ทุกหนี้แค้นล้วนแล้วมีเจ้าของ เล่ม 1 -จวนตระกูลจ้าว-

ทุกหนี้แค้นล้วนแล้วมีเจ้าของ เล่ม 1 -จวนตระกูลจ้าว-

last update最終更新日 : 2025-09-25
作家:  TheXang789連載中
言語: Thai
goodnovel12goodnovel
評価が足りません
15チャプター
790ビュー
読む
本棚に追加

共有:  

報告
あらすじ
カタログ
コードをスキャンしてアプリで読む

概要

แฟนตาซี

ทะลุมิติ/ย้อนยุค/ย้อนเวลา

ประวัติศาสตร์สมมติ

ฉลาด

อิสระ

การหักหลัง

การฝึกฝน

แก้แค้น

จ้าวเซินฝูลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าตนเองย้อนกลับมาในช่วงเวลาก่อนที่จะเข้าร่วมกับสำนัก จ้าวเซินฝูทั้งดีใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน แต่ไม่นึกว่าพรสวรรค์ที่มีจะติดตัวมาด้วย ดังนั้นชีวิตนี้จ้าวเซินฝูคิดจะตัดสัมพันธ์กับตระกูลจ้าว ยอมเป็นคนไร้แซ่เสียยังจะดีกว่า!

もっと見る

第1話

ตอนที่ 1

"Aduh … dadaku ngilu banget," rintih Zea pelan. Ia sedang duduk sendirian di tepi ranjang sambil menekan alat pompa ASI ke dadanya.

Setiap kali melakukan rutinitas itu, rasa malu dan bingung yang menjalar di tubuhnya. Ini tidak masuk akal, bahkan sungguh di luar logika dan nalar manusia!

Padahal gadis itu belum pernah menikah. Seumur hidupnya pun belum pernah merasakan hamil. Tidak ada janin yang ia kandung, tidak ada pula bayi yang ia susui.

Ini semua dimulai dua minggu lalu ketika dadanya tiba-tiba terasa berat dan penuh, sampai akhirnya ia dan ibunya panik dan langsung dibawa ke dokter.

Hasilnya, dokter hanya menyebutnya sebagai gangguan hormon yang langka, tapi tidak berbahaya. Jadi tak perlu dikhawatirkan.

Tidak perlu khawatir? Mudah sekali Dokter itu mengatakannya!

Zea masih dua puluh dua tahun! Belum setahun ia lulus kuliah di jurusan Psikologi, belum ada pemikiran untuk menikah, atau melahirkan anak dan menyusui.

Tiba-tiba, pintu kamarnya diketuk dua kali sebelum langsung terbuka.

"Zea, Mama bawain bra baru." Donna masuk sambil memegang tas belanjaan, lalu berhenti sejenak melihat anaknya. "Oh, lagi pumping. Ya sudah, Mama taruh di sini dulu."

Ia meletakkan tas itu di atas kasur. Dari dalamnya terlihat beberapa kotak bra baru dengan ukuran yang jelas lebih besar dari ukuran dada Zea sebelumnya.

"Mama beli berapa bra?" tanya Zea.

"Jangan tanya." Donna menjatuhkan diri di sisi kasur dengan ekspresi seorang ibu yang dompetnya baru saja mengalami musibah. "Enam, karena semua bra lamamu sudah nggak muat."

Zea meringis. "Maaf, Ma."

"Kamu ini. Baru lulus kuliah, belum kerja, eh malah bikin Mama keluar uang buat bra, alat pompa, botol, storage bag …." Ia menghitung dengan jari sambil mendengus. "Harusnya kamu sekalian punya bayi sekarang, Zea. Kasih Mama cucu!"

Zea hanya mendengus kesal. Ia tahu ibunya hanya bercanda, tapi tidak dipungkiri, Zea merasa bersalah karena kondisi tubuhnya merepotkan orang lain.

Beberapa menit kemudian setelah selesai pumping dan berganti baju, Zea pun keluar kamar untuk bergabung di meja makan untuk sarapan.

“Zea, kamu masih nganggur kan?”

Ucapan Zavian, kakak laki-laki Zea, membuat gadis itu mendongak dengan sedikit kaku.

“Iya, Kak. Tapi aku lagi cari kerja, kok.”

“Bagus. Kamu nggak ada kegiatan hari ini, kan? Ikut Kakak ke pusat pelatihan. Bantu Kakak di sana, Kakak butuh asisten.”

Zea tercengang sejenak. Zavian adalah mantan atlet renang yang pernah meraih gelar juara nasional saat masih aktif. Sekarang, ia berprofesi sebagai pelatih renang yang menangani sebuah klub renang elit.

Lalu tiba-tiba, ia merekrut adiknya menjadi asisten?

Zea menoleh ke arah Donna yang muncul dari arah dapur. "Iya tuh. Kamu ikut Kakakmu saja. Daripada di rumah, pumping terus."

Tentu saja mamanya setuju dengan kakaknya!

Zavian mengangguk. "Kita akan berangkat sepuluh menit lagi. Kamu siap-siap."

Beberapa saat kemudian, perjalanan ke pusat pelatihan ditempuh kurang dari dua puluh menit.

Pusat pelatihan renang itu ternyata lebih besar dari yang Zea bayangkan. Gedung indoor dengan langit-langit tinggi, kolam berukuran olimpik, dan bau klorin yang langsung menusuk begitu pintu dibuka.

Tapi, yang tidak Zea bayangkan adalah betapa banyaknya laki-laki di dalam sana.

Para atlet yang sedang berlatih, staf pendamping, pelatih-pelatih lain … semuanya laki-laki!

Zea berjalan di belakang Zavian, berusaha sembunyi di balik punggung lebar kakaknya. Ia sedikit malu karena ia satu-satunya perempuan di sini.

Mata Zea melirik ke ujung kolam. Seorang pria yang baru saja berenang, dan naik ke tepi kolam.

Air menetes dari rambut basahnya, mengalir deras melewati dada bidang dan otot perut yang terpahat sempurna.

Pria itu berhenti di depan Zavian.

"Coach. Pagi," sapa pria itu. Suaranya terdengar dalam. Lalu tatapan tajamnya berpindah ke perempuan yang berdiri di sisi pelatihnya.

"Pagi," jawab Zavian singkat. "Ini Zea, hari ini dia ikut dan jadi asisten saya."

Zea menelah ludah saat iris mata gelap atlet itu menyorot ke arahnya. Zea kenal pria ini.

Wajah pria itu terlihat lebih dewasa, lebih tajam, dan lebih tegas. Tubuhnya juga lebih tinggi dan menjulang dari yang Zea ingat.

“Marco…?”

もっと見る
次へ
ダウンロード

最新チャプター

続きを読む
コメントはありません
15 チャプター
ตอนที่ 1
จ้าวเซินฝู บุตรชายคนโตของตระกูลจ้าว ที่ได้เรียกว่าเกิดมาเพื่อไม่เป็นที่ต้องการของผู้เป็นบิดา หากพูดถึงคุณชายใหญ่ตระกูลจ้าวแล้ว ทุกคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าจ้าวซินเหอ คือคุณชายใหญ่ตระกูลจ้าวแม้ว่าจ้าวเซินฝูจะเกิดจากฮูหยินเอกของประมุขตระกูลจ้าว แต่ก็เป็นฮูหยินที่ได้ตบแต่งกันเพราะความต้องการของผู้เป็นประมุขตระกูลในตอนนั้น หรือปู่ของจ้าวเซินฝูนั่นเองแต่ก่อนที่จ้าวเซินฝูจะเกิด ปู่ของจ้าวเซินฝูที่เดินทางไปค้าขายต่างเมืองก็โดนโจรป่าปล้นกลางทาง มันไม่เพียงแต่ปล้นทรัพย์สินไปเท่านั้น แต่ยังปล้นเอาชีวิตของประมุขตระกูลจ้าวในขณะนั้นไปด้วยรถม้าของตระกูลจ้าววิ่งกลับมาที่ตระกูลเองได้อย่างน่าประหลาด ภายในรถม้าที่โอ่อ่าแต่เปรอะเปื้อนไปด้วยร่องรอยของความโหดร้ายในนั้น บรรจุศพไร้ศีรษะของประมุขตระกูลจ้าว และฮูหยินตระกูลจ้าวเอาไว้ด้วยในขณะนั้น กระทั่งจ้าวจวิ้นซานผู้เป็นบุตรชายยังแทบจะล้มทั้งยืน ไม่ต้องพูดถึงมารดาของจ้าวเซินฝูที่กำลังท้องกำลังไส้ เรียกได้ว่าเป็นลมล้มพับไปทั้งอย่างนั้น ไม่ทันได้ระวังว่าตนเองตั้งครรภ์แก่แล้ว เมื่อเป็นอย่างนั้นแล้ว จ้าวเซินฝูจึงต้องคลอดก่อนกำหนดเกือบเดือน ในคืนนั้นจวนตระ
続きを読む
ตอนที่ 2
เรือนเล็กแคบที่มีทั้งกลิ่นอับชื้น และกลิ่นเหม็นเน่าโชยอยู่ในอากาศทำเอาจ้าวเซินฝูต้องเบ้หน้า แม้ว่าชีวิตก่อนในตอนที่ยังอยู่กับตระกูลจ้าว จะเคยอยู่ที่แห่งนี้มาก่อนก็ตามแต่หลังจากที่ได้เข้าไปอยู่ในสำนักเจี๋ยเอินแล้ว ความเป็นอยู่ก็ดีขึ้นราวกับพลิกฝ่ามือ อีกทั้งเมื่อได้เลื่อนขั้นเป็นศิษย์หลักได้แล้วก็ได้เรือนส่วนตัวที่อยู่ติดกับเรือนของท่านอาจารย์ ความเป็นอยู่นั้นดีกว่าเรือนเล็กๆนี่ไม่รู้ตั้งกี่เท่าเมื่อเคยใช้ชีวิตที่ดีมาเสียนานแล้ว ก็ไม่อยากจะกลับมาใช้ชีวิตตกต่ำแบบนี้อีก ชีวิตก่อนในตอนที่ยังเล็กอาจจะไม่เข้าใจและสามารถใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้โดยไม่ต้องเรียกร้องอะไรเป็นเพราะไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้ จ้าวเซินฝูแทบจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองก็เป็นคุณชายของบ้านเช่นกันและในชีวิตก่อนนั้นเอาแต่โหยหาการยอมรับจากครอบครัวที่ไม่เคยเห็นหัวกัน ดังนั้นจึงได้ไม่แคลงใจว่าสิ่งที่บิดาทำมาตั้งแต่ต้นเป็นการทิ้งขว้างรังแกคิดมาถึงตรงนี้ก็อยากจะหัวเราะออกมาดังๆให้กับความโง่งมของตนเอง ทั้งๆที่ฐานะในตอนนั้นไม่ได้ด้วยไปกว่าผู้ใดใต้หล้า คนนับหมื่นแสนต่างยอมรับในความสามารถอย่างไม่มีข้อกังขา เหตุใดจึงได้โหยหาความรัก และ
続きを読む
ตอนที่ 3
ตอนนี้เรือนรับรองของตระกูลจ้าว กลายเป็นสถานที่ผ่อนคลายของเหล่าฮูหยินทั้งสามของจ้าวจวิ้นซาน เมื่อฮูหยินเอกได้จ้างนักดนตรีและนางรำมาจากหอดนตรีที่มีชื่อเสียงในเมืองมาบรรเลงให้ฟังถึงที่จวน พร้อมทั้งชักชวนฮูหยินรองอีกสองคนให้มานั่งชมการแสดงด้วยกันบรรยากาศนั้นเป็นไปอย่างผ่อนคลาย ฮูหยินทั้งสามต่างจิบชาฟังดนตรี ดูนางรำ ผละสายตาไปชมนกชมไม้รอบข้างอย่างสุขใจจนกระทั่งเสียงตึงตังที่ดังมาแต่ไกลทำเอาติงมี่เซียนผู้เป็นฮูหยินเอกขมวดคิ้วฉับด้วยความไม่พอใจ เสียงวิ่งกระแทกเท้าดังใกล้ขึ้น นางเหลือบตาไปมองทางต้นเสียง เห็นเป็นบุตรชายของนางวิ่งมาด้วยท่าทางตื่นตระหนก และยังมีบ่าวหญิงสองคนที่วิ่งตามมาบ่าวหญิงทั้งสองสบตากับฮูหยินเอกเล็กน้อย พวกนางกำลังจัดเตรียมขนมแกล้มน้ำชาของเหล่าฮูหยินอยู่ส่วนหลังของห้องรับรอง อยู่ๆคุณชายใหญ่ก็วิ่งมาอย่างตื่นตระหนกพลางถามหามารดาของตน แต่ก่อนที่บ่าวทั้งคู่จะได้ตอบอะไรกลับไป จ้าวซินเหอที่ได้ยินเสียงเพลงเสียก่อน ก็รีบวิ่งมาติงมี่เซียนเพียงแค่สะบัดมือไล่บ่าวทั้งคู่ออกไป ก่อนจะเอ่ยตำหนิบุตรชายของตนที่วิ่งตึงตังเข้ามาไม่รักษากริยาของคุณชายตระกูลใหญ่แม้แต่น้อย"เหตุใดจึงทำตัวไร้
続きを読む
ตอนที่ 4
"วิชามารอย่างนั้นหรือ?"น้ำเสียงเจือไปด้วยความสงสัย ไม่คล้ายว่าตื่นตระหนกเสียเท่าไหร่ จ้าวจวิ้นซานยังไม่ละสายตาจากจ้าวเซินฝูที่มองมาอย่างไม่เกรงกลัวบุตรชายคนนี้ ไม่ได้เห็นมานานนัก แต่ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ดูไม่คล้ายว่าจะเป็นผู้ฝึกวิชามารอะไรนั่นอย่างที่บุตรชายคนรองกล่าว"ท่านพี่ อาเหอเป็นเพียงเด็กคนหนึ่งเท่านั้น อาจจะเกิดความเข้าใจผิด""หากเป็นเพียงแค่ความเข้าใจผิด แล้วเหตุใดเจ้าจึงมาที่นี่?"ติงมี่เซียนพยายามจะแก้ต่างให้จ้าวซินเหอ แต่อย่างที่จ้าวจวิ้นซานพูด หากมันเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิดของเด็กๆ ทำไมฮูหยินใหญ่จึงต้องมาด้วยตัวเอง อีกทั้งยังมีพ่อบ้านหยางมาอีกด้วย"แค่คำพูดของเด็ก เจ้าอย่าทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่"เรื่องการใช้วิชามารในยุทธภพนั้นถือเป็นเรื่องต้องห้าม ไม่ควรพูดสุ่มสี่สุ่มห้ากล่าวหาคนอื่นไปเรื่อยอย่างที่จ้าวซินเหอทำ แต่เป็นเพราะในช่วงที่จ้าวซินเหอกำลังสับสนเกี่ยวกับการใช้พลังของจ้าวเซินฝูนั้น บ่าวผู้หนึ่งได้บอกว่ามันคือวิชามาร ดังนั้นจ้าวซินเหอจึงแตกตื่นว่าสิ่งที่จ้าวเซินฝูใช้นั้นเป็นวิชามารทั้งๆที่คนที่กองกันอยู่หน้าเรือนเล็กนี่เมื่อครู่ ไม่เคยมีใครได้เห็นหรือสัมผัสวิชามารจ
続きを読む
ตอนที่ 5
"ผี?""ขอรับนายท่าน""เมื่อวานก็วิชามาร วันนี้ก็ผีสาง มันอะไรกันนักกันหนา?"จ้าวจวิ้นซานยกมือขึ้นมาบีบนวดขมับคลายเส้นเบาๆหลังจากได้ยินรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อเช้าเมื่อวานหลังจากกลับถึงบ้านก็ได้รับรู้เรื่องน่าปวดหัวอย่างเรือนเล็กท้ายจวนมีปัญหา พอไปถึงคนก็บอกว่าไอ้มารหัวขนนั่นฝึกวิชามาร แม้ว่าจะพูดอย่างนั้นแต่อย่างไรแล้วมันก็เป็นเพียงแค่เรื่องไร้สาระ ไอ้สิ่งที่เรียกว่าวิชามารไม่ใช่ว่าใครจะฝึกก็ได้อีกทั้งเช้ามายังไม่ทันจะตื่นดี ก็มีบ่าวหน้าโง่วิ่งแตกตื่นมาพูดจาเลอะเลือนว่าเรือนเล็กหลังจวนมีผี อยู่กันมาเป็นสิบปี อยู่ๆมันจะไปมีผีสางอะไรได้อย่างไรครั้นจะเอ่ยถามบุตรชายเกี่ยวกับเรื่องนี้ จ้าวซินเหอก็ยังนอนไม่ตื่น"นายท่านขอรับ แต่บ่าวทั้งสามคน...""บ่าวทั้งสามคน?""ขอรับ เป็นบ่าวของคุณชายใหญ่""เรียกมาพบข้า ส่วนเจ้า ไปเรียกคุณชายใหญ่มา"จ้าวจวิ้นซานออกคำสั่ง บ่าวทั้งสองคนที่ได้รับคำสั่งรีบไปตามคนที่จ้าวจวิ้นซานต้องการพบมาทันที เวลาผ่านไปเพียงไม่นาน ก็มีกลุ่มบ่าวแบกอะไรบางอย่างมา ดูแล้ววุ่นวายไม่น้อย"นั่นอะไร?""เรียนนายท่าน เป็นบ่าวของคุณชายใหญ่ทั้งสามคนขอรับ"สภาพของบ่าวเด็ก
続きを読む
ตอนที่ 6
เรื่องราวที่ว่าเรือนเล็กท้ายจวนตระกูลจ้าวมีผี หรือเรื่องที่คุณชายใหญ่ใช้วิชามารนั้นแพร่กระจายไปทั่วทั้งจวน แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้านำเรื่องพวกนี้ออกไปพูดนอกจวน เพราะกลัวว่าหากคุณชายใหญ่รู้เข้า คงได้มาจัดการตัวเองแน่นอนในขณะที่ตัวต้นเร่องอย่างจ้าวเซินฝูนั้น วันนี้ก็ไม่ได้ออกไปไหน แม้แต่กวาดใบไม้หน้าเรือนก็ไม่ทำอาหาร วัตถุดิบที่นำมายังพอมีเหลืออยู่ วันพรุ่งนี้ก็เป็นวันสุดท้ายสำหรับการกักบริเวณแต่เรื่องที่จ้าวเซินฝูอยู่แต่ในจวนนั้น บ่าวในจวนเอาไปพูดกันว่าเป็นเพราะจ้าวเซินฝูไม่ได้ทานอาหารแบบมนุษย์ทั่วไป ผู้ที่เรียนวิชามารจะสูบกินเลือดเนื้อ วิญญาณของผู้อื่น เรื่องเหล่านี้ทำให้ที่ผ่านมาไม่มีใครแม้แต่คนเดียวย่างกรายผ่านหน้าบ้านแม้จะเดินไปยังสวน หรือห้องครัว ยังยอมเดินอ้อมทางอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตัวเองมาวนเวียนอยู่หน้าเรือนเล็กและนั่นเป็นเรื่องที่สร้างประโยชน์ให้จ้าวเซินฝูเป็นอย่างมากการรวบรวมพลังปราณเป็นไปได้อย่างราบรื่นเพราะไม่มีใครเข้ามากวน บ่าวในเรือนไม่มีใครกล้าเดินผ่านเรือนเล็ก จ้าวซินเหอที่เป็นหัวโจกคอยพาบ่าวมากลั่นแกล้งจ้าวเซินฝู ตอนนี้ติงมี่เซียนได้พาขึ้นเขา เข้าวัดเพื่อปัดเป่าสิ
続きを読む
ตอนที่ 7
ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่ติงมี่เซียนยังเดินทางไปไหว้พระบนเขา และจ้าวเซินฝูพ้นโทษกักบริเวณเป็นวันแรก...จ้าวเซินฝูคิดวิธีที่จะทวงคืนสมบัติของมารดาคืนมาได้แล้วสมบัติของใคร...ก็ให้คนนั้นเป็นผู้ทวงคืนดังนั้นจ้าวเซินฝูคิดจะใช้ความหวาดกลัวของผู้คนในตระกูลจ้าวให้เป็นประโยชน์ ในเมื่อตอนนี้คนในจวนเอาแต่พูดว่าจ้าวเซินฝูร่ำเรียนวิชามาร เรียกภูติผีวิญญาณมาเป็นบริวารได้ ดังนั้นก็ให้เชื่อไปเช่นนั้น...เช้าตรู่ของวันที่พ้นโทษกักบริเวณ จ้าวเซินฝูมุ่งหน้าไปยังหอบรรพชนหอบรรพชนที่ว่า อยู่ถัดจากเรือนรับรองมานิดหน่อย แม้ว่าตระกูลจ้าวจะอบรมบุตรหลานไม่ได้ความเท่าไรนัก แต่ว่าบุตรหลานตระกูลจ้าวนั้นให้ความสำคัญกับบรรพบุรุษเป็นอย่างมากจุดมุ่งหมายของจ้าวเซินฝูในวันนี้คือการมาเคารพป้ายวิญญาณของมารดาและเพื่อขอล่วงเกิน ใช้ชื่อของมารดากระทำเรื่องผิดศีลธรรมไร้ยางอาย...ความเชื่อของคนในจวนตระกูลจ้าวแท้ๆ ทำให้จ้าวเซินฝูคิดได้ว่าหากเชื่อกันไปเช่นนั้นแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปอธิบายอะไรให้เสียแผน สู้ใช้ความกลัวที่มีของคนในจวนปีนป่ายสู่ความสำเร็จเสียยังจะดีกว่าหลังจากเคารพป้ายวิญญาณของมารดาเสร็จแล้ว จ้าวเซินฝูก็กลับมาเก็บตัวใ
続きを読む
ตอนที่ 8
"ฮูหยิน?""นางคงหมายถึงเมิ่งหรูซี"ติงมี่เซียนเองออกจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งในเรื่องที่ได้รับฟัง แต่ว่าสภาพของจ้าวจวิ้นซานนั้น ทำให้นางมองว่าเป็นเรื่องโกหกไม่ได้เลย"เช่นนั้นท่านพี่จะทำอย่างไรเจ้าคะ"จ้าวจวิ้นซานเองก็ไม่รู้ว่าจะจัดการกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไร ในตอนแรกนั้นจ้าวจวิ้นซานหวังจะใช้จ้าวเซินฝูให้เป็นประโยชน์ด้วยซ้ำแต่ในตอนนี้ จ้าวเซินฝูนอกจะทำประโยชน์ไม่ได้แล้วยังให้โทษอีกด้วย"เจ้าพอจะรู้จักไต้ซือที่เก่งกาจบ้างหรือไม่"หากเป็นเรื่องภูติผี ก็ต้องยกให้ไต้ซือที่เชี่ยวชาญเป็นผู้จัดการ และต้องจัดการอย่างเร่งด่วน ในตอนนี้นั้นสถานการณ์ในจวนตระกูลจ้าวไม่สู้ดีแล้วนอกจากจะมีปัญหาภายในจวน เรื่องพวกนี้ยังหลุดออกไปถึงนอกจวน จนตอนนี้ผู้คนต่างเล่าลือกันไปไกล แต่งเติมเสียจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมกลายเป็นว่าตอนนี้ ตระกูลจ้าวไม่มีผู้ใดอยากคบค้าด้วย เพราะเล่าลือกันว่าเป็นตระกูลต้องสาปไปเสียแล้ว"ท่านพี่หมายถึง...""ให้ไต้ซือลองมาจัดการหน่อยเถอะ ปล่อยเอาไว้นานกว่านี้มีแต่จะสร้างเรื่องไม่จบสิ้น"ติงมี่เซียนนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะตกปากรับคำ นางรีบไปจัดการเรื่องที่สามีมอบหมายให้ทันที ติงมี่เซียนนั
続きを読む
ตอนที่ 9
เมื่อความมืดมิดมาเยือนในยามราตรี ไต้ซือได้ขอไม่ให้ผู้ใดไปวุ่นวายที่เรือนเล็กท้ายจวน เพราะที่ตรงนั้นจะเป็นที่ไต้ซือต้องทำพิธีไล่วิญญาณดังนั้นตอนนี้ที่บริเวณลานกว้างหน้าเรือนเล็กจึงมีเพียงไต้ซือยืนประจันหน้าอยู่ถ้าหากถามว่าเหตุใดไต้ซือจึงไม่ได้เกรงกลัวต่อวิญญาณที่คนในจวนพูดถึงกันน่ะหรือ...นั่นย่อมเป็นเพราะว่าไต้ซือยังคงปักใจเชื่อว่าวิญญาณที่คนตระกูลจ้าวเจอนั้น เป็นการจัดฉากของพรรคพวกตัวเองดังนั้นแค่เพียงมายืนทำท่าทางเหมือนกับกำลังประกอบพิธีไล่วิญญาณก็คงเพียงพอที่จะตบตาแล้วไต้ซือผู้นั้นกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างลำพองใจ นึกถึงค่าตอบแทนที่จ้าวจวิ้นซานจะมอบให้ยิ่งทำให้สุขใจมากขึ้นไปอีก โดยที่ไม่รู้ว่ามีอะไรรออยู่ในขณะที่ไต้ซือผู้นั้นไม่ได้เอะใจ จ้าวเซินฝูที่ยืนมองผ่านหน้าต่างในเรือนเล็กนั้นฉีกยิ้มกว้างอย่างสะใจยิ่งกว่าคนที่อยู่ด้านนอกจ้าวเซินฝูไม่รู้ว่าอะไรทำให้ไต้ซือผู้นั้นคิดว่าตนเองจะสามารถจัดการกับละครฉากใหญ่ของจ้าวเซินฝูได้ แต่ก็คาดหวังความสนุกเอาไว้ไม่น้อย"ถ้าอย่างนั้น... เริ่มกันเลยดีหรือไม่..."จ้าวเซินฝูยกมือขึ้นช้าๆ ลมด้านนอกเริ่มพัดแรงขึ้นจนปลายไม้โอนเอียงไปตามแรงลม แม้จะมีสาย
続きを読む
ตอนที่ 10
ช่วงเวลาที่ไม่น่าอภิรมย์มากที่สุดของตระกูลจ้าว คือเมื่อยามที่ตะวันลับขอบฟ้า...ช่วงเวลาที่แสนน่าหวาดหวั่นของคนที่อยู่ในจวนตระกูลจ้าวทั้งเจ้านายและบ่าวไพร่มารวมตัวกันอยู่ที่เดียว เรือนรับรองถูกใช้เป็นที่ซุกหัวนอนในยามค่ำคืนของคนในตระกูลนี้แต่ถึงอย่างนั้น ทุกๆคืนก็ยังได้ยินเสียงลมหวีดหวิวอยู่ด้านนอก เรือนรับรองนั้นแม้ในยามที่ทุกคนรวมตัวกันอยู่ ด้านนอกก็ยังมีเสียงฝีเท้าที่เดินรอบเรือนครั้งหนึ่งเคยให้บ่าวพากันออกไปดูว่าใครเป็นคนเดิน แต่เมื่อออกไปดูก็พบเพียงความว่างเปล่า สายลมกรรโชกแรง พัดพายอดไม้สูงเอนไหวตามลมเป็นภาพที่น่าขนลุกหลังจากนั้นแม้จะมีเสียงเดินรอบเรือนรับรอง หรือเสียงขูดเล็บกับบานหน้าต่าง กระทั่งเสียงเดินบนหลังคาเรือนรับรองก็ไม่มีใครกล้าออกไปดูแต่คืนนี้ จะเป็นคืนสุดท้ายแล้ว การกลั่นแกล้งทั้งหมดจะจบลงในคืนนี้ดังนั้นจ้าวซิ่วเทียนจึงคาดหวังให้มันเป็นคืนที่จะฝังอยู่ในใจของผู้พบเจอไปจนตาย..."จงอยู่กับความหวาดกลัวไปชั่วชีวิตเสียเถอะ"เสียงแผ่วเบาพัดหายไปกับสายลมแรง จ้าวเซินฝูคับแค้นเสียจนต้องเอ่ยปากกับตัวเอง เกรงว่าหากไม่ได้ระบายออกมาเสียหน่อยคงจะอกแตกตายเรื่องที่ว่าจะให้ยกโทษ
続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status