Masukตั้งแต่รู้ว่าเคนเป็นเจ้าของผับ Black butterfly ก็กลายเป็นว่าพลับจีนได้เจอบ่อยขึ้น ทั้งที่ทำงานที่นี่มาตั้งนานแต่ไม่เคยเจอกันมาก่อนเลยสักครั้ง ครั้นอยากหลบหน้าก็ทำไม่ได้ ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นเจ้านายของตัวเอง
สืบเนื่องจากเหตุการณ์ครั้งที่แล้วที่โดนวางยา ผู้จัดการที่ได้รับคำสั่งมาอีกทีให้พลับจีนหยุดรับลูกค้าวีไอพีไปสักพัก เปลี่ยนมาดูแลลูกค้าชั้นล่างแทน อย่างน้อยถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก็ยังอยู่ในสายตาเพื่อนร่วมงานคงช่วยกันได้ทันท่วงที
เสียงเพลงบริเวณชั้นหนึ่งดังกระหึ่มจนรู้สึกปวดหู แม้ว่าจะทำงานที่นี่แทบทุกวันอยู่แล้วแต่พลับจีนก็ยังไม่ชินอยู่ดี กระนั้นก็ยังคงยิ้มแย้มตามหน้าที่ แม้ว่าจะเป็นเพียงลูกค้าทั่วไปไม่ใช่ลูกค้าวีไอพี ถึงอย่างนั้นบางคนก็ทิปหนักไม่ใช่เล่นเหมือนกัน ยิ่งได้พลับจีนที่เป็นถึง Top 2 ของร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องการบริการ และเอาใจลูกค้าเก่ง ทำให้ใคร ๆ ต่างก็พออกพอใจกันทั้งนั้น ถึงจะไม่ใช่คนที่หน้าตาดีที่สุด แต่กลับมีเสน่ห์ที่ใครเห็นก็ต้องเผลอมอง หรือแอบชอบกันบ้าง
พลับจีนมัวแต่ทำงานของตัวเองโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังถูกจับจ้องโดยใครบางคนจากชั้นบนสุดของร้าน ทุกการกระทำอยู่ในสายตาของเคนทั้งหมด ไม่ว่าจะลุก จะนั่ง หรือพูดคุยส่งยิ้มให้กับใครกี่คนก็ตาม
เคนไม่รู้ว่าควรเรียกสิ่งที่พลับจีนทำอยู่ว่าเป็นพรสวรรค์หรือความสามารถ ที่ทำให้ลูกค้าทุกคนที่เรียกไปใช้บริการถูกอกถูกใจกัน บางรายถึงขึ้นโทรมาจองตัวไว้ก่อนร้านเปิดด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าหลงอะไรเด็กคนนี้นักหนา
กลับกันเคนไม่เห็นอะไรในตัวพลับจีนเลย เสน่ห์ก็ไม่มี หน้าตาก็พอไปวัดไปวา รูปร่างก็พอใช้ได้ นิสัยก็ดูจะดื้อรั้นอยู่ไม่น้อย แถมยังพูดมากขี้สงสัยอีกต่างหาก เรียกได้ว่าเป็นคนที่เขาไม่มีทางชอบได้เลย
เพราะงั้นคำตอบที่เขาเฝ้าถามตัวเองอยู่หลายต่อหลายครั้ง ว่าทำไมถึงยังข้องเกี่ยวกับพลับจีนไม่เลิก คำตอบตอนนี้มีอยู่อย่างเดียวคือพลับจีนเป็นเพื่อนน่านน้ำ และเขาแค่รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบในสิ่งกระทำลงไปในครั้งก่อน แม้ว่าไม่จำเป็นก็ตาม เพราะพลับจีนเองก็คงไม่ได้ถือสาเรื่องที่ตัวเองเสียบริสุทธิ์ให้กับเขา ไม่อย่างนั้นก็คงเรียกร้องจะเอานั่นเอานี่ตั้งแต่วันแรกเหมือนคนอื่น ๆ ไปแล้ว
ก็หวังว่าจะเป็นแบบนี้ไปตลอดก็แล้วกัน...
...
หลายวันต่อมา
เสียงฝนตกกระทบหลังคารถทำให้พลับจีนรู้สึกง่วงขึ้นมา อาจเป็นเพราะทำงานเหนื่อยมาหลายวัน ได้พักผ่อนน้อย ช่วงนี้ร่างกายเริ่มล้าแต่ก็หยุดไม่ได้อยู่ดี คาดว่าสักวันมันคงประท้วงที่เขาโหมงานหนักขนาดนี้
เพลงสากลดนตรีเบา ๆ ฟังสบายถูกเปิดเพื่อกลบความเงียบ ก่อนหน้านี้เคนเห็นว่าพลับจีนยืนรอฝนซาอยู่หน้าร้านเลยให้ติดรถมาด้วย แต่แล้วก็เหมือนทุกครั้งเวลาอยู่ด้วยกันทีไร ต่างคนต่างไม่พูดไม่จา จะมีก็แต่พลับจีนที่ถามนั่นถามนี่อยู่บ้างตามประสาเด็กขี้สงสัย
เมื่อช่วงค่ำที่เปิดดูพยากรณ์อากาศก็เห็นว่าจะมีพายุฝน แต่ก็ไม่คิดว่าจะหนักราวกับฟ้ารั่วขนาดนี้ และต่อให้ตอนนี้จะเป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว ทว่าบนท้องถนนยังมีรถแล่นไปมา การจราจรติดขัดพอสมควร เนื่องจากไม่สามารถขับรถเร็วได้
พลับจีนยกมือขึ้นปิดปากหาว ทั้งบรรยากาศทั้งเสียงเพลงทำให้เขาง่วงได้จริง ๆ ไฟแดงด้านหน้ายังเหลือเวลาเกือบครึ่งนาที ระยะทางอีกห้ากิโลเมตรเห็นจะได้กว่าจะถึงห้อง ถ้างีบสักหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง..
ร่างสมส่วนเริ่มขยับตัวหันไปทางประตูรถเล็กน้อย ทว่าไม่ทันได้หลับตาก็ต้องสะดุ้งตกใจ เพราะเจ้าของรถโน้มตัวมาปรับเบาะให้เอนนอนลงไป อีกทั้งยังเผลอสบตากันในตอนที่เคนถอยกลับไป เป็นจังหวะที่พลับจีนแทบจะหยุดหายใจ นอนตัวแข็งไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองอีกฝ่าย เสื้อกันหนาวแขนยาวถูกหยิบขึ้นมาห่มช่วงบน พร้อมกับใช้แขนเสื้อปิดหน้าตัวเองเอาไว้
ทุกอย่างกลับเข้าสู่สภาวะปกติอีกครั้งเมื่อพลับจีนได้หลับไปแล้ว ปล่อยให้เคนทำหน้าที่เป็นสารถีชั่วคราวพาเขาไปส่งให้ถึงที่
ดวงตาคมทอดมองใบหน้ายับยู่ของคนที่นอนหลับลึกอยู่หลายนาที ไม่รู้สึกตัวแม้ว่าจะมาถึงหน้าห้องแถวสักพักแล้วก็ตาม
น่าเกลียด.. คนอะไรขนาดตอนนอนยังไม่มีตรงไหนน่ามองเลยสักนิด
“นี่” สุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกหนึ่งคำ ทว่าเด็กขี้เซาก็ยังไม่ยอมตื่น “นี่! จะนอนในรถฉันไปจนเช้าเลยหรือไง”
“อื้อ...”
ครั้นได้ยินเสียงพูดดัง ๆ รบกวนเวลานอน พลับจีนจึงต้องฝืนปลุกตัวเองให้ตื่นลืมตาขึ้นมา ใบหน้ามึนงงสับสนยังไม่หายง่วง มองเคนครู่หนึ่งก่อนจะกวาดสายตามองไปนอกรถ ถึงได้เห็นว่าถึงที่พักของตัวเองแล้ว ทว่าฝนยังไม่มีทีท่าจะซาลง ดูเหมือนจะมีพายุเข้าจริง ๆ
“กลับไปนอนที่ห้องตัวเอง”
“ฝนยังตกหนักอยู่เลย คุณเคนจะขับรถกลับไปเลยเหรอครับ”
“ไม่ขับกลับไปแล้วจะให้ฉันนอนกับเธอหรือไง”
“...”
“ห้องเท่ารูหนูเธอนอนคนเดียวก็เต็มแล้ว”
“ชิ! ทำเหมือนไม่เคยนอน” คนตัวเล็กบนอุบอิบกับตัวเองแผ่วเบา ไม่รู้ว่าเคนจะได้ยินหรือเปล่า แต่ทว่าอีกฝ่ายไม่พูดท้วงอะไรขึ้นมาก็จะถือเสียว่าไม่ได้ยินก็แล้วกัน “งั้นพลับไปแล้วครับ ขอบคุณที่มาส่งครับ”
พลับจีนหยิบกระเป๋าสะพายมากอดเอาไว้ด้านหน้า ใช้เสื้อกันหนาวคลุมหัวตัวเอง ก่อนจะเปิดประตูและรีบวิ่งไปที่ห้อง เนื้อตัวเปียกนิดหน่อย เดี๋ยวคงต้องรีบอาบน้ำไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้ได้เป็นหวัดแน่ ๆ เห็นแข็งแรงแบบนี้จริง ๆ แล้วป่วยง่ายอยู่เหมือนกัน
พลับจีนยืนมองรถที่ตัวเองเพิ่งนั่งมา ค่อย ๆ ถอยหลังออกไป แต่แล้วก็หยุดนิ่งไม่ไปต่อ สร้างความสงสัยให้พลับไม่น้อย ก่อนที่เจ้าของรถจะลงมามองซ้ายมองขวา ยืนเท้าสะเอวเสยผมอย่างคนหัวเสีย พลับจีนเปิดประตูห้องหยิบร่มวิ่งไปกางให้กับเคน
“ออกมายืนตากฝนทำไมครับ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก” ตะเบ็งเสียงถามแข่งกับเสียงฝน ครั้นเห็นว่าเคนไม่ตอบ จึงมองซ้ายทีขวาทีตามที่เคนมองก่อนหน้า ถึงได้เห็นว่ายางหลังแบนจนไปต่อไม่ได้ หากฝืนขับไปก็คงไม่ไหว จะหาร้านซ่อมแถวนี้ก็คงจะยาก “สงสัยคืนนี้ต้องทนนอนห้องรูหนูสักคืนแล้วละครับ”
เจ้าของรถถอนหายใจออกมาอย่างคนไม่สบอารมณ์ คำพูดและน้ำเสียงยียวนของพลับจีนฟังดูแล้วคงจะสะใจอยู่ไม่น้อย
สุดท้ายคืนนี้เคนก็ต้องตั้งหลักปักฐานอยู่ที่ห้องพลับจีนด้วยความไม่เต็มใจ เจ้าของห้องก็ใช่ว่าจะใจจืดใจดำ ยอมให้เคนเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนตัวเอง เพราะเห็นว่าเนื้อตัวเปียกซกแบบนั้นจะทำให้เป็นหวัดได้ กว่าเคนจะออกมาจากห้องน้ำเกือบทำให้พลับจีนหลับไปอีกรอบ
“ไม่มีเสื้อผ้าที่ตัวใหญ่กว่านี้แล้วหรือไง”
“ถ้ามีก็ให้ไปแล้วครับ มีแค่นี้ทนใส่ไปก่อนเถอะ ผ้าของคุณพลับเอาไปซักตากไว้ให้แล้ว” แต่เขาเองก็ไม่แน่ใจว่ามันจะแห้งตอนไหน เพราะผ้าซักมือบิดยังไงหากไม่ตากแดดก็แห้งช้าอยู่ดี
เคนเองก็ไม่ได้อยากเรื่องมากนักหรอก ถ้าไอ้เสื้อผ้าที่พลับจีนเอามาให้ใส่ไม่รัดรูปขนาดนี้ แต่แล้วเขาจะทำอะไรได้ในเมื่อเจ้าของห้องว่ามาอย่างนั้น ไม่มีอะไรให้ใส่ก็ต้องจำใจใส่ไปก่อน ดีกว่าเปลือยกายเดินไปเดินมา
พลับจีนเข้าไปอาบน้ำอยู่พักหนึ่งก่อนจะเดินออกมาพร้อมกลิ่นหอมจากสบู่เหมือนครั้งก่อน จำได้ว่าเขาเองก็ใช้สบู่ Lux สีชมพูที่มีอยู่ในห้องน้ำเหมือนกัน แต่ทำไมถึงไม่หอมติดตัวเหมือนอย่างอีกคน
“ฮัดชิ่ว!” แค่อาบน้ำช้านิดหน่อยหวัดก็ถามหาเสียแล้ว จะกินยาเลยก็กะไรอยู่ ตั้งแต่เย็นยังไม่มีอะไรตกลงถึงท้อง มีหวังยาได้กัดกระเพาะกลายเป็นเรื่องอีก
“หิวไหมครับ”
“...”
“ไข่เจียวคุณเคนกินได้ไหม พลับขี้เกียจทำอย่างอื่น”
ไม่มีเสียงตอบรับจากอีกฝ่าย นึกว่าหลับไปแล้วเสียอีก แต่ที่ไหนได้ยังนั่งเล่นมือถืออยู่เลย หรือโกรธเขาเรื่องชุดถึงได้ไม่ยอมพูด แล้วจะให้เขาทำยังไงในเมื่อเสื้อผ้าทั้งหมดที่มีชุดที่ให้ไปใหญ่ที่สุดแล้ว อีกอย่างขนาดตัวเขากับเคนก็ห่างกันเยอะอยู่พอควร ให้คนสูงเกือบร้อยเก้าสิบใส่เสื้อผ้าของคนที่สูงแค่ร้อยหกสิบแปดแบบเขามันก็ได้ตามสภาพนั่นแหละ จะทำยังไงได้
พลับจีนวุ่นอยู่ในครัวพักใหญ่ ข้าวสวยร้อน ๆ ที่หุงเอาไว้ก่อนอาบน้ำ พร้อมกับไข่เจียวขอบกรอบ ๆ โปะหน้า ส่งกลิ่นหอมจนน้ำลายสอ
“ข้าวไข่เจียวมาแล้วครับ” เอ่ยบอกคนที่นั่งอยู่บนโซฟาไม่สนใจ พลางวางจานข้าวลงบนโต๊ะพับตัวเล็ก “ลงมานั่งกินสิครับ”
“ไม่หิว”
โครก~
บ้าชิบ! พูดไม่ทันขาดคำท้องก็ร้องดังโครกครากขึ้นมาทันที เสียงขำคิกคักของพลับจีนทำให้เคนรู้สึกเสียหน้านิดหนย่อย กระนั้นก็ยังคงนั่งนิ่งไม่ยอมลงไป
“ไม่หิวก็ไม่หิวครับ แต่พลับมาทำมาแล้ว กินสักหน่อยเถอะจะได้ไม่เสียน้ำใจ” คำพูดมากมายแต่ความหมายเท่าเดิม สุดท้ายแล้วพลับจีนก็สามารถทำให้เคนยอมลงมานั่งกินด้วยกันจนได้
ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงอย่างคนไม่สบอารมณ์ ตักข้าวเข้าปากรีบกินราวกับกลัวใครแย่ง ไม่พูดไม่จา คงจะติดนิสัยมาจากที่บ้าน เพราะน่านน้ำเคยเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนเวลาทานข้าวพร้อมกันต่างคนต่างกิน ไม่พูดคุยกันเพราะถือว่าเสียมารยาท ทว่าตั้งแต่มีน่านน้ำ ทุกอย่างก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามกาลเวลา
น่าเกลียด.. คนอะไรขนาดตอนนอนยังไม่มีตรงไหนน่ามองเลยสักนิด
tbc.
คุยกับนักเขียน
แหม่ๆๆๆ อยากจะแหม่ให้มันดังๆ จังโว้ยยย ว่าเขาน่าเกลียด ไม่น่ามอง แต่มองเขามาเกือบครึ่งชั่วโมงได้แล้วมั้งพ่อ ย้อมแย้งในตัวเองปะถามจริง? แม่ถามหน่อยต้องการอะไรจ๊ะ ต้องการอะไรเอ่ย
ห้องเช่าเท่ารูหนู? แต่คืนแรกที่ได้เขาก็ในห้องเช่าห้องนี้นะ ความคิดเอย คำพูดเอย ส่วนทางกับสิ่งที่ทำหมดเลยเนอะ😌
“รีบจัดการซะสิ มัวพิรี้พิไรอะไรอยู่”“คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงมาสั่งฉัน” พฤกษ์ตวัดตามองหญิงวัยกลางคนด้วยสายตารังเกียจ“นี่ ยังไงเราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว แกควรจะฟังฉันไว้บ้างก็ดีนะ”บุษบายืนกอดอกมองชายหนุ่มตรงหน้า ไม่มีท่าทางเกรงกลัวใด ๆ เธอรอเวลานี้มาตั้งนาน เวลาที่จะได้แก้แค้นเด็กคนนี้ ครั้งก่อนที่เธอโดนจับเขาคุกก็เพราะมัน หากไม่ได้ลูกสาวไปพลีกายให้กับคนใหญ่คนโตเพื่อหาทางมาช่วยเธอ ป่านนี้เธอคงยังนอนเน่าอยู่ในคุกเธอใช้เวลาตลอดหลายเดือนนับตั้งแต่ที่ออกมา วางแผนทุกอย่างเป็นอย่างดี ครั้งก่อนอาจเป็นเพราะบุ่มบ่ามเกินไปเลยทำให้ตัวเองซวย ทว่าครั้งนี้เธอมั่นใจว่ายังไงก็จะเอาคืนมันให้ได้ที่พฤกษ์ได้มาร่วมมือกับเธอก็เพราะคืนนั้นอีกฝ่ายเพิ่งโดนหักอกมาพอดิบพอดี ออกไปดื่มจนเมาเธอจึงส่งเฟญ่าให้ไปจัดการ หว่านล้อมอีกฝ่ายให้มาร่วมมือด้วยกันขอแค่เธอได้แก้แค้นเด็กคนนี้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการไหน ของแค่ให้มันเจ็บ รู้สึกผิด หรือทรมานทุรนทุรายยังไงก็ได้ ส่วนพฤกษ์ก็แค่ต้องการตัวพลับจีน และเด็กในท้องนั่นคือสิ่งที่สามารถทำให้เราทั้งสองฝ่ายได้ตามที่ต้องการแต่มีอีกสิ่งที่บุษบาต้องการ คือเงิน หลังจากที่ตามสืบมาหลา
23:21 น.ในช่วงกลางดึกตอนที่พลับจีนกำลังนอนหลับสนิท กลับต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงดังอยู่ตรงประตู ก่อนจะเอื้อมมือเปิดไฟในห้อง เห็นกลอนประตูกำลังถูกบิดไปมาคล้ายกับมีคนพยายามจะเข้ามาด้วยสัญชาตญาณพลับจีนกดโทรหาคุณป้าเจ้าของอะพาร์ตเมนต์ทว่าไม่มีใครรับ คงกำลังนอนหลับกันอยู่ ด้วยความกลัวคนที่คิดถึงตอนนี้ก็มีอยู่ไม่กี่คน และคนที่เด่นชัดขึ้นมาที่สุดก็ไม่เคยเป็นคนอื่นเลยนอกจากเคน แม้ว่าที่ผ่านมาอีกคนจะไม่เคยมาหาเลยสักครั้งก็ตาม“รับสิคุณเคน ขอร้อง” หากมีแค่เขาคนเดียวมันก็คงไม่เป็นอะไร แต่นี่มีลูกในท้องอีกคน เขาไม่อยากเสียเด็กคนนี้ไปเป็นครั้งที่สองคนที่อยู่ด้านนอกพลับจีนไม่รู้ว่าเป็นใคร จะใช่โจรหรือเปล่า ถ้าหากให้สู้ก็คงทำได้ไม่เต็มที่นักเพราะเป็นห่วงลูกในห้อง จะให้หนีก็ไม่มีหนทาง[ฮัลโหลพลับ]“ช่วยพลับด้วย มีคนพยายามงัดห้องพลับ”[ฉันจะรีบไป ในห้องมีอะไรพอป้องกันตัวเองได้ไหม โทรหาตำรวจก่อนพลับ]“รีบมาได้ไหม พลับกลัว”[ครับ ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะรีบไป เธอจะไม่เป็นอะไร]เคนรีบหยิบกุญแจรถและขับออกมาทันที ระยะทางจากคอนโดฯ ไปอะพาร์ตเมนต์ค่อนข้างไกลพอสมควร ประมาณสามสิบนาทีเห็นจะได้กว่าจะถึงท
“เรากลับมาเป็นเพื่อนกันเถอะครับพี่พฤกษ์”“ทำไมล่ะพลับ พี่ทำอะไรผิดไปหรือเปล่า พลับบอกพี่มาตรง ๆ ได้เลยนะ พี่พร้อมแก้ไขทุกอย่าง”ปากบางเม้มติดกันแน่น ก้มมองมือที่ถูกอีกฝ่ายกอบกุมเอาไว้แน่น ใบหน้าเปื้อนยิ้มยามนี้หม่นหมองคล้ายคนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ“พี่ไม่ได้ทำอะไรผิด.. ไม่เคยเลยสักครั้ง”“แล้วทำไมถึงบอกให้เรากลับไปเป็นเพื่อนกันล่ะครับ”หยดน้ำจากตาหยดแมะลงบนหลังมือพลับจีน เจ้าของร่างเล็กยืนตัวแข็ง นึกสงสารอีกฝ่ายจับใจ“พลับท้อง..”“ไม่เห็นเป็นไรเลย พี่รับได้ พี่ดูแลได้ทั้งพลับแล้วก็ลูกของพลับ”“แต่พลับทำแบบนั้นไม่ได้ จะให้พี่มารับผิดชอบดูแลทั้งพลับทั้งลูกได้ยังไง ไม่ได้ครับ ยังไงก็ไม่ได้”พลับจีนคิดมาดีมากแล้ว ยังไงเขาก็คงไปต่อกับพฤกษ์ไม่ได้ ถึงแม้อีกฝ่ายจะพูดว่ารับได้ที่เขามีลูกกับคนอื่น พร้อมที่จะดูแลทั้งเขาและเด็ก แต่ด้วยจิตสำนึกของพลับจีนในตอนนี้ทำไม่ได้จริง ๆ“ไม่ได้จริง ๆ เหรอครับ เป็นพี่ไม่ได้จริง ๆ เหรอ”“พลับขอโทษ”มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับพฤกษ์ แต่สำหรับพลับจีนแล้วมันเป็นเรื่องที่ใช้เวลาคิดตรึกตรองอยู่หลายวัน การตัดสินใจทำอะไรสักอย่างไม่ใช่ว่าจะปุบปับทันที“ไม่เป็นไร พี่เ
นอกจากจะตกใจที่พลับจีนท้องแล้ว ยังตกใจเรื่องที่พลับจีนเคยแท้งอีกด้วย เคนไม่รู้มาก่อนเลย ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ตอนไหน เรื่องราวเป็นมายังไง ไม่เคยรู้อะไรสักอย่างหรือว่า...“ขอบคุณครับพี่หมอ ผมขอตัวก่อน”เคนรีบออกมาจากห้อง ยังไงเรื่องนี้เขาก็ต้องฟังจากปากพลับจีนให้ได้ คาดว่าพลับจีนออกจากโรงพยาบาลก็น่าจะกลับห้องไปเลย ไม่น่าจะแวะที่ไหนต่อใช้เวลาไม่นานเคนก็กลับมายืนอยู่หน้าห้องพลับจีนแล้ว ยืนเคาะเรียกอยู่นานแต่ก็ไม่มีคนออกมาเปิด ไม่รู้จงใจที่จะไม่เปิดหรือไม่อยู่กันแน่ เจ้าของร่างสูงเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้อง จนได้ยินเสียงฝีเท้าอยู่ไม่ไกลร่างเล็กหยุดชะงักตรงบันได มองคนที่ยืนอยู่หน้าห้องตัวเองด้วยดวงตาวูบไหว เขาไม่รู้ว่าเคนมาที่นี่ทำไม พลับจีนทำทีเป็นไม่สนใจ เดินตรงมาที่ห้องไขกุญแจเปิดประตูเข้าไป“เดี๋ยวก่อน” เคนดันประตูเอาไว้ ดวงตาคมหลุบมองของในมือที่พลับจีนซื้อมา มีแต่ของบำรุงสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ไหนจะหนังสือสำหรับคุณแม่มือใหม่นั่นด้วย “ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม”พลับจีนชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบให้อีกฝ่ายได้เข้ามาให้ห้อง เคนยืนนิ่งอยู่ตรงประตู มองคนตัวเล็กเอาของที่ซื้
“อร่อยไหมครับ”“อร่อยครับ”“อร่อยก็กินเยอะ ๆ”พฤกษ์ว่าพลางตักกุ้งตัวโตที่แกะแล้วใส่จานให้พลับจีน ดูแลเป็นอย่างดี จนตัวเองแทบไม่ได้กิน แค่เห็นพลับจีนกินอิ่ม นอนหลับ ยิ้มได้พฤกษ์ก็พลอยมีความสุขไปด้วย ยิ่งช่วงนี้พลับจีนเปิดใจให้มากขึ้น ต้องยิ่งเร่งทำคะแนนส่วนคนที่คะแนนติดลบอย่างเคนก็เอาแต่ตามดูพลับจีนมาเกือบอาทิตย์แล้ว กลางวันก็แวะไปที่ร้านเบเกอรี่ วนเวียนอยู่แถว ๆ นั้นเพื่อให้ตัวเองได้เห็นหน้าพลับจีน พยายามที่จะหาจังหวะเข้าไปคุยด้วย แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะนอกจากอีกฝ่ายจะเมินกันเหมือนเคนเป็นอากาศ ก็ยังจะอยู่พฤกษ์ทุกครั้งที่เห็นไม่รู้ว่าไม่มีงานมีการทำหรือไง ถึงมาเฝ้าพลับจีนอยู่ได้ทั้งวันเขาละเกลียดขี้หน้ามันจริง ๆไม่ใช่ว่าพลับจีนไม่รู้ ไม่เห็นที่เคนคอยตามกันอยู่ทุกวัน แต่ก็แค่ทำเป็นไม่สนใจ เมินอีกฝ่ายไปเหมือนอย่างที่เคนเคยทำ อีกอย่างพลับจีนไม่อยากให้พฤกษ์รู้สึกไม่ดีวันหยุดแบบนี้พฤกษ์พาไปเที่ยวแบบหนำใจ เปิดโลกสุด ๆ ที่ผ่านมาพลับจีนเอาแต่โหมงานจะไปไหนก็ไม่สะดวกเพราะต้องหาเงิน ตอนอยู่กับเคนก็ไม่ได้ออกไปไหนด้วยกันเท่าไร ส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันที่ห้องมากกว่าในตอนแรกเคนตั้งใจว่าพลับจีนกลั
3 วันต่อมาวันนี้เป็นวันที่ตระกูลวิรุฬห์โยธินครึกครื้นที่สุด เพราะเจ้าลูกชายคนกลางเพิ่งจะกลับมาบ้านในรอบปี แม้จะติดต่อโทรหากันอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่ค่อยได้กลับมาบ้านใหญ่สักเท่าไร พี่ ๆ น้อง ๆ รวมตัวกันต้อนรับเคน จัดเตรียมอาหารกันเต็มโต๊ะเจ้าตัวเล็กอย่างมีคุณก็จอแจอาตัวเองไม่หยุด ชวนไปเล่นตรงนั้นตรงนี้ ถึงแม้เคนจะไม่ค่อยมีอารมณ์มากนักแต่ก็ไม่อยากขัดใจหลาน ออกมานั่งเล่นกับมีคุณที่สวนดอกไม้ของน่านน้ำ“คุณอาครับ”“ครับ”“เราโทรไปชวนน้าพลับมาด้วยดีไหมครับ”“...”“คุณอยากให้น้าพลับมาด้วย แต่คุณแม่บอกว่าน้าพลับไม่ว่าง เราโทรไปถามอีกทีดีไหม”มีคุณทำหน้าหงอย ออดอ้อนอาเคนให้ช่วยโทรชวนพลับอีกที เพราะเมื่อก่อนเวลารวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตาน่านน้ำก็จะชวนพลับจีนมาด้วยตลอด เหมือนกับว่าพลับจีนเป็นหนึ่งในครอบครัวนี้ และทุกคนก็รักและเอ็นดูพลับจีนเหมือนกันโดยเฉพาะมีคุณที่สนิทกับพลับจีนมาตั้งแต่เล็ก นั่นเพราะน้าพลับของเขาเล่นด้วยสนุกที่สุด ไม่ว่าจะชวนเล่นอะไรก็ไม่เคยขัด เวลาโดนดุก็มีน้าพลับคอยปกป้อง อีกอย่างเวลาไปหาที่ร้านเบเกอรี่เขาก็ได้กินเค้กฟรีเพราะน้าพลับตลอด พอวันนี้ไม่มีพลับจีนมาด้วยก็แอบเหงาอยู่เห







