ANMELDENความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง
เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม
“มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก”
ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย
“บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่
“คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา
“มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเวลาคิด ทีนี้บอกยายได้หรือยังว่ามัทไม่สบายใจเรื่องอะไร ใครทำให้หลานของยายเสียใจ”
มัฑณาวีสวมกอดกานดา พร้อมกับเอ่ยปากเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างเธอและติณณภพ ตลอดเวลาที่เล่าน้ำตาของหญิงสาวร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย กานดาสัมผัสได้เป็นอย่างดีว่าครั้งนี้หลานสาวของตนเองเสียใจมากจริง ๆ
หญิงสูงวัยสวมกอดอีกฝ่ายไว้แน่น พร้อมกับลูบหลังไหล่ของหลานสาวแทนคำปลอบโยน และหวังจะใช้อ้อมกอดที่อบอุ่นนี้บรรเทาอาการเสียใจของมัฑณาวี
“มัทเสียใจมากเลยค่ะคุณยาย และไม่เข้าใจว่าทำไมติณณ์ถึงทำกับมัทแบบนี้ มัทเจ็บ ๆ เหมือนจะตายเมื่อคิดถึงเรื่องนี้”
“อะไรที่มันทำให้เราทุกข์ก็อย่าไปนึกถึงมัน ยายอยากให้มัทมองไปข้างหน้า เราจะผ่านเหตุการณ์ร้าย ๆ นี้ไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตขอให้มัทรู้ว่า มัทยังมียายที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างมัทเสมอ และยังมีคนอีกหลายคนที่รักมัท”
“มัทรักคุณยายค่ะ”
กานดาเช็ดน้ำตาให้มัฑณาวี
“ไม่ร้องไห้แล้วลูก มัทร้องไห้เสียใจกับเรื่องนี้มามากแล้ว ยายรู้นะว่ามัทนอนร้องไห้ทุกคืน ต่อไปนี้ขอให้เข้มแข็งเพื่อเผชิญกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นตามมา”
“ตกลงค่ะ มัทจะเข้มแข็งอย่างที่คุณยายบอก” เธอสวมกอดยายอีกครั้ง
กานดารู้สึกสงสารหลานสาวในอ้อมแขน เพราะรักเขามากจึงเจ็บช้ำมากที่เขาทำเหมือนไม่เชื่อใจเธอ
ลึก ๆ แล้วกานดาเชื่อว่าติณณภพอาจจะมีเหตุผลที่ทำลงไปอย่างนั้น และคิดว่าตนเองมองคนไม่ผิด สิ่งที่เธอมั่นใจคือติณณภพรักมัฑณาวีจริง ๆ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ตัดสินใจยกหลานสาวสุดที่รักให้เขาไปง่าย ๆ แน่
แล้วอะไรล่ะ! ที่เป็นเหตุผลให้ติณณภพทำแบบนี้ มีแต่เขาเท่านั้นที่ให้คำตอบได้
สัปดาห์ต่อมา...
ดิเอ็มไพร์กรุ๊ปได้เชิญนักข่าวมาร่วมเป็นสักขีพยาน ในการเซ็นสัญญาร่วมกันสามฝ่าย เพื่อลงทุนสร้างห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่และดีที่สุดของเมืองไทย
การเซ็นสัญญาดังกล่าวผ่านไปได้ด้วยดี โดยไม่มีอะไรติดขัด และวันนี้อีกเช่นกันที่จะเป็นวันที่ติณณภพจะจัดการกับคนโกง ที่ยักยอกผ่องถ่ายเงินของบริษัทไปเข้ากระเป๋าตัวเองและพรรคพวก แถมยังทำเอกสารปลอมมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่เขารัก
หลังจากการเซ็นสัญญาผ่านพ้นไป นักข่าวก็ได้กรูกันเข้าไปขอสัมภาษณ์ซีอีโอหนุ่มหล่อของดิเอ็มไพร์กรุ๊ป เกี่ยวกับเรื่องที่เคยเป็นข่าว ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงจะไม่มีโอกาสได้สัมภาษณ์เขาอย่างใกล้ชิดเหมือนเช่นในวันนี้
“คุณติณณ์คะเป็นความจริงไหมคะ ที่จับได้ว่ามีคนยักยอกเงินบริษัทไปเป็นจำนวนมาก”
นักข่าวสำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่เอ่ยถามในประเด็นที่กำลังเป็นที่สนใจของคนในสังคม
“จริงครับ”
“ทราบหรือยังคะว่าเป็นฝีมือใคร” นักข่าวแต่ละสำนักต่างก็สลับกันเอ่ยถามถึงประเด็นที่ทุกคนอยากรู้
“ทราบแล้วครับ”
“แล้วมีมาตรการอย่างไรกับคนที่ทำผิดคะ”
“คนทำผิดก็ต้องรับโทษตามความผิดที่ก่อไว้”
“จริงไหมคะที่มีข่าวว่าคุณมัทณาวีเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้”
“ถ้าหมายถึงมัทเป็นคนยักยอกเงินบริษัทล่ะก็ไม่ใช่เรื่องจริงครับ”
“แต่มันมีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่าทางบริษัทสงสัยว่าคุณมัทจะเป็นคนยักยอกเงินของบริษัท”
“มัทจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไรครับ อีกไม่นานเราสองคนก็จะแต่งงานกัน อะไรที่เป็นของผมก็ต้องเป็นของเธออยู่ดี แล้วเธอจะยักยอกไปเพื่ออะไรจริงไหม” ติณณภพตอบทุกคำถามของนักข่าวด้วยรอยยิ้ม
“แล้วทำไมถึงมีข่าวลือนี้หลุดออกมาครับ”
“เข้าใจคำว่าแผนลวงสังหารไหมครับ คาดว่าบ่ายนี้ทางภูเก็ตก็น่าจะมีการนำเสนอข่าว เกี่ยวกับการจับตัวการใหญ่และพรรคพวกที่ทำการยักยอกเงินของดิเอ็มไพร์กรุ๊ปครับ ขอตัวก่อนนะครับ”
นักข่าวต่างพากันติดต่อสายข่าวที่ภูเก็ตกันให้วุ่น เพื่อให้ไปเตรียมทำสกู๊ปพิเศษ นำเสนอข่าวใหญ่ที่อาจจะมีขึ้นในไม่ช้านี้ที่สำนักงานของดิเอ็มไพร์ภูเก็ต มิฉะนั้นอาจจะตกข่าวสำคัญนี้
ทุกคนได้เห็นข่าวการให้สัมภาษณ์ของติณณภพเกี่ยวกับเรื่องนี้ ยกเว้นก็แต่มัฑณาวีที่ปิดการติดต่อสื่อสารทุกชนิด ทำให้เธอพลาดโอกาสสำคัญ ภาคินรีบโทรไปหาฬียากรทันที
“ลียาเห็นข่าวหรือยัง”
“เห็นแล้วค่ะ พี่ติณณ์ไม่ได้สงสัยในตัวพี่มัทมาตั้งแต่ต้น”
“นั่นสิ แผนลวงสังหารของคุณติณณ์ ทำให้มัทเจ็บเจียนตายได้เหมือนกัน เตรียมตัวไว้นะลียาเดี๋ยวพี่จะขับรถไปรับที่บ้าน เราจะไปหามัทกับคุณยายที่ไร่ห่มรักด้วยกัน”
“ตกลงค่ะ ลียากำลังคิดถึงคุณยายกับพี่มัทอยู่เลย จะได้ไปกอดพวกเขาให้หายคิดถึง”
“ไปพร้อมกับข่าวดีเลยล่ะ คุณติณณ์นะคุณติณณ์ทำกันได้ แทนที่จะกระซิบบอกว่าเป็นแผนลวงสังหาร แค่นี้ก็ไม่ต้องหน้าดำคร่ำเครียดใส่กันและกันแล้ว เดี๋ยวเจอกันลียา” จากนั้นก็วางสาย
พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า
ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ
ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ
“ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



