LOGINระหว่างทางไม่ได้มีบทสนทนาใด ๆ เกิดขึ้น ต่างฝ่ายต่างเงียบ พลับจีนเองก็อึดอัดจนทำตัวไม่ถูก กวาดสายตามองไปรอบ ๆ รถคล้ายกับกำลังสำรวจอะไรอยู่อย่างไรอย่างนั้น ทั้งที่ความจริงแล้วแค่ไม่รู้ว่าควรเอาสายตาไปวางไว้ตรงไหน ครั้นเหลือบไปเห็นสีหน้าเรียบนิ่งที่มักจะเห็นทุกครั้งเวลาเจอกันก็ยิ่งทำให้พลับจีนหมั่นไส้อย่างบอกไม่ถูก
สถานที่ที่พลับจีนตั้งใจแวะมาเป็นบ้านเด็กกำพร้าที่ไม่ได้ใหญ่โตมากนัก คนรู้จักก็ไม่มากมาย เพราะเพิ่งย้ายสร้างขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อสี่ห้าปีที่แล้ว ที่นี่มีตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงเด็กใหญ่รวมแล้วไม่เกิน 20 คน
“สวัสดีครับครูใหญ่” พลับจีนยกมือไหว้ทักทายรัศมีหรือครูใหญ่ผู้ที่ดูแลอยู่ที่นี่ เรียกว่าเป็นผู้ใจบุญท่านหนึ่งที่ควักเงินตัวเองสร้างที่นี่ขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือเด็ก ๆ อาจเป็นเพราะตัวครูใหญ่เองก็เคยเป็นเด็กกำพร้ามาก่อนถึงได้เข้าใจพวกเด็ก ๆ มากที่สุด และครั้งหนึ่งเขาเองก็เคยได้รับความช่วยเหลือจากผู้หญิงใจดีคนนี้เหมือนกัน
เขายังความรู้สึกวันที่ถูกพ่อแม่พาไปทิ้งได้ดี ความเสียใจที่เกิดขึ้นกับเด็กอายุเก้าขวบยากเกินจะอธิบาย พอนานวันเข้าความเสียใจพวกนั้นก็กลายเป็นความชินชาและน้อยใจในวาสนาตัวเอง จนทุกวันนี้ พลับจีนแทบจะลืมหน้าพ่อกับแม่ไปแล้ว ลืมทุกความอบอุ่น ลืมอ้อมกอด หรือแม้กระทั่งความรักจากพ่อและแม่ ที่พลับจีนไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วมันเป็นอย่างไร
“ซื้อขนมมาให้เด็ก ๆ อีกแล้วเหรอ”
“อีกแล้วอะไรกันครับ พูดอย่างกับพลับมาบ่อย พลับไม่ได้มาที่นี่ตั้งหลายเดือนแล้ว” เด็กหนุ่มทำเสียงคล้ายกับคนรู้สึกผิด หลายเดือนที่ผ่านมาพลับจีนไม่ได้มาแวะมาที่นี่บ่อยอย่างเมื่อก่อน เพราะต้องทำงานมากขึ้น เวลาว่างจึงน้อยลง อีกอย่างที่นี่ก็อยู่ไกลจากห้องเช่าของเขาพอสมควร
“พลับสบายดีใช่ไหม”
“สบายดีครับ แล้วครูใหญ่ล่ะครับสบายดีนะไหม”
“ครูก็สบายดี ตามประสาคนแก่นั่นแหละ”
“พลับซื้อแบรนด์รังนกมาฝากด้วยครับ”
“ครูขอบใจมากนะพลับ แต่วันหลังไม่ต้องซื้ออะไรมาฝากครูก็ได้ แค่มาให้เห็นหน้าก็ดีใจแล้ว” ได้ยินที่ครูใหญ่พูดก็อดยิ้มไม่ได้ เวลามาที่นี่แล้วรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก
“แล้วเด็ก ๆ เป็นยังไงบ้างครับ สบายดีกันใช่ไหมครับ”
“สบายดี พลับจะไปหาเด็ก ๆ ด้วยไหมล่ะ เดี๋ยวครูพาไป”
“ครับ” พลับจีนเดินตามครูใหญ่ออกมาจากห้อง เห็นเคนยืนอยู่ใต้ต้นไม้มองมาที่เขาอยู่ก่อนแล้ว คิดว่ากลับไปแล้วเสียอีก “ครูใหญ่ไปก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวพลับตามไป”
“โอเคจ้ะ”
เด็กหนุ่มเดินตรงไปที่เคน มองหน้าอีกฝ่ายด้วยความสงสัย และด้วยความสูงที่ต่างกันการเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงกว่าทำให้ปวดคออยู่เหมือนกัน
“ทำไมยังไม่กลับครับ”
“มีปัญหาหรือไง”
“พลับแค่ถามครับ ไม่ได้มีปัญหาอะไรสักหน่อย”
ชีวิตนี้จะพูดจาดี ๆ ไม่ได้เลยหรือไง ทำเสียงเข้ม หน้าดุ อย่างกับพวกหมาบ้าอย่างนั้นแหละ นึกสงสัยจริง ๆ ว่าเคนเป็นพี่น้องแท้ ๆ กับเฮียคินทร์ น้องคีนหรือเปล่า ทำไมถึงได้ไม่มีอะไรเหมือนสองคนนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว หน้าตาก็คล้ายอยู่หรอก แต่นิสัยนี่สิ พ่อกับแม่ก็ไม่ใช่คนแบบนี้สักหน่อย แล้วทำไมเคนถึงได้ผิดพี่ผิดน้องได้ขนาดนี้
ครั้นเห็นเคนไม่พูดอะไรนอกจากมองหน้าเขาด้วยสายตาเย็นชาแบบนั้นเขาก็ไม่มีอะไรจะพูดต่อ ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย ยังไงเราก็ไม่ได้สนิทกันมากขนาดนั้นแม้จะรู้จักกันมาหลายปีแล้วก็ตาม
“งั้นคุณเคนจะกลับตอนไหนก็แล้วแต่เลยครับ พลับขอตัว” ไม่ทันจะได้หันหลังเดินออกไป คนที่ยืนเงียบอยู่นานก็เอ่ยถามขึ้นมา
“กลับกี่โมง”
“ทำไมครับ”
“ฉันถาม”
“ไม่รู้ครับ คงอีกสักพัก”
“อือ”
“แค่นี้ใช่ไหมครับ? งั้นพลับไปนะ”
เคนไม่ได้ตอบกลับเพียงแค่เดินหนีออกไป ปล่อยพลับจีนยืนอ้าปากเหวออยู่อย่างนั้น เหลือจะเชื่อเลยจริง ๆ
ไอ้คนมารยาททรามเอ๊ย!!!!
เสียงหัวเราะเกรียวกราวของเด็ก ๆ เรียกรอยยิ้มจากพลับจีนได้เป็นอย่างดี ลึก ๆ แล้วพลับจีนแอบนึกอิจฉาอยู่ไม่น้อย ที่ครั้งหนึ่งชีวิตวัยเด็กไม่เคยพบเจอความสดใสแบบนี้ จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าหัวเราะออกมาเสียงดังครั้งล่าสุดเมื่อไร
น่าเศร้าตรงที่ไม่มีความทรงจำดี ๆ ให้เขาได้นึกถึงตอนโตมา
“ให้พี่พลับ” เด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักยื่นกระดาษเอสี่แผ่นหนึ่งที่วาดภาพระบายสีเต็มทั้งแผ่นส่งให้พลับจีน พร้อมข้อความสั้น ๆ ที่เขียนเอาไว้ตัวโตว่า ฟ้ารักพี่พลับ
“สวยจัง ขอบคุณนะครับน้องฟ้า”
ความสนิทสนมของพลับจีนกับเด็ก ๆ ค่อนข้างจะมากประมาณหนึ่ง ทุกครั้งที่พลับจีนมาที่นี่ทุกคนดูจะดีใจและวิ่งเขามากอดอยู่เสมอ
ครั้นก้มมองภาพวาดในมือก็ทำเอาน้ำตารื้นขึ้นมาด้วยความตื้นตันใจ เขาจะเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีแน่นอน
พลับจีนอยู่เล่นกับพวกเด็ก ๆ จนถึงหกโมงเย็น ก่อนจะบอกลาทุกคนรวมถึงครูใหญ่ เกรงว่าหากกลับช้ากว่านี้จะหารถกลับยาก
ทว่าสายตากลับเห็นอยู่ไกล ๆ ว่ามีรถคันหนึ่งซึ่งเป็นคันเดียวกับที่มาส่งเขาก่อนหน้านี้จอดอยู่ต้นไม้ หน้ารั้วทางเข้า
ทำไมยังไม่กลับไปอีก?
“คุณเคน”
เจ้าของชื่อพ่นควันออกจากปาก ทิ้งก้นบุหรี่ในมือลงบนพื้นดินใช้รองเท้าขยี้ดับไฟ ก่อนจะก้มลงไปหยิบเอาไปทิ้งที่ถังขยะ ทุกการกระทำอยู่ในสายตาของพลับจีนที่มองตามอย่างเงียบ ๆ กระนั้นจนอีกฝ่ายเดินกลับมาที่รถแล้วก็ยังไม่พูดไม่จา แค่เหลือบมองกันด้วยหางตา
ปากอมอะไรอยู่หรือไง?
“ขึ้นรถ”
“ครับ?” จู่ ๆ ก็ใช้ให้ขึ้นรถเนี่ยนะ อะไรของพี่แกวะนั่น “อ๋อ ไม่เป็นไร เดี๋ยวพลับกลับเอง”
“อย่าให้ต้องพูดซ้ำ”
“งั้นไม่ต้องพูดก็ได้ครับ” เม้มปากติดกันแน่นเมื่อพลั้งปากพูดออกไปตามที่คิด
“...”
ครั้นพลับจีนตอบไปอย่างนั้นก็ได้สายตาพิฆาตกลับมา แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ตอบโต้อะไร แต่ทำให้พลับจีนขนลุกได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
“รบกวนด้วยแล้วกันครับ”
ทั้งที่เขาควรจะปฏิเสธออกไปอีกครั้ง ทว่าสายตาของเคนที่มองมาทำเอาเขาไม่กล้าอ้าปากพูดคำพวกนั้นออกมา มองกันราวกับจะจับเขาฉีกออกเป็นชิ้น ๆ อย่างนั้นแหละ
เคนกำลังตอบคำถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมาว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ เขาไม่ควรอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้านั่นจนถึงหกโมงเย็น เขาควรจะกลับไปตั้งแต่ที่ส่งเด็กข้าง ๆ ถึงที่อย่างปลอดภัยแล้วด้วยซ้ำ คิดไปคิดมายังไงก็ให้คำตอบที่ชัดเจนกับตัวเองไม่ได้สักที
ไม่เข้าใจว่าทำไปทำไม ทั้งที่ไม่เกี่ยวกับตัวเองสักนิด อีกอย่างเขาไม่ได้มีความสนิทสนมอะไรกับอีกฝ่ายแม้แต่นิดเดียว การพบเจอกันตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็เป็นเพียงความบังเอิญ
“ทำไมคุณเคนถึงยังไม่กลับไปล่ะครับ” ครั้นภายในรถเงียบอยู่นานสองนานพลับจีนถึงได้เอ่ยถามขึ้น
“...”
“ถ้าจะรอพลับก็น่าจะบอกกันตั้งแต่แรก พลับจะได้ไม่อยู่นานขนาดนั้น”
“...”
ตอนเอาบุหรี่ไปทิ้งเอาปากทิ้งไปด้วยหรือยังไง โอ๊ย! หงุดหงิดชะมัด คนเขาคุยด้วยก็ไม่คุย
“ยังไงก็ขอบคุณมากนะครับ ทั้งเรื่องที่ช่วยพลับ พาพลับไปส่ง แล้วก็ยังรอรับกลับ”
“ไปบ่อยเหรอ”
“ครับ? อ๋อ.. เมื่อก่อนไปบ่อยครับ แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเลยนาน ๆ ไปทีน่ะครับ”
“...”
“จริง ๆ ถ้าพลับรู้ว่าคุณเคนยังไม่กลับ จะชวนเข้าไปหาเด็ก ๆ ด้วยกัน เด็กที่นั่นน่ารักมากเลยนะครับ ครูใหญ่ดูแลพวกเขามาอย่างดีเลย” รอยยิ้มเล็ก ๆ เกิดขึ้นอย่างเผลอไผลครั้นนึกถึงทุกคนที่นั่น “ไว้ถ้ามีโอกาสคุณเคนลองไปเล่นกับพวกเด็ก ๆ ดูสิครับ”
“ฉันไม่ชอบเด็ก”
“ทำไมล่ะครับ เด็ก ๆ น่ารักออก”
“วุ่นวาย”
“ไม่จริงสักหน่อย คุณเคนน่ะอคติไปเอง” พลับจีนรีบเถียงกลับทันควัน มาว่าเด็ก ๆ แบบนี้ได้ยังไง ก็อาจจะเป็นเฉพาะเด็กบางคน ไม่ใช่ทุกคนสักหน่อย “ถ้าบอกไม่ชอบเด็ก อย่างนั้นน้องคุณล่ะครับ ถ้าน้องคุณได้ยินคงเสียใจแย่”
“ฉันพูดหรือไงว่าไม่ชอบหลานตัวเอง”
“แล้วมันต่างกันยังไงครับ น้องคุณก็เป็นเด็กเหมือนกัน จะบอกว่าไม่ชอบเด็กคนอื่นยกเว้นหลายตัวเองอย่างนั้นเหรอครับ”
“ใช่”
“ถ้ามีลูกจะไม่ชอบลูกตัวเองลูกตัวเองด้วยไหมครับ”
“เฮอะ ฉันไม่คิดจะมีลูกหรอกนะ”
คนฟังแค่นเสียงเฮอะในลำคอหนึ่งคำเบา ๆ ตอบออกมาหน้าตาเฉยไม่ใช่เป็นการประชดประชันเพื่อเอาชนะ แต่เคนคิดอย่างนั้นจริง ๆ เขาไม่เคยมีความคิดที่อยากจะมีลูกเลยสักนิด แค่เห็นสภาพพี่ชายตัวเองตอนมีลูกแล้วเขาคงทำแบบนั้นไม่ได้แน่ ๆ จะให้ตื่นมากลางดึกกล่อมลูกนอน ชงนม เปลี่ยนผ้าอ้อม ฟังเสียงร้องไห้งอแงวันละสิบ ๆ รอบ เขาได้เป็นบ้าตายพอดี
“จะคอยดูแล้วกันครับ”
บทสนทนาจบลงเพียงเท่านั้น พลับจีนเบือนหน้าหนีมองไปทางอื่น นี่คงเป็นการต่อปากต่อคำที่ยาวที่สุดตั้งแต่รู้จักกันมา
นอกจากไร้มารยาท ด้านชา แล้วยังทำตัวขว้างโลกอีก ไม่รู้เคยเปิดใจจริง ๆ หรือยังถึงได้พูดออกมาราวกับคนไม่คิดแบบนี้
อยู่เงียบ ๆ เหมือนคนลืมปากต่อไปก็ดีแล้วละ
“ถ้ามีลูกจะไม่ชอบลูกตัวเองลูกตัวเองด้วยไหมครับ”
tbc.
คุยกับนักเขียน
เคนเอ๊ยยยย จำคำของเอ็งไว้ดี ๆ เถอะ ไม่เคยได้ยินเพลงของพี่หนู มิเตอร์ เหรอที่ว่า เกลียดอะไร มักได้อย่างนั้น~~
ถึงแม้เจ้าเคนของเราจะทำตัวขว้างโลกไปสักหน่อย แต่ฝากดูเอ็น เอ๊ย! เอ็นดูมันหน่อยนะคะ แฮะๆ
ขอคนละ 1 คอมเมนต์ได้ไหมคะ เพื่อดันนิยายให้ขึ้นใหม่มาแรง ข้อความสั้น ๆ ด่าพระเอก ชมนายเอก หยุมไรท์ หรือแค่สติ๊กเกอร์คนละตัวก็ได้ค่ะ
.นะคะนะคะ
“รีบจัดการซะสิ มัวพิรี้พิไรอะไรอยู่”“คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงมาสั่งฉัน” พฤกษ์ตวัดตามองหญิงวัยกลางคนด้วยสายตารังเกียจ“นี่ ยังไงเราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว แกควรจะฟังฉันไว้บ้างก็ดีนะ”บุษบายืนกอดอกมองชายหนุ่มตรงหน้า ไม่มีท่าทางเกรงกลัวใด ๆ เธอรอเวลานี้มาตั้งนาน เวลาที่จะได้แก้แค้นเด็กคนนี้ ครั้งก่อนที่เธอโดนจับเขาคุกก็เพราะมัน หากไม่ได้ลูกสาวไปพลีกายให้กับคนใหญ่คนโตเพื่อหาทางมาช่วยเธอ ป่านนี้เธอคงยังนอนเน่าอยู่ในคุกเธอใช้เวลาตลอดหลายเดือนนับตั้งแต่ที่ออกมา วางแผนทุกอย่างเป็นอย่างดี ครั้งก่อนอาจเป็นเพราะบุ่มบ่ามเกินไปเลยทำให้ตัวเองซวย ทว่าครั้งนี้เธอมั่นใจว่ายังไงก็จะเอาคืนมันให้ได้ที่พฤกษ์ได้มาร่วมมือกับเธอก็เพราะคืนนั้นอีกฝ่ายเพิ่งโดนหักอกมาพอดิบพอดี ออกไปดื่มจนเมาเธอจึงส่งเฟญ่าให้ไปจัดการ หว่านล้อมอีกฝ่ายให้มาร่วมมือด้วยกันขอแค่เธอได้แก้แค้นเด็กคนนี้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการไหน ของแค่ให้มันเจ็บ รู้สึกผิด หรือทรมานทุรนทุรายยังไงก็ได้ ส่วนพฤกษ์ก็แค่ต้องการตัวพลับจีน และเด็กในท้องนั่นคือสิ่งที่สามารถทำให้เราทั้งสองฝ่ายได้ตามที่ต้องการแต่มีอีกสิ่งที่บุษบาต้องการ คือเงิน หลังจากที่ตามสืบมาหลา
23:21 น.ในช่วงกลางดึกตอนที่พลับจีนกำลังนอนหลับสนิท กลับต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงดังอยู่ตรงประตู ก่อนจะเอื้อมมือเปิดไฟในห้อง เห็นกลอนประตูกำลังถูกบิดไปมาคล้ายกับมีคนพยายามจะเข้ามาด้วยสัญชาตญาณพลับจีนกดโทรหาคุณป้าเจ้าของอะพาร์ตเมนต์ทว่าไม่มีใครรับ คงกำลังนอนหลับกันอยู่ ด้วยความกลัวคนที่คิดถึงตอนนี้ก็มีอยู่ไม่กี่คน และคนที่เด่นชัดขึ้นมาที่สุดก็ไม่เคยเป็นคนอื่นเลยนอกจากเคน แม้ว่าที่ผ่านมาอีกคนจะไม่เคยมาหาเลยสักครั้งก็ตาม“รับสิคุณเคน ขอร้อง” หากมีแค่เขาคนเดียวมันก็คงไม่เป็นอะไร แต่นี่มีลูกในท้องอีกคน เขาไม่อยากเสียเด็กคนนี้ไปเป็นครั้งที่สองคนที่อยู่ด้านนอกพลับจีนไม่รู้ว่าเป็นใคร จะใช่โจรหรือเปล่า ถ้าหากให้สู้ก็คงทำได้ไม่เต็มที่นักเพราะเป็นห่วงลูกในห้อง จะให้หนีก็ไม่มีหนทาง[ฮัลโหลพลับ]“ช่วยพลับด้วย มีคนพยายามงัดห้องพลับ”[ฉันจะรีบไป ในห้องมีอะไรพอป้องกันตัวเองได้ไหม โทรหาตำรวจก่อนพลับ]“รีบมาได้ไหม พลับกลัว”[ครับ ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะรีบไป เธอจะไม่เป็นอะไร]เคนรีบหยิบกุญแจรถและขับออกมาทันที ระยะทางจากคอนโดฯ ไปอะพาร์ตเมนต์ค่อนข้างไกลพอสมควร ประมาณสามสิบนาทีเห็นจะได้กว่าจะถึงท
“เรากลับมาเป็นเพื่อนกันเถอะครับพี่พฤกษ์”“ทำไมล่ะพลับ พี่ทำอะไรผิดไปหรือเปล่า พลับบอกพี่มาตรง ๆ ได้เลยนะ พี่พร้อมแก้ไขทุกอย่าง”ปากบางเม้มติดกันแน่น ก้มมองมือที่ถูกอีกฝ่ายกอบกุมเอาไว้แน่น ใบหน้าเปื้อนยิ้มยามนี้หม่นหมองคล้ายคนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ“พี่ไม่ได้ทำอะไรผิด.. ไม่เคยเลยสักครั้ง”“แล้วทำไมถึงบอกให้เรากลับไปเป็นเพื่อนกันล่ะครับ”หยดน้ำจากตาหยดแมะลงบนหลังมือพลับจีน เจ้าของร่างเล็กยืนตัวแข็ง นึกสงสารอีกฝ่ายจับใจ“พลับท้อง..”“ไม่เห็นเป็นไรเลย พี่รับได้ พี่ดูแลได้ทั้งพลับแล้วก็ลูกของพลับ”“แต่พลับทำแบบนั้นไม่ได้ จะให้พี่มารับผิดชอบดูแลทั้งพลับทั้งลูกได้ยังไง ไม่ได้ครับ ยังไงก็ไม่ได้”พลับจีนคิดมาดีมากแล้ว ยังไงเขาก็คงไปต่อกับพฤกษ์ไม่ได้ ถึงแม้อีกฝ่ายจะพูดว่ารับได้ที่เขามีลูกกับคนอื่น พร้อมที่จะดูแลทั้งเขาและเด็ก แต่ด้วยจิตสำนึกของพลับจีนในตอนนี้ทำไม่ได้จริง ๆ“ไม่ได้จริง ๆ เหรอครับ เป็นพี่ไม่ได้จริง ๆ เหรอ”“พลับขอโทษ”มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับพฤกษ์ แต่สำหรับพลับจีนแล้วมันเป็นเรื่องที่ใช้เวลาคิดตรึกตรองอยู่หลายวัน การตัดสินใจทำอะไรสักอย่างไม่ใช่ว่าจะปุบปับทันที“ไม่เป็นไร พี่เ
นอกจากจะตกใจที่พลับจีนท้องแล้ว ยังตกใจเรื่องที่พลับจีนเคยแท้งอีกด้วย เคนไม่รู้มาก่อนเลย ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ตอนไหน เรื่องราวเป็นมายังไง ไม่เคยรู้อะไรสักอย่างหรือว่า...“ขอบคุณครับพี่หมอ ผมขอตัวก่อน”เคนรีบออกมาจากห้อง ยังไงเรื่องนี้เขาก็ต้องฟังจากปากพลับจีนให้ได้ คาดว่าพลับจีนออกจากโรงพยาบาลก็น่าจะกลับห้องไปเลย ไม่น่าจะแวะที่ไหนต่อใช้เวลาไม่นานเคนก็กลับมายืนอยู่หน้าห้องพลับจีนแล้ว ยืนเคาะเรียกอยู่นานแต่ก็ไม่มีคนออกมาเปิด ไม่รู้จงใจที่จะไม่เปิดหรือไม่อยู่กันแน่ เจ้าของร่างสูงเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้อง จนได้ยินเสียงฝีเท้าอยู่ไม่ไกลร่างเล็กหยุดชะงักตรงบันได มองคนที่ยืนอยู่หน้าห้องตัวเองด้วยดวงตาวูบไหว เขาไม่รู้ว่าเคนมาที่นี่ทำไม พลับจีนทำทีเป็นไม่สนใจ เดินตรงมาที่ห้องไขกุญแจเปิดประตูเข้าไป“เดี๋ยวก่อน” เคนดันประตูเอาไว้ ดวงตาคมหลุบมองของในมือที่พลับจีนซื้อมา มีแต่ของบำรุงสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ไหนจะหนังสือสำหรับคุณแม่มือใหม่นั่นด้วย “ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม”พลับจีนชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบให้อีกฝ่ายได้เข้ามาให้ห้อง เคนยืนนิ่งอยู่ตรงประตู มองคนตัวเล็กเอาของที่ซื้
“อร่อยไหมครับ”“อร่อยครับ”“อร่อยก็กินเยอะ ๆ”พฤกษ์ว่าพลางตักกุ้งตัวโตที่แกะแล้วใส่จานให้พลับจีน ดูแลเป็นอย่างดี จนตัวเองแทบไม่ได้กิน แค่เห็นพลับจีนกินอิ่ม นอนหลับ ยิ้มได้พฤกษ์ก็พลอยมีความสุขไปด้วย ยิ่งช่วงนี้พลับจีนเปิดใจให้มากขึ้น ต้องยิ่งเร่งทำคะแนนส่วนคนที่คะแนนติดลบอย่างเคนก็เอาแต่ตามดูพลับจีนมาเกือบอาทิตย์แล้ว กลางวันก็แวะไปที่ร้านเบเกอรี่ วนเวียนอยู่แถว ๆ นั้นเพื่อให้ตัวเองได้เห็นหน้าพลับจีน พยายามที่จะหาจังหวะเข้าไปคุยด้วย แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะนอกจากอีกฝ่ายจะเมินกันเหมือนเคนเป็นอากาศ ก็ยังจะอยู่พฤกษ์ทุกครั้งที่เห็นไม่รู้ว่าไม่มีงานมีการทำหรือไง ถึงมาเฝ้าพลับจีนอยู่ได้ทั้งวันเขาละเกลียดขี้หน้ามันจริง ๆไม่ใช่ว่าพลับจีนไม่รู้ ไม่เห็นที่เคนคอยตามกันอยู่ทุกวัน แต่ก็แค่ทำเป็นไม่สนใจ เมินอีกฝ่ายไปเหมือนอย่างที่เคนเคยทำ อีกอย่างพลับจีนไม่อยากให้พฤกษ์รู้สึกไม่ดีวันหยุดแบบนี้พฤกษ์พาไปเที่ยวแบบหนำใจ เปิดโลกสุด ๆ ที่ผ่านมาพลับจีนเอาแต่โหมงานจะไปไหนก็ไม่สะดวกเพราะต้องหาเงิน ตอนอยู่กับเคนก็ไม่ได้ออกไปไหนด้วยกันเท่าไร ส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันที่ห้องมากกว่าในตอนแรกเคนตั้งใจว่าพลับจีนกลั
3 วันต่อมาวันนี้เป็นวันที่ตระกูลวิรุฬห์โยธินครึกครื้นที่สุด เพราะเจ้าลูกชายคนกลางเพิ่งจะกลับมาบ้านในรอบปี แม้จะติดต่อโทรหากันอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่ค่อยได้กลับมาบ้านใหญ่สักเท่าไร พี่ ๆ น้อง ๆ รวมตัวกันต้อนรับเคน จัดเตรียมอาหารกันเต็มโต๊ะเจ้าตัวเล็กอย่างมีคุณก็จอแจอาตัวเองไม่หยุด ชวนไปเล่นตรงนั้นตรงนี้ ถึงแม้เคนจะไม่ค่อยมีอารมณ์มากนักแต่ก็ไม่อยากขัดใจหลาน ออกมานั่งเล่นกับมีคุณที่สวนดอกไม้ของน่านน้ำ“คุณอาครับ”“ครับ”“เราโทรไปชวนน้าพลับมาด้วยดีไหมครับ”“...”“คุณอยากให้น้าพลับมาด้วย แต่คุณแม่บอกว่าน้าพลับไม่ว่าง เราโทรไปถามอีกทีดีไหม”มีคุณทำหน้าหงอย ออดอ้อนอาเคนให้ช่วยโทรชวนพลับอีกที เพราะเมื่อก่อนเวลารวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตาน่านน้ำก็จะชวนพลับจีนมาด้วยตลอด เหมือนกับว่าพลับจีนเป็นหนึ่งในครอบครัวนี้ และทุกคนก็รักและเอ็นดูพลับจีนเหมือนกันโดยเฉพาะมีคุณที่สนิทกับพลับจีนมาตั้งแต่เล็ก นั่นเพราะน้าพลับของเขาเล่นด้วยสนุกที่สุด ไม่ว่าจะชวนเล่นอะไรก็ไม่เคยขัด เวลาโดนดุก็มีน้าพลับคอยปกป้อง อีกอย่างเวลาไปหาที่ร้านเบเกอรี่เขาก็ได้กินเค้กฟรีเพราะน้าพลับตลอด พอวันนี้ไม่มีพลับจีนมาด้วยก็แอบเหงาอยู่เห

![What is a divorce? [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




![[Mpreg] เร้นรักพันธนาการหัวใจ](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
