LOGIN“เราจะทำยังไงกับมันต่อดีคะ”
“ปล่อยมันไปก่อน ขอเวลาฉันคิดแผนให้รอบคอบกว่านี้แล้วเราค่อยลงมือ”
หญิงวัยกลางคนยกยิ้มร้ายมุมปาก เธอจะไม่ปล่อยให้มันหลุดมือไปเป็นครั้งที่สอง เมื่อสิบปีที่แล้วมันทำกับเธอและลูกเอาไว้อย่างเจ็บแสบ ถึงเวลาเธอจะเอาคืนให้สาสม
คิดไม่ผิดจริง ๆ ที่ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ ไม่อย่างนั้นเฟญ่าคงไม่ไปเจอกับพลับจีนโดยบังเอิญแบบนั้น ถือว่าครั้งนี้โชคเข้าข้างเธอจริง ๆ
“ติดต่อไปหาไอ้เข้ม บอกมันว่าเจอตัวแล้ว ให้มันเตรียมตัวเอาไว้ ถึงเวลาเมื่อไรฉันจะให้ลงมือทันที”
“นานแค่ไหนคะ ญ่าไม่อยากรอแล้ว เราลงมือเลยไม่ได้เหรอคะแม่ ญ่าเกลียดมัน มันทำให้ญ่าต้องเจ็บ”
หญิงสาวกัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้น เธอรอเวลานี้มานาน ในเมื่อศัตรูอยู่ตรงหน้าแล้วทำไมยังต้องรออีก สิบปีที่ผ่านมามันก็มากพอแล้วไม่ใช่หรือ
“ไอ้เด็กนั่นมันแสบ มันฉลาดกว่าที่แกคิด ไม่อย่างนั้นมันจะหนีพวกเรามาได้จนถึงสิบปีหรือไง”
“แต่ญ่า.. ก็ได้ค่ะ เอาตามที่แม่ว่าก็ได้”
ครั้นจะเถียงกลับก็ต้องหยุดชะงักไป จริงอย่างที่แม่เธอพูด พลับจีนมันฉลาดเอาตัวรอดเก่งหากบุ่มบ่ามมีแต่จะเสียเปรียบ อดทนรอตามที่แม่บอกไว้ก็พอ ถึงเวลาเมื่อไรแม่คงจัดการทุกอย่างให้เหมือนทุกเรื่องที่ผ่านมา
.
.
ลมเย็น ๆ กับแสงแดดอ่อน ๆ ยามเย็น พลับจีนเดินมานั่งคิดทบทวนอะไรมากมาย หลุดอยู่ในภวังค์นานหลายนาที น่านน้ำเฝ้ามองเพื่อนเงียบ ๆ ไม่พูดไม่ถาม เพราะคิดว่าตอนนี้พลับจีนคงยังไม่พร้อมที่จะเล่า เขาแค่อยู่ข้าง ๆ ให้พลับจีนรับรู้ว่าเขายังอยู่ตรงนี้ก็พอ
หลังจากขับรถมาสักพัก น่านน้ำก็หาที่จอดรถพาพลับจีนมาเดินเล่นที่สวนหลวง แม้ว่าช่วงเย็นแบบนี้คนจะเยอะไปเสียหน่อยแต่ก็ไม่ได้ทำให้เสียบรรยากาศ ทั้งสองคนพากันเดินมาเรื่อย ๆ จนมาหยุดนั่งอยู่ที่ศาลารับลมริมแม่น้ำเจ้าพระยา
“น่านโกรธเราไหม”
“หือ? เรื่องอะไร”
จู่ ๆ พลับจีนก็พูดขึ้นหลังจากเงียบมานาน
“เรื่องที่เราไม่ได้บอกว่ามีน้อง”
“เราจะโกรธพลับทำไม มันเป็นสิทธิ์ของพลับที่จะบอกหรือไม่บอก เรื่องแค่นี้เราไม่โกรธหรอก”
“มีอีกหลายอย่างที่เราไม่เคยบอกน่าน”
“ไม่เห็นเป็นไรเลย เราเองก็มีหลายเรื่องที่ไม่เคยบอกพลับเหมือนกัน เราทุกคนมีเรื่องที่ไม่อยากจะพูดถึงหรือเล่าให้ใครฟังกันทั้งนั้น ต่อให้สนิทกันมากแค่ไหนก็ไม่จำเป็นต้องเล่าทุกอย่างสักหน่อย พลับเองก็อาจจะมีความจำเป็นบางอย่างที่ไม่พูดออกมา เราเข้าใจดี” เขาเองก็มีเรื่องที่ไม่อยากเล่าให้ใครฟังเหมือนกัน ไม่เรื่องแปลกสักหน่อยที่ไม่พูดเรื่องของตัวเองออกมา
“เรากลัวน่านผิดหวังที่มาเป็นเพื่อนกับเรา เพราะเราไม่ใช่คนดีอะไรเลย เราไม่เคยมีเพื่อนมาก่อน เราเลยกลัวว่าถ้าน่านรู้เรื่องทั้งหมดของเราแล้วน่านจะไม่อยากเป็นเพื่อนกับคนแบบเราอีก”
“ไม่จริงหรอก ต่อให้เราไม่รู้อะไรเลย หรือรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับพลับ เราก็ไม่เคยผิดหวังที่ได้เป็นเพื่อนกับพลับ เราดีใจมากเลยนะที่มีพลับเป็นเพื่อน และเราก็เชื่อว่าเรามองคนไม่ผิด เพราะพลับที่เรารู้จักคือคนที่ดีคนหนึ่ง ไม่ว่าจะทำอะไรเราเชื่อว่าพลับต้องมีเหตุผล”
“...”
“อย่านึกสงสัยในความเป็นเพื่อนของเราเลย พลับน่ะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้ว”
“ขอบคุณนะน่าน”
น่านน้ำขยับเข้าไปกอดพลับจีนเอาไว้ ค่อยลูบหลังปลอบคนคิดมาก นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นพลับจีนร้องไห้ น่านน้ำไม่รู้หรอกว่าพลับจีนเจออะไรมา ผ่านเรื่องราวมามากน้อยแค่ไหน แต่เขาไม่เคยผิดหวังในตัวพลับจีนเลยอย่างที่อีกคนคิด เพราะตั้งแต่ที่มีพลับจีนเข้ามาในชีวิต การที่ได้มาเป็นเพื่อนกันชีวิตเขาก็ไม่เหงาอีกเลย
น่านน้ำมาแวะมาส่งพลับจีนที่ป้ายรถเมล์ ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไปส่งให้ถึงที่พักแต่พลับจีนก็ปฏิเสธ นี่คงเป็นอีกอย่างที่พลับจีนไม่อยากให้เขารู้ เพราะตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมาน่านน้ำไม่เคยรู้เลยว่าพลับจีนพักอยู่ที่ไหน สภาพแวดล้อมเป็นยังไง
“ขอบคุณมากนะน่านสำหรับวันนี้”
“อือ พลับก็กลับดี ๆ ถึงห้องแล้วโทรมาบอกเราด้วยนะ เข้าใจเปล่า”
“เข้าใจแล้ว น่านก็ขับรถดี ๆ ไม่ต้องรีบ ถึงห้องแล้วเราจะโทรบอก”
“งั้นเราไปนะ”
“อือ”
พลับจีนยกมือขึ้นโบกลาเพื่อนสนิท มองอีกฝ่ายขับรถออกไปจนลับตา ก่อนจะเดินไปหาวินมอเตอร์ไซค์แถวนี้เพื่อกลับห้องพัก อาบน้ำอาบท่าเตรียมตัวไปทำงานต่อคืนนี้
แม้ว่าจะมีเรื่องมากมายให้ต้องคิดพลับจีนก็ไม่สามารถหยุดงานได้ ถึงใจไม่ไหวแต่ร่างกายยังต้องสู้
ระหว่างที่กำลังเดินขึ้นบันไดไปชั้นสองก็เจอกับเคนที่กำลังเดินลงมาพอดี เมื่อเช้าตอนออกมาทำงานเคนยังอยู่ที่ห้อง เพราะต้องรอเสื้อผ้าให้แห้ง อีกทั้งยังต้องรอรถลากมาเอารถไปร้านซ่อม พลับจีนมีงานต้องทำเลยอยู่รอด้วยไม่ได้ ทิ้งกุญแจห้องไว้ให้อีกฝ่าย ช่วงบ่ายเคนก็เอามาให้ที่ทำงานแล้วก็ออกไปไม่ได้พูดคุยอะไรกัน
ตอนนี้ก็เหมือนกัน ยืนจ้องตากันอยู่เกือบนาทีแต่กลับไม่คิดจะทักทายหรือพูดอะไรออกมาสักคำ จนพลับจีนเป็นฝ่ายเลี่ยงเดินหนีขึ้นไปแทน ทว่าข้อมือกลับถูกกระชากให้เดินตามไปอีกฝั่งไม่ใช่ห้องวีไอพีที่เขาต้องไปดูแลลูกค้า เป็นประตูลับตรงมุมอับที่เขาเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน และดูเหมือนจะไม่ได้ใช้กุญแจแต่เป็นคีย์การ์ดที่ต้องสแกนประตูถึงจะเปิด หลังประตูจะเป็นบันไดขึ้นไปอีกหนึ่งชั้น เป็นชั้นบนสุดของร้าน เคยได้ยินพนักงานในร้านคุยกันว่าชั้นนี้เป็นที่พักของคุณเคน ซึ่งไม่มีใครสามารถขึ้นไปได้
แล้วเขาโดนลากขึ้นมาทำอะไรบนนี้?
“คุณพาพลับมาที่นี่ทำไม พลับต้องไปทำงาน”
“งาน? ฉันยังไม่อนุญาตให้เธอกลับไปรับแขกวีไอพี”
“แต่มันเป็นงานของพลับ ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรแล้ว เรื่องนั้นผ่านไปเป็นอาทิตย์แล้วด้วย”
“แต่ฉันเป็นเจ้าของร้าน สิทธิ์ขาดอยู่ที่ฉัน”
“ชิ เอาแต่ใจ!”
พลับจีนถอนหายใจใส่อย่างเอือม ๆ เบือนหน้าหนีไปทางอื่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ใช่สิเป็นเจ้าของร้านจะทำอะไรก็ได้ สั่งอะไรก็ต้องทำตาม
“ไปหยิบเหล้าในตู้นั้นมาสิ วันนี้ฉันเป็นลูกค้าเธอ”
“ฮะ?”
ร่างสูงเดินไปนั่งลงที่โซฟาตัวโปรด หยิบเอาบัญชีของสัปดาห์ที่แล้วขึ้นมาตรวจสอบ ตอนแรกตั้งใจว่าจะกลับไปที่บ้านใหญ่ ทว่าพอเห็นพลับจีนกลับลากอีกฝ่ายขึ้นมาที่ห้องทำงานตัวเอง รู้สึกหงุดหงิดแปลก ๆ เมื่อรู้ว่าพลับจีนไม่ฟังคำสั่งตัวเองทั้งที่บอกแล้วว่าให้หยุดรับงานดูแลลูกค้าวีไอพีไปสักพัก
“ยืนบื้ออยู่ทำไม ไม่ได้ยินที่สั่งเหรอ”
“อะไรของพี่แกวะ!”
ดวงตาคมจ้องมองคนอายุน้อยกว่าที่บ่นกระปอดกระแปดอยู่กับตัวเอง พลางเดินไปหยิบเอาเหล้าพร้อมแก้วกลับมาที่เขานั่ง
“จัดการสิ ปกติเธอดูแลลูกค้ายังไง นั่งนิ่ง ๆ เป็นท่อนไม้อย่างนี้หรือไง”
“ทำไมพลับต้องทำอะไรแบบนี้ด้วยครับ”
“งานของเธอนี่ ถ้าทำดีฉันให้ทิปมากกว่าไอ้เสี่ยบ้ากรามพวกนั้นอีก”
เอาเถอะ ก็พอรู้อยู่หรอกว่าคนอย่างคุณเคนเข้าใจยาก แค่ทำตามไปก็น่าจะพอ ถ้าเขาทำดีแล้วไม่ได้เงินนะจะโวยวายให้คอยดูเถอะ พูดแล้วห้ามคืนคำเด็ดขาด เรื่องเงินเรื่องทองไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
“ได้ครับคุณลูกค้า ผมจะดูแลคุณลูกค้าอย่างดีเลยครับ”
พลับจีนปั้นหน้าปั้นตายิ้มคล้ายกับกำลังประชด กระนั้นเคนกลับยกยิ้มขึ้นเล็ก ๆ ที่มุมปากชอบใจกับท่าทางของคนอายุน้อยกว่า
ผ่านมาเกือบครึ่งชั่วโมง พลับจีนแทบไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากนั่งอยู่ที่เดิมคอยเติมเหล้าให้กับเคน มากสุดก็กวาดตามองไปรอบ ๆ ห้อง สังเกตนั่นนี่ไปเรื่อยแก้เบื่อ ภายในห้องเงียบจนรู้สึกง่วง เคนเองก็เอาแต่นั่งดูบัญชีไม่พูดไม่จา ถ้าจะเป็นอย่างนี้ปล่อยให้เขากลับไปทำงานตัวเอง หรือไม่ก็ไล่เขากลับบ้านไปนอนเสียยังดีกว่า
“เบื่อเหรอ”
“ฮะ? ครับ นิดหน่อย” ถ้าตอบว่ามากจะโดนด่าไหมนะ “พลับว่าพลับลงไปทำงานด้านล่าง-- อ๊ะ!”
พูดไม่ทันจบก็ถูกเจ้าของร้านคว้าตัวขึ้นมานั่งบนตักหน้าตาเฉย ๆ ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจ
“อยู่กับฉันมันน่าเบื่อมากเลยหรือไง” แม้จะรู้คำตอบอยู่แล้ว แต่พอได้ยินกลับรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา ยิ่งสีหน้าเบื่อหน่าย เสียงถอนหายใจที่ดังจนน่ารำคาญนั่นอีก
“พะ พลับแค่ไม่รู้จะทำอะไรนี่ครับ เห็นคุณทำงานก็เลยไม่อยากกวน”
“แล้วยังไง แค่นั่งเป็นเพื่อนฉันมันน่าเบื่อจนจะขาดใจเลย? หรือจริง ๆ แค่อยากไปให้พ้นหน้าฉัน”
“...”
ไม่เข้าใจ... ตอนนี้เคนกำลังเมาหรือเปล่า จู่ ๆ ก็มาพูดจาราวกับว่าอยากให้เขาอยู่ด้วย พอขอลงไปด้านล่างก็ทำหน้าหน้าไม่พอใจ ทั้งที่ปกติแล้วเจ้าตัวนั่นแหละที่ไม่อยากพูด แล้วก็ห้ามเขาไม่ให้วุ่นวายด้วย แล้วตอนนี้เป็นอะไรอีก เป็นบ้าอะไร!!!!
“เธอนี่มันน่าหงุดหงิดจริง ๆ นะพลับจีน”
“พลับยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ อื้อ!!”
ริมฝีปากบางถูกคนเอาแต่ใจฉวยโอกาสครอบครองไปโดยไม่ทันตั้งตัว ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาช่วงชิงความหวานภายใน ตวัดเกี่ยวลิ้นเล็กคล้ายกับหยอกล้อ กลีบปากสีชมพูขึ้นสีแดงก่ำเพราะถูกดูดอย่างรุนแรง
สองมือเล็กจิกบ่ากว้างเอาไว้แน่น การถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวทำให้รู้สึกผวาเล็กน้อย กระนั้นเจ้าของตักก็ยังคงมอบจูบให้กันอย่างไม่คิดลดละ อีกทั้งฝ่ามือเย็นเฉียบสอดเข้าใต้สาบเสื้อสัมผัสแผ่นหลังทำเอาพลับจีนสะดุ้งตกใจ
“แฮ่ก อื้อ!”
เสี้ยววินาทีหนึ่งที่เคนผละปากออกเพื่อให้คนบนตักได้หายใจ ก่อนจะประกบจูบลงมาอีกครั้ง และอีกครั้ง รู้ตัวอีกทีร่างทั้งร่างก็ถูกวางให้นอนราบไปกับโซฟาเสียแล้ว
“อ้าขาหน่อย” เคนผละออกมากระซิบสั่งคนใต้ร่างแผ่วเบา
“คะ คุณเคนจะทำอะไร”
“ทำให้เธอหายเบื่อ”
“อย่านึกสงสัยในความเป็นเพื่อนของเราเลย พลับน่ะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้ว”
tbc.
คุยกับนักเขียน
เพื่อนแบบน่านน้ำคอดีที่สุด ดีโคตรๆ เป็นเซฟโซนที่ดีที่สุดของพลับจีนจริงๆ ชีวิตนี้แค่มีเพื่อนแบบน่านน้ำคนเดียวก็มีความสุขแล้ว
ส่วนคุณเคนนะคะ นะคะ จำได้ไหมน๊าาาา ใครกันที่บอกว่าจะไม่ซ้ำสองกับน้อง ตอนนี้อะไรคะ อยากตีจริงๆ เลย!!!
ตอนไหนที่พ่อกับแม่เป็นห่วงลูกที่สุด?เป็นคำถามที่เคนไม่เคยถามตัวเอง และไม่เคยรู้มาก่อน จนกระทั่งได้เป็นพ่อคนถึงได้รู้ว่าเวลาลูกต้องห่างออกไปจากอกเราจะเป็นห่วงและกังวลมากที่สุด เพราะไม่รู้ว่าเขาต้องเจอกับอะไรบ้าง ยามที่อยู่กับเรา เรายังสามารถดูแลเขาได้ แต่เมื่อเขาต้องไปใช้ชีวิตตามช่วงวัยโดยที่ไม่มีเราอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา คนเป็นพ่อเป็นแม่ถึงได้นึกเป็นกังวล เป็นห่วงจนไม่เป็นอันกินอันนอนเคนแอบมาร้องไห้ในห้องน้ำคนเดียว เพราะพรุ่งนี้ลูกชายต้องไปโรงเรียนวันแรก ความกังวลใจเกิดขึ้นมากมาย กลัวว่าลูกจะเข้ากับเพื่อนไม่ได้ กลัวว่าเพื่อนจะรังแก กลัวว่าคุณครูจะใจร้าย กลัวว่าลูกจะใช้ชีวิตเองไม่ได้ก๊อก ก๊อก ก๊อก!“พี่เคน เป็นอะไรหรือเปล่า”พลับจีนออกมาตามเคนที่ชั้นล่าง เพราะนอน ๆ อยู่เคนก็บอกว่าจะมาเข้าห้องน้ำ แต่กลับลงมาชั้นล่างทั้งที่ในห้องก็มีห้องน้ำอยู่ในตัว หายไปนานหลายนาทีก็ยังไม่กลับขึ้นมาแกร๊ก!เสียงปลดกลอนประตูดังขึ้น พร้อมกับประตูที่ค่อย ๆ เปิดออก เผยให้เห็นร่างชายหนุ่มวัยสามสิบกว่าที่ยืนตาแดงก่ำ ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา“เป็นอะไรครับ ร้องไห้ทำไม” พลับจีนเอ่ยถามด้วยความตกใจ“พี่เป็นห่ว
หลังจากผ่านพ้นงานวันเกิดลูกชายไปเมื่อห้าเดือนที่แล้ว เคนก็เสนอให้พลับจีนทำขนมมาขายที่ร้าน โดยมีน่านน้ำเป็นคนช่วยอีกแรง มีการปรับปรุงต่อเติมแยกออกมาเป็นเหมือนคาเฟ่เล็ก ๆ ข้าง ๆ ร้านอาหาร ยกเคาน์เตอร์บาร์มาไว้ที่นี่ ส่วนในร้านก็เพิ่มโต๊ะเพื่อรองรับลูกค้ามากขึ้น พนักงานเสิร์ฟลาออกเพราะเรื่องส่วนตัวกระทันหัน วันนี้เคนเลยมาช่วยงานที่ร้าน ส่วนเด็ก ๆ ก็ไปอยู่กับคุณปู่คุณย่า หากพามาที่นี่มีหวังไม่เป็นอันทำอะไรน่านน้ำปลีกตัวไปช่วยเคนรับออร์เดอร์ ส่วนพลับจีนช่วยพนักงานจัดการพวกเครื่องดื่ม เพราะเพิ่งต่อเติมได้ไม่นาน เรื่องของพนักงานเลยยังไม่ลงตัว ตอนนี้ได้มีการประกาศรับสมัครไปแล้ว ระหว่างนี้เจ้าของก็ต้องมาช่วยงานไปก่อนพลับจีนคิดว่าที่ลูกค้าได้เยอะแบบนี้คงเป็นเพราะทำเลที่เคนเลือกดี ป้ายหน้าร้านก็เด่นหรา ใครผ่านไปผ่านมาก็ต้องเห็น แถมระแวกนี้ ไม่มีเสียงรบกวน เหมาะแกการนั่งทานอาหารชิล ๆ ถ่ายรูปสวย ๆ อัปลงโซเชียลในช่วงเช้าพวกกาแฟกับขนมจะขายดี ตอนเที่ยงพวกพนักงานหรือคนที่สัญจรไปมาก็จะแวะพักทานข้าว ตกเย็นก็จะมีเด็กวัยรุ่น หนุ่ม ๆ สาว ๆ มานั่งเล่นทุก ๆ วันที่พลับจีนได้เห็นภาพนี้ไม่เคยรู้สึกเบื่อเลย
23 เมษา ชื่อร้านอาหารที่ถูกตั้งขึ้นโดยพลับจีน หลังจากได้ร้านอาหารมาพลับจีนก็ใช้เวลาคิดอยู่ไม่นานก็ได้ชื่อร้านมา ตั้งตามวันเกิดของมาวิน เพราะไม่ว่าอ่านชื่อร้านกี่ครั้งก็จะมีเราทั้งสามคนรวมอยู่ในนั้น มันอาจจะดูลึกซึ้งนิดหนึ่ง แต่ไม่ได้เข้าใจยากเลยสักนิดเปิดร้านมาได้สามดือนกว่า ทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทางจนคล่องมือ เคนจ้างพนักงานให้มาคอยช่วยที่ร้าน อีกทั้งยังมีเชฟชื่อดังถึงสองคน นับวันลูกค้าเริ่มเยอะขึ้น พลับจีนก็ไม่เคยขี้เกียจเลยสักวัน หลังจากส่งเคนไปทำงานแล้ว ก็พาลูกชายมาที่ร้านอาหารขลุกตัวอยู่ที่นี่ทั้งวันจนเลิกงานเคนถึงมารับภายในร้านยังมีมุมเล็ก ๆ ไว้ให้พลับจีนได้นั่งวาดภาพเล่นตามที่เจ้าตัวชอบ เคนทำทุกอย่างไว้ละเอียดตามที่สเก็ตช์ภาพเอาไว้จริง ๆ ส่วนมาวินก็มีเพื่อนเล่นถึงสองคน นอกจากมีคุณแล้วยังมีมีเธอ ลูกชายคนเล็กของน่านน้ำที่มีอายุห่างกับมาวินเพียงปีเดียว แม้ว่ามาวินจะอายุมากกว่ามีเธอ แต่มีเธอมีศักดิ์เป็นพี่เพราะพ่อของมีเธอเป็นพี่ชายของพ่อมาวิน แบบนี้จึงเหมือนกับว่ามาวินเป็นน้องเล็กสุดพี่ชายคนโตอย่างมีคุณนอกจากจะพาน้องเล่นแล้ว ยังต้องคอยดูแลน้อง ๆ ไปด้วย กระนั้นก็ยังมีน่านน้ำที่เป
คืนวันผ่านไป ย่างเข้าปีที่สองของอายุลูกชาย เด็กน้อยในวันนั้น ตอนนี้เดินเตาะแตะได้แล้ว แถมยังกินเก่งขึ้นทุกวัน คนเป็นพ่อก็ดูจะเห่อลูกยิ่งกว่าเดิม เมื่อก่อนเคนไม่เคยเข้าใจคินทร์เลยว่าทำไมต้องตามใจลูกทุกอย่างขนาดนั้นไม่ว่าลูกอยากได้อะไรก็หามาให้ พอเจอกับตัวถึงได้รู้ว่าไม่ใช่แค่สิ่งของที่ให้ได้เพราะแม้แต่ชีวิตก็ยอมแลกมันเพื่อลูกได้เช่นกัน“มาวินของป๊า”พอชีวิตเริ่มมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น เคนจึงผันตัวจากคนรักอิสระมาเป็นหัวหน้าอย่างแท้จริง ผับ Black butterfly ถูกปิดเป็นตัวลง แม้ว่าธุรกิจจะรุ่งเรือง แต่เคนคงทำต่อไม่ได้ คงไม่มีเวลามากพอเข้าไปดูแลที่นั่น เหลือเพียงร้านอาหารที่ขยายสาขาไปแล้วถึงห้าจังหวัดคนที่บอกว่าไม่อยากทำงานบริษัท ไม่อยากรับช่วงต่อจากที่บ้านตอนนี้กลับเริ่มเรียนรู้งานจากพี่ชาย อย่างน้อยก็เป็นอีกทางที่ทำให้มีรายได้อย่างมั่นคง และตอนนี้กำลังวางแผนจะสร้างร้านอาหารให้พลับจีน ซึ่งเป็นความฝันของที่เจ้าตัวเคยพูดเอาไว้กับน้อง เคนเลยอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ความฝันนั่นสำเร็จ“น้ำครับ”“ขอบคุณครับ”ร่างสูงอุ้มลูกชายเอาไว้ด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะรับแก้วน้ำจากคนรักพร้อมทั้งโน้มไปหอม
ตื่นเช้ามาพลับจีนก็เห็นเคนกำลังนั่งทำอะไรสักอย่างที่ตู้เสื้ออยู่นานสองนาน ก่อนจะเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตา ออกมาก็ตรงไปที่เคนนั่งอยู่“ทำอะไรอยู่ครับ”ครั้นลุกขึ้นเดินไปดูก็เห็นว่าอีกคนนั่งดูรูปคู่ของเจ้าตัวกับเพื่อนสนิท หรือที่ไม่เคยพูดคำนั้นออกมาเลย เพราะยังไม่ลืมรักแรก เผลอ ๆ คงยังรักอีกฝ่ายอยู่หรือจริง ๆ เขาไม่ควรหวังอะไรไปตั้งแต่แรก ในเมื่อเคนก็เคยพูดว่าจะทำหน้าที่พ่อให้ลูก มันก็คงจะแค่นั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นได้คนตัวเล็กเดินกลับไปอุ้มลูกชายที่ตื่นแล้วลงไปด้านล่าง ปล่อยให้เคนมองตามหลัง เมื่อรู้สึกตัวก็รีบตามลงมา“พลับ”“หิวแล้วครับ รบกวนตั้งโต๊ะให้หน่อย”พลับจีนอุ้มลูกมานั่งที่โต๊ะกินข้าว เลิกเสื้อขึ้นเพื่อให้ลูกกินนม ส่วนตัวเองก็นั่งรอเคนเอาข้าวต้มที่ตื่นมาทำตั้งแต่เช้ามาให้คนที่รู้ตัวว่าทำให้อีกฝ่ายระแคะระคายใจพยายามที่จะอธิบาย ทว่าพลับจีนไม่แม้แต่จะมองหน้ากัน เพียงแต่ตักข้าวกินเงียบ ๆ ทั้งที่บอกว่าหิวแต่กินไปไม่กี่คำก็วางช้อนไปเสียแล้ว ก่อนจะอุ้มลูกชายไปอยู่ที่ห้องนั่งเล่น เคนหยิบเอาถ้วยไปจัดการล้างเสร็จเรียบร้อยถึงได้ตามมานั่งอยู่ใกล้ ๆ“พลับ”“...”“เธอโกรธฉันเหรอ”“เปล
มาวิน เมธาวิน วิรุฬห์โยธิน เด็กน้อยที่เพิ่งลืมตาออกมาดูโลกเป็นวันแรกในวันที่ 23 เมษายน 2566 หลานชายคนที่สองของตระกูล ทุกคนดูจะเห่อหลานไม่ต่างจากคนแรก แม้แต่มีคุณเองก็ดูจะตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตัวเองได้น้องชาย จะได้มีเพื่อนเล่นเพิ่มตั้งแต่ออกจากห้องคลอดพลับจีนก็สลบไสลไปเพราะความเจ็บ โดยที่มีพ่อของลูกนั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่ห่าง ฝ่ามือใหญ่วางลงบนหน้าท้องพลับจีนแผ่วเบาเกลี่ยนิ้วลูบผ่านเสื้อ น้ำตาเอ่อรื้นขึ้นมาด้วยความสงสาร แผลผ่าคลอดคงทำให้พลับจีนเจ็บมากถึงได้นอนหลับไปนานจนพยาบาลเอาลูกมาให้ พลับจีนก็ยังไม่ตื่นขึ้นมา“คืนนี้เดี๋ยวน่านเฝ้าพลับให้เองครับ”“ไม่เป็นไร เฮียอยู่ได้ เฮียอยากอยู่กับพลับ”“เอางั้นเหรอครับ แล้วเฮียจะดูลูกได้เหรอครับ”“อือ พยาบาลสอนไว้แล้ว เฮียทำได้”“ก็ได้ครับ แต่ถ้าไม่ไหวรีบโทรหาน่านนะ”“ครับ”น่านน้ำนึกเป็นห่วง ไม่รู้ว่าเคนจะทำได้อย่างที่พูดจริง ๆ หรือเปล่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อยากขัดใจคนเป็นพ่อ“งั้นกลับกันก่อนดีไหมครับป๊าม๊า พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่”“ถ้าอย่างนั้น ป๊ากับม๊ากลับก่อนนะเคน”“ครับ”“พรุ่งนี้ปู่กับย่ามาหาใหม่นะครับมาวิน”หญิงชราเอ่ยกับหลานชายด้วยใบหน้าอิ่มเอ
ตั้งแต่รู้ว่าเคนเป็นเจ้าของผับ Black butterfly ก็กลายเป็นว่าพลับจีนได้เจอบ่อยขึ้น ทั้งที่ทำงานที่นี่มาตั้งนานแต่ไม่เคยเจอกันมาก่อนเลยสักครั้ง ครั้นอยากหลบหน้าก็ทำไม่ได้ ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นเจ้านายของตัวเองสืบเนื่องจากเหตุการณ์ครั้งที่แล้วที่โดนวางยา ผู้จัดการที่ได้รับคำสั่งมาอีกทีให้พลับจีนหยุดรับลู
เจ้าของร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีน้ำตาล-ทองราคาแพงจากแบรนด์ชั้นนำในต่างประเทศ ความนุ่มของมันทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าเหลือเชื่อ ศีรษะทุยเอนพิงไปกับพนักโซฟา หลับตาลง คิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ หลายสิ่งที่เขายังไม่เข้าใจ และยังหาคำตอบไม่ได้ปกติแล้วเคนมักจะหลับนอนที่ชั้นบนสุดของผับตัวเอง
“ลองชิมดูไหมครับ”“ไม่ ฉันท้องเสียขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ”คนฟังกลอกตามองบน พลางถอนหายใจออกมาอย่างเอือม ๆ ไม่ชิมก็ไม่ต้องชิมสิ ไม่เห็นต้องพูดอะไรแบบนี้ เขาไม่ได้บังคับสักหน่อยหลังจากเล่นกับเด็ก ๆ มาเกือบสองชั่วโมง พลับจีนจึงขอไปช่วยทำมื้อเย็นในครัว เคนที่ไม่รู้ว่าจะไปไหนก็เลยทำได้แค่เดินตามมาเงียบ ๆ
ภายในรถเงียบสนิทไม่มีบทสนทนาใด ๆ เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาสองคน จนกระทั่งรถเลี้ยวมาจอดหน้าร้านขายของชำที่พลับจีนเองก็เคยมาอยู่หลายครั้ง“ลงสิ”พลับจีนหันมองเจ้าของรถด้วยความสงสัย ทว่าไม่ทันได้ถามอะไรอีกฝ่ายก็ลงจากรถไปเสียแล้ว ดวงตากลมกลอกมองบนพลางเป่าลมออกจากปากจนผมหน้าม้าเสียทรงร่างสมส่วนเดินตามหลังค







