LOGINพระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว
ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ
เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้
“เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย”
ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง
“จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย”
“คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ”
“ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
“รีบลงไปกันเถอะค่ะ ก่อนที่พวกเขาจะคิดอะไรเลยเถิดไปกันใหญ่”
ติณณภพลุกไปตามแรงฉุดของแฟนสาวแต่ก็ยังไม่วายบ่นพึมพำ
“น่าเสียดายจริง ๆ”
ขณะที่ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันอยู่นั้น ทุกคนก็นั่งกันไม่ติด และต่างก็ลุ้นให้คนทั้งคู่คืนดีกัน
“เสียงเงียบไปแล้ว”
“คงจะสงบศึกกันได้แล้วล่ะมั้งคะพี่พิซซี่” ฬียากรคาดคะเน
“ก็หวังให้เป็นแบบนั้น”
และดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นไปตามคาด ทุกคนต่างก็ยิ้มออกมาอย่างโล่งอกที่เห็นติณณภพเดินจูงมือมัฑณาวีเดินลงมาด้านล่าง หญิงสาวไหว้บิดาของติณณภพ
“แกยอมคืนดีกับเขาแล้วใช่ไหม” ภาคินรีบเอ่ยถาม
มัฑณาวีไม่ตอบ ทั้งที่ทุกคนต่างก็อยากรู้คำตอบของเธอ
“ถามทำไมไม่ตอบ”
“จะให้ตอบอะไร”
“ก็ตอบว่าปรับความเข้าใจกันได้หรือยัง”
“ยัง”
“ทำไมล่ะ”
“ก็พิซซี่พูดกรอกหูมัททุกวันไม่ใช่เหรอว่าห้ามคืนดีกับเขาเด็ดขาด”
“ทีแบบนี้ล่ะทำเป็นเชื่อฟัง”
“ไม่ทำตามก็หาว่าดื้อ พอเชื่อฟังกลับไม่พอใจอีก เอาใจยากนะเนี่ย”
“นั่นมันเป็นคำแนะนำก่อนที่ฉันจะรู้ความจริง แล้วตกลงสรุปว่าแกทิ้งเขา”
“เปล่า เราตัดสินใจที่จะเริ่มต้นกันใหม่” เธอเอ่ยพร้อมกับโชว์ให้เพื่อนรักดูแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของตัวเอง
“โล่งอกไปที ปล่อยให้ลุ้นอยู่ได้ตั้งนาน”
ติณณภพบอกกับทุกคนว่าเขาปรับความเข้าใจกับเธอได้แล้ว และก็จะแต่งงานกันตามฤกษ์เดิมที่ผู้ใหญ่หามาให้ นับเป็นข่าวดีที่ต้องฉลอง
“ข่าวดีแบบนี้คงต้องฉลองกันหน่อย” ภาคินกล่าว
“เดี๋ยวยายจัดการเรื่องอาหารเอง”
“ลาภปากแท้ ๆ” เขาเอ่ยพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างถูกใจที่จะได้กินอาหารรสเลิศฝีมือคุณยาย
“อยู่ร่วมฉลองด้วยกันนะคะคุณไตร และก็ค้างคืนกันเสียที่นี่ไม่ต้องไปหาที่พักที่อื่น เรามีห้องมากพอที่จะให้ทุกคนพัก”
“ตกลงครับ” ไตรภพตอบรับคำเชิญ
“ลืมบอกไป ฤทัยมันโทรมาเมื่อกี้ มันเห็นข่าวที่คุณติณณ์ให้สัมภาษณ์ แล้วเป็นห่วงแกก็เลยโทรมาถาม แต่ฉันตอบไปเรียบร้อยแล้วว่าแฮปปี้เอ็นดิ้ง”
“แล้วรู้ได้ยังไงว่าจะแฮปปี้เอ็นดิ้ง"
“ใคร ๆ เขาก็รู้ว่าคุณติณณ์เป็นรถด่วนขบวนสุดท้ายของแก ถ้าขืนแกเล่นตัวมากนักล่ะก็คงได้กลับไปยืนสวย ๆ บนคานอย่างที่ฤทัยเคยพูดไว้อีกแน่ ที่สำคัญเรารู้ว่าแกรักเขา”
“รู้ดีนัก จริงสิเรื่องของฤทัยไปถึงไหนแล้ว ว่าจะถามหลายครั้งแล้วก็ลืม”
“จบลงด้วยดี ผู้หญิงคนนั้นยอมรับว่าพี่วุฒิไม่ใช่พ่อของเด็กในท้อง และยอมเลิกลากันไปโดยไม่เรียกร้องอะไร แต่พี่วุฒิใจดียกบ้านหลังนั้นแถมรถอีกหนึ่งคันให้หล่อนด้วยนะแก”
“ก็เพราะพี่เขาเป็นคนดีมัทถึงได้รัก”
“รักใคร!” ติณณภพถามเสียงเครียด
“รักคุณ”
“รอดตัวไป” สองหนุ่มสาวยิ้มให้กันและกันอย่างอบอุ่น
“หลังจากพี่มัทแต่งงาน คุณยายไม่ต้องกลัวว่าจะเหงานะคะ ลียาจะคอยดูแลคุณยายเองค่ะ”
“ไม่ต้องห่วงยายหรอกลียา เราเองก็รีบหาคู่ได้แล้ว ยายอยากเห็นหลานสาวที่ยายรักทั้งสองคนแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา”
“ลียาคงไม่แต่งงานหรอกค่ะ จะอยู่กับคุณยายแบบนี้ตลอดไป” เธอพูดพร้อมกับสวมกอดกานดา
“ทำไมลียาถึงไม่อยากแต่งงาน” ติณณภพแอบกระซิบถามมัฑณาวี
“น้องมีปมในใจเกี่ยวกับชีวิตครอบครัวที่แตกแยกที่มัทเคยเล่าให้คุณฟังไงคะ ก็เลยไม่ศรัทธาในชีวิตคู่ค่ะ”
“ผู้ชายไม่ได้เลวแบบนั้นเหมือนกันทุกคนหรอก”
“แต่ลียาไม่คิดเช่นนั้น มัทได้แต่หวังว่าลียาจะเจอคนที่ใช่ในเวลาที่เหมาะสม และได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขเหมือนเราสองคน”
ในค่ำคืนนั้นทุกคนต่างก็ดื่มฉลองให้กับความสุขของติณณภพและมัฑณาวีกันอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งภูมิระพีตะโกนเรียกทุกคนให้มาดูข่าวที่น่าสนใจ
“ข่าวการจับกุมอดิศรมาแล้วครับ” จากนั้นทุกคนต่างก็มายืนมุงดูการรายงานข่าวนี้พร้อมกัน
“จบเรื่องกันสักที ดีนะที่เราจับตัวอดิศรและพรรคพวกไว้ได้ ก่อนที่พวกมันจะหลบหนีไป” ไตรภพกล่าวออกมาด้วยความโล่งอกที่ทุกอย่างจบลงด้วยดี
“เราไปสนุกกันต่อดีกว่า” ภูมิระพีเอ่ยชวน
จากนั้นทุกคนก็พากันไปดื่มกินกันอย่างอิ่มหนำสำราญ ภายใต้บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความสุข
ติณณภพเดินเข้ามาสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง ขณะที่เธอปลีกตัวออกมายืนดูดาวด้านนอกเพียงลำพัง เขากระซิบบอกรักเธอและให้คำมั่นว่าจะรักเธอคนเดียวเช่นนี้ตลอดไป
คำบอกรัก...และลมหายใจอุ่น ๆ ที่กระทบซอกคอ มีผลทำให้หญิงสาวรู้สึกวาบหวามอย่างประหลาด เธอหมุนตัวหันกลับมายืนตรงหน้าเขาและกอดเขาไว้
“มัทก็รักคุณค่ะ” เขากอดตอบเธอเช่นกัน
“ขอบคุณที่คุณไว้ใจให้ผมได้ทำหน้าที่ดูแลคุณ ผมสัญญาว่าจะทะนุถนอมความรักของเรา ให้มั่นคงยืนยาวเช่นนี้ตลอดไป” พูดจบเขาก็โน้มตัวไปจูบที่หน้าผากของเธอบางเบา
มัฑณาวีเขินอาย เธอเบนหลบสายตาร้อนแรง ที่บ่งบอกถึงความรักและความปรารถนาในตัวเธออย่างไม่ปิดบังของเขา ใจของเธอเต้นแรง ติณณภพเชยคางเธอให้สบตาเขาก่อนจะก้มลงจูบที่ริมฝีปากเธออย่างดูดดื่ม เขาจูบเธอเนิ่นนานกว่าที่เขาจะยอมถอนจูบนั้น
“คุณคือคนที่ทำให้ผมมีความสุข โลกทั้งโลกสดใสเมื่อผมมีคุณอยู่เคียงข้าง ผมรักคุณนะมัท รักคุณมากจริง ๆ” เขาย้ำชัดอีกครั้ง
“และจะมีคุณเพียงคนเดียวตลอดไปผมสัญญา” ติณณภพให้คำมั่นสัญญาอย่างหนักแน่น
เธอยิ้มให้เขาอย่างเขินอาย ก่อนจะซุกตัวในอ้อมกอดที่อบอุ่นอีกครั้ง พร้อมกับซึมซับความรักที่เขาส่งผ่านมาให้เธอผ่านคำพูดและการสัมผัสทางกาย
ผมไม่รู้หรอกว่าเรื่องราวของผมกับมัทจะเรียกว่าพรหมลิขิตได้ไหม มันเป็นเรื่องบังเอิญที่ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อน แต่มันก็ทำให้ผมได้รู้จักกับความรัก รักแท้...ที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ รักแท้...ที่ยากจะหาสิ่งใดมาทดแทน
ขอบคุณโชคชะตาที่นำพาให้ผมได้มาพบกับเธอ ผู้หญิงที่มีค่าและมีความหมายมากที่สุดในชีวิตผม
จบบริบูรณ์
พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า
ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ
ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ
“ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส





![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

