“เธอรู้อะไรก็บอกฉันมาสิ” หนึ่งฤทัยเริ่มแสดงท่าทีหงุดหงิดเมื่อคู่อริพยายามที่จะพูดปั่นหัวเธอ เพื่อให้เธอเกิดความหวาดระแวงในตัวสามี
“ทำไมฉันต้องบอก มันไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน และฉันก็ไม่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นเหมือนใครบางคน”
“ที่ไม่บอกเพราะเธอกุเรื่องขึ้นมาเพื่อให้ฉันกับพี่วุฒิมีปัญหากันใช่ไหม”
“อยากจะเข้าใจแบบนั้นก็ตามใจ”
พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า
ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ
ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ
“ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส







