Home / วาย / อย่ารักคุณเคน (Mpreg) / 1.2 รู้จักความรักไปไหม

Share

1.2 รู้จักความรักไปไหม

Author: Chenaimei
last update Petsa ng paglalathala: 2025-11-07 19:39:52

กริ่ง~

กิจวัตรประจำวันของพลับจีนแทบไม่มีอะไรต่างกันเลย ในหนึ่งวันใช้ชีวิตหมดไปกับการทำงาน อย่างวันนี้ต้องทำงานที่ร้านเบเกอรี่ของพี่ฝน ซึ่งเป็นร้านที่พลับจีนทำมาตั้งแต่สมัยเรียนปีหนึ่งจนถึงตอนนี้

ความสนิทสนมของเขาและเจ้าของร้านแทบจะกลายเป็นพี่น้องกันไปแล้ว อีกทั้งยังได้รับความไว้วางใจให้ดูร้านแทน จึงได้ขึ้นเป็นหัวหน้าพนักงานในร้าน เพราะฝนต้องคอยไปดูแลร้านสาขานั้นทีสาขานี้ที พลับจีนจึงต้องทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายที่นี่แทน

“พี่พลับครับ เก็บร้านเลยไหมครับ น่าจะไม่ค่อยมีลูกค้าแล้ว”

“อืม ใกล้ห้าโมงแล้ว เก็บเลยก็ได้”

เด็กหนุ่มนักศึกษาพยักหน้ารับก่อนเข้าไปเก็บกวาดหลังร้าน ส่วนคนอื่น ๆ ช่วยกันจัดการหน้าร้าน พลับจีนเองก็ใช่ว่าได้เป็นหัวหน้าแล้วจะอยู่เฉย ๆ เขาเองทำทุกอย่างในร้านด้วยเหมือนกัน เลิกงานจากที่นี่พลับจีนต้องกลับบ้านไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวไปเริ่มงานใหม่ในคืนนี้

เวลาประมาณหนึ่งทุ่มพลับจีนมาถึงร้าน Black butterfly เป็นผับขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในซอย ในหลืบห่างไกลจากบ้านของผู้คน เลี่ยงการรบกวนผู้อื่นได้พอสมควร แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นที่รู้จักของพวกหนุ่ม ๆ สาว ๆ รวมไปถึงพวกเสี่ยแก่ ๆ ที่ออกมาใช้ชีวิตสังสรรค์กับพวกพ้อง หาความสุขให้ตัวเอง บางคนอาจจะมีเมียเป็นตัวเป็นตนอยู่ที่บ้านแล้ว แต่ก็ยังไม่หยุดเรื่องผิดศีลบ้ากามไม่เว้นวัน

ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่มีสิทธิ์ไปสั่งสอนใครให้ทำเรื่องที่ถูกต้อง หน้าที่ของพลับจีนคือการบริการดูแลลูกค้าที่ซื้อตัวเขาไปก็เท่านั้น กฎเหล็กเพียงอย่างเดียวของพลับจีนคือไม่ไปต่อกับลูกค้าคนไหนทั้งนั้น ต่อให้จะยัดเงินใส่มือเป็นหมื่นเป็นแสนก็ตาม

หากถามว่าขยะแขยงหรือเปล่าที่ปล่อยตัวให้คนนั้น คนนี้จับเนื้อต้องตัว แน่นอนว่าความรู้สึกพวกนั้นเกิดขึ้นทุกครั้งที่ทำงานที่นี่ แต่พลับจีนก็ยังคงเลือกที่จะทำต่อไปเพียงเพราะ เงิน งานดี ๆ มีเยอะก็จริง แต่สมัยนี้ถ้างานดี ๆ มันหาง่ายนักคงไม่มีคนยากไร้ คนไร้บ้านหลงเหลืออยู่ ทางเลือกชีวิตของแต่ละคนต่างกัน ภาระที่ต้องรับผิดชอบของแต่ละคนนั่นก็ด้วย

เรียนจบปริญญามาก็จริง แต่การเข้าทำงานที่บริษัทก็ใช่ว่าจะง่ายขนาดนั้น เคยยื่นเรซูเม่ไปหลายที่เหมือนกันทว่ากลับผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากรับงานฟรีแลนซ์ก็อาจจะมีงานเข้ามาแต่มันก็ไม่แน่ไม่นอน เงินที่ได้ก็ไม่มั่นคงเท่าไรนัก พลับจีนจึงต้องทำงานหลายอย่าง ทางไหนที่ได้เงินแล้วไม่ทำให้ใครต้องเดือดร้อนก็แทบไม่เกี่ยง

หลายครั้งที่นึกสมเพชตัวเอง เพียงเพราะไม่เคยมีเป้าหมายในชีวิตอย่างชัดเจน พลับจีนแค่ยังอยากมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ เขายังอยากใช้ชีวิตต่อไป และด้วยเหตุผลนี้พลับจีนถึงได้ทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด ไม่ต้องทนอด ทนอยาก เหมือนเมื่อก่อนก็เพียงพอแล้ว

“ห้องวีวีไอพีสาม ลูกค้าคนนี้น่าจะอกหักมายังไงก็ปลอบ ๆ เขาหน่อยแล้วกัน”

“ครับ”

นอกจากต้องดูแล เอาใจ ชงเหล้าให้แล้ว พลับจีนยังต้องคอยเป็นที่ปรึกษา ที่ระบายให้กับพวกลูกค้าด้วยเหมือนกัน พอนานเข้าก็กลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว ยังดีหน่อยที่ลูกค้าแต่ละคนของพลับจีนกระเป๋าหนัก ได้ทิปคืนหนึ่งก็หลายพัน

ร่างเล็กเดินตรงไปยังห้องที่ผู้จัดการบอก เคาะประตูขออนุญาตจากคนด้านในก่อนจะได้ยินเสียงตอบรับกลับมา

ภายในห้องเงียบสนิทไม่มีแม้แต่เสียงดนตรีเปิดคลอเอาไว้อย่างที่เคยบริการลูกค้าคนอื่น ๆ กลิ่นเหล้าอบอวลไปทั่วห้อง ชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งกำลังยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม ตวัดสายตามองมาที่พลับจีนเล็กน้อย

“มานั่งนี่สิ”

เพียงกานต์เอ่ยเรียกเด็กหนุ่มเสียงนุ่ม ก่อนมาที่นี่เขาได้สอบถามกับผู้จัดการร้านโดยตรงว่าเด็กบริการของที่นี่มีใครที่สามารถนั่งเป็นเพื่อนเขาได้นาน ๆ บ้างหรือเปล่าเพียงกานต์ไม่ได้ต้องการหาที่ระบาย หรือต้องการทำเรื่องอย่างว่า เขาเพียงต้องการใครสักคนที่ไม่รู้จักกันมานั่งดื่มเป็นเพื่อนก็เท่านั้น อย่างน้อยหากเผลอพูดอะไรออกไปคนคนนั้นคงไม่ได้ใจใส่มันมากนัก ผ่านคืนนี้ไปทุกอย่างก็ราวกับไม่เคยเกิดขึ้น คงสบายใจมากกว่าเอาเรื่องทุกข์ใจไปเล่าให้คนรู้จักฟัง รังแต่จะทำให้ไม่สบายใจไปด้วย หรือไม่ก็อาจจะถูกสมน้ำหน้ากลับมา

“สวัสดีครับ ผมชื่อพลับจีนนะครับ เรียกพลับเฉย ๆ ได้เลย วันนี้ผมจะดูแลคุณลูกค้าอย่างเต็มที่แน่นอน ต้องการอะไรสามารถบอกผมได้”

“ดื่มได้ไหม”

“ได้ครับ แต่ผมขอไม่เมา”

“ครับ แค่ดื่มเป็นเพื่อนนิด ๆ หน่อย ๆ ก็พอ” ตอบกลับพลางชงเหล้าอ่อน ๆ ให้กับเด็กหนุ่ม

“มาเที่ยวที่นี่คนเดียวเหรอครับ”

“ครับ”

“ฟังเพลงไหมครับ เดี๋ยวผมเปิดให้”

“เอาสิ”

“คุณลูกค้าอยากฟังเพลงอะไรดีครับ”

“เพียง.. ผมชื่อเพียง”

เป็นปกติของพลับจีนที่ไม่ถามชื่อลูกค้านั่นเพราะคิดว่าคนที่มาที่นี่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยบอกชื่อจริง ๆ ให้ใคร พลับจีนเองก็ไม่รู้เหตุผลและไม่ได้สงสัยอะไรให้ปวดหัว

“ครับ.. คุณเพียงอยากฟังเพลงอะไรดีครับ”

ในห้องวีไอพีทุกห้องจะมีทีวีรวมไปถึงเครื่องคาราโอเกะ ให้ลูกค้าได้สังสรรค์สนุกสนานไปกับมัน

“เพลงอะไรก็ได้ครับ แล้วแต่คุณพลับเลย”

คุณพลับ..

ได้ยินลูกค้าเรียกตัวเองว่าคุณก็รู้สึกแปลกหูอยู่เหมือนกัน เพราะปกติคนอื่น ๆ จะชอบเรียกน้อง ไม่ก็พี่ ยิ่งถ้าเป็นพวกเสี่ยแก่ ๆ หน่อยก็คงจะเรียกเขาหนูพลับ คำเรียกพวกนั้นฟังแล้วก็รื่นหูอยู่หรอก แต่แววตา ท่าทางที่แสดงออกมาทำเอาขนลุกอยู่ไม่น้อย

ต่างจากผู้ชายคนนี้ ไม่มีอะไรเหมือนกับลูกค้าคนอื่น ๆ ที่ผ่านมาเลยสักคน แม้ว่าคุณเพียงกานต์คนนี้จะมีร่างกายหนากำยำมากกว่าเขาเกือบเท่าตัว แต่ไม่ได้ทำให้รู้สึกน่ากลัวเลยแม้แต่น้อย ไม่รู้เป็นเพราะใบหน้าหล่อเหลาที่แอบมีความหวานเล็ก ๆ นั่นหรือเปล่า

เรียกได้ว่าเป็นผู้ชายที่ดูมาก ๆ คนหนึ่งเท่าที่พลับจีนเคยเจอมาเลยก็ว่าได้

เพลงที่พลับจีนเลือกเปิดเป็นเพลงที่ตัวเองฟังบ่อย ๆ เนื่องจากไม่ค่อยได้ฟังเพลงจึงไม่รู้ว่าจะเปิดเพลงไหนให้เพียงกานต์ฟัง

ครั้นเพียงกานต์เงียบไปภายในห้องก็เกิดความอึดอัดขึ้น พลับจีนไม่รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหนดี ทั้งที่ปกติเขาเอาใจลูกค้าเก่งจนได้เป็นท็อปสองของร้าน แต่กับคนนี้เขากลับไปต่อไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรชวนคุย หรือควรนั่งเงียบ ๆ รอให้อีกคนเป็นฝ่ายพูดออกมาก่อน

“คุณเคยมีแฟนไหม”

“ครับ? อ๋อ ไม่เคยครับ”

“แล้วรู้จักความรักไหม”

“...”

ความรัก? แบบไหนล่ะ

“คุณเคยรักใครสักคนมาก ๆ หรือเปล่า”

“ผมไม่แน่ใจว่าความรักที่คุณหมายถึงเป็นแบบไหน แต่ถ้าถามผมว่าเคยรักใครสักคนมาก ๆ หรือเปล่า ก็มีอยู่สองคน เขาเป็นเพื่อนสนิทของผม เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่ผมมี และอีกคนก็คือน้องสาวของผม”

“แล้วความรักแบบคนรักล่ะ? คุณเคยมีไหม”

“ไม่มีหรอกครับ ความรักอะไรพวกนั้น ผมไม่เคยมี”

เสียงแค่นขำเบา ๆ ดังขึ้น พลับจีนไม่รู้เลยว่าเพียงกานต์กำลังคิดอะไรอยู่ ภายใต้ใบหน้าหล่อเหลานี้กำลังเก็บซ่อนความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ ทว่ามันกลับแสดงออกมาผ่านสายตาคู่สวยนั้น ต่อให้มองจากที่ที่ไกลกว่านี้เขาก็ดูออกว่ามันกำลังโศกเศร้าจนน่าใจหาย

“ถือว่าเป็นเรื่องโชคดีได้หรือเปล่านะ” ประโยคแผ่วเบาคล้ายพูดกับตัวเอง

“แล้วคุณเพียงล่ะครับ รู้จักความรักหรือเปล่า”

ประโยคคำถามของพลับจีนทำคนถูกถามถึงกับยกยิ้มแค่นขำในลำคอหนึ่งคำ ก่อนจะตอบกลับทั้งที่ไม่ได้มองหน้ากัน

“เคยคิดว่ารู้จักครับ”

อาจจะฟังดูไม่ค่อยเข้าใจสำหรับพลับจีน แต่ก็พอจะเข้าใจได้ในไม่กี่วินาทีต่อมา

“ทำไมถึงแค่เคยคิดว่ารู้จักล่ะครับ”

“เพราะมันซับซ้อนเกินไปน่ะครับ บางครั้งผมก็ตามมันไม่ทัน ไม่รู้ว่าความรักจริง ๆ แล้วเป็นแบบไหนกันแน่”

“...”

ไม่เข้าใจ พลับจีนไม่เข้าใจสิ่งที่ผู้ชายคนนี้พูด ทั้งที่ปีนี้เขาอายุยี่สิบหกแล้ว แต่กลับไม่มีความรู้เรื่องความรักอะไรพวกนี้เลย

หรือจริง ๆ เขาเองก็ไม่รู้จักความรักเหมือนกัน แต่ทว่า.. เขากลับเคยโหยหามัน ความรักที่เคยได้ยินใคร ๆ เขาพูดถึงกัน อยากรู้ว่าความรักมันจะหอมหวาน หรือเจ็บปวดเหมือนโดนปลายหนามทิ่มแทงกันแน่

“ผมมีคนรักอยู่คนหนึ่ง เขาเป็นผู้ชายที่ผมรักมาก เราวาดฝันอนาคตไว้ด้วยกันหลายอย่าง เราผ่านอะไรด้วยกันมามากมายจนเขาแทบจะกลายเป็นโลกทั้งใบของผม แต่วันหนึ่งเขาก็ทำให้โลกใบนั้นพังลงไม่เหลือชิ้นดี”

“...”

“คำถามแรกที่ออกจากปากผมตอนนั้น คือเขาหมดรักผมตั้งแต่ตอนไหน.. ทั้งที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเราแทบไม่มีปากเสียงกันเลย เขาดูแลผมดีทุกอย่าง บอกรักจนแทบจะกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน แต่พอตกเย็นวันนั้นเขากลับพูดออกมาว่าไม่รักผมแล้ว”

“...”

“น่าตลกใช่ไหมครับ ที่ดูเหมือนว่ายังรักกันอยู่ดี ๆ แต่จู่ ๆ ก็มาบอกว่าไม่รักแล้ว”

คนเราหมดรักกันง่ายดายเพียงชั่วข้ามคืนอย่างนั้นหรือ?

ไม่ใช่หรอก ความจริงความรักที่ว่ามันจางหายและหมดไปสักพักแล้ว ทว่าคงมีอะไรบางอย่างที่ทำให้หนีออกจากมันไม่ได้ แต่เมื่อถึงเวลาก็พร้อมที่จะไปทุกเมื่อราวกับไม่เคยรักกันมาก่อน เพียงกานต์ดูไม่ออกเลยว่าคนรักของตัวเองหมดรักกันไปตั้งแต่ตอนไหน

หากเทียบชีวิตมนุษย์กับความรักแล้วละก็คงเป็นสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืนคล้าย ๆ กัน

ความรักเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และเข้าใจยาก เพียงกานต์คิดอย่างนั้น

“ถ้าอย่างนั้น ผู้ชายคนนั้นเขาไม่ได้รักคุณเพียงจริง ๆ หรอกครับ”

“เขาอาจจะเคยรักผมจริง ๆ ก็ได้” เพียงกานต์หัวเราะออกมาพลางเงยหน้าขึ้นไปมองเด็กหนุ่มข้าง ๆ ที่กำลังแสดงสีหน้ามึนงง ไม่เข้าใจเรื่องที่เขาพูด “ผมถึงบอกไงว่าความรักน่ะมันซับซ้อน”

“ถ้าเขารักคุณเพียงจริง ๆ ทำไมถึงพูดออกมาว่าไม่รักแล้วง่าย ๆ ล่ะครับ ทั้งที่วาดฝันกันไว้ตั้งเยอะ”

“สำหรับเขาแล้วอาจจะไม่ง่ายก็ได้ครับที่จะพูดออกมา ไม่อย่างนั้นคงไม่อยู่กับผมมานานถึงขนาดนี้ ทั้งที่หมดรักผมไปตั้งนานแล้ว”

“ทำไมจะต้องยืดเยื้อให้เสียเวลา รักหรือไม่รักก็แค่พูดออกมาตรง ๆ จะคิดเยอะให้มันดูซับซ้อนไปทำไมกันครับ”

พลับจีนก็ยังคงไม่เข้าใจอยู่ดี ไม่เข้าใจว่าจะทำให้มันยากไปทำไม จากที่ฟังมาคนรักของเพียงกานต์คงหมดรักเพียงกานต์มาสักพักแล้ว แต่ที่เพียงกานต์ดูไม่ออกก็คงเป็นเพราะอีกฝ่ายอาจจะกำลังแสดงเสแสร้งว่ายังรักอยู่

พลับจีนคิดว่าความรักไม่ได้เข้าใจยาก แต่เป็นเพราะตัวเราเองต่างหากที่ทำให้มันยาก

“สักวันคุณจะเข้าใจเองครับ ว่าความรักมันซับซ้อนยังไง” อย่างที่เขาเข้าใจในตอนนี้ ว่าต่อให้ไม่เข้าใจว่าทำไม แต่เพราะรักอีกนั่นแหละที่ทำให้เขาต้องพยายามเข้าใจ

“...”

“ถึงตอนนั้นคุณจะรู้ว่าเรื่องบางเรื่องเราไม่สามารถพูดทุกอย่างที่เราคิดหรือรู้สึกได้ จนกว่าจะถึงเวลา”

“เวลา? เมื่อไรล่ะครับ”

“เรื่องนี้คงมีแค่ตัวเราเองที่ตอบได้ครับ”

สำหรับพลับจีนตอนนี้สิ่งที่ซับซ้อนยิ่งกว่าความรักคงเป็นผู้ชายตรงหน้า ดูจะเป็นคนที่มีความคิดมากมายหลายอย่างอยู่ในหัว คงจะตีกันให้วุ่นไปหมด

จนถึงตอนนี้พลับจีนก็ยังไม่เข้าใจว่าที่เพียงกานต์พูดหมายถึงอะไร

ดูเหมือนจะเสียใจที่จู่ ๆ คนที่อยู่ด้วยกันมาหลายปีเดินมาพูดต่อหน้าว่าหมดรักกันแล้ว เหมือนจะไม่เข้าใจว่าทำไม เป็นเพราะอะไร แต่ทว่าสุดท้ายก็พูดเหมือนจะเข้าใจอีกฝ่ายเสียอย่างนั้น

ซับซ้อนจริง ๆ นั่นแหละ ไม่ใช่แค่ความรัก ความคิดของคนเราก็ด้วย

ถ้าความรักที่ไอ้พลับจีนคนนี้เคยโหยหาต้องมาทำให้ปวดหัว ปวดใจแบบนี้ ชาตินี้ขอไม่พบไม่เจอก็แล้วกัน

แค่ทำงานเลี้ยงตัวเองให้รอดไปวัน ๆ ก็เหนื่อยสายตัวแทบขาด หากให้ต้องมาคิดเรื่องพวกนี้ด้วยแล้วมีหวังเป็นบ้าตายกันพอดี

“น่าตลกใช่ไหมครับ ที่ดูเหมือนว่ายังรักกันอยู่ดี ๆ แต่จู่ ๆ ก็มาบอกว่าไม่รักแล้ว”

tbc.

คุยกับนักเขียน

น้องคืออ่อนต่อโลกของความรักมากๆ ไม่รู้หรอกว่ารักแบบคนรักเป็นยังไง แต่แน่นอนว่ามันไม่เหมือนที่รักน้องสาวกับเพื่อนแน่นอน แต่สักวันน้องจะเข้าใจและรักเป็น 

ฝากแม่ ๆ เป็นกำลังใจให้น้องพลับด้วยนะคะ รับรองว่ารักน้องพลับไม่ผิดหวังเลยสักวัน

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • อย่ารักคุณเคน (Mpreg)   ตอนพิเศษ 9

    ตอนไหนที่พ่อกับแม่เป็นห่วงลูกที่สุด?เป็นคำถามที่เคนไม่เคยถามตัวเอง และไม่เคยรู้มาก่อน จนกระทั่งได้เป็นพ่อคนถึงได้รู้ว่าเวลาลูกต้องห่างออกไปจากอกเราจะเป็นห่วงและกังวลมากที่สุด เพราะไม่รู้ว่าเขาต้องเจอกับอะไรบ้าง ยามที่อยู่กับเรา เรายังสามารถดูแลเขาได้ แต่เมื่อเขาต้องไปใช้ชีวิตตามช่วงวัยโดยที่ไม่มีเราอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา คนเป็นพ่อเป็นแม่ถึงได้นึกเป็นกังวล เป็นห่วงจนไม่เป็นอันกินอันนอนเคนแอบมาร้องไห้ในห้องน้ำคนเดียว เพราะพรุ่งนี้ลูกชายต้องไปโรงเรียนวันแรก ความกังวลใจเกิดขึ้นมากมาย กลัวว่าลูกจะเข้ากับเพื่อนไม่ได้ กลัวว่าเพื่อนจะรังแก กลัวว่าคุณครูจะใจร้าย กลัวว่าลูกจะใช้ชีวิตเองไม่ได้ก๊อก ก๊อก ก๊อก!“พี่เคน เป็นอะไรหรือเปล่า”พลับจีนออกมาตามเคนที่ชั้นล่าง เพราะนอน ๆ อยู่เคนก็บอกว่าจะมาเข้าห้องน้ำ แต่กลับลงมาชั้นล่างทั้งที่ในห้องก็มีห้องน้ำอยู่ในตัว หายไปนานหลายนาทีก็ยังไม่กลับขึ้นมาแกร๊ก!เสียงปลดกลอนประตูดังขึ้น พร้อมกับประตูที่ค่อย ๆ เปิดออก เผยให้เห็นร่างชายหนุ่มวัยสามสิบกว่าที่ยืนตาแดงก่ำ ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา“เป็นอะไรครับ ร้องไห้ทำไม” พลับจีนเอ่ยถามด้วยความตกใจ“พี่เป็นห่ว

  • อย่ารักคุณเคน (Mpreg)   ตอนพิเศษ 8

    หลังจากผ่านพ้นงานวันเกิดลูกชายไปเมื่อห้าเดือนที่แล้ว เคนก็เสนอให้พลับจีนทำขนมมาขายที่ร้าน โดยมีน่านน้ำเป็นคนช่วยอีกแรง มีการปรับปรุงต่อเติมแยกออกมาเป็นเหมือนคาเฟ่เล็ก ๆ ข้าง ๆ ร้านอาหาร ยกเคาน์เตอร์บาร์มาไว้ที่นี่ ส่วนในร้านก็เพิ่มโต๊ะเพื่อรองรับลูกค้ามากขึ้น พนักงานเสิร์ฟลาออกเพราะเรื่องส่วนตัวกระทันหัน วันนี้เคนเลยมาช่วยงานที่ร้าน ส่วนเด็ก ๆ ก็ไปอยู่กับคุณปู่คุณย่า หากพามาที่นี่มีหวังไม่เป็นอันทำอะไรน่านน้ำปลีกตัวไปช่วยเคนรับออร์เดอร์ ส่วนพลับจีนช่วยพนักงานจัดการพวกเครื่องดื่ม เพราะเพิ่งต่อเติมได้ไม่นาน เรื่องของพนักงานเลยยังไม่ลงตัว ตอนนี้ได้มีการประกาศรับสมัครไปแล้ว ระหว่างนี้เจ้าของก็ต้องมาช่วยงานไปก่อนพลับจีนคิดว่าที่ลูกค้าได้เยอะแบบนี้คงเป็นเพราะทำเลที่เคนเลือกดี ป้ายหน้าร้านก็เด่นหรา ใครผ่านไปผ่านมาก็ต้องเห็น แถมระแวกนี้ ไม่มีเสียงรบกวน เหมาะแกการนั่งทานอาหารชิล ๆ ถ่ายรูปสวย ๆ อัปลงโซเชียลในช่วงเช้าพวกกาแฟกับขนมจะขายดี ตอนเที่ยงพวกพนักงานหรือคนที่สัญจรไปมาก็จะแวะพักทานข้าว ตกเย็นก็จะมีเด็กวัยรุ่น หนุ่ม ๆ สาว ๆ มานั่งเล่นทุก ๆ วันที่พลับจีนได้เห็นภาพนี้ไม่เคยรู้สึกเบื่อเลย

  • อย่ารักคุณเคน (Mpreg)   ตอนพิเศษ 7

    23 เมษา ชื่อร้านอาหารที่ถูกตั้งขึ้นโดยพลับจีน หลังจากได้ร้านอาหารมาพลับจีนก็ใช้เวลาคิดอยู่ไม่นานก็ได้ชื่อร้านมา ตั้งตามวันเกิดของมาวิน เพราะไม่ว่าอ่านชื่อร้านกี่ครั้งก็จะมีเราทั้งสามคนรวมอยู่ในนั้น มันอาจจะดูลึกซึ้งนิดหนึ่ง แต่ไม่ได้เข้าใจยากเลยสักนิดเปิดร้านมาได้สามดือนกว่า ทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทางจนคล่องมือ เคนจ้างพนักงานให้มาคอยช่วยที่ร้าน อีกทั้งยังมีเชฟชื่อดังถึงสองคน นับวันลูกค้าเริ่มเยอะขึ้น พลับจีนก็ไม่เคยขี้เกียจเลยสักวัน หลังจากส่งเคนไปทำงานแล้ว ก็พาลูกชายมาที่ร้านอาหารขลุกตัวอยู่ที่นี่ทั้งวันจนเลิกงานเคนถึงมารับภายในร้านยังมีมุมเล็ก ๆ ไว้ให้พลับจีนได้นั่งวาดภาพเล่นตามที่เจ้าตัวชอบ เคนทำทุกอย่างไว้ละเอียดตามที่สเก็ตช์ภาพเอาไว้จริง ๆ ส่วนมาวินก็มีเพื่อนเล่นถึงสองคน นอกจากมีคุณแล้วยังมีมีเธอ ลูกชายคนเล็กของน่านน้ำที่มีอายุห่างกับมาวินเพียงปีเดียว แม้ว่ามาวินจะอายุมากกว่ามีเธอ แต่มีเธอมีศักดิ์เป็นพี่เพราะพ่อของมีเธอเป็นพี่ชายของพ่อมาวิน แบบนี้จึงเหมือนกับว่ามาวินเป็นน้องเล็กสุดพี่ชายคนโตอย่างมีคุณนอกจากจะพาน้องเล่นแล้ว ยังต้องคอยดูแลน้อง ๆ ไปด้วย กระนั้นก็ยังมีน่านน้ำที่เป

  • อย่ารักคุณเคน (Mpreg)   ตอนพิเศษ 6

    คืนวันผ่านไป ย่างเข้าปีที่สองของอายุลูกชาย เด็กน้อยในวันนั้น ตอนนี้เดินเตาะแตะได้แล้ว แถมยังกินเก่งขึ้นทุกวัน คนเป็นพ่อก็ดูจะเห่อลูกยิ่งกว่าเดิม เมื่อก่อนเคนไม่เคยเข้าใจคินทร์เลยว่าทำไมต้องตามใจลูกทุกอย่างขนาดนั้นไม่ว่าลูกอยากได้อะไรก็หามาให้ พอเจอกับตัวถึงได้รู้ว่าไม่ใช่แค่สิ่งของที่ให้ได้เพราะแม้แต่ชีวิตก็ยอมแลกมันเพื่อลูกได้เช่นกัน“มาวินของป๊า”พอชีวิตเริ่มมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น เคนจึงผันตัวจากคนรักอิสระมาเป็นหัวหน้าอย่างแท้จริง ผับ Black butterfly ถูกปิดเป็นตัวลง แม้ว่าธุรกิจจะรุ่งเรือง แต่เคนคงทำต่อไม่ได้ คงไม่มีเวลามากพอเข้าไปดูแลที่นั่น เหลือเพียงร้านอาหารที่ขยายสาขาไปแล้วถึงห้าจังหวัดคนที่บอกว่าไม่อยากทำงานบริษัท ไม่อยากรับช่วงต่อจากที่บ้านตอนนี้กลับเริ่มเรียนรู้งานจากพี่ชาย อย่างน้อยก็เป็นอีกทางที่ทำให้มีรายได้อย่างมั่นคง และตอนนี้กำลังวางแผนจะสร้างร้านอาหารให้พลับจีน ซึ่งเป็นความฝันของที่เจ้าตัวเคยพูดเอาไว้กับน้อง เคนเลยอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ความฝันนั่นสำเร็จ“น้ำครับ”“ขอบคุณครับ”ร่างสูงอุ้มลูกชายเอาไว้ด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะรับแก้วน้ำจากคนรักพร้อมทั้งโน้มไปหอม

  • อย่ารักคุณเคน (Mpreg)   ตอนพิเศษ 5

    ตื่นเช้ามาพลับจีนก็เห็นเคนกำลังนั่งทำอะไรสักอย่างที่ตู้เสื้ออยู่นานสองนาน ก่อนจะเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตา ออกมาก็ตรงไปที่เคนนั่งอยู่“ทำอะไรอยู่ครับ”ครั้นลุกขึ้นเดินไปดูก็เห็นว่าอีกคนนั่งดูรูปคู่ของเจ้าตัวกับเพื่อนสนิท หรือที่ไม่เคยพูดคำนั้นออกมาเลย เพราะยังไม่ลืมรักแรก เผลอ ๆ คงยังรักอีกฝ่ายอยู่หรือจริง ๆ เขาไม่ควรหวังอะไรไปตั้งแต่แรก ในเมื่อเคนก็เคยพูดว่าจะทำหน้าที่พ่อให้ลูก มันก็คงจะแค่นั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นได้คนตัวเล็กเดินกลับไปอุ้มลูกชายที่ตื่นแล้วลงไปด้านล่าง ปล่อยให้เคนมองตามหลัง เมื่อรู้สึกตัวก็รีบตามลงมา“พลับ”“หิวแล้วครับ รบกวนตั้งโต๊ะให้หน่อย”พลับจีนอุ้มลูกมานั่งที่โต๊ะกินข้าว เลิกเสื้อขึ้นเพื่อให้ลูกกินนม ส่วนตัวเองก็นั่งรอเคนเอาข้าวต้มที่ตื่นมาทำตั้งแต่เช้ามาให้คนที่รู้ตัวว่าทำให้อีกฝ่ายระแคะระคายใจพยายามที่จะอธิบาย ทว่าพลับจีนไม่แม้แต่จะมองหน้ากัน เพียงแต่ตักข้าวกินเงียบ ๆ ทั้งที่บอกว่าหิวแต่กินไปไม่กี่คำก็วางช้อนไปเสียแล้ว ก่อนจะอุ้มลูกชายไปอยู่ที่ห้องนั่งเล่น เคนหยิบเอาถ้วยไปจัดการล้างเสร็จเรียบร้อยถึงได้ตามมานั่งอยู่ใกล้ ๆ“พลับ”“...”“เธอโกรธฉันเหรอ”“เปล

  • อย่ารักคุณเคน (Mpreg)   ตอนพิเศษ 4

    มาวิน เมธาวิน วิรุฬห์โยธิน เด็กน้อยที่เพิ่งลืมตาออกมาดูโลกเป็นวันแรกในวันที่ 23 เมษายน 2566 หลานชายคนที่สองของตระกูล ทุกคนดูจะเห่อหลานไม่ต่างจากคนแรก แม้แต่มีคุณเองก็ดูจะตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตัวเองได้น้องชาย จะได้มีเพื่อนเล่นเพิ่มตั้งแต่ออกจากห้องคลอดพลับจีนก็สลบไสลไปเพราะความเจ็บ โดยที่มีพ่อของลูกนั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่ห่าง ฝ่ามือใหญ่วางลงบนหน้าท้องพลับจีนแผ่วเบาเกลี่ยนิ้วลูบผ่านเสื้อ น้ำตาเอ่อรื้นขึ้นมาด้วยความสงสาร แผลผ่าคลอดคงทำให้พลับจีนเจ็บมากถึงได้นอนหลับไปนานจนพยาบาลเอาลูกมาให้ พลับจีนก็ยังไม่ตื่นขึ้นมา“คืนนี้เดี๋ยวน่านเฝ้าพลับให้เองครับ”“ไม่เป็นไร เฮียอยู่ได้ เฮียอยากอยู่กับพลับ”“เอางั้นเหรอครับ แล้วเฮียจะดูลูกได้เหรอครับ”“อือ พยาบาลสอนไว้แล้ว เฮียทำได้”“ก็ได้ครับ แต่ถ้าไม่ไหวรีบโทรหาน่านนะ”“ครับ”น่านน้ำนึกเป็นห่วง ไม่รู้ว่าเคนจะทำได้อย่างที่พูดจริง ๆ หรือเปล่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อยากขัดใจคนเป็นพ่อ“งั้นกลับกันก่อนดีไหมครับป๊าม๊า พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่”“ถ้าอย่างนั้น ป๊ากับม๊ากลับก่อนนะเคน”“ครับ”“พรุ่งนี้ปู่กับย่ามาหาใหม่นะครับมาวิน”หญิงชราเอ่ยกับหลานชายด้วยใบหน้าอิ่มเอ

  • อย่ารักคุณเคน (Mpreg)   10.2 ลูกอมรสสตรอว์เบอร์รี

    “มะ ไม่เอา”ดวงตาทั้งสองสบกันอยู่ครู่หนึ่ง คำปฏิเสธของพลับจีนทำให้เคนนิ่งชะงักไป พลางยกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมทัดหูให้อีกฝ่าย ไล้นิ้วเรียวไปตามกรอบหน้าจนถึงริมฝีปากเล็กที่ตอนนี้ทั้งแดงทั้งบวมจากการกระทำของตนเองอย่างนึกเสียดาย ทั้งที่คิดมาตลอดว่าพลับจีนไม่มีเสน่ห์อะไรเลยสักนิด แต่ทำไมพออยู่ในสถานการณ์แบบ

  • อย่ารักคุณเคน (Mpreg)   10.1 อย่าสงสัยในความเป็นเพื่อน

    “เราจะทำยังไงกับมันต่อดีคะ”“ปล่อยมันไปก่อน ขอเวลาฉันคิดแผนให้รอบคอบกว่านี้แล้วเราค่อยลงมือ”หญิงวัยกลางคนยกยิ้มร้ายมุมปาก เธอจะไม่ปล่อยให้มันหลุดมือไปเป็นครั้งที่สอง เมื่อสิบปีที่แล้วมันทำกับเธอและลูกเอาไว้อย่างเจ็บแสบ ถึงเวลาเธอจะเอาคืนให้สาสมคิดไม่ผิดจริง ๆ ที่ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ ไม่อย่างนั้นเฟญ

  • อย่ารักคุณเคน (Mpreg)   9.2 ยินดีต้อนรับสู่บ้านภิรมณ์

    ใครจะคิดว่าเด็กอายุเพียงสิบหกปีต้องมาหนีเอาตัวรอดจากพวกคนเลวแบบนี้ โชคดีที่เขาเตรียมการหาทางหนีทีไร่เอาไว้ เพราะมีหลายครั้งที่แอบหนีออกมาดูลาดเลา ถึงแม้ว่าจะถูกจับได้และโดนลงโทษบ้าง แต่ครั้งนี้คงจะคุ้มค่ากับการถูกตีเพราะเขากำลังจะหลุดพ้นและเป็นอิสระเสียทีเมื่อวิ่งออกมาถึงถนนได้พลับจีนยังต้องดูให้ด

  • อย่ารักคุณเคน (Mpreg)   9.1 หนีออกจากนรก

    “พลับจีน.. ใช่จริง ๆ ด้วย”“...”“จำฉันได้ไหม เฟญ่าไง”คนถูกทักนิ่งเงียบไป มองหน้าหญิงสาวที่เข้ามาทักนิ่ง ใบหน้าชาวาบพร้อมกับหัวใจที่เต้นถี่ขึ้น ทำไมเขาจะจำเธอไม่ได้เรียกได้ว่าจำได้ขึ้นใจเลยต่างหาก...“กลับกันไหมพลับ”ดูจากสีหน้าของพลับจีนน่านน้ำก็พอรู้แล้วว่าตอนนี้เพื่อนของตัวเองกำลังรู้สึกไม่ดีอ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status