Share

บทที่ 4

last update publish date: 2026-09-15 11:25:57

            หนึ่งฤทัยไม่ยอมปล่อยให้มัฑณาวีโจมตีตนเองได้อยู่ฝ่ายเดียว เธอจึงรีบโจมตีจุดอ่อนของอีกฝ่ายด้วยคำถามจี๊ดใจอย่างแรงเป็นการตอบแทน

            “ยังไม่ได้แต่งงานใช่ไหมมัท แล้วแฟนล่ะมีไหม อย่าบอกนะว่าแม้แต่แฟนก็ยังไม่มี” พูดแล้วก็รู้สึกสะใจเมื่อเห็นสีหน้าของมัฑณาวีเปลี่ยนสีหลังจากได้ยินคำพูดประโยคนั้น

            “เธอยังชอบยุ่งเรื่องส่วนตัวของคนอื่นไม่เปลี่ยนเลยนะฤทัย”

            หนึ่งฤทัยคอแข็งขึ้นมาทันทีที่ยินคำตำหนิติเตียนจากปากของมัฑณาวี

            “คนอื่นที่ไหน หรือว่าเธอลืมไปแล้วว่าเราเป็นเพื่อนกัน”

            “นี่เธอยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าความเป็นเพื่อนของเรามันจบไปตั้งนานแล้ว”

            “ไม่ต้องมาเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง สรุปว่าฉันเข้าใจถูกใช่ไหม”

            “เข้าใจอะไร!?” คิ้วเรียวขมวดมุ่น

            “ก็เข้าใจว่าอายุปาเข้าไปตั้งสามสิบแล้ว แต่ยังไม่มีผู้ชายคนไหนหันมาสนใจเธอเลยสักคนน่ะสิ”

            “ไปเอาข่าวมาจากไหนว่าไม่มีคนสนใจฉัน”

            “จะบอกว่าเธอมีแฟนแล้วว่างั้น”

            “ใช่” เธอตอบเสียงดังฟังชัด แต่ใจกลับคิดอีกอย่าง

            พุทธโธ ธัมโม สังโฆ ครั้งนี้จำเป็นต้องมุสาเพื่อรักษาหน้าของตัวเองจริง ๆ คงจะไม่ถึงกับตกนรกหรอกนะ

            หนึ่งฤทัยแสดงสีหน้าว่าไม่เชื่อคำพูดของมัฑณาวี

            “แล้วไหนล่ะแฟนเธอ ช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหมว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน และทำมาหากินอะไร”

            “บอกไปแล้วเธอจะรู้จักเขาเหรอ”

            ที่ตอบไปเช่นนั้นก็เพื่อประวิงเวลาและคิดหาคำตอบที่จะไม่ทำให้ตนเองต้องเสียหน้า

            “ก็ลองบอกมาก่อนสิ ไม่แน่นะฉันอาจจะรู้จักเขาก็ได้ ฉันหมายถึงถ้าแฟนเธอเป็นคนมีชื่อเสียงในสังคมฉันก็อาจจะรู้จัก”

            ซวยแล้ว! จะอุปโลกน์ใครขึ้นมาดีล่ะทีนี้

            แต่แล้วชื่อของใครบางคนก็แวบเข้ามาในหัว

            “เขาชื่อติณณภพรู้จักไหมฤทัย”

            หนึ่งฤทัยทวนชื่อเขาอีกครั้งก่อนจะตาเบิกโพลง ด้วยความที่เป็นคนสนใจเรื่องราวของพวกไฮโซที่มีชื่อเสียงในสังคม ทำให้เธอคุ้นกับชื่อที่มัฑณาวีเอ่ยมา

            “อย่าบอกนะว่าเธอหมายถึงติณณภพ เตชะกษิดิศ ทายาทของมหาเศรษฐีชื่อดังเจ้าของดิเอ็มไพร์กรุ๊ป”

            มัฑณาวีใช้รอยยิ้มแทนคำตอบ รอยยิ้มนั้นเหมือนรอยยิ้มของคนที่ถือไพ่เหนือกว่า

            “เป็นความจริงเหรอ”

            “ฉันจะโกหกเธอทำไม”

            “เธอไปรู้จักเขาตอนไหน แล้วเป็นแฟนกับเขาได้ยังไง เท่าที่ฉันรู้มาเขาเพิ่งจะกลับมาอยู่เมืองไทยได้ไม่นานนี้เองนะ”

            “นี่เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างฉันกับเขาซึ่งเธอไม่จำเป็นต้องรู้”

            “ฉันจะเชื่อคำพูดของเธอก็ต่อเมื่อเธอพาเขามาแนะนำให้พวกเรารู้จัก อีกไม่นานก็จะถึงวันงานเลี้ยงรุ่นของเรา เธอต้องพาเขามานะมัท ถ้าเธอไม่พาเขามาแนะนำให้พวกเรารู้จักล่ะก็ ฉันจะถือว่าเรื่องที่เธอพูดมาทั้งหมดนั้นเธอมโนไปเอง เหมือนที่เธอเคยมโนว่าพี่วุฒิมีใจให้เธอจนมาขอร้องให้ฉันช่วยเป็นแม่สื่อให้”

            มัฑณาวีชักสีหน้าบึ้งตึง เมื่อโจทย์เก่าอย่างหนึ่งฤทัยจงใจเปิดแผลเก่าของเธอ ด้วยการพูดถึงเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา

            “เธอต่างหากที่เป็นคนเสนอตัวว่าจะเป็นแม่สื่อให้ฉันกับพี่วุฒิ ทั้งที่ฉันไม่เคยขอร้องเธอด้วยซ้ำ”

            “แต่เธอก็ไม่ปฏิเสธ”

            “เพราะตอนนั้นฉันมันใสซื่อเกินไป ไม่รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของเธอไงล่ะฤทัย อันที่จริงถ้าเธอพูดกับฉันตรง ๆ ว่าเธอเองก็สนใจพี่วุฒิฉันก็อาจจะหลีกทางให้ เธอจะได้ไม่ต้องเหนื่อยหว่านเสน่ห์อ่อยพี่วุฒิให้เปลืองเวลา”

            “มัฑณาวี” หนึ่งฤทัยลืมตัวกระชากเสียงเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างดัง

            “พูดค่อย ๆ ก็ได้นั่งกันอยู่ใกล้แค่นี้จะเสียงดังทำไม”

            “หวังว่าเราจะได้เจอเธอควงคุณติณณภพมางานเลี้ยงรุ่น ที่จะจัดขึ้นในต้นเดือนหน้านี้นะ และอย่าคิดที่จะเบี้ยวล่ะ เพราะถ้าเธอเบี้ยวเราก็จะรู้ว่าสิ่งที่เธอพูดมาไม่ใช่เรื่องจริง เธอไม่ได้เป็นแฟนกับทายาทเจ้าของห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ของเมืองไทยจริงอย่างที่ปากพูด”

            เพราะโดนคู่ปรับเก่าพูดสบประมาททำให้มัฑณาวีฟิวส์ขาด

            “เราไม่ใช่แค่เป็นแฟนกันเท่านั้น แต่ฉันกำลังจะแต่งงานกับเขาในเร็ว ๆ นี้”

            “แต่งงาน!” คำอุทานของหนึ่งฤทัยทำให้มัฑณาวีรู้ตัวว่าตนเองพลาด ที่ดันเผลอพลั้งปากสร้างเรื่องมโนครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต

            นี่ฉันพูดอะไรออกไป ปากพาซวยแท้ ๆ แล้วทีนี้จะทำยังไง

            แต่ในเมื่อพูดไปแล้วก็จำเป็นต้องรักษาฟอร์ม เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายหัวเราะเยาะได้ ทั้งที่ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร

            “ใช่ เธอได้ยินไม่ผิดหรอกฤทัย”

            “แล้วเธอจะแต่งงานกันเมื่อไร”

            “เรากำลังคุยเรื่องนี้กันอยู่”

            “ยินดีด้วยนะที่เธอจะได้ลงจากคานเสียที” ปากบอกว่ายินดีแต่สายตากลับเป็นตรงกันข้าม มันฉายแววอิจฉาริษยาออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัด แม้จะเป็นเพียงชั่วแวบเดียว แต่มัฑณาวีก็ยังสังเกตเห็นอยู่ดี

            ไม่รู้ชาติก่อนมัฑณาวีทำบุญด้วยอะไร ชาตินี้ถึงจะได้ทายาทมหาเศรษฐีมาเป็นคู่ชีวิต หนึ่งฤทัยได้แต่คิดในใจไม่ได้พูดมันออกมา

            ลึก ๆ แล้วเธอรู้สึกริษยาที่เพื่อนจะได้คู่ชีวิตที่ดีกว่าสามีของตนเอง เพราะที่ผ่านมามีเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียวเท่านั้นที่เธอสามารถนำมาเยาะเย้ยอีกฝ่ายได้ แต่เวลาแห่งความสนุกเหล่านั้นกำลังจะหมดไป เมื่อมัฑณาวีประกาศว่ากำลังจะแต่งงานกับชายหนุ่ม ซึ่งเป็นทายาทมหาเศรษฐีหมื่นล้านอย่างติณณภพ เตชะกษิดิศ

            ถ้าเรื่องนี้เป็นความจริงล่ะก็ คงจะหมดโอกาสได้พูดจาเยาะเย้ยถากถางมัฑณาวีอีกเป็นแน่ ต้องมาลุ้นกันล่ะว่ามันจะเป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงเรื่องที่เจ้าตัวมโนขึ้นมาเพื่อรักษาหน้าของตัวเอง งานเลี้ยงรุ่นนี้ได้รู้คำตอบแน่  

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 113

    พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 112

    หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 111

    ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 110

    ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 109

    ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 108

    “ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status