LOGINระหว่างทางไม่ได้มีบทสนทนาใด ๆ เกิดขึ้น ต่างฝ่ายต่างเงียบ พลับจีนเองก็อึดอัดจนทำตัวไม่ถูก กวาดสายตามองไปรอบ ๆ รถคล้ายกับกำลังสำรวจอะไรอยู่อย่างไรอย่างนั้น ทั้งที่ความจริงแล้วแค่ไม่รู้ว่าควรเอาสายตาไปวางไว้ตรงไหน ครั้นเหลือบไปเห็นสีหน้าเรียบนิ่งที่มักจะเห็นทุกครั้งเวลาเจอกันก็ยิ่งทำให้พลับจีนหมั่นไส้อย่างบอกไม่ถูก
สถานที่ที่พลับจีนตั้งใจแวะมาเป็นบ้านเด็กกำพร้าที่ไม่ได้ใหญ่โตมากนัก คนรู้จักก็ไม่มากมาย เพราะเพิ่งย้ายสร้างขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อสี่ห้าปีที่แล้ว ที่นี่มีตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงเด็กใหญ่รวมแล้วไม่เกิน 20 คน
“สวัสดีครับครูใหญ่” พลับจีนยกมือไหว้ทักทายรัศมีหรือครูใหญ่ผู้ที่ดูแลอยู่ที่นี่ เรียกว่าเป็นผู้ใจบุญท่านหนึ่งที่ควักเงินตัวเองสร้างที่นี่ขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือเด็ก ๆ อาจเป็นเพราะตัวครูใหญ่เองก็เคยเป็นเด็กกำพร้ามาก่อนถึงได้เข้าใจพวกเด็ก ๆ มากที่สุด และครั้งหนึ่งเขาเองก็เคยได้รับความช่วยเหลือจากผู้หญิงใจดีคนนี้เหมือนกัน
เขายังความรู้สึกวันที่ถูกพ่อแม่พาไปทิ้งได้ดี ความเสียใจที่เกิดขึ้นกับเด็กอายุเก้าขวบยากเกินจะอธิบาย พอนานวันเข้าความเสียใจพวกนั้นก็กลายเป็นความชินชาและน้อยใจในวาสนาตัวเอง จนทุกวันนี้ พลับจีนแทบจะลืมหน้าพ่อกับแม่ไปแล้ว ลืมทุกความอบอุ่น ลืมอ้อมกอด หรือแม้กระทั่งความรักจากพ่อและแม่ ที่พลับจีนไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วมันเป็นอย่างไร
“ซื้อขนมมาให้เด็ก ๆ อีกแล้วเหรอ”
“อีกแล้วอะไรกันครับ พูดอย่างกับพลับมาบ่อย พลับไม่ได้มาที่นี่ตั้งหลายเดือนแล้ว” เด็กหนุ่มทำเสียงคล้ายกับคนรู้สึกผิด หลายเดือนที่ผ่านมาพลับจีนไม่ได้มาแวะมาที่นี่บ่อยอย่างเมื่อก่อน เพราะต้องทำงานมากขึ้น เวลาว่างจึงน้อยลง อีกอย่างที่นี่ก็อยู่ไกลจากห้องเช่าของเขาพอสมควร
“พลับสบายดีใช่ไหม”
“สบายดีครับ แล้วครูใหญ่ล่ะครับสบายดีนะไหม”
“ครูก็สบายดี ตามประสาคนแก่นั่นแหละ”
“พลับซื้อแบรนด์รังนกมาฝากด้วยครับ”
“ครูขอบใจมากนะพลับ แต่วันหลังไม่ต้องซื้ออะไรมาฝากครูก็ได้ แค่มาให้เห็นหน้าก็ดีใจแล้ว” ได้ยินที่ครูใหญ่พูดก็อดยิ้มไม่ได้ เวลามาที่นี่แล้วรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก
“แล้วเด็ก ๆ เป็นยังไงบ้างครับ สบายดีกันใช่ไหมครับ”
“สบายดี พลับจะไปหาเด็ก ๆ ด้วยไหมล่ะ เดี๋ยวครูพาไป”
“ครับ” พลับจีนเดินตามครูใหญ่ออกมาจากห้อง เห็นเคนยืนอยู่ใต้ต้นไม้มองมาที่เขาอยู่ก่อนแล้ว คิดว่ากลับไปแล้วเสียอีก “ครูใหญ่ไปก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวพลับตามไป”
“โอเคจ้ะ”
เด็กหนุ่มเดินตรงไปที่เคน มองหน้าอีกฝ่ายด้วยความสงสัย และด้วยความสูงที่ต่างกันการเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงกว่าทำให้ปวดคออยู่เหมือนกัน
“ทำไมยังไม่กลับครับ”
“มีปัญหาหรือไง”
“พลับแค่ถามครับ ไม่ได้มีปัญหาอะไรสักหน่อย”
ชีวิตนี้จะพูดจาดี ๆ ไม่ได้เลยหรือไง ทำเสียงเข้ม หน้าดุ อย่างกับพวกหมาบ้าอย่างนั้นแหละ นึกสงสัยจริง ๆ ว่าเคนเป็นพี่น้องแท้ ๆ กับเฮียคินทร์ น้องคีนหรือเปล่า ทำไมถึงได้ไม่มีอะไรเหมือนสองคนนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว หน้าตาก็คล้ายอยู่หรอก แต่นิสัยนี่สิ พ่อกับแม่ก็ไม่ใช่คนแบบนี้สักหน่อย แล้วทำไมเคนถึงได้ผิดพี่ผิดน้องได้ขนาดนี้
ครั้นเห็นเคนไม่พูดอะไรนอกจากมองหน้าเขาด้วยสายตาเย็นชาแบบนั้นเขาก็ไม่มีอะไรจะพูดต่อ ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย ยังไงเราก็ไม่ได้สนิทกันมากขนาดนั้นแม้จะรู้จักกันมาหลายปีแล้วก็ตาม
“งั้นคุณเคนจะกลับตอนไหนก็แล้วแต่เลยครับ พลับขอตัว” ไม่ทันจะได้หันหลังเดินออกไป คนที่ยืนเงียบอยู่นานก็เอ่ยถามขึ้นมา
“กลับกี่โมง”
“ทำไมครับ”
“ฉันถาม”
“ไม่รู้ครับ คงอีกสักพัก”
“อือ”
“แค่นี้ใช่ไหมครับ? งั้นพลับไปนะ”
เคนไม่ได้ตอบกลับเพียงแค่เดินหนีออกไป ปล่อยพลับจีนยืนอ้าปากเหวออยู่อย่างนั้น เหลือจะเชื่อเลยจริง ๆ
ไอ้คนมารยาททรามเอ๊ย!!!!
เสียงหัวเราะเกรียวกราวของเด็ก ๆ เรียกรอยยิ้มจากพลับจีนได้เป็นอย่างดี ลึก ๆ แล้วพลับจีนแอบนึกอิจฉาอยู่ไม่น้อย ที่ครั้งหนึ่งชีวิตวัยเด็กไม่เคยพบเจอความสดใสแบบนี้ จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าหัวเราะออกมาเสียงดังครั้งล่าสุดเมื่อไร
น่าเศร้าตรงที่ไม่มีความทรงจำดี ๆ ให้เขาได้นึกถึงตอนโตมา
“ให้พี่พลับ” เด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักยื่นกระดาษเอสี่แผ่นหนึ่งที่วาดภาพระบายสีเต็มทั้งแผ่นส่งให้พลับจีน พร้อมข้อความสั้น ๆ ที่เขียนเอาไว้ตัวโตว่า ฟ้ารักพี่พลับ
“สวยจัง ขอบคุณนะครับน้องฟ้า”
ความสนิทสนมของพลับจีนกับเด็ก ๆ ค่อนข้างจะมากประมาณหนึ่ง ทุกครั้งที่พลับจีนมาที่นี่ทุกคนดูจะดีใจและวิ่งเขามากอดอยู่เสมอ
ครั้นก้มมองภาพวาดในมือก็ทำเอาน้ำตารื้นขึ้นมาด้วยความตื้นตันใจ เขาจะเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีแน่นอน
พลับจีนอยู่เล่นกับพวกเด็ก ๆ จนถึงหกโมงเย็น ก่อนจะบอกลาทุกคนรวมถึงครูใหญ่ เกรงว่าหากกลับช้ากว่านี้จะหารถกลับยาก
ทว่าสายตากลับเห็นอยู่ไกล ๆ ว่ามีรถคันหนึ่งซึ่งเป็นคันเดียวกับที่มาส่งเขาก่อนหน้านี้จอดอยู่ต้นไม้ หน้ารั้วทางเข้า
ทำไมยังไม่กลับไปอีก?
“คุณเคน”
เจ้าของชื่อพ่นควันออกจากปาก ทิ้งก้นบุหรี่ในมือลงบนพื้นดินใช้รองเท้าขยี้ดับไฟ ก่อนจะก้มลงไปหยิบเอาไปทิ้งที่ถังขยะ ทุกการกระทำอยู่ในสายตาของพลับจีนที่มองตามอย่างเงียบ ๆ กระนั้นจนอีกฝ่ายเดินกลับมาที่รถแล้วก็ยังไม่พูดไม่จา แค่เหลือบมองกันด้วยหางตา
ปากอมอะไรอยู่หรือไง?
“ขึ้นรถ”
“ครับ?” จู่ ๆ ก็ใช้ให้ขึ้นรถเนี่ยนะ อะไรของพี่แกวะนั่น “อ๋อ ไม่เป็นไร เดี๋ยวพลับกลับเอง”
“อย่าให้ต้องพูดซ้ำ”
“งั้นไม่ต้องพูดก็ได้ครับ” เม้มปากติดกันแน่นเมื่อพลั้งปากพูดออกไปตามที่คิด
“...”
ครั้นพลับจีนตอบไปอย่างนั้นก็ได้สายตาพิฆาตกลับมา แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ตอบโต้อะไร แต่ทำให้พลับจีนขนลุกได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
“รบกวนด้วยแล้วกันครับ”
ทั้งที่เขาควรจะปฏิเสธออกไปอีกครั้ง ทว่าสายตาของเคนที่มองมาทำเอาเขาไม่กล้าอ้าปากพูดคำพวกนั้นออกมา มองกันราวกับจะจับเขาฉีกออกเป็นชิ้น ๆ อย่างนั้นแหละ
เคนกำลังตอบคำถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมาว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ เขาไม่ควรอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้านั่นจนถึงหกโมงเย็น เขาควรจะกลับไปตั้งแต่ที่ส่งเด็กข้าง ๆ ถึงที่อย่างปลอดภัยแล้วด้วยซ้ำ คิดไปคิดมายังไงก็ให้คำตอบที่ชัดเจนกับตัวเองไม่ได้สักที
ไม่เข้าใจว่าทำไปทำไม ทั้งที่ไม่เกี่ยวกับตัวเองสักนิด อีกอย่างเขาไม่ได้มีความสนิทสนมอะไรกับอีกฝ่ายแม้แต่นิดเดียว การพบเจอกันตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็เป็นเพียงความบังเอิญ
“ทำไมคุณเคนถึงยังไม่กลับไปล่ะครับ” ครั้นภายในรถเงียบอยู่นานสองนานพลับจีนถึงได้เอ่ยถามขึ้น
“...”
“ถ้าจะรอพลับก็น่าจะบอกกันตั้งแต่แรก พลับจะได้ไม่อยู่นานขนาดนั้น”
“...”
ตอนเอาบุหรี่ไปทิ้งเอาปากทิ้งไปด้วยหรือยังไง โอ๊ย! หงุดหงิดชะมัด คนเขาคุยด้วยก็ไม่คุย
“ยังไงก็ขอบคุณมากนะครับ ทั้งเรื่องที่ช่วยพลับ พาพลับไปส่ง แล้วก็ยังรอรับกลับ”
“ไปบ่อยเหรอ”
“ครับ? อ๋อ.. เมื่อก่อนไปบ่อยครับ แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเลยนาน ๆ ไปทีน่ะครับ”
“...”
“จริง ๆ ถ้าพลับรู้ว่าคุณเคนยังไม่กลับ จะชวนเข้าไปหาเด็ก ๆ ด้วยกัน เด็กที่นั่นน่ารักมากเลยนะครับ ครูใหญ่ดูแลพวกเขามาอย่างดีเลย” รอยยิ้มเล็ก ๆ เกิดขึ้นอย่างเผลอไผลครั้นนึกถึงทุกคนที่นั่น “ไว้ถ้ามีโอกาสคุณเคนลองไปเล่นกับพวกเด็ก ๆ ดูสิครับ”
“ฉันไม่ชอบเด็ก”
“ทำไมล่ะครับ เด็ก ๆ น่ารักออก”
“วุ่นวาย”
“ไม่จริงสักหน่อย คุณเคนน่ะอคติไปเอง” พลับจีนรีบเถียงกลับทันควัน มาว่าเด็ก ๆ แบบนี้ได้ยังไง ก็อาจจะเป็นเฉพาะเด็กบางคน ไม่ใช่ทุกคนสักหน่อย “ถ้าบอกไม่ชอบเด็ก อย่างนั้นน้องคุณล่ะครับ ถ้าน้องคุณได้ยินคงเสียใจแย่”
“ฉันพูดหรือไงว่าไม่ชอบหลานตัวเอง”
“แล้วมันต่างกันยังไงครับ น้องคุณก็เป็นเด็กเหมือนกัน จะบอกว่าไม่ชอบเด็กคนอื่นยกเว้นหลายตัวเองอย่างนั้นเหรอครับ”
“ใช่”
“ถ้ามีลูกจะไม่ชอบลูกตัวเองลูกตัวเองด้วยไหมครับ”
“เฮอะ ฉันไม่คิดจะมีลูกหรอกนะ”
คนฟังแค่นเสียงเฮอะในลำคอหนึ่งคำเบา ๆ ตอบออกมาหน้าตาเฉยไม่ใช่เป็นการประชดประชันเพื่อเอาชนะ แต่เคนคิดอย่างนั้นจริง ๆ เขาไม่เคยมีความคิดที่อยากจะมีลูกเลยสักนิด แค่เห็นสภาพพี่ชายตัวเองตอนมีลูกแล้วเขาคงทำแบบนั้นไม่ได้แน่ ๆ จะให้ตื่นมากลางดึกกล่อมลูกนอน ชงนม เปลี่ยนผ้าอ้อม ฟังเสียงร้องไห้งอแงวันละสิบ ๆ รอบ เขาได้เป็นบ้าตายพอดี
“จะคอยดูแล้วกันครับ”
บทสนทนาจบลงเพียงเท่านั้น พลับจีนเบือนหน้าหนีมองไปทางอื่น นี่คงเป็นการต่อปากต่อคำที่ยาวที่สุดตั้งแต่รู้จักกันมา
นอกจากไร้มารยาท ด้านชา แล้วยังทำตัวขว้างโลกอีก ไม่รู้เคยเปิดใจจริง ๆ หรือยังถึงได้พูดออกมาราวกับคนไม่คิดแบบนี้
อยู่เงียบ ๆ เหมือนคนลืมปากต่อไปก็ดีแล้วละ
“ถ้ามีลูกจะไม่ชอบลูกตัวเองลูกตัวเองด้วยไหมครับ”
tbc.
คุยกับนักเขียน
เคนเอ๊ยยยย จำคำของเอ็งไว้ดี ๆ เถอะ ไม่เคยได้ยินเพลงของพี่หนู มิเตอร์ เหรอที่ว่า เกลียดอะไร มักได้อย่างนั้น~~
ถึงแม้เจ้าเคนของเราจะทำตัวขว้างโลกไปสักหน่อย แต่ฝากดูเอ็น เอ๊ย! เอ็นดูมันหน่อยนะคะ แฮะๆ
ขอคนละ 1 คอมเมนต์ได้ไหมคะ เพื่อดันนิยายให้ขึ้นใหม่มาแรง ข้อความสั้น ๆ ด่าพระเอก ชมนายเอก หยุมไรท์ หรือแค่สติ๊กเกอร์คนละตัวก็ได้ค่ะ
.นะคะนะคะ
ตอนไหนที่พ่อกับแม่เป็นห่วงลูกที่สุด?เป็นคำถามที่เคนไม่เคยถามตัวเอง และไม่เคยรู้มาก่อน จนกระทั่งได้เป็นพ่อคนถึงได้รู้ว่าเวลาลูกต้องห่างออกไปจากอกเราจะเป็นห่วงและกังวลมากที่สุด เพราะไม่รู้ว่าเขาต้องเจอกับอะไรบ้าง ยามที่อยู่กับเรา เรายังสามารถดูแลเขาได้ แต่เมื่อเขาต้องไปใช้ชีวิตตามช่วงวัยโดยที่ไม่มีเราอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา คนเป็นพ่อเป็นแม่ถึงได้นึกเป็นกังวล เป็นห่วงจนไม่เป็นอันกินอันนอนเคนแอบมาร้องไห้ในห้องน้ำคนเดียว เพราะพรุ่งนี้ลูกชายต้องไปโรงเรียนวันแรก ความกังวลใจเกิดขึ้นมากมาย กลัวว่าลูกจะเข้ากับเพื่อนไม่ได้ กลัวว่าเพื่อนจะรังแก กลัวว่าคุณครูจะใจร้าย กลัวว่าลูกจะใช้ชีวิตเองไม่ได้ก๊อก ก๊อก ก๊อก!“พี่เคน เป็นอะไรหรือเปล่า”พลับจีนออกมาตามเคนที่ชั้นล่าง เพราะนอน ๆ อยู่เคนก็บอกว่าจะมาเข้าห้องน้ำ แต่กลับลงมาชั้นล่างทั้งที่ในห้องก็มีห้องน้ำอยู่ในตัว หายไปนานหลายนาทีก็ยังไม่กลับขึ้นมาแกร๊ก!เสียงปลดกลอนประตูดังขึ้น พร้อมกับประตูที่ค่อย ๆ เปิดออก เผยให้เห็นร่างชายหนุ่มวัยสามสิบกว่าที่ยืนตาแดงก่ำ ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา“เป็นอะไรครับ ร้องไห้ทำไม” พลับจีนเอ่ยถามด้วยความตกใจ“พี่เป็นห่ว
หลังจากผ่านพ้นงานวันเกิดลูกชายไปเมื่อห้าเดือนที่แล้ว เคนก็เสนอให้พลับจีนทำขนมมาขายที่ร้าน โดยมีน่านน้ำเป็นคนช่วยอีกแรง มีการปรับปรุงต่อเติมแยกออกมาเป็นเหมือนคาเฟ่เล็ก ๆ ข้าง ๆ ร้านอาหาร ยกเคาน์เตอร์บาร์มาไว้ที่นี่ ส่วนในร้านก็เพิ่มโต๊ะเพื่อรองรับลูกค้ามากขึ้น พนักงานเสิร์ฟลาออกเพราะเรื่องส่วนตัวกระทันหัน วันนี้เคนเลยมาช่วยงานที่ร้าน ส่วนเด็ก ๆ ก็ไปอยู่กับคุณปู่คุณย่า หากพามาที่นี่มีหวังไม่เป็นอันทำอะไรน่านน้ำปลีกตัวไปช่วยเคนรับออร์เดอร์ ส่วนพลับจีนช่วยพนักงานจัดการพวกเครื่องดื่ม เพราะเพิ่งต่อเติมได้ไม่นาน เรื่องของพนักงานเลยยังไม่ลงตัว ตอนนี้ได้มีการประกาศรับสมัครไปแล้ว ระหว่างนี้เจ้าของก็ต้องมาช่วยงานไปก่อนพลับจีนคิดว่าที่ลูกค้าได้เยอะแบบนี้คงเป็นเพราะทำเลที่เคนเลือกดี ป้ายหน้าร้านก็เด่นหรา ใครผ่านไปผ่านมาก็ต้องเห็น แถมระแวกนี้ ไม่มีเสียงรบกวน เหมาะแกการนั่งทานอาหารชิล ๆ ถ่ายรูปสวย ๆ อัปลงโซเชียลในช่วงเช้าพวกกาแฟกับขนมจะขายดี ตอนเที่ยงพวกพนักงานหรือคนที่สัญจรไปมาก็จะแวะพักทานข้าว ตกเย็นก็จะมีเด็กวัยรุ่น หนุ่ม ๆ สาว ๆ มานั่งเล่นทุก ๆ วันที่พลับจีนได้เห็นภาพนี้ไม่เคยรู้สึกเบื่อเลย
23 เมษา ชื่อร้านอาหารที่ถูกตั้งขึ้นโดยพลับจีน หลังจากได้ร้านอาหารมาพลับจีนก็ใช้เวลาคิดอยู่ไม่นานก็ได้ชื่อร้านมา ตั้งตามวันเกิดของมาวิน เพราะไม่ว่าอ่านชื่อร้านกี่ครั้งก็จะมีเราทั้งสามคนรวมอยู่ในนั้น มันอาจจะดูลึกซึ้งนิดหนึ่ง แต่ไม่ได้เข้าใจยากเลยสักนิดเปิดร้านมาได้สามดือนกว่า ทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทางจนคล่องมือ เคนจ้างพนักงานให้มาคอยช่วยที่ร้าน อีกทั้งยังมีเชฟชื่อดังถึงสองคน นับวันลูกค้าเริ่มเยอะขึ้น พลับจีนก็ไม่เคยขี้เกียจเลยสักวัน หลังจากส่งเคนไปทำงานแล้ว ก็พาลูกชายมาที่ร้านอาหารขลุกตัวอยู่ที่นี่ทั้งวันจนเลิกงานเคนถึงมารับภายในร้านยังมีมุมเล็ก ๆ ไว้ให้พลับจีนได้นั่งวาดภาพเล่นตามที่เจ้าตัวชอบ เคนทำทุกอย่างไว้ละเอียดตามที่สเก็ตช์ภาพเอาไว้จริง ๆ ส่วนมาวินก็มีเพื่อนเล่นถึงสองคน นอกจากมีคุณแล้วยังมีมีเธอ ลูกชายคนเล็กของน่านน้ำที่มีอายุห่างกับมาวินเพียงปีเดียว แม้ว่ามาวินจะอายุมากกว่ามีเธอ แต่มีเธอมีศักดิ์เป็นพี่เพราะพ่อของมีเธอเป็นพี่ชายของพ่อมาวิน แบบนี้จึงเหมือนกับว่ามาวินเป็นน้องเล็กสุดพี่ชายคนโตอย่างมีคุณนอกจากจะพาน้องเล่นแล้ว ยังต้องคอยดูแลน้อง ๆ ไปด้วย กระนั้นก็ยังมีน่านน้ำที่เป
คืนวันผ่านไป ย่างเข้าปีที่สองของอายุลูกชาย เด็กน้อยในวันนั้น ตอนนี้เดินเตาะแตะได้แล้ว แถมยังกินเก่งขึ้นทุกวัน คนเป็นพ่อก็ดูจะเห่อลูกยิ่งกว่าเดิม เมื่อก่อนเคนไม่เคยเข้าใจคินทร์เลยว่าทำไมต้องตามใจลูกทุกอย่างขนาดนั้นไม่ว่าลูกอยากได้อะไรก็หามาให้ พอเจอกับตัวถึงได้รู้ว่าไม่ใช่แค่สิ่งของที่ให้ได้เพราะแม้แต่ชีวิตก็ยอมแลกมันเพื่อลูกได้เช่นกัน“มาวินของป๊า”พอชีวิตเริ่มมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น เคนจึงผันตัวจากคนรักอิสระมาเป็นหัวหน้าอย่างแท้จริง ผับ Black butterfly ถูกปิดเป็นตัวลง แม้ว่าธุรกิจจะรุ่งเรือง แต่เคนคงทำต่อไม่ได้ คงไม่มีเวลามากพอเข้าไปดูแลที่นั่น เหลือเพียงร้านอาหารที่ขยายสาขาไปแล้วถึงห้าจังหวัดคนที่บอกว่าไม่อยากทำงานบริษัท ไม่อยากรับช่วงต่อจากที่บ้านตอนนี้กลับเริ่มเรียนรู้งานจากพี่ชาย อย่างน้อยก็เป็นอีกทางที่ทำให้มีรายได้อย่างมั่นคง และตอนนี้กำลังวางแผนจะสร้างร้านอาหารให้พลับจีน ซึ่งเป็นความฝันของที่เจ้าตัวเคยพูดเอาไว้กับน้อง เคนเลยอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ความฝันนั่นสำเร็จ“น้ำครับ”“ขอบคุณครับ”ร่างสูงอุ้มลูกชายเอาไว้ด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะรับแก้วน้ำจากคนรักพร้อมทั้งโน้มไปหอม
ตื่นเช้ามาพลับจีนก็เห็นเคนกำลังนั่งทำอะไรสักอย่างที่ตู้เสื้ออยู่นานสองนาน ก่อนจะเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตา ออกมาก็ตรงไปที่เคนนั่งอยู่“ทำอะไรอยู่ครับ”ครั้นลุกขึ้นเดินไปดูก็เห็นว่าอีกคนนั่งดูรูปคู่ของเจ้าตัวกับเพื่อนสนิท หรือที่ไม่เคยพูดคำนั้นออกมาเลย เพราะยังไม่ลืมรักแรก เผลอ ๆ คงยังรักอีกฝ่ายอยู่หรือจริง ๆ เขาไม่ควรหวังอะไรไปตั้งแต่แรก ในเมื่อเคนก็เคยพูดว่าจะทำหน้าที่พ่อให้ลูก มันก็คงจะแค่นั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นได้คนตัวเล็กเดินกลับไปอุ้มลูกชายที่ตื่นแล้วลงไปด้านล่าง ปล่อยให้เคนมองตามหลัง เมื่อรู้สึกตัวก็รีบตามลงมา“พลับ”“หิวแล้วครับ รบกวนตั้งโต๊ะให้หน่อย”พลับจีนอุ้มลูกมานั่งที่โต๊ะกินข้าว เลิกเสื้อขึ้นเพื่อให้ลูกกินนม ส่วนตัวเองก็นั่งรอเคนเอาข้าวต้มที่ตื่นมาทำตั้งแต่เช้ามาให้คนที่รู้ตัวว่าทำให้อีกฝ่ายระแคะระคายใจพยายามที่จะอธิบาย ทว่าพลับจีนไม่แม้แต่จะมองหน้ากัน เพียงแต่ตักข้าวกินเงียบ ๆ ทั้งที่บอกว่าหิวแต่กินไปไม่กี่คำก็วางช้อนไปเสียแล้ว ก่อนจะอุ้มลูกชายไปอยู่ที่ห้องนั่งเล่น เคนหยิบเอาถ้วยไปจัดการล้างเสร็จเรียบร้อยถึงได้ตามมานั่งอยู่ใกล้ ๆ“พลับ”“...”“เธอโกรธฉันเหรอ”“เปล
มาวิน เมธาวิน วิรุฬห์โยธิน เด็กน้อยที่เพิ่งลืมตาออกมาดูโลกเป็นวันแรกในวันที่ 23 เมษายน 2566 หลานชายคนที่สองของตระกูล ทุกคนดูจะเห่อหลานไม่ต่างจากคนแรก แม้แต่มีคุณเองก็ดูจะตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตัวเองได้น้องชาย จะได้มีเพื่อนเล่นเพิ่มตั้งแต่ออกจากห้องคลอดพลับจีนก็สลบไสลไปเพราะความเจ็บ โดยที่มีพ่อของลูกนั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่ห่าง ฝ่ามือใหญ่วางลงบนหน้าท้องพลับจีนแผ่วเบาเกลี่ยนิ้วลูบผ่านเสื้อ น้ำตาเอ่อรื้นขึ้นมาด้วยความสงสาร แผลผ่าคลอดคงทำให้พลับจีนเจ็บมากถึงได้นอนหลับไปนานจนพยาบาลเอาลูกมาให้ พลับจีนก็ยังไม่ตื่นขึ้นมา“คืนนี้เดี๋ยวน่านเฝ้าพลับให้เองครับ”“ไม่เป็นไร เฮียอยู่ได้ เฮียอยากอยู่กับพลับ”“เอางั้นเหรอครับ แล้วเฮียจะดูลูกได้เหรอครับ”“อือ พยาบาลสอนไว้แล้ว เฮียทำได้”“ก็ได้ครับ แต่ถ้าไม่ไหวรีบโทรหาน่านนะ”“ครับ”น่านน้ำนึกเป็นห่วง ไม่รู้ว่าเคนจะทำได้อย่างที่พูดจริง ๆ หรือเปล่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อยากขัดใจคนเป็นพ่อ“งั้นกลับกันก่อนดีไหมครับป๊าม๊า พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่”“ถ้าอย่างนั้น ป๊ากับม๊ากลับก่อนนะเคน”“ครับ”“พรุ่งนี้ปู่กับย่ามาหาใหม่นะครับมาวิน”หญิงชราเอ่ยกับหลานชายด้วยใบหน้าอิ่มเอ
ภายในรถเงียบสนิทไม่มีบทสนทนาใด ๆ เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาสองคน จนกระทั่งรถเลี้ยวมาจอดหน้าร้านขายของชำที่พลับจีนเองก็เคยมาอยู่หลายครั้ง“ลงสิ”พลับจีนหันมองเจ้าของรถด้วยความสงสัย ทว่าไม่ทันได้ถามอะไรอีกฝ่ายก็ลงจากรถไปเสียแล้ว ดวงตากลมกลอกมองบนพลางเป่าลมออกจากปากจนผมหน้าม้าเสียทรงร่างสมส่วนเดินตามหลังค
เจ้าของร่างสูงยืนพิงหน้าต่างมองดูคนหมดสภาพที่นอนอยู่บนเตียง หลังจากถูกราดน้ำเรียกสติอยู่พักใหญ่กว่าจะหมดฤทธิ์ถึงได้หลับไป ปล่อยให้เคนจัดการเปลี่ยนผ้าให้ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่เลยสักนิดความต้องการของคนที่กินยาปลุกเซ็กซ์เข้าไปคือการที่มีความต้องการทางเพศ ซึ่งเคนไม่ได้อยากมีอะไรกับคนที่ขาดสติ วิธีที่พอจ
หลังจากผ่านพ้นความอึดอัดบนโต๊ะอาหารมาได้ กลับต้องมากระอักกระอ่วนต่อในรถ เพราะน่านน้ำเป็นห่วงเขาจนจับยัดใส่รถคุณเคนให้พามาส่งที่บ้าน ประจวบเหมาะกับเวลาช่วงทุ่มครึ่งแบบนี้ท้องถนนเต็มไปด้วยรถ ติดไฟแดงยาวเหยียดกว่าจะได้ขยับเขยื้อนพลับจีนถอนหายใจแล้วถอนหายใจอีก ครั้นจะลงจากรถตอนนี้ก็ทำไม่ได้ ยังดีหน่อยท
สารนิโคตินถูกสูบเข้าไปเต็มปอดก่อนจะพ่นควันในปากออกมายาวเป็นสายให้มันค่อย ๆ จางหายไปในอากาศทิ้งไว้เพียงกลิ่นเฉพาะตัวที่คนสูบคุ้นเคยเป็นอย่างดีดวงตาคมเรียบนิ่งยากจะคาดเดา เลื่อนสายตาจากทิวทัศน์นอกหน้าต่างมามองคนบนเตียง ร่างกายขาวเนียนบอบบางซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม คงจะเหนื่อยจากกิจกรรมที่ทำด้วยกันเมื่อคื







