LOGINไม่เคยคิดเลยว่าจะเก็บเขาคำพูดของลูกค้ามาคิดจนปวดหัวแบบนี้ ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเองด้วยซ้ำ ทว่าน้ำเสียงและแววตาของเพียงกานต์ที่แฝงไปความผิดหวังระคนความเศร้าเอาไว้มากมายยังติดตาเขาอยู่เลย
เขาไม่เข้าใจเลยว่าความรักสามารถทำให้เราเจ็บได้ขนาดนั้นเชียวหรือ แต่ก็อย่างว่าสิ่งใดไม่เกิดขึ้นกับตัวเอง ไม่มีทางรู้สึกได้อย่างคนที่โดนแน่นอน
พลับจีนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ สะบัดหัวไล่ความคิด เขาไม่ควรเก็บเรื่องของคนอื่นมาใส่ใจมากนัก เพราะแค่ตัวเองก็ยังเอาไม่รอด
ระหว่างทางเดินกลับไปห้องพัก พลบจีนแวะซื้อหมูปิ้งเจ้าประจำที่อยู่หน้าปากซอย เพราะเป็นร้านเดียวที่เปิดดึกดื่นขนาดนี้ พลับจีนถึงได้ยกให้เป็นร้านโปรดเพียงร้านเดียวในเวลาเที่ยงคืนแบบนี้ อีกอย่างราคาก็ยังเป็นมิตรกับคนหาเช้ากินค่ำแบบเขาด้วย
“หมูเจ็ด เหนียวสองครับ”
“วันนี้กลับดึกนะ งานเยอะเหรอ”
“ช่วยเขาเก็บร้านน่ะครับ แล้วก็มั่วคิดอะไรเพลิน ๆ เลยเดินมาช้า”
เด็กหนุ่มพูดคุยกับแม่ค้าอย่างเป็นกันเอง รู้จักกันมาหลายปีตั้งแต่ที่พลับจีนอาศัยอยู่ห้องแถวที่นี่
“นี่จ้ะ หมูเจ็ดเหนียวสองป้าแถมให้อีกไม้หนึ่ง กินให้อร่อยนะ”
“ขอบคุณนะครับป้า งั้นผมไปก่อนนะครับ”
“จ้ะ”
ค่อมศีรษะให้เล็กน้อย ก่อนจะเดินเท้าเข้าซอยมาต่อมาอีกไม่ไกลก็ถึงห้องพัก ดวงตากลมใสกวาดมองไปรอบ ๆ แม้ว่าจะมีเสาไฟแค่ต้นเดียวที่พอจะให้ความสว่าง แต่ก็พอจะทำให้เขามองเห็นอะไรต่ออะไรได้อยู่บ้าง
“ดำมานี่เร็ว”
ร่างสมส่วนย่อตัวลงนั่งยองเรียกหมาตัวสีดำ เป็นหมาจรที่อาศัยอยู่แถวนี้ พลับจีนเห็นมันมาตั้งแต่ยังเป็นลูกหมาตัวเล็ก ๆ จนตอนนี้ตัวโตเต็มวัยแล้ว
“วันนี้มีหมูปิ้งมาฝากด้วยนะ หิวไหม”
ฝ่ามือขาวยกขึ้นลูบหัวเจ้าตูบที่กำลังกระดิกหางด้วยความดีใจ เช่นเดียวกับพลับจีนที่กำลังยิ้มกว้างอย่างมีความสุข เป็นความสุขเล็ก ๆ เวลากลับมา แม้ว่าสภาพแวดล้อมจะไม่ได้น่าอยู่ แต่อย่างน้อยก็ยังพอมีสิ่งที่ทำให้เขายิ้มได้อยู่บ้าง
หมูปิ้งร้อน ๆ ถูกหยิบออกจากถุง พร้อมทั้งยังรูดเนื้อออกจากไม้วางลงบนถุงหิ้วให้เจ้าดำที่ตนเป็นคนตั้งชื่อขึ้นมาเอง
“อร่อยไหม”
รู้ทั้งรู้ว่าต่อให้ถามไปหมาตัวนี้ก็ไม่ทางตอบเขาได้ แต่พลับจีนก็ชอบเหลือเกินที่ได้พูดคุยกับมัน ราวกับมันเป็นเพื่อนที่คอยรับฟังเรื่องราวในแต่ละวัน หากวันไหนมีเรื่องทุกข์ใจมา ที่ระบายเดียวของพลับจีนก็คือเจ้าดำตัวนี้ อย่างน้อยมันก็คงไม่ซ้ำเติม หรือทำอะไรให้เขารู้สึกแย่
เพราะแบบนี้ทุกครั้งที่กลับมาจากทำงานเขาก็มักจะมีของกินติดไม้ติดมือมาด้วย เผื่อท้องตัวเองแล้วก็ยังเผื่อท้องเจ้าหมาตัวนี้
อ่า... เขาก็ใจบุญเหมือนกันนะ
ตัวเองลำบากอยู่แท้ ๆ ยังใจดีกับเพื่อนร่วมโลกอีก
เป็นแบบนี้แล้วสวรรค์ก็ช่วยใจดีด้วยหน่อยได้ไหมวะ!!!
อย่างน้อยก็ขอเลขหกตัวตรง ๆ เขาจะรวยสักที เหนื่อยมาทั้งชีวิตแล้วขอสบายบ้างไม่ได้หรือไง!
...
เช้าวันเสาร์พลับจีนไม่ต้องไปทำงานที่ร้านเบเกอร์รี่ แต่ก็ใช่ว่าจะนอนเปื่อยอยู่บ้านหายใจทิ้งไปทั้งวัน เขายังมีงานอีกอีกหนึ่งงาน ก็คือสอนพิเศษให้เด็กมัธยมต้น เป็นวิชาศิลปะสำหรับเด็กที่มีความสนใจด้านนี้ ความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาพลับจีนใช้มันถ่ายทอดสอนให้กับน้อง ๆ เพื่อไปต่อยอดให้ตัวเองตามความต้องการ
สวนสาธารณะที่เงียบสงบแห่งนี้พลับจีนใช้เป็นห้องเรียนขนาดใหญ่ ให้นักเรียนของตัวเองได้สัมผัสกับธรรมชาติ หลีกหนีการอุดอู้อยู่ในห้องสี่เหลี่ยม หลังจากสอนพื้นฐานการวาดไปแล้ว ก็ถึงเวลาที่เด็ก ๆ จะต้องลงมือวาดจริง ๆ
พลับจีนเดินไปเดินมาคอยดูภาพวาดของนักเรียน เนื่องจากที่นี่คนไม่เยอะมากนัก เสียงรอบข้างจึงไม่รบกวนสมาธิสักเท่าไร ทำให้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก ๆ ได้ทำงานอย่างเต็มที่
“ครูพี่พลับคะ สวยไหมคะ”
เด็กหญิงน้องเล็กที่สุดในบรรดานักเรียนลุกขึ้นถือสมุดวาดภาพมายื่นให้พลับจีนดู อวดรูปที่ตัวเองวาดอย่างตั้งอกตั้งใจ
“สวยมาก แต่ถ้าลองเพิ่มอะไรลงไปตรงนี้อีกหน่อยภาพจะได้ไม่ดูโล่งจนเกินไป”
“โอเคค่ะ เดี๋ยวหนูเอามาให้ดูใหม่”
“ครับ”
ไม่เสียแรงที่เป็นศิษย์ของครูพลับจีน ฝีมือการวาดภาพของเด็กอายุสิบสามปีถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว หากมั่นฝึกบ่อย ๆ จนชินมือ รับรองว่าเป็นผลงานชิ้นเอกได้เหมือนกัน
พลับจีนเดินกลับไปนั่งที่ม้าหินอ่อนใกล้กับพวกเด็ก ๆ หยิบสมุดวาดภาพของตัวเองออกมา เวลาได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติแบบนี้เขาเองก็เกิดจินตนาการอยากจับดินสอขึ้นมาวาดภาพเหมือนกัน ตั้งแต่เรียนจบมาไม่ค่อยได้มีเวลาได้มานั่งทำสิ่งที่ชอบสักเท่าไร มีก็แค่วันที่มาสอนพิเศษแบบนี้
เวลาจมอยู่กับภาพวาดเป็นช่วงเวลาที่พลับจีนชอบมากที่สุด เพราะนั่นทำให้เขาไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องคิดถึงอดีต วันพรุ่งนี้ หรืออนาคตข้างหน้า อย่างน้อยเวลาได้นั่งเงียบ ๆ ขีดเขียนดินสอลงบนกระดาษก็ทำให้เขาลืมชีวิตที่แสนเจ็บปวด และวุ่นวายไปได้ชั่วขณะหนึ่ง
แม้ว่าจุดเริ่มต้นของการวาดภาพจะไม่ค่อยน่าจดจำเท่าไรนัก ทว่ามันกลับกลายเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยหยุดความเวลาให้พลับจีนได้
บ่ายสองถึงเวลาเลิกเรียนทุกคนก็พากันกลับบ้านรวมถึงพลับจีน หลังจากรอส่งนักเรียนคนสุดท้ายเสร็จ ก็เดินไปหาวินมอเตอร์ไซค์แวะร้านขายของชำ ซื้อพวกขนมนมเนยได้มาสามถุงใหญ่ ๆ
เสียงถอนหายใจดังขึ้นราวกับคนหนักอกหนักใจ ครั้นวินมอเตอร์ไซค์คันเมื่อกี้ที่เขานั่งมาไม่ยอมจอดรอ รับเงินเสร็จก็บิดหนีไปเลย พลับจีนจึงต้องเดินเท้าต่อไปเพื่อไปหาวินมอเตอร์ไซค์คันใหม่
แต่ไม่รู้ว่าเป็นวันซวยอะไรของเขา ไอ้ถุงหูหิ้วที่ถือมาอยู่ดี ๆ ก็เกิดขาดเสียดื้อ ๆ พวกขนมห่อเล็กห่อใหญ่หล่นออกมากองอยู่บนฟุตพาท อีกสองถุงที่ไม่ขาดก็เต็มจนไม่รู้จะยัดของที่เหลืออยู่อย่างไรให้หมด
ในจังหวะที่กำลังรู้สึกจนหนทางก็เหมือนสวรรค์จะเห็นใจถึงได้ส่งคนมาช่วย
... เสียอย่างเดียวส่งมาผิดคน
“ขอบคุณมากนะครับคุณเคนที่มาช่วยพลับ” พลับจีนหันไปขอบคุณเจ้าของรถที่ผ่านมาเห็นเขาพอดี ช่วยเก็บเอาของไปไว้ท้ายรถ ทั้งยังให้ติดรถไปที่ที่เขาจะไปด้วย
“แค่เห็นแล้วเวทนาไม่ได้เต็มใจที่จะช่วย”
“ถึงอย่างนั้นก็ขอบคุณครับ”
คนเขาอุตส่าห์ขอบคุณด้วยใจแต่กลับพูดออกมาไม่คิดถึงใจคนฟังสักนิด เขามาขอให้ช่วยหรือไง ลงจากรถมาช่วยเองแท้ ๆ แล้วยังมีหน้ามาพูดแบบนี้อีก รู้อย่างนี้ยอมหอบเอาขนมพวกนั้นเดินตากแดดไปเองยังจะดีกว่า
“แค่เห็นแล้วเวทนาไม่ได้เต็มใจที่จะช่วย”
tbc.
คุยกับนักเขียน
พลับจีนนี่แทบจะยกมือท่วมหัวที่สวรรค์ส่งคนมาช่วย แต่พอเห็นหน้าเท่านั้นแหละ ถ้าส่งเป็นคนอื่นมาจะดีกว่านี้555555555
แล้วคือปากคุณเคนนี่น่าตีจริง ๆ ดูพูดกับน้องสิ แม่ไม่เคยสั่งเคยสอนให้หนูพูดแบบนี้นะ! ขออนุญาตขอตัวไปสั่งสอนลูกชายก่อนนะคะ เจอกันตอนหน้า ซียูค่าาาา
“รีบจัดการซะสิ มัวพิรี้พิไรอะไรอยู่”“คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงมาสั่งฉัน” พฤกษ์ตวัดตามองหญิงวัยกลางคนด้วยสายตารังเกียจ“นี่ ยังไงเราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว แกควรจะฟังฉันไว้บ้างก็ดีนะ”บุษบายืนกอดอกมองชายหนุ่มตรงหน้า ไม่มีท่าทางเกรงกลัวใด ๆ เธอรอเวลานี้มาตั้งนาน เวลาที่จะได้แก้แค้นเด็กคนนี้ ครั้งก่อนที่เธอโดนจับเขาคุกก็เพราะมัน หากไม่ได้ลูกสาวไปพลีกายให้กับคนใหญ่คนโตเพื่อหาทางมาช่วยเธอ ป่านนี้เธอคงยังนอนเน่าอยู่ในคุกเธอใช้เวลาตลอดหลายเดือนนับตั้งแต่ที่ออกมา วางแผนทุกอย่างเป็นอย่างดี ครั้งก่อนอาจเป็นเพราะบุ่มบ่ามเกินไปเลยทำให้ตัวเองซวย ทว่าครั้งนี้เธอมั่นใจว่ายังไงก็จะเอาคืนมันให้ได้ที่พฤกษ์ได้มาร่วมมือกับเธอก็เพราะคืนนั้นอีกฝ่ายเพิ่งโดนหักอกมาพอดิบพอดี ออกไปดื่มจนเมาเธอจึงส่งเฟญ่าให้ไปจัดการ หว่านล้อมอีกฝ่ายให้มาร่วมมือด้วยกันขอแค่เธอได้แก้แค้นเด็กคนนี้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการไหน ของแค่ให้มันเจ็บ รู้สึกผิด หรือทรมานทุรนทุรายยังไงก็ได้ ส่วนพฤกษ์ก็แค่ต้องการตัวพลับจีน และเด็กในท้องนั่นคือสิ่งที่สามารถทำให้เราทั้งสองฝ่ายได้ตามที่ต้องการแต่มีอีกสิ่งที่บุษบาต้องการ คือเงิน หลังจากที่ตามสืบมาหลา
23:21 น.ในช่วงกลางดึกตอนที่พลับจีนกำลังนอนหลับสนิท กลับต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงดังอยู่ตรงประตู ก่อนจะเอื้อมมือเปิดไฟในห้อง เห็นกลอนประตูกำลังถูกบิดไปมาคล้ายกับมีคนพยายามจะเข้ามาด้วยสัญชาตญาณพลับจีนกดโทรหาคุณป้าเจ้าของอะพาร์ตเมนต์ทว่าไม่มีใครรับ คงกำลังนอนหลับกันอยู่ ด้วยความกลัวคนที่คิดถึงตอนนี้ก็มีอยู่ไม่กี่คน และคนที่เด่นชัดขึ้นมาที่สุดก็ไม่เคยเป็นคนอื่นเลยนอกจากเคน แม้ว่าที่ผ่านมาอีกคนจะไม่เคยมาหาเลยสักครั้งก็ตาม“รับสิคุณเคน ขอร้อง” หากมีแค่เขาคนเดียวมันก็คงไม่เป็นอะไร แต่นี่มีลูกในท้องอีกคน เขาไม่อยากเสียเด็กคนนี้ไปเป็นครั้งที่สองคนที่อยู่ด้านนอกพลับจีนไม่รู้ว่าเป็นใคร จะใช่โจรหรือเปล่า ถ้าหากให้สู้ก็คงทำได้ไม่เต็มที่นักเพราะเป็นห่วงลูกในห้อง จะให้หนีก็ไม่มีหนทาง[ฮัลโหลพลับ]“ช่วยพลับด้วย มีคนพยายามงัดห้องพลับ”[ฉันจะรีบไป ในห้องมีอะไรพอป้องกันตัวเองได้ไหม โทรหาตำรวจก่อนพลับ]“รีบมาได้ไหม พลับกลัว”[ครับ ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะรีบไป เธอจะไม่เป็นอะไร]เคนรีบหยิบกุญแจรถและขับออกมาทันที ระยะทางจากคอนโดฯ ไปอะพาร์ตเมนต์ค่อนข้างไกลพอสมควร ประมาณสามสิบนาทีเห็นจะได้กว่าจะถึงท
“เรากลับมาเป็นเพื่อนกันเถอะครับพี่พฤกษ์”“ทำไมล่ะพลับ พี่ทำอะไรผิดไปหรือเปล่า พลับบอกพี่มาตรง ๆ ได้เลยนะ พี่พร้อมแก้ไขทุกอย่าง”ปากบางเม้มติดกันแน่น ก้มมองมือที่ถูกอีกฝ่ายกอบกุมเอาไว้แน่น ใบหน้าเปื้อนยิ้มยามนี้หม่นหมองคล้ายคนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ“พี่ไม่ได้ทำอะไรผิด.. ไม่เคยเลยสักครั้ง”“แล้วทำไมถึงบอกให้เรากลับไปเป็นเพื่อนกันล่ะครับ”หยดน้ำจากตาหยดแมะลงบนหลังมือพลับจีน เจ้าของร่างเล็กยืนตัวแข็ง นึกสงสารอีกฝ่ายจับใจ“พลับท้อง..”“ไม่เห็นเป็นไรเลย พี่รับได้ พี่ดูแลได้ทั้งพลับแล้วก็ลูกของพลับ”“แต่พลับทำแบบนั้นไม่ได้ จะให้พี่มารับผิดชอบดูแลทั้งพลับทั้งลูกได้ยังไง ไม่ได้ครับ ยังไงก็ไม่ได้”พลับจีนคิดมาดีมากแล้ว ยังไงเขาก็คงไปต่อกับพฤกษ์ไม่ได้ ถึงแม้อีกฝ่ายจะพูดว่ารับได้ที่เขามีลูกกับคนอื่น พร้อมที่จะดูแลทั้งเขาและเด็ก แต่ด้วยจิตสำนึกของพลับจีนในตอนนี้ทำไม่ได้จริง ๆ“ไม่ได้จริง ๆ เหรอครับ เป็นพี่ไม่ได้จริง ๆ เหรอ”“พลับขอโทษ”มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับพฤกษ์ แต่สำหรับพลับจีนแล้วมันเป็นเรื่องที่ใช้เวลาคิดตรึกตรองอยู่หลายวัน การตัดสินใจทำอะไรสักอย่างไม่ใช่ว่าจะปุบปับทันที“ไม่เป็นไร พี่เ
นอกจากจะตกใจที่พลับจีนท้องแล้ว ยังตกใจเรื่องที่พลับจีนเคยแท้งอีกด้วย เคนไม่รู้มาก่อนเลย ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ตอนไหน เรื่องราวเป็นมายังไง ไม่เคยรู้อะไรสักอย่างหรือว่า...“ขอบคุณครับพี่หมอ ผมขอตัวก่อน”เคนรีบออกมาจากห้อง ยังไงเรื่องนี้เขาก็ต้องฟังจากปากพลับจีนให้ได้ คาดว่าพลับจีนออกจากโรงพยาบาลก็น่าจะกลับห้องไปเลย ไม่น่าจะแวะที่ไหนต่อใช้เวลาไม่นานเคนก็กลับมายืนอยู่หน้าห้องพลับจีนแล้ว ยืนเคาะเรียกอยู่นานแต่ก็ไม่มีคนออกมาเปิด ไม่รู้จงใจที่จะไม่เปิดหรือไม่อยู่กันแน่ เจ้าของร่างสูงเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้อง จนได้ยินเสียงฝีเท้าอยู่ไม่ไกลร่างเล็กหยุดชะงักตรงบันได มองคนที่ยืนอยู่หน้าห้องตัวเองด้วยดวงตาวูบไหว เขาไม่รู้ว่าเคนมาที่นี่ทำไม พลับจีนทำทีเป็นไม่สนใจ เดินตรงมาที่ห้องไขกุญแจเปิดประตูเข้าไป“เดี๋ยวก่อน” เคนดันประตูเอาไว้ ดวงตาคมหลุบมองของในมือที่พลับจีนซื้อมา มีแต่ของบำรุงสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ไหนจะหนังสือสำหรับคุณแม่มือใหม่นั่นด้วย “ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม”พลับจีนชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบให้อีกฝ่ายได้เข้ามาให้ห้อง เคนยืนนิ่งอยู่ตรงประตู มองคนตัวเล็กเอาของที่ซื้
“อร่อยไหมครับ”“อร่อยครับ”“อร่อยก็กินเยอะ ๆ”พฤกษ์ว่าพลางตักกุ้งตัวโตที่แกะแล้วใส่จานให้พลับจีน ดูแลเป็นอย่างดี จนตัวเองแทบไม่ได้กิน แค่เห็นพลับจีนกินอิ่ม นอนหลับ ยิ้มได้พฤกษ์ก็พลอยมีความสุขไปด้วย ยิ่งช่วงนี้พลับจีนเปิดใจให้มากขึ้น ต้องยิ่งเร่งทำคะแนนส่วนคนที่คะแนนติดลบอย่างเคนก็เอาแต่ตามดูพลับจีนมาเกือบอาทิตย์แล้ว กลางวันก็แวะไปที่ร้านเบเกอรี่ วนเวียนอยู่แถว ๆ นั้นเพื่อให้ตัวเองได้เห็นหน้าพลับจีน พยายามที่จะหาจังหวะเข้าไปคุยด้วย แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะนอกจากอีกฝ่ายจะเมินกันเหมือนเคนเป็นอากาศ ก็ยังจะอยู่พฤกษ์ทุกครั้งที่เห็นไม่รู้ว่าไม่มีงานมีการทำหรือไง ถึงมาเฝ้าพลับจีนอยู่ได้ทั้งวันเขาละเกลียดขี้หน้ามันจริง ๆไม่ใช่ว่าพลับจีนไม่รู้ ไม่เห็นที่เคนคอยตามกันอยู่ทุกวัน แต่ก็แค่ทำเป็นไม่สนใจ เมินอีกฝ่ายไปเหมือนอย่างที่เคนเคยทำ อีกอย่างพลับจีนไม่อยากให้พฤกษ์รู้สึกไม่ดีวันหยุดแบบนี้พฤกษ์พาไปเที่ยวแบบหนำใจ เปิดโลกสุด ๆ ที่ผ่านมาพลับจีนเอาแต่โหมงานจะไปไหนก็ไม่สะดวกเพราะต้องหาเงิน ตอนอยู่กับเคนก็ไม่ได้ออกไปไหนด้วยกันเท่าไร ส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันที่ห้องมากกว่าในตอนแรกเคนตั้งใจว่าพลับจีนกลั
3 วันต่อมาวันนี้เป็นวันที่ตระกูลวิรุฬห์โยธินครึกครื้นที่สุด เพราะเจ้าลูกชายคนกลางเพิ่งจะกลับมาบ้านในรอบปี แม้จะติดต่อโทรหากันอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่ค่อยได้กลับมาบ้านใหญ่สักเท่าไร พี่ ๆ น้อง ๆ รวมตัวกันต้อนรับเคน จัดเตรียมอาหารกันเต็มโต๊ะเจ้าตัวเล็กอย่างมีคุณก็จอแจอาตัวเองไม่หยุด ชวนไปเล่นตรงนั้นตรงนี้ ถึงแม้เคนจะไม่ค่อยมีอารมณ์มากนักแต่ก็ไม่อยากขัดใจหลาน ออกมานั่งเล่นกับมีคุณที่สวนดอกไม้ของน่านน้ำ“คุณอาครับ”“ครับ”“เราโทรไปชวนน้าพลับมาด้วยดีไหมครับ”“...”“คุณอยากให้น้าพลับมาด้วย แต่คุณแม่บอกว่าน้าพลับไม่ว่าง เราโทรไปถามอีกทีดีไหม”มีคุณทำหน้าหงอย ออดอ้อนอาเคนให้ช่วยโทรชวนพลับอีกที เพราะเมื่อก่อนเวลารวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตาน่านน้ำก็จะชวนพลับจีนมาด้วยตลอด เหมือนกับว่าพลับจีนเป็นหนึ่งในครอบครัวนี้ และทุกคนก็รักและเอ็นดูพลับจีนเหมือนกันโดยเฉพาะมีคุณที่สนิทกับพลับจีนมาตั้งแต่เล็ก นั่นเพราะน้าพลับของเขาเล่นด้วยสนุกที่สุด ไม่ว่าจะชวนเล่นอะไรก็ไม่เคยขัด เวลาโดนดุก็มีน้าพลับคอยปกป้อง อีกอย่างเวลาไปหาที่ร้านเบเกอรี่เขาก็ได้กินเค้กฟรีเพราะน้าพลับตลอด พอวันนี้ไม่มีพลับจีนมาด้วยก็แอบเหงาอยู่เห

![พี่ติวเตอร์ครับ...ช่วยสอนผมหน่อยนะครับ[PWP]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





