Masuk“ฉันไม่เคยให้ความหวังเธอ มีแต่เธอที่คาดหวังไปเอง” นั่นคือคำพูดของเขา คนที่อยู่ด้วยกันมาเกือบสองปี “ครับ พลับผิดเองที่หวังมากไป”
Lihat lebih banyak“เค้กครับคุณเคน น่านให้เอามาให้”
จานขนมเค้กที่ถูกแบ่งมาส่วนหนึ่งยื่นมาตรงหน้า ก่อนเจ้าของชื่อจะช้อนตาขึ้นมองเด็กตรงหน้าที่อายุห่างกันเพียงปีเดียว อีกทั้งยังเป็นเพื่อนสนิทของพี่สะใภ้
ใบหน้าหวานเรียบนิ่งจ้องมองกันตาไม่กะพริบ รอให้ลูกชายคนกลางของตระกูล วิรุฬห์โยธิน รับจานเค้กในมือไปเสียที
ทว่านอกจากยอมรับไปแล้วยังเบือนหน้าหนีไม่สนใจกันอีก เฮอะ! ไอ้คนไม่มีมารยาท ทั้งที่อายุตั้งยี่สิบเจ็ดแล้ว แต่ยังทำตัวแบบนี้อยู่อีก
ตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนถึงตอนนี้ก็หกปีแล้วแม้จะไม่ได้เจอกันบ่อยนัก แต่วันแรกเป็นยังไงตอนนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น ไร้มารยาทเสมอต้นเสมอปลายจริง ๆ
ถ้าไม่ใช่เพราะน่านน้ำเขาไม่มีทางมายืนอยู่ตรงหน้าผู้ชายคนนี้แน่นอน หน้าตาก็ดีแต่กลับทำตัวผิดพี่ผิดน้อง นิสัยต่างกันราวฟ้ากับเหว ที่เห็นก็มีแต่คนกลางที่ทำตัวไร้มารยาทกับคนอื่น เรียกได้ว่าไม่ให้ความสนใจกับใครเลย
ทั้งที่วันนี้เป็นวันเกิดมีคุณหลานชายตัวเองแท้ ๆ ทว่ากลับมานั่งอยู่คนเดียวหลังจากเป่าเค้กเสร็จ ไม่ไปร่วมวงกับพวกพี่ ๆ น้อง ๆ ใช่ว่าจะโกรธเกลียดอะไรกัน พี่น้องบ้านนี้สนิทกันมากกว่าที่คนนอกเห็นเสียอีก แต่เพราะนิสัยของเจ้าตัวเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งเขาก็พอจะรู้อยู่บ้างจากการบอกเล่าของเพื่อนสนิท
พลับจีนวางจานเค้กลงบนโต๊ะ ก่อนจะเดินกลับไปทางเดิม หากยืนอยู่ตรงนี้นานอีกแค่วินาทีเดียวเขาได้ประสาทเสียกับท่าทางของอีกฝ่ายเป็นแน่
“เป็นอะไร ทำไมทำหน้าแบบนั้น โดนเฮียเคนว่าอะไรมาหรือเปล่า”
“เปล่าหรอก ไม่มีอะไร” ครั้นเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่จำเป็นต้องใส่ใจจึงไม่ได้บอกให้น่านน้ำรู้
“เราน่าจะเอาไปให้เอง ไม่น่าให้พลับเอาไปให้เลย”
ถึงพลับจีนไม่ได้พูดว่าเจออะไรมา แต่น่านน้ำก็พอจะเดาออก เพราะจากนิสัยของเฮียเคนแล้วคงจะทำให้พลับจีนหัวเสียได้ง่าย ๆ
“ไม่เป็นไรหรอก ไม่มีอะไรจริง ๆ” พลับจีนยกยิ้มบางให้เพื่อนสนิท “ไปเล่นกับน้องคุณดีกว่า”
พลับจีนเดินมานั่งเล่นกับหลานชายวัยสองขวบที่กำลังหัวเราะอย่างมีความสุขครั้นถูกคนเป็นน้าอย่างคีนชวนเล่น ทำให้พลับจีนอดยิ้มตามไม่ได้
นึกย้อนไปวัยเด็กของตัวเอง พลับจีนจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าได้ยิ้มกว้าง ๆ ได้หัวเราะเสียงดัง ๆ แบบนี้บ้างหรือเปล่า เพราะความทรงจำที่ไม่เคยจางหายไปมีแต่ความโศกเศร้าเสียใจ กว่าจะมีวันนี้ได้เขาผ่านมันมาอย่างยากสาหัสอยู่เหมือนกัน
ครั้นได้เห็นครอบครัวของเพื่อนสนิทที่อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา แม้ว่าน่านน้ำจะสูญเสียพ่อกับแม่ไปตั้งแต่อายุยังน้อย แต่นับว่าเป็นโชคดีที่เจ้าตัวได้เจอครอบครัวของคินทร์
ครั้งหนึ่งเขาเองก็เคยหวังอยู่ลึก ๆ ว่าจะได้มีครอบครัวอย่างน่านน้ำบ้าง แค่ได้ตื่นมาเจอหน้าใครสักคนก็ยังดี แต่วาสนาของคนเราไม่เท่ากัน
ซึ่งเขาไม่เคยมี...
เวลาล่วงเลยมาเกือบสี่ทุ่ม เจ้าของวันเกิดอย่างมีคุณสลบเหมือดไปเป็นที่เรียบร้อย หลังจากวิ่งเล่นกับพวกสาวใช้และคีนจนเหนื่อย
ถึงเวลาที่ทุกคนต้องแยกย้ายกันไปพักผ่อน เช่นเดียวกับคุณรังสรรค์และคุณหญิงกนกอรที่พากันเข้าห้องนอนกันไปก่อนแล้ว
“ถ้างั้นผมไปก่อนนะเฮีย เฮียไปก่อนนะน่าน”
“เดี๋ยวครับ นี่ก็ดึกแล้วน่านฝากเฮียไปส่งพลับหน่อยได้ไหม” น่านน้ำเรียกน้องชายสามีเอาไว้ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกไป
“ไม่เป็นไรหรอกน่าน เดี๋ยวเรากลับเอง” พลับจีนรีบปฏิเสธด้วยท่าทางละล่ำละลักรู้สึกเกรงใจหากจะรบกวนคนอื่น อีกอย่างคงจะสร้างความอึดอัดไม่น้อยหากต้องนั่งรถไปด้วยกันสองคน
“ไม่ได้ ดึกแล้วจะกลับเองได้ยังไง เราเป็นห่วง จะให้นอนด้วยกันที่นี่ก็ไม่ยอมนอน ถ้าไม่ไปกับเฮียเคนเราจะไปส่งเอง” เขาไม่อยากปล่อยให้พลับจีนกลับเองเพียงลพพัง เพราะนี่ก็ดึกมากแล้วหากเกิดอะไรขึ้นมาจะทำยังไง ไม่ได้อยากคิดในแง่ลบแต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ไม่ใช่หรือไง
“ไม่ต้อง เดี๋ยวเฮียไปส่งให้เอง”
“แต่..”
“ไปเถอะพลับ ให้เฮียเคนไปส่ง” ต่อให้ดูออกว่าพลับจีนไม่สบายใจที่จะไปกับเฮียเคน แต่น่านน้ำก็เป็นห่วงเพื่อนมากกว่าจะปล่อยให้กลับคนเดียว
ชายหนุ่มเหลือบมองคนอายุน้อยกว่าด้วยหางตา ก่อนจะเดินนำออกไป
“ตามเฮียเคนไปสิ ถึงห้องแล้วโทรมาบอกเราด้วยนะ”
“อือ งั้นเราไปก่อนนะ”
น่านน้ำพยักหน้ารับพลางโบกมือลาเพื่อน มองอีกคนเดินหายลับไปจากสายตาถึงจะเดินกลับเข้ามาในบ้าน
หวังว่าเฮียเคนจะไม่ทำตัวให้เพื่อนเขาอึดอัดมากไปกว่านี้
บรรยากาศภายในรถค่อนข้างเงียบสงัด หากให้เทียบกับป่าช้าที่ที่เขาอยู่ตอนนี้น่ากลัวกว่าเป็นไหน ๆ
หลายครั้งที่พลับจีนแอบเหลือบตามองเสี้ยวใบหน้าคนขับ อยากรู้จริง ๆ ว่าคนที่เอาแต่ทำหน้านิ่ง เรียบตึงแบบนี้ถ้าได้ลองยิ้มออกมาจะดูดีเพิ่มขึ้นกว่าที่เป็นอยู่หรือเปล่า
เคน คุณากร วิรุฬห์โยธิน ลูกชายคนกลางของนักธุรกิจชื่อดังอย่างคุณรังสรรค์ เป็นเพียงคนเดียวในบรรดาพี่น้องที่มีประวัติ ข้อมูลตามโลกอินเทอร์เน็ตน้อยที่สุด หาอ่านได้ยากมาก ส่วนใหญ่ที่เอามาเขียนตามกระทู้กันก็ไม่รู้จริงมากน้อยแค่ไหน พลับจีนเองก็เคยหาอ่านอยู่ครั้งหนึ่งด้วยความอยากรู้
เขาเองก็ไม่ได้รู้จักผู้ชายคนนี้มากมายนัก นิสัยใจคอก็รู้แบบเผิน ๆ แต่เท่าที่สัมผัสได้ตลอดหกปีที่ผ่านมาจากการเจอกันบ้างเป็นครั้งคราว เคนค่อนข้างเป็นคนนิ่งเงียบ สันโดษต่างจากพี่ชายและน้องชาย และดูท่าแล้วคงจะเป็นคนหัวรั้นพอสมควรเพราะแทบไม่สนใจคำพูดของใครเลย เรียกได้ว่าเชื่อตัวเองมากกว่าคนอื่น
“มีอะไร”
เสียงทุ้มเข้มเอ่ยถามขึ้นโดยที่ไม่ได้หันหน้ามามองกัน คนถูกทักสะดุ้งตกใจเล็กน้อยที่ถูกจับได้ ทำเสียงน่ากลัวเสียจนพูดแทบไม่ออก
“ไม่มีนี่ครับ”
“ไม่มีแล้วมองฉันทำไม”
“มั่วแล้วครับ พลับไม่ได้มองคุณเคนสักหน่อย”
หากเคนเป็นคนหัวรั้น พลับจีนก็คงรั้นมากกว่า เรียกได้ว่าเป็นคนไม่ยอมใครคนหนึ่งเหมือนกัน อย่างตอนนี้ที่ต่อให้ถูกจับได้ก็ยังปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่ได้แสดงท่าทีหรือน้ำเสียงที่เกรงกลัวอีกฝ่ายออกไปแม้แต่น้อย
ทุกอย่างกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง เคนไม่ได้ตอบโต้หรือคิดที่จะต่อล้อต่อเถียงอะไรกลับไป แม้ว่าจะรู้อยู่แล้วว่าเด็กคนนี้โกหก ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้อยากใส่ใจเท่าไรนัก
ไฟแดงตรงสี่แยกไม่ถึงหนึ่งนาทีแต่กลับรู้สึกเหมือนยาวนานเสียเหลือเกิน อึดอัด.. นั้นคือสิ่งที่พลับจีนรู้สึกมากที่สุดในตอนนี้
ปกติเป็นคนเข้ากับคนอื่นได้ยากอยู่แล้ว พอเป็นผู้ชายคนนี้ด้วยแล้วยิ่งรู้สึกว่าเราไม่มีทางเข้ากันได้แน่นอนไม่ว่าทำยังไงก็ตาม เคนเองก็คงรู้สึกแบบเดียวกัน
“ส่งพลับหน้าป้ายรถเมล์ก็ได้ครับ เดี๋ยวพลับเดินต่อไปเอง”
“อยู่ตรงไหน”
“ครับ? ป้ายรถเมล์ตรง---”
“ห้องพักที่ว่า อยู่ตรงไหน?”
คนพูดหันมองคนข้าง ๆ เอ่ยเสียงเข้ม คิ้วหนากระตุกเข้าหากันเล็กน้อย แสดงถึงความหงุดหงิดบางอย่างผ่านสีหน้าและแววตาจนพลับจีนรับรู้ได้
“พ้นป้ายรถเมล์ไปนิดหนึ่งจะมีซอยอยู่ครับ เป็นห้องแถว”
เคนไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงแค่ขับรถไปตามที่พลับจีนว่า และก็เจอกับห้องแถวที่ว่าจริง ๆ
ที่นี่น่ะหรือที่ที่เด็กคนนี้อยู่? แค่เห็นสภาพแวดล้อมภายนอกก็ไม่น่าอยู่แล้ว ไหนจะยังมีพวกขี้เหล้าเมายาที่นั่งตั้งวงอยู่ไม่ไกล
อยู่ไปได้ยังไง..
“ขอบคุณที่มาส่งครับ”
พลับจีนเอ่ยขอบคุณคนขับ แม้จะรู้ดีว่าเจ้าตัวไม่ได้เต็มใจที่จะมาส่งแต่เป็นเพราะน่านน้ำขอเอาไว้ ถึงอย่างนั้นก็ต้องขอบคุณตามมารยาทอยู่ดี
ทันทีที่พลับจีนลงมาจากรถ รถเบนซ์คันสีดำก็ขับออกไปจากที่นี่แทบจะทันที ทำเอาคนที่ยืนมองอยู่ถึงกับกลอกตามมองบน พลางถอนหายใจ ก่อนจะรีบเดินกลับห้องตัวเอง
เคนกลับมาที่ผับของตัวเอง คืนนี้ตั้งใจจะนอนที่นี่เพราะขี้เกียจขับกลับคอนโดฯ ซึ่งอยู่ไกลออกไปอีกหลายกิโลเมตร
“คุณเคนเรียกซานต้ามีอะไรหรือเปล่าคะ?” ผู้จัดการร้านเอ่ยถามขึ้น ครั้นจู่ ๆ ก็ถูกโทรตามให้ขึ้นมาที่ห้องทำงาน
“ช่วยเอารายชื่อของพนักงานในร้านทุกคนมาให้ผมที ถ้ามีรูปด้วยก็ดีครับ”
“อ๋อ.. ได้ค่ะ เดี๋ยวต้าจะไปเอามาให้ค่ะ”
ร่างสูงทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาหนังราคาแพง ปลดกระดุมเสื้อออกคล้ายความอึดอัด เอนศีรษะไปด้านหลังพิงกับพนักโซฟา พลางปิดเปลือกตาลง
ตั้งแต่ขับรถออกมาจากห้องแถวนั้นในหัวก็เผลอคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนน่าหงุดหงิด ทั้งที่ปกติเขาไม่ได้สนใจเรื่องของคนอื่นเท่าไรนัก แต่ทว่าครั้งนี้กลับคิดวนอยู่ซ้ำ ๆ ว่าเด็กผู้ชายตัวแค่นั้นอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้นเพียงลำพังได้ยังไง
เพราะเท่าที่รู้มาน่านน้ำเคยเล่าให้ฟังว่าเพื่อนของตนเป็นคนขยัน อีกทั้งยังมีชีวิตที่น่าสงสาร ตัวคนเดียวไม่มีพ่อมีแม่เหมือนตนเอง ต่างกันตรงที่พลับจีนนั้นสู้ชีวิตยิ่งกว่า
ตอนนั้นเคนก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง จึงจำได้แค่ลาง ๆ พอได้มาเห็นด้วยตาตัวเองก็ไม่คิดว่าจะลำบากถึงขนาดหาที่พักให้ดีกว่านั้นไม่ได้
เสียงถอนหายใจดังขึ้นอย่างนึกรำคาญ เขาไม่ควรเก็บเรื่องไร้สาระของเด็กคนนั้นมาคิดแบบนี้ ไม่ว่าจะใช้ชีวิตยังไง อาศัยอยู่ในสถานที่แบบไหน มันก็ไม่ได้เกี่ยวกับเขาเลยสักนิด
อย่าเก็บมาใส่ใจนักเลย..
“ไม่มีแล้วมองฉันทำไม”
tbc.
คุยกับนักเขียน
หุหุ พอคนปากร้ายน ใจร้าย มาแล้วค่ะ คุณเคนคือที่สุดในบรรดาสามพี่น้อง หมายถึงนิสัย เสียทีสุด ยืนยันโดยพลับจีน ฮ่าๆ
เรื่องนี้มีความดราม่ามากกว่าเรื่องเอียคินทร์ประมาณหนึ่งเลย ซึ่งเข้าทางแตงมากๆ ชอบจริง ๆ ได้เล่นกับใจนักอ่าน แต่ถึงยังไงก็ฝาเอ็นดู เอาใจช่วยน้องพลับของเราเยอะ ๆ นะคะ เรื่องนี้ขอตั้งจนเป็นแม่ของคุณเคนค่ะ จะมาสู้รบกับนักอ่าน
ซียูตอนใหม่ทูมอโร่จ้าาาา
ตอนไหนที่พ่อกับแม่เป็นห่วงลูกที่สุด?เป็นคำถามที่เคนไม่เคยถามตัวเอง และไม่เคยรู้มาก่อน จนกระทั่งได้เป็นพ่อคนถึงได้รู้ว่าเวลาลูกต้องห่างออกไปจากอกเราจะเป็นห่วงและกังวลมากที่สุด เพราะไม่รู้ว่าเขาต้องเจอกับอะไรบ้าง ยามที่อยู่กับเรา เรายังสามารถดูแลเขาได้ แต่เมื่อเขาต้องไปใช้ชีวิตตามช่วงวัยโดยที่ไม่มีเราอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา คนเป็นพ่อเป็นแม่ถึงได้นึกเป็นกังวล เป็นห่วงจนไม่เป็นอันกินอันนอนเคนแอบมาร้องไห้ในห้องน้ำคนเดียว เพราะพรุ่งนี้ลูกชายต้องไปโรงเรียนวันแรก ความกังวลใจเกิดขึ้นมากมาย กลัวว่าลูกจะเข้ากับเพื่อนไม่ได้ กลัวว่าเพื่อนจะรังแก กลัวว่าคุณครูจะใจร้าย กลัวว่าลูกจะใช้ชีวิตเองไม่ได้ก๊อก ก๊อก ก๊อก!“พี่เคน เป็นอะไรหรือเปล่า”พลับจีนออกมาตามเคนที่ชั้นล่าง เพราะนอน ๆ อยู่เคนก็บอกว่าจะมาเข้าห้องน้ำ แต่กลับลงมาชั้นล่างทั้งที่ในห้องก็มีห้องน้ำอยู่ในตัว หายไปนานหลายนาทีก็ยังไม่กลับขึ้นมาแกร๊ก!เสียงปลดกลอนประตูดังขึ้น พร้อมกับประตูที่ค่อย ๆ เปิดออก เผยให้เห็นร่างชายหนุ่มวัยสามสิบกว่าที่ยืนตาแดงก่ำ ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา“เป็นอะไรครับ ร้องไห้ทำไม” พลับจีนเอ่ยถามด้วยความตกใจ“พี่เป็นห่ว
หลังจากผ่านพ้นงานวันเกิดลูกชายไปเมื่อห้าเดือนที่แล้ว เคนก็เสนอให้พลับจีนทำขนมมาขายที่ร้าน โดยมีน่านน้ำเป็นคนช่วยอีกแรง มีการปรับปรุงต่อเติมแยกออกมาเป็นเหมือนคาเฟ่เล็ก ๆ ข้าง ๆ ร้านอาหาร ยกเคาน์เตอร์บาร์มาไว้ที่นี่ ส่วนในร้านก็เพิ่มโต๊ะเพื่อรองรับลูกค้ามากขึ้น พนักงานเสิร์ฟลาออกเพราะเรื่องส่วนตัวกระทันหัน วันนี้เคนเลยมาช่วยงานที่ร้าน ส่วนเด็ก ๆ ก็ไปอยู่กับคุณปู่คุณย่า หากพามาที่นี่มีหวังไม่เป็นอันทำอะไรน่านน้ำปลีกตัวไปช่วยเคนรับออร์เดอร์ ส่วนพลับจีนช่วยพนักงานจัดการพวกเครื่องดื่ม เพราะเพิ่งต่อเติมได้ไม่นาน เรื่องของพนักงานเลยยังไม่ลงตัว ตอนนี้ได้มีการประกาศรับสมัครไปแล้ว ระหว่างนี้เจ้าของก็ต้องมาช่วยงานไปก่อนพลับจีนคิดว่าที่ลูกค้าได้เยอะแบบนี้คงเป็นเพราะทำเลที่เคนเลือกดี ป้ายหน้าร้านก็เด่นหรา ใครผ่านไปผ่านมาก็ต้องเห็น แถมระแวกนี้ ไม่มีเสียงรบกวน เหมาะแกการนั่งทานอาหารชิล ๆ ถ่ายรูปสวย ๆ อัปลงโซเชียลในช่วงเช้าพวกกาแฟกับขนมจะขายดี ตอนเที่ยงพวกพนักงานหรือคนที่สัญจรไปมาก็จะแวะพักทานข้าว ตกเย็นก็จะมีเด็กวัยรุ่น หนุ่ม ๆ สาว ๆ มานั่งเล่นทุก ๆ วันที่พลับจีนได้เห็นภาพนี้ไม่เคยรู้สึกเบื่อเลย
23 เมษา ชื่อร้านอาหารที่ถูกตั้งขึ้นโดยพลับจีน หลังจากได้ร้านอาหารมาพลับจีนก็ใช้เวลาคิดอยู่ไม่นานก็ได้ชื่อร้านมา ตั้งตามวันเกิดของมาวิน เพราะไม่ว่าอ่านชื่อร้านกี่ครั้งก็จะมีเราทั้งสามคนรวมอยู่ในนั้น มันอาจจะดูลึกซึ้งนิดหนึ่ง แต่ไม่ได้เข้าใจยากเลยสักนิดเปิดร้านมาได้สามดือนกว่า ทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทางจนคล่องมือ เคนจ้างพนักงานให้มาคอยช่วยที่ร้าน อีกทั้งยังมีเชฟชื่อดังถึงสองคน นับวันลูกค้าเริ่มเยอะขึ้น พลับจีนก็ไม่เคยขี้เกียจเลยสักวัน หลังจากส่งเคนไปทำงานแล้ว ก็พาลูกชายมาที่ร้านอาหารขลุกตัวอยู่ที่นี่ทั้งวันจนเลิกงานเคนถึงมารับภายในร้านยังมีมุมเล็ก ๆ ไว้ให้พลับจีนได้นั่งวาดภาพเล่นตามที่เจ้าตัวชอบ เคนทำทุกอย่างไว้ละเอียดตามที่สเก็ตช์ภาพเอาไว้จริง ๆ ส่วนมาวินก็มีเพื่อนเล่นถึงสองคน นอกจากมีคุณแล้วยังมีมีเธอ ลูกชายคนเล็กของน่านน้ำที่มีอายุห่างกับมาวินเพียงปีเดียว แม้ว่ามาวินจะอายุมากกว่ามีเธอ แต่มีเธอมีศักดิ์เป็นพี่เพราะพ่อของมีเธอเป็นพี่ชายของพ่อมาวิน แบบนี้จึงเหมือนกับว่ามาวินเป็นน้องเล็กสุดพี่ชายคนโตอย่างมีคุณนอกจากจะพาน้องเล่นแล้ว ยังต้องคอยดูแลน้อง ๆ ไปด้วย กระนั้นก็ยังมีน่านน้ำที่เป
คืนวันผ่านไป ย่างเข้าปีที่สองของอายุลูกชาย เด็กน้อยในวันนั้น ตอนนี้เดินเตาะแตะได้แล้ว แถมยังกินเก่งขึ้นทุกวัน คนเป็นพ่อก็ดูจะเห่อลูกยิ่งกว่าเดิม เมื่อก่อนเคนไม่เคยเข้าใจคินทร์เลยว่าทำไมต้องตามใจลูกทุกอย่างขนาดนั้นไม่ว่าลูกอยากได้อะไรก็หามาให้ พอเจอกับตัวถึงได้รู้ว่าไม่ใช่แค่สิ่งของที่ให้ได้เพราะแม้แต่ชีวิตก็ยอมแลกมันเพื่อลูกได้เช่นกัน“มาวินของป๊า”พอชีวิตเริ่มมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น เคนจึงผันตัวจากคนรักอิสระมาเป็นหัวหน้าอย่างแท้จริง ผับ Black butterfly ถูกปิดเป็นตัวลง แม้ว่าธุรกิจจะรุ่งเรือง แต่เคนคงทำต่อไม่ได้ คงไม่มีเวลามากพอเข้าไปดูแลที่นั่น เหลือเพียงร้านอาหารที่ขยายสาขาไปแล้วถึงห้าจังหวัดคนที่บอกว่าไม่อยากทำงานบริษัท ไม่อยากรับช่วงต่อจากที่บ้านตอนนี้กลับเริ่มเรียนรู้งานจากพี่ชาย อย่างน้อยก็เป็นอีกทางที่ทำให้มีรายได้อย่างมั่นคง และตอนนี้กำลังวางแผนจะสร้างร้านอาหารให้พลับจีน ซึ่งเป็นความฝันของที่เจ้าตัวเคยพูดเอาไว้กับน้อง เคนเลยอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ความฝันนั่นสำเร็จ“น้ำครับ”“ขอบคุณครับ”ร่างสูงอุ้มลูกชายเอาไว้ด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะรับแก้วน้ำจากคนรักพร้อมทั้งโน้มไปหอม
“มะ ไม่เอา”ดวงตาทั้งสองสบกันอยู่ครู่หนึ่ง คำปฏิเสธของพลับจีนทำให้เคนนิ่งชะงักไป พลางยกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมทัดหูให้อีกฝ่าย ไล้นิ้วเรียวไปตามกรอบหน้าจนถึงริมฝีปากเล็กที่ตอนนี้ทั้งแดงทั้งบวมจากการกระทำของตนเองอย่างนึกเสียดาย ทั้งที่คิดมาตลอดว่าพลับจีนไม่มีเสน่ห์อะไรเลยสักนิด แต่ทำไมพออยู่ในสถานการณ์แบบ
“เราจะทำยังไงกับมันต่อดีคะ”“ปล่อยมันไปก่อน ขอเวลาฉันคิดแผนให้รอบคอบกว่านี้แล้วเราค่อยลงมือ”หญิงวัยกลางคนยกยิ้มร้ายมุมปาก เธอจะไม่ปล่อยให้มันหลุดมือไปเป็นครั้งที่สอง เมื่อสิบปีที่แล้วมันทำกับเธอและลูกเอาไว้อย่างเจ็บแสบ ถึงเวลาเธอจะเอาคืนให้สาสมคิดไม่ผิดจริง ๆ ที่ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ ไม่อย่างนั้นเฟญ
ใครจะคิดว่าเด็กอายุเพียงสิบหกปีต้องมาหนีเอาตัวรอดจากพวกคนเลวแบบนี้ โชคดีที่เขาเตรียมการหาทางหนีทีไร่เอาไว้ เพราะมีหลายครั้งที่แอบหนีออกมาดูลาดเลา ถึงแม้ว่าจะถูกจับได้และโดนลงโทษบ้าง แต่ครั้งนี้คงจะคุ้มค่ากับการถูกตีเพราะเขากำลังจะหลุดพ้นและเป็นอิสระเสียทีเมื่อวิ่งออกมาถึงถนนได้พลับจีนยังต้องดูให้ด
“พลับจีน.. ใช่จริง ๆ ด้วย”“...”“จำฉันได้ไหม เฟญ่าไง”คนถูกทักนิ่งเงียบไป มองหน้าหญิงสาวที่เข้ามาทักนิ่ง ใบหน้าชาวาบพร้อมกับหัวใจที่เต้นถี่ขึ้น ทำไมเขาจะจำเธอไม่ได้เรียกได้ว่าจำได้ขึ้นใจเลยต่างหาก...“กลับกันไหมพลับ”ดูจากสีหน้าของพลับจีนน่านน้ำก็พอรู้แล้วว่าตอนนี้เพื่อนของตัวเองกำลังรู้สึกไม่ดีอ



![[แบตเตอรี่ที่สมบูรณ์แบบระดับ SS]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

