LOGINหลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย
“ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน”
“ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย”
“คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท”
“และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก”
“แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก”
“มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก”
“ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน”
“ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
“มีใครรู้เรื่องนี้บ้าง”
“นอกจากคุณอาทรแล้วก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้แม้แต่พ่อของผม”
“คุณหลอกทุกคน”
“เพื่อความแนบเนียนมัท อดิศรจะได้เข้าใจว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่เขาวางไว้”
“โดยแสร้งทำเป็นเชื่อคำพูดของเขาแล้วกล่าวหาว่ามัทเป็นคนยักยอกเงินบริษัท”
“ใช่ และมันก็ได้ผล เขาชะล่าใจและไม่ได้นึกระแวงสงสัย เมื่อคุณอาทรลงไปเก็บหลักฐานเพื่อมัดตัวเขา”
“จะเกิดอะไรขึ้นกับเขา”
“ป่านนี้คุณอาทรคงพาตำรวจไปจับกุมตัวเขาแล้ว อีกไม่นานเราก็คงจะได้เห็นข่าวนี้ตามสื่อต่าง ๆ”
“แล้วฉันจะเชื่อคุณได้ยังไงว่าสิ่งที่คุณพูดมาเป็นเรื่องจริง”
“ผมมีอะไรให้คุณดู”
ติณณภพหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดหาอะไรบางอย่าง จากนั้นก็ส่งมันให้เธอ ด้วยความอยากรู้ทำให้มัฑณาวีรับมาดู มันเป็นคลิปที่เขาให้สัมภาษณ์นักข่าวเกี่ยวกับตัวเธอ เขาเคลียร์ประเด็นเรื่องที่มีข่าวลือว่าเธอยักยอกเงินบริษัท เมื่อดูจบก็ส่งโทรศัพท์คืนให้เขา
“เข้าใจผมแล้วใช่ไหมว่าทำไมผมต้องทำแบบนี้”
“ถ้าคุณเล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟัง เราก็คงไม่ต้องผิดใจกัน”
“ที่ผมไม่บอกเพราะคุณเป็นคนอ่านง่าย รู้สึกอย่างไรก็แสดงออกไปแบบนั้น การแสดงออกของคุณอาจจะทำให้อดิศรไหวตัวทัน หรือไม่อันตรายก็อาจจะมาถึงตัวคุณ ผมก็เลยคิดว่าทำแบบนี้ดีที่สุด แม้จะรู้ว่าคุณต้องโกรธผมมาก”
มัฑณาวีตวัดตาคมค้อนเขา “ขนาดรู้ก็ยังทำ”
ติณณภพกล่าวขอโทษที่ทำให้เธอเสียใจและเป็นทุกข์ และขอให้เธออภัยเขา
“ผมขอโทษที่เป็นต้นเหตุทำให้คุณต้องเสียใจและเสียน้ำตา แต่เพื่อความแนบเนียนของแผนการณ์จึงจำเป็นต้องปิดบังทุกคน ยกโทษให้ผมอีกสักครั้งได้ไหม”
“คุณเชื่อจริง ๆ ใช่ไหมว่าฉันไม่ได้ทุจริตอย่างที่ถูกกล่าวหา”
“ใครเลยจะกล้าสงสัยพนักงานดีเด่นสามปีซ้อนอย่างคุณได้ล่ะมัท”
“ลืมไปหรือเปล่าว่าฉันถูกเชิญให้พ้นสภาพพนักงานโดยไม่ทันได้ตั้งตัว”
“ผมไม่ลืมหรอกว่าคุณถูกไล่ออกเพราะปกป้องผลประโยชน์ให้บริษัท ผู้หญิงแบบนี้น่ะเหรอจะโกงใครได้ ไม่มีทางทำได้หรอก ถ้าใครเชื่อก็บ้าแล้ว”
“รู้ก็ดีแล้ว”
“คุณเข้าใจและให้อภัยผมแล้วใช่ไหม”
“ครั้งนี้ฉันอภัยให้คุณก็ได้ แต่คุณต้องสัญญาว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ห้ามปิดบัง เราจะไม่มีความลับต่อกันตกลงไหม”
“ตกลง ถ้าอย่างนั้นก็ยอมรับแหวนวงนี้คืนไปแล้วใช่ไหม”
มัฑณาวีมองแหวนเพชรในมือเขาก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา “คุณแน่ใจแล้วเหรอ”
“ผมไม่เคยแน่ใจอะไรมากเท่านี้มาก่อน คุณทิ้งผมไม่ได้นะมัท ให้ผมสวมให้คุณนะ”
มัฑณาวีพยักหน้าแทนคำตอบ ติณณภพสวมแหวนในมือที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนจะยกมือข้างนั้นขึ้นมาจรดริมฝีปากของตัวเอง
“ผมรักคุณ ได้โปรดอย่าถอดมันคืนให้ผมอีกนะมัท ผมเจ็บมากเลยรู้ไหมตอนที่เห็นคุณถอดแหวนวงนี้ออกแล้วส่งคืนให้ผม”
แววตาที่เขามองเธอนั้นเปิดเปลือยถึงความรู้สึกที่เขามีต่อเธอ
“ฉันเองก็เจ็บไม่ต่างไปจากคุณ”
“ไหนบอกว่าให้อภัยและหายโกรธผมแล้วทำไมยังแทนตัวเองว่าฉันอยู่อีก” เขาตัดพ้อพร้อมกับกอดเธอไว้ในอ้อมแขน
จมูกโด่งคมฝังลงบนเรือนผมที่นุ่มละเอียดราวกับแพรไหม ก่อนจะเลื่อนไล้สู่ซอกคอหอมกรุ่น ซุกไซ้คลอเคลีย แก้มเนียนร้อนผ่าวด้วยไฟเสน่หาที่ถูกจุดให้โหมกระพือ หญิงสาวสะท้านไหวขึ้นมาทันที
“อย่าฉวยโอกาสแบบนี้สิคะติณณ์ มัทให้อภัยคุณแต่ไม่ได้หมายความว่าจะให้คุณทำแบบนี้ได้นะคะ ปล่อยค่ะ”
แทนที่เขาจะทำตามที่เธอร้องขอ แต่เปล่าเลยเขากลับทาบทับริมฝีปากลงบนปากเธอ มันสั่นระริก
พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า
ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ
ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ
“ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส







