ทุกหนี้แค้นล้วนแล้วมีเจ้าของ เล่ม 1 -จวนตระกูลจ้าว-

ทุกหนี้แค้นล้วนแล้วมีเจ้าของ เล่ม 1 -จวนตระกูลจ้าว-

last updateآخر تحديث : 2025-09-25
بواسطة:  TheXang789مستمر
لغة: Thai
goodnovel12goodnovel
لا يكفي التصنيفات
15فصول
618وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

จ้าวเซินฝูลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าตนเองย้อนกลับมาในช่วงเวลาก่อนที่จะเข้าร่วมกับสำนัก จ้าวเซินฝูทั้งดีใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน แต่ไม่นึกว่าพรสวรรค์ที่มีจะติดตัวมาด้วย ดังนั้นชีวิตนี้จ้าวเซินฝูคิดจะตัดสัมพันธ์กับตระกูลจ้าว ยอมเป็นคนไร้แซ่เสียยังจะดีกว่า!

عرض المزيد

الفصل الأول

ตอนที่ 1

จ้าวเซินฝู บุตรชายคนโตของตระกูลจ้าว ที่ได้เรียกว่าเกิดมาเพื่อไม่เป็นที่ต้องการของผู้เป็นบิดา หากพูดถึงคุณชายใหญ่ตระกูลจ้าวแล้ว ทุกคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าจ้าวซินเหอ คือคุณชายใหญ่ตระกูลจ้าว

แม้ว่าจ้าวเซินฝูจะเกิดจากฮูหยินเอกของประมุขตระกูลจ้าว แต่ก็เป็นฮูหยินที่ได้ตบแต่งกันเพราะความต้องการของผู้เป็นประมุขตระกูลในตอนนั้น หรือปู่ของจ้าวเซินฝูนั่นเอง

แต่ก่อนที่จ้าวเซินฝูจะเกิด ปู่ของจ้าวเซินฝูที่เดินทางไปค้าขายต่างเมืองก็โดนโจรป่าปล้นกลางทาง มันไม่เพียงแต่ปล้นทรัพย์สินไปเท่านั้น แต่ยังปล้นเอาชีวิตของประมุขตระกูลจ้าวในขณะนั้นไปด้วย

รถม้าของตระกูลจ้าววิ่งกลับมาที่ตระกูลเองได้อย่างน่าประหลาด ภายในรถม้าที่โอ่อ่าแต่เปรอะเปื้อนไปด้วยร่องรอยของความโหดร้ายในนั้น บรรจุศพไร้ศีรษะของประมุขตระกูลจ้าว และฮูหยินตระกูลจ้าวเอาไว้ด้วย

ในขณะนั้น กระทั่งจ้าวจวิ้นซานผู้เป็นบุตรชายยังแทบจะล้มทั้งยืน ไม่ต้องพูดถึงมารดาของจ้าวเซินฝูที่กำลังท้องกำลังไส้ เรียกได้ว่าเป็นลมล้มพับไปทั้งอย่างนั้น ไม่ทันได้ระวังว่าตนเองตั้งครรภ์แก่แล้ว

เมื่อเป็นอย่างนั้นแล้ว จ้าวเซินฝูจึงต้องคลอดก่อนกำหนดเกือบเดือน ในคืนนั้นจวนตระกูลจ้าวเรียกได้ว่าลุกเป็นไฟ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ประมุขของตระกูล พร้อมทั้งฮูหยินได้ถูกสังหาร หรือเรื่องที่จ้าวจวิ้นซานต้องขึ้นเป็นประมุขตระกูลจ้าวคนต่อไปอย่างเร่งด่วน และเรื่องที่ต้องทำคลอดจ้าวเซินฝูก่อนกำหนด

ในตอนนั้นมีเพียงจ้าวจวิ้นซานเท่านั้นที่รู้ว่าตนเองนั้นปราถนาแรงกล้าเพียงใด...

ความปราถนาอันแรงกล้าที่จะจัดงานอัปมงคลทีเดียวถึงสามคน...

ไม่สิ... สี่คน...

จ้าวจวิ้นซานปราถนาที่จะหลุดพ้นจากบ่วงที่บิดามารดาจัดการเอาไว้ให้ แต่ในตอนนี้บ่วงที่มัดคอเอาไว้คลายออกไปแล้ว เหลืออีกเพียงบ่วงเดียวเท่านั้น คือสองแม่ลูกนั่น ที่เป็นหนามทิ่มแทงใจมาโดยตลอด

แม้ว่าความปราถนานั้นจะไม่เป็นจริงก็ตาม...

จ้าวเซินฝูได้เกิดมาเป็นมารหัวขนของจ้าวจวิ้นซาน กระทั่งชื่อยังไม่ได้เป็นผู้ตั้งให้เอง

แต่ก็เป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยในความคิดของจ้าวจวิ้นซาน เพราะเมื่อจ้าวเซินฝูต้องคลอดก่อนกำหนด ร่างกายของมารดาก็อ่อนแอลง เรียกได้ว่าแทบจะเดินเหินไม่ได้

จ้าวจวิ้นซานออกจะพึงพอใจไม่น้อยเมื่อไม่ได้เห็นหน้าของจ้าวเซินฝูและมารดา

จนกระทั่งวันที่จ้าวจวิ้นซานรอคอยมาถึง...

เมื่อจ้าวเซินฝูอายุได้สามหนาว มารดาก็จากไปเพราะร่างกายไม่แข็งแรง จากนั้นบิดาก็ให้จ้าวเซินฝูไปอยู่เรือนเล็กหลังจวน ใกล้กับแปลงผัก พร้อมกับสาวใช้นางหนึ่ง

และหลังจากที่ฝังมารดาของจ้าวเซินฝูได้สามวัน จ้าวจวิ้นซานก็แต่งตั้งฮูหยินคนใหม่ทันที พร้อมทั้งประกาศข่าวดี อย่างเรื่องมงคลที่ฮูหยินกำลังตั้งครรภ์อยู่

เรียกได้ว่านี่คือความสุขที่จ้าวจวิ้นซานรอคอยอย่างแท้จริง

แต่นั่นเรียกได้ว่าเป็นนรกของจ้าวเซินฝูเลยทีเดียว

สาวใช้ที่บิดาให้มาไม่ได้ดูแลจ้าวเซินฝูดีอย่างที่ควร วันๆนางก็เอาแต่นั่งๆนอนๆ ข้าวที่จ้าวเซินฝูจะได้กินก็คือหนึ่งมื้อต่อวัน อีกทั้งไม่ได้มากพอที่จะทำให้เด็กคนหนึ่งเติบโตมาได้อย่างดี

กระทั่งจ้าวเซินฝูอายุได้เจ็ดหนาว สาวใช้นางนั้นก็ถูกเรียกกลับไปทำงานที่บ้านใหญ่ เพราะจ้าวจวิ้นซานสั่งมา บอกว่าจ้าวเซินฝูโตมากพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว

แม้ว่าเรื่องนั้นจ้าวเซินฝูจะทำได้มาตั้งนานแล้วก็ตาม เพราะสาวใช้ที่จ้าวจวิ้นซานให้ติดตามมานั้น ไม่ได้ทำอะไรเลย

จ้าวเซินฝูกลายเป็นเจ้านายคนเดียวในบ้านที่ไม่มีบ่าวรับใช้ประจำตัว สภาพความเป็นอยู่ไม่สมกับเป็นเจ้านายคนหนึ่งของบ้าน

จ้าวเซินฝูเติบโตมากับการกลั่นแกล้งของบุตรฮูหยินอื่นๆในจวน เมื่อคนอื่นๆโตพอที่จะรู้อะไรต่ออะไรแล้ว จ้าวเซินฝูก็กลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของเหล่าพี่น้องคนอื่น

เมื่ออายุย่างเข้าเจ็ดหนาวแล้ว บุตรคนอื่นๆในจวนต่างก็ได้ร่ำเรียนวิชาต่างๆที่จำเป็น โดยที่บิดาอย่างจ้าวจวิ้นซานเป็นคนหามา ยกเว้นเสียแต่จ้าวเซินฝู

เมื่ออายุย่างเข้าเจ็ดหนาวแล้ว บุตรคนอื่นๆต่างได้รับการปลุกพลังธาตุในร่างกาย จ้าวจวิ้นซานเฟ้นหายาเสริมพลังธาตุที่ดีที่สุดมาให้ เพื่อหวังว่าบุตรของตนจะเป็นผู้ที่ได้ปลุกพลังและเป็นผู้มีความสามารถ แม้ว่าจะล้มเหลวก็ตาม แต่อย่างไรแล้วก็ยังมีโอกาสจนกว่าจะอายุครบสิบห้าหนาว แต่แน่นอนว่าเรื่องนั้น ยกเว้นเสียแต่จ้าวเซินฝู

ทุกๆอย่างที่จ้าวจวิ้นซานมอบให้บุตรของตน ล้วนแล้วไม่มีสำหรับจ้าวเซินฝู

แต่อาจจะเป็นเพราะฟ้าลิขิตให้คนที่ตระกูลไม่ต้องการอย่างจ้าวเซินฝูได้ยิ่งใหญ่ แม้ว่าจะไม่ได้รับการเลี้ยงดูที่ดีจากบิดา แต่คนอย่างจ้าวเซินฝูก็ได้ปลุกพลังโดยที่ไม่ต้องกินยาเสริมธาตุ หรือยาปลุกพลังใดๆ

จ้าวเซินฝูในวัยสิบห้าหนาว ได้เข้ารับการปลุกพลังเพราะแอบออกจากจวนไปหลังจากได้ยินสาวใช้ในจวนพูดถึงประจำ อีกทั้งในวันที่ได้มีการปลุกพลังนั้น จ้าวเซินฝูยังเป็นที่ถูกตาต้องใจของอาจารย์สำนักดังอย่าง'โจวหมิง'แห่งเจี๋ยเอินอีกต่างหาก

จ้าวเซินฝูจำได้ว่าหลังจากวันนั้นที่เขาได้ปลุกพลังสำเร็จ และถูกทาบทามจากสำนักใหญ่ วันนั้นเป็นวันแรกที่จ้าวเซินฝูได้เห็นหน้าบิดาของตัวเองอย่างชัดๆ และยังเป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมทานอาหารกับคนอื่นๆที่บ้านใหญ่

และของชิ้นแรกในชีวิตที่บิดามอบให้คือปิ่นหยกเรียบๆหนึ่งอัน แต่นั่นเป็นปิ่นที่จ้าวเซินฝูปักไว้จวบจนวันที่จากโลกนี้ไป

ใช่... จนถึงวันที่จากโลกใบนี้ไป

นั่นเป็นสิ่งที่จ้าวเซินฝูคิดเอาไว้ ก่อนที่จะตื่นขึ้นมาจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เจออยู่ตอนนี้

จ้าวเซินฝูจำได้ว่าได้ตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่น่าทำลงไปแล้วอย่างแน่นอน...

"นี่มัน..."

มือเรียวระหงของเด็กหนุ่มยกขึ้นจับลำคอของตัวเองช้าๆ ราวกับไม่เชื่อว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้เป็นเรื่องจริง

นี่อาจจะเป็นสิ่งที่จ้าวเซินฝูรู้สึกอาลัยอาวรณ์ หรือรับไม่ได้ที่ตนเองได้ตัดสินใจลงไปแบบนั้น

แม้ว่าจ้าวเซินฝูจะไม่ได้เห็นตอนที่ตัดสินใจทำเรื่องสิ้นคิดลงไป แต่เขามั่นใจได้ว่าตัวเองในตอนนั้นต้องกลายเป็นภาพติดตาชวนขวัญผวาของผู้ที่เข้ามาพบเห็นแน่นอน

เรียกว่าเข้ามาพบเห็นก็คงไม่ถูกต้องนัก เพราะจ้าวเซินฝูตัดสินใจแขวนคอพร้อมกรีดเลือดเขียนความแค้นไว้เต็มผนังจวนตระกูลจ้าว

ไม่ใช่แค่เพียงตระกูลจ้าวเท่านั้นที่โดนทำเรื่องเช่นนี้ แม้แต่กำแพงวังหลวงที่งดงาม บัดนี้ก็ยังเต็มไปด้วยความแค้นที่สั่งสมไว้ของจ้าวเซินฝู

"เหอะ นี่มันเรื่องน่าขันอันใดกัน..."

ไม่อยากจะเชื่อเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้ แต่การที่จ้าวเซินฝูได้ตื่นขึ้นมาในห้องเล็กแคบเช่นนี้ กลิ่นน่าสะอิดสะเอียนแบบที่ทั้งชีวิตนี้ไม่มีวันลืม

นั่นเป็นสิ่งที่การันตีได้ว่านี่ย่อมเป็นเรือนเล็กใกล้แปลงผักที่จ้าวเซินฝูเคยอยู่ก่อนที่จะได้รับการปลุกพลังอย่างแน่นอน

แม้ไม่รู้ว่าเพราะเหตุผลอะไรที่ทำให้จ้าวเซินฝูได้กลับมาในตอนนี้ อาจจะเป็นเพราะแรงปราถนาที่ต้องการจะแค้นคนที่ทำเรื่องชั่วๆกับตัวเองเมื่อชาติก่อนอย่างสุดหัวใจ หรือสวรรค์เห็นใจชีวิตอาภัพของจ้าวเซินฝูหรืออะไรก็ตามแต่

"ครั้งนี้จะต้องไม่เหมือนเดิม..."

แววตามุ่งมั่นที่จะแก้แค้นฉายขึ้นในดวงตาของจ้าวเซินฝู ในหัวไล่เรียงรายชื่อหนี้แค้นของแต่ละคนออกมาได้อย่างแม่นยำ

ไม่ว่าจะเป็นคนตระกูลจ้าว สหายสนิทที่เคยไว้ใจเมื่อกาลก่อน หรือแม้กระทั่งราชวงศ์เจิ้ง ครั้งนี้ในเมื่อได้มีโอกาสกลับมาแก้แค้นแล้ว จ้าวเซินฝูได้สาบานกับตัวเองว่าจะไม่ปล่อยให้พวกมันรอดไปแม้แต่คนเดียว

ครั้งนี้ผู้ที่มีจุดจบน่าอนาถจะต้องไม่ใช่ตน

ชีวิตก่อนจ้าวเซินฝูจำได้ว่าตนเองเป็นผู้ที่สามารถปลุกพลังธาตุได้ถึงสองธาตุ เรียกได้ว่าเป็นบุคคลเก่งกาจราวกับฟ้าประทานที่หาได้ยากยิ่ง ดังนั้นเมื่อจ้าวเซินฝูได้รับพลังธาตุที่สองมาแล้ว ตระกูลจ้าวได้ใช้ชื่อเสียงของจ้าวเซินฝูแผ่ขยายอำนาจของตระกูลไปกว้างไกล

กระทั่งได้รับความไว้วางใจจากราชวงศ์ กอบโกยทรัพย์สินมหาศาลเข้าตระกูลโดยใช้บารมีของบุตรชายที่ไม่เป็นที่ต้องการ

ในชีวิตก่อนนั้น กว่าจ้าวเซินฝูจะตาสว่างรับรู้ว่าไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็ต่างรุมหลอกใช้ แอบอ้างชื่อเสียงของตนกระทำการไม่ชอบต่างๆนานา ก็ถึงคราวตายของตนเองเสียแล้ว

ตระกูลจ้าวที่ใช้บารมีชื่อเสียงของจ้าวเซินฝูผูกขาดอำนาจการเป็นพ่อค้ารายใหญ่ของแคว้น บีบบังคับให้พ่อค้าทั้งในและต่างพื้นที่เข้าร่วมกับสมาคมการค้า และตั้งเงื่อนไขอย่างไม่เป็นธรรม หากมีใครไม่ทำตาม ก็จะแอบอ้างอำนาจที่ได้รับการไว้วางใจจากราชวงศ์ขึ้นมาข่ม

สหายสนิทเพียงคนเดียวก็หวังเพียงจะแย่งชิงคนรัก ชี้นำจ้าวเซินฝูที่ในตอนนั้นทั้งโง่งมและดวงตามืดบอดไปในทางเลวร้าย เรียกว่าในบั้นปลายของชีวิตนั้นชื่อเสียงของจ้าวเซินฝูฉาวโฉ่จนคนทั้งยุทธภพต้องเบือนหน้าหนี

คนรักของจ้าวเซินฝูเองก็หลอกใช้จ้าวเซินฝูเพื่อตำแหน่งของตนเอง อีกทั้งยังแอบมีสัมพันธ์ลับๆกับน้องสาวของจ้าวเซินฝู และสหายสนิทของเขา

กาลก่อนนั้นไม่มีผู้ใดเลยที่จ้าวเซินฝูสามารถพึ่งพิงได้ กระทั่งตอนตายยังต้องแขวนคอตายที่หน้าประตูจวนตระกูลจ้าว

หรือหากพูดถึงสำนักเจี๋ยเอิน และอาจารย์ของจ้าวเซินฝูนั้น เจ้าตัวก็ไม่กล้ากลับไปสู้หน้าเพราะสิ่งที่ทำลงไปก่อนตายเรียกได้ว่าเป็นการทรยศต่อสำนัก เพียงเพราะอยากทำเพื่อตระกูล และคนรักที่ไม่เคยต้องการตน จ้าวเซินฝูถึงกับยอมทรยศที่พึ่งพิงสุดท้ายของตน

แต่นั่นเป็นเพียงอดีตไปแล้ว

ในตอนนี้จ้าวเซินฝูได้กลับมาอีกครั้ง เพื่อแก้ไขเรื่องที่เคยทำผิดพลาด

นับว่าสวรรค์ยังเมตตาให้จ้าวเซินฝูได้มีชีวิตอีกครั้ง และนี่จะไม่ใช่เพียงการแก้ไขเพื่อทำให้ชีวิตของจ้าวเซินฝูดีขึ้นกว่าเดิม

แต่นี่เป็นการแก้แค้นด้วยเช่นกัน...

ไม่ว่าใครก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้จ้าวเซินฝูต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถในชีวิตก่อน คราวนี้ถึงเวลาของพวกมันบ้างแล้ว

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
15 فصول
ตอนที่ 1
จ้าวเซินฝู บุตรชายคนโตของตระกูลจ้าว ที่ได้เรียกว่าเกิดมาเพื่อไม่เป็นที่ต้องการของผู้เป็นบิดา หากพูดถึงคุณชายใหญ่ตระกูลจ้าวแล้ว ทุกคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าจ้าวซินเหอ คือคุณชายใหญ่ตระกูลจ้าวแม้ว่าจ้าวเซินฝูจะเกิดจากฮูหยินเอกของประมุขตระกูลจ้าว แต่ก็เป็นฮูหยินที่ได้ตบแต่งกันเพราะความต้องการของผู้เป็นประมุขตระกูลในตอนนั้น หรือปู่ของจ้าวเซินฝูนั่นเองแต่ก่อนที่จ้าวเซินฝูจะเกิด ปู่ของจ้าวเซินฝูที่เดินทางไปค้าขายต่างเมืองก็โดนโจรป่าปล้นกลางทาง มันไม่เพียงแต่ปล้นทรัพย์สินไปเท่านั้น แต่ยังปล้นเอาชีวิตของประมุขตระกูลจ้าวในขณะนั้นไปด้วยรถม้าของตระกูลจ้าววิ่งกลับมาที่ตระกูลเองได้อย่างน่าประหลาด ภายในรถม้าที่โอ่อ่าแต่เปรอะเปื้อนไปด้วยร่องรอยของความโหดร้ายในนั้น บรรจุศพไร้ศีรษะของประมุขตระกูลจ้าว และฮูหยินตระกูลจ้าวเอาไว้ด้วยในขณะนั้น กระทั่งจ้าวจวิ้นซานผู้เป็นบุตรชายยังแทบจะล้มทั้งยืน ไม่ต้องพูดถึงมารดาของจ้าวเซินฝูที่กำลังท้องกำลังไส้ เรียกได้ว่าเป็นลมล้มพับไปทั้งอย่างนั้น ไม่ทันได้ระวังว่าตนเองตั้งครรภ์แก่แล้ว เมื่อเป็นอย่างนั้นแล้ว จ้าวเซินฝูจึงต้องคลอดก่อนกำหนดเกือบเดือน ในคืนนั้นจวนตระ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 2
เรือนเล็กแคบที่มีทั้งกลิ่นอับชื้น และกลิ่นเหม็นเน่าโชยอยู่ในอากาศทำเอาจ้าวเซินฝูต้องเบ้หน้า แม้ว่าชีวิตก่อนในตอนที่ยังอยู่กับตระกูลจ้าว จะเคยอยู่ที่แห่งนี้มาก่อนก็ตามแต่หลังจากที่ได้เข้าไปอยู่ในสำนักเจี๋ยเอินแล้ว ความเป็นอยู่ก็ดีขึ้นราวกับพลิกฝ่ามือ อีกทั้งเมื่อได้เลื่อนขั้นเป็นศิษย์หลักได้แล้วก็ได้เรือนส่วนตัวที่อยู่ติดกับเรือนของท่านอาจารย์ ความเป็นอยู่นั้นดีกว่าเรือนเล็กๆนี่ไม่รู้ตั้งกี่เท่าเมื่อเคยใช้ชีวิตที่ดีมาเสียนานแล้ว ก็ไม่อยากจะกลับมาใช้ชีวิตตกต่ำแบบนี้อีก ชีวิตก่อนในตอนที่ยังเล็กอาจจะไม่เข้าใจและสามารถใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้โดยไม่ต้องเรียกร้องอะไรเป็นเพราะไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้ จ้าวเซินฝูแทบจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองก็เป็นคุณชายของบ้านเช่นกันและในชีวิตก่อนนั้นเอาแต่โหยหาการยอมรับจากครอบครัวที่ไม่เคยเห็นหัวกัน ดังนั้นจึงได้ไม่แคลงใจว่าสิ่งที่บิดาทำมาตั้งแต่ต้นเป็นการทิ้งขว้างรังแกคิดมาถึงตรงนี้ก็อยากจะหัวเราะออกมาดังๆให้กับความโง่งมของตนเอง ทั้งๆที่ฐานะในตอนนั้นไม่ได้ด้วยไปกว่าผู้ใดใต้หล้า คนนับหมื่นแสนต่างยอมรับในความสามารถอย่างไม่มีข้อกังขา เหตุใดจึงได้โหยหาความรัก และ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 3
ตอนนี้เรือนรับรองของตระกูลจ้าว กลายเป็นสถานที่ผ่อนคลายของเหล่าฮูหยินทั้งสามของจ้าวจวิ้นซาน เมื่อฮูหยินเอกได้จ้างนักดนตรีและนางรำมาจากหอดนตรีที่มีชื่อเสียงในเมืองมาบรรเลงให้ฟังถึงที่จวน พร้อมทั้งชักชวนฮูหยินรองอีกสองคนให้มานั่งชมการแสดงด้วยกันบรรยากาศนั้นเป็นไปอย่างผ่อนคลาย ฮูหยินทั้งสามต่างจิบชาฟังดนตรี ดูนางรำ ผละสายตาไปชมนกชมไม้รอบข้างอย่างสุขใจจนกระทั่งเสียงตึงตังที่ดังมาแต่ไกลทำเอาติงมี่เซียนผู้เป็นฮูหยินเอกขมวดคิ้วฉับด้วยความไม่พอใจ เสียงวิ่งกระแทกเท้าดังใกล้ขึ้น นางเหลือบตาไปมองทางต้นเสียง เห็นเป็นบุตรชายของนางวิ่งมาด้วยท่าทางตื่นตระหนก และยังมีบ่าวหญิงสองคนที่วิ่งตามมาบ่าวหญิงทั้งสองสบตากับฮูหยินเอกเล็กน้อย พวกนางกำลังจัดเตรียมขนมแกล้มน้ำชาของเหล่าฮูหยินอยู่ส่วนหลังของห้องรับรอง อยู่ๆคุณชายใหญ่ก็วิ่งมาอย่างตื่นตระหนกพลางถามหามารดาของตน แต่ก่อนที่บ่าวทั้งคู่จะได้ตอบอะไรกลับไป จ้าวซินเหอที่ได้ยินเสียงเพลงเสียก่อน ก็รีบวิ่งมาติงมี่เซียนเพียงแค่สะบัดมือไล่บ่าวทั้งคู่ออกไป ก่อนจะเอ่ยตำหนิบุตรชายของตนที่วิ่งตึงตังเข้ามาไม่รักษากริยาของคุณชายตระกูลใหญ่แม้แต่น้อย"เหตุใดจึงทำตัวไร้
اقرأ المزيد
ตอนที่ 4
"วิชามารอย่างนั้นหรือ?"น้ำเสียงเจือไปด้วยความสงสัย ไม่คล้ายว่าตื่นตระหนกเสียเท่าไหร่ จ้าวจวิ้นซานยังไม่ละสายตาจากจ้าวเซินฝูที่มองมาอย่างไม่เกรงกลัวบุตรชายคนนี้ ไม่ได้เห็นมานานนัก แต่ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ดูไม่คล้ายว่าจะเป็นผู้ฝึกวิชามารอะไรนั่นอย่างที่บุตรชายคนรองกล่าว"ท่านพี่ อาเหอเป็นเพียงเด็กคนหนึ่งเท่านั้น อาจจะเกิดความเข้าใจผิด""หากเป็นเพียงแค่ความเข้าใจผิด แล้วเหตุใดเจ้าจึงมาที่นี่?"ติงมี่เซียนพยายามจะแก้ต่างให้จ้าวซินเหอ แต่อย่างที่จ้าวจวิ้นซานพูด หากมันเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิดของเด็กๆ ทำไมฮูหยินใหญ่จึงต้องมาด้วยตัวเอง อีกทั้งยังมีพ่อบ้านหยางมาอีกด้วย"แค่คำพูดของเด็ก เจ้าอย่าทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่"เรื่องการใช้วิชามารในยุทธภพนั้นถือเป็นเรื่องต้องห้าม ไม่ควรพูดสุ่มสี่สุ่มห้ากล่าวหาคนอื่นไปเรื่อยอย่างที่จ้าวซินเหอทำ แต่เป็นเพราะในช่วงที่จ้าวซินเหอกำลังสับสนเกี่ยวกับการใช้พลังของจ้าวเซินฝูนั้น บ่าวผู้หนึ่งได้บอกว่ามันคือวิชามาร ดังนั้นจ้าวซินเหอจึงแตกตื่นว่าสิ่งที่จ้าวเซินฝูใช้นั้นเป็นวิชามารทั้งๆที่คนที่กองกันอยู่หน้าเรือนเล็กนี่เมื่อครู่ ไม่เคยมีใครได้เห็นหรือสัมผัสวิชามารจ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 5
"ผี?""ขอรับนายท่าน""เมื่อวานก็วิชามาร วันนี้ก็ผีสาง มันอะไรกันนักกันหนา?"จ้าวจวิ้นซานยกมือขึ้นมาบีบนวดขมับคลายเส้นเบาๆหลังจากได้ยินรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อเช้าเมื่อวานหลังจากกลับถึงบ้านก็ได้รับรู้เรื่องน่าปวดหัวอย่างเรือนเล็กท้ายจวนมีปัญหา พอไปถึงคนก็บอกว่าไอ้มารหัวขนนั่นฝึกวิชามาร แม้ว่าจะพูดอย่างนั้นแต่อย่างไรแล้วมันก็เป็นเพียงแค่เรื่องไร้สาระ ไอ้สิ่งที่เรียกว่าวิชามารไม่ใช่ว่าใครจะฝึกก็ได้อีกทั้งเช้ามายังไม่ทันจะตื่นดี ก็มีบ่าวหน้าโง่วิ่งแตกตื่นมาพูดจาเลอะเลือนว่าเรือนเล็กหลังจวนมีผี อยู่กันมาเป็นสิบปี อยู่ๆมันจะไปมีผีสางอะไรได้อย่างไรครั้นจะเอ่ยถามบุตรชายเกี่ยวกับเรื่องนี้ จ้าวซินเหอก็ยังนอนไม่ตื่น"นายท่านขอรับ แต่บ่าวทั้งสามคน...""บ่าวทั้งสามคน?""ขอรับ เป็นบ่าวของคุณชายใหญ่""เรียกมาพบข้า ส่วนเจ้า ไปเรียกคุณชายใหญ่มา"จ้าวจวิ้นซานออกคำสั่ง บ่าวทั้งสองคนที่ได้รับคำสั่งรีบไปตามคนที่จ้าวจวิ้นซานต้องการพบมาทันที เวลาผ่านไปเพียงไม่นาน ก็มีกลุ่มบ่าวแบกอะไรบางอย่างมา ดูแล้ววุ่นวายไม่น้อย"นั่นอะไร?""เรียนนายท่าน เป็นบ่าวของคุณชายใหญ่ทั้งสามคนขอรับ"สภาพของบ่าวเด็ก
اقرأ المزيد
ตอนที่ 6
เรื่องราวที่ว่าเรือนเล็กท้ายจวนตระกูลจ้าวมีผี หรือเรื่องที่คุณชายใหญ่ใช้วิชามารนั้นแพร่กระจายไปทั่วทั้งจวน แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้านำเรื่องพวกนี้ออกไปพูดนอกจวน เพราะกลัวว่าหากคุณชายใหญ่รู้เข้า คงได้มาจัดการตัวเองแน่นอนในขณะที่ตัวต้นเร่องอย่างจ้าวเซินฝูนั้น วันนี้ก็ไม่ได้ออกไปไหน แม้แต่กวาดใบไม้หน้าเรือนก็ไม่ทำอาหาร วัตถุดิบที่นำมายังพอมีเหลืออยู่ วันพรุ่งนี้ก็เป็นวันสุดท้ายสำหรับการกักบริเวณแต่เรื่องที่จ้าวเซินฝูอยู่แต่ในจวนนั้น บ่าวในจวนเอาไปพูดกันว่าเป็นเพราะจ้าวเซินฝูไม่ได้ทานอาหารแบบมนุษย์ทั่วไป ผู้ที่เรียนวิชามารจะสูบกินเลือดเนื้อ วิญญาณของผู้อื่น เรื่องเหล่านี้ทำให้ที่ผ่านมาไม่มีใครแม้แต่คนเดียวย่างกรายผ่านหน้าบ้านแม้จะเดินไปยังสวน หรือห้องครัว ยังยอมเดินอ้อมทางอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตัวเองมาวนเวียนอยู่หน้าเรือนเล็กและนั่นเป็นเรื่องที่สร้างประโยชน์ให้จ้าวเซินฝูเป็นอย่างมากการรวบรวมพลังปราณเป็นไปได้อย่างราบรื่นเพราะไม่มีใครเข้ามากวน บ่าวในเรือนไม่มีใครกล้าเดินผ่านเรือนเล็ก จ้าวซินเหอที่เป็นหัวโจกคอยพาบ่าวมากลั่นแกล้งจ้าวเซินฝู ตอนนี้ติงมี่เซียนได้พาขึ้นเขา เข้าวัดเพื่อปัดเป่าสิ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 7
ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่ติงมี่เซียนยังเดินทางไปไหว้พระบนเขา และจ้าวเซินฝูพ้นโทษกักบริเวณเป็นวันแรก...จ้าวเซินฝูคิดวิธีที่จะทวงคืนสมบัติของมารดาคืนมาได้แล้วสมบัติของใคร...ก็ให้คนนั้นเป็นผู้ทวงคืนดังนั้นจ้าวเซินฝูคิดจะใช้ความหวาดกลัวของผู้คนในตระกูลจ้าวให้เป็นประโยชน์ ในเมื่อตอนนี้คนในจวนเอาแต่พูดว่าจ้าวเซินฝูร่ำเรียนวิชามาร เรียกภูติผีวิญญาณมาเป็นบริวารได้ ดังนั้นก็ให้เชื่อไปเช่นนั้น...เช้าตรู่ของวันที่พ้นโทษกักบริเวณ จ้าวเซินฝูมุ่งหน้าไปยังหอบรรพชนหอบรรพชนที่ว่า อยู่ถัดจากเรือนรับรองมานิดหน่อย แม้ว่าตระกูลจ้าวจะอบรมบุตรหลานไม่ได้ความเท่าไรนัก แต่ว่าบุตรหลานตระกูลจ้าวนั้นให้ความสำคัญกับบรรพบุรุษเป็นอย่างมากจุดมุ่งหมายของจ้าวเซินฝูในวันนี้คือการมาเคารพป้ายวิญญาณของมารดาและเพื่อขอล่วงเกิน ใช้ชื่อของมารดากระทำเรื่องผิดศีลธรรมไร้ยางอาย...ความเชื่อของคนในจวนตระกูลจ้าวแท้ๆ ทำให้จ้าวเซินฝูคิดได้ว่าหากเชื่อกันไปเช่นนั้นแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปอธิบายอะไรให้เสียแผน สู้ใช้ความกลัวที่มีของคนในจวนปีนป่ายสู่ความสำเร็จเสียยังจะดีกว่าหลังจากเคารพป้ายวิญญาณของมารดาเสร็จแล้ว จ้าวเซินฝูก็กลับมาเก็บตัวใ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 8
"ฮูหยิน?""นางคงหมายถึงเมิ่งหรูซี"ติงมี่เซียนเองออกจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งในเรื่องที่ได้รับฟัง แต่ว่าสภาพของจ้าวจวิ้นซานนั้น ทำให้นางมองว่าเป็นเรื่องโกหกไม่ได้เลย"เช่นนั้นท่านพี่จะทำอย่างไรเจ้าคะ"จ้าวจวิ้นซานเองก็ไม่รู้ว่าจะจัดการกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไร ในตอนแรกนั้นจ้าวจวิ้นซานหวังจะใช้จ้าวเซินฝูให้เป็นประโยชน์ด้วยซ้ำแต่ในตอนนี้ จ้าวเซินฝูนอกจะทำประโยชน์ไม่ได้แล้วยังให้โทษอีกด้วย"เจ้าพอจะรู้จักไต้ซือที่เก่งกาจบ้างหรือไม่"หากเป็นเรื่องภูติผี ก็ต้องยกให้ไต้ซือที่เชี่ยวชาญเป็นผู้จัดการ และต้องจัดการอย่างเร่งด่วน ในตอนนี้นั้นสถานการณ์ในจวนตระกูลจ้าวไม่สู้ดีแล้วนอกจากจะมีปัญหาภายในจวน เรื่องพวกนี้ยังหลุดออกไปถึงนอกจวน จนตอนนี้ผู้คนต่างเล่าลือกันไปไกล แต่งเติมเสียจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมกลายเป็นว่าตอนนี้ ตระกูลจ้าวไม่มีผู้ใดอยากคบค้าด้วย เพราะเล่าลือกันว่าเป็นตระกูลต้องสาปไปเสียแล้ว"ท่านพี่หมายถึง...""ให้ไต้ซือลองมาจัดการหน่อยเถอะ ปล่อยเอาไว้นานกว่านี้มีแต่จะสร้างเรื่องไม่จบสิ้น"ติงมี่เซียนนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะตกปากรับคำ นางรีบไปจัดการเรื่องที่สามีมอบหมายให้ทันที ติงมี่เซียนนั
اقرأ المزيد
ตอนที่ 9
เมื่อความมืดมิดมาเยือนในยามราตรี ไต้ซือได้ขอไม่ให้ผู้ใดไปวุ่นวายที่เรือนเล็กท้ายจวน เพราะที่ตรงนั้นจะเป็นที่ไต้ซือต้องทำพิธีไล่วิญญาณดังนั้นตอนนี้ที่บริเวณลานกว้างหน้าเรือนเล็กจึงมีเพียงไต้ซือยืนประจันหน้าอยู่ถ้าหากถามว่าเหตุใดไต้ซือจึงไม่ได้เกรงกลัวต่อวิญญาณที่คนในจวนพูดถึงกันน่ะหรือ...นั่นย่อมเป็นเพราะว่าไต้ซือยังคงปักใจเชื่อว่าวิญญาณที่คนตระกูลจ้าวเจอนั้น เป็นการจัดฉากของพรรคพวกตัวเองดังนั้นแค่เพียงมายืนทำท่าทางเหมือนกับกำลังประกอบพิธีไล่วิญญาณก็คงเพียงพอที่จะตบตาแล้วไต้ซือผู้นั้นกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างลำพองใจ นึกถึงค่าตอบแทนที่จ้าวจวิ้นซานจะมอบให้ยิ่งทำให้สุขใจมากขึ้นไปอีก โดยที่ไม่รู้ว่ามีอะไรรออยู่ในขณะที่ไต้ซือผู้นั้นไม่ได้เอะใจ จ้าวเซินฝูที่ยืนมองผ่านหน้าต่างในเรือนเล็กนั้นฉีกยิ้มกว้างอย่างสะใจยิ่งกว่าคนที่อยู่ด้านนอกจ้าวเซินฝูไม่รู้ว่าอะไรทำให้ไต้ซือผู้นั้นคิดว่าตนเองจะสามารถจัดการกับละครฉากใหญ่ของจ้าวเซินฝูได้ แต่ก็คาดหวังความสนุกเอาไว้ไม่น้อย"ถ้าอย่างนั้น... เริ่มกันเลยดีหรือไม่..."จ้าวเซินฝูยกมือขึ้นช้าๆ ลมด้านนอกเริ่มพัดแรงขึ้นจนปลายไม้โอนเอียงไปตามแรงลม แม้จะมีสาย
اقرأ المزيد
ตอนที่ 10
ช่วงเวลาที่ไม่น่าอภิรมย์มากที่สุดของตระกูลจ้าว คือเมื่อยามที่ตะวันลับขอบฟ้า...ช่วงเวลาที่แสนน่าหวาดหวั่นของคนที่อยู่ในจวนตระกูลจ้าวทั้งเจ้านายและบ่าวไพร่มารวมตัวกันอยู่ที่เดียว เรือนรับรองถูกใช้เป็นที่ซุกหัวนอนในยามค่ำคืนของคนในตระกูลนี้แต่ถึงอย่างนั้น ทุกๆคืนก็ยังได้ยินเสียงลมหวีดหวิวอยู่ด้านนอก เรือนรับรองนั้นแม้ในยามที่ทุกคนรวมตัวกันอยู่ ด้านนอกก็ยังมีเสียงฝีเท้าที่เดินรอบเรือนครั้งหนึ่งเคยให้บ่าวพากันออกไปดูว่าใครเป็นคนเดิน แต่เมื่อออกไปดูก็พบเพียงความว่างเปล่า สายลมกรรโชกแรง พัดพายอดไม้สูงเอนไหวตามลมเป็นภาพที่น่าขนลุกหลังจากนั้นแม้จะมีเสียงเดินรอบเรือนรับรอง หรือเสียงขูดเล็บกับบานหน้าต่าง กระทั่งเสียงเดินบนหลังคาเรือนรับรองก็ไม่มีใครกล้าออกไปดูแต่คืนนี้ จะเป็นคืนสุดท้ายแล้ว การกลั่นแกล้งทั้งหมดจะจบลงในคืนนี้ดังนั้นจ้าวซิ่วเทียนจึงคาดหวังให้มันเป็นคืนที่จะฝังอยู่ในใจของผู้พบเจอไปจนตาย..."จงอยู่กับความหวาดกลัวไปชั่วชีวิตเสียเถอะ"เสียงแผ่วเบาพัดหายไปกับสายลมแรง จ้าวเซินฝูคับแค้นเสียจนต้องเอ่ยปากกับตัวเอง เกรงว่าหากไม่ได้ระบายออกมาเสียหน่อยคงจะอกแตกตายเรื่องที่ว่าจะให้ยกโทษ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status