LOGINหลังกินข้าวเสร็จพลับจีนเก็บจานไปล้าง เสร็จแล้วก็กลับมาที่เตียงเตรียมตัวนอน ครั้นหันไปมองเคนที่นั่งอยู่ตรงโซฟาปลายเตียงก็นึกสงสารขึ้นมา หากปล่อยให้นอนตรงโซฟาจะดูใจร้ายไปหรือเปล่า
“คุณเคน.. ขึ้นมานอนบนเตียงด้วยกันไหมครับ” แค่นอนเฉย ๆ คืนเดียวคงไม่เป็นอะไรหรอกใช่ไหมนะ.. “เตียงอาจจะไม่ใหญ่ แต่พลับตัวเล็ก นอนสองคนน่าจะได้อยู่ครับ”
ดวงตาคมมองสบนัยน์ตาเจ้าของห้อง ใบหน้าเรียบนิ่งไม่แสดงความยินดียินร้ายใด ๆ ออกมา
“ฉันไม่ชอบนอนเบียดกับใคร”
“แล้วคุณจะนั่งอยู่อย่างนั้นจนเช้าเหรอครับ” จริง ๆ เขาก็ไม่อยากเซ้าซี้นักหรอก จะนั่งจนเช้าก็ไม่เกี่ยวกับเขา แต่ในฐานะเจ้าของห้อง และคุณเคนก็อุตส่าห์พามาส่งจะใจร้ายปล่อยให้นั่งอยู่แบบนั้นได้ยังไง แม้ว่าจะรู้สึกอึดอัดใจบางเล็กน้อยที่ต้องใกล้ชิดกัน ทว่าพอนานวันเข้าความรู้สึกพวกนั้นก็บางเบาลงจากวันแรกเยอะพอสมควร “งั้นคุณเคนมานอนที่เตียงก็ได้ครับ เดี๋ยวพลับนอนโซฟาเอง”
“ไม่ต้อง”
“เอ๊ะ! นั่นก็ไม่เอา นี่ไม่เอา จะเอายังไงครับ พลับง่วงแล้วนะเมื่อไรจะได้นอน”
“ฉันห้ามเธอไม่ให้นอนหรือไง?” คิ้วเข้มเลิกขึ้น ถามกลับด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิด
“ก็คุณเล่นนั่งอยู่ปลายเตียงแบบนั้น พลับจะกล้าหลับได้ยังไง”
“ครั้งก่อนเธอยังชิงหลับไม่สนใจฉันอยู่เลย”
“นี่คุณเคน! งั้นก็แล้วแต่เลยครับ พลับไปสนใจแล้ว”
คนตัวเล็กแหวใส่ด้วยความหงุดหงิด ผิดกับใบหน้าขาวนวลที่ขึ้นสีระเรื่อ ครั้นคำพูดของเคนทำให้นึกถึงค่ำคืนเมื่อหลายเดือนก่อน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในห้องนี้ ถึงจะผ่านมานานแล้วแต่เขายังจำทุกอย่างได้เป็นอย่างดี ทั้งสีหน้า แววตา และน้ำเสียงแหบพร่าที่เอ่ยกระซิบข้างหู
ไอ้บ้า! จะพูดขึ้นมาอีกทำไมก็ไม่รู้
พลับจีนดึงผ้าห่มมาคลุมตัวมิดชิดตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงลำคอ โผล่มาแค่ส่วนหัว พลางข่มตาหลับ แม้ว่าในหัวตัวนี้จะมีภาพลามกฉายซ้ำไปมา อยากรู้เหลือเกินว่าตอนนี้เคนมีสีหน้ายังไง กำลังมองเขาอยู่ หรือว่าเบนหน้าหนีไปทางอื่นแล้ว
กระนั้นไม่นานก็รู้สึกได้ถึงที่นอนที่ยุบยวบลงไปตามน้ำหนัก ก่อนที่แผ่นหลังจะสัมผัสได้ถึงของแข็งบางอย่าง พลับจีนรู้ดีเลยว่ามันคืออะไร แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ยอมลืมตา นอนตัวแข็งทื่อไม่ขยับเขยื้อนจนได้ยินเสียงทุ้มเข้มพูดขึ้น
“ให้ฉันนอนด้วย แต่ไม่ยอมขยับ ฉันจะนอนได้ไหม”
น้ำเสียงติดดุทำให้พลับจีนขยับตัวเองไปด้านหน้า เว้นพื้นที่ด้านหลังให้กับชายหนุ่มร่างกำยำอีกคน เตียงสามฟุตครึ่งอาจจะเล็กไปหน่อย แต่เขาไม่ใช่คนนอนดิ้น แค่ทนนอนให้ผ่านไปสักคืนก็คงไม่เป็นไร
.
.
เวลาล่วงเลยมาจนใกล้จะตีสาม เคนยังคงนอนตาสว่างไม่ง่วงแม้แต่น้อย อาจเป็นเพราะผิดที่ผิดทาง อีกอย่างเขาไม่เคยนอนกับคนอื่นมาก่อน เพราะตั้งแต่ขึ้นประถมก็มีห้องส่วนตัวและนอนคนเดียวมาตลอดจนกลายเป็นความเคยชิน
“หลับยัง”
“…”
“พลับจีน.. หลับแล้วเหรอ”
“นอนไม่หลับเหรอครับ”
เสียงหวานใสของพลับจีนทำให้อีกคนรู้ว่าคงยังไม่หลับเหมือนกัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้บอกกับเขาว่าง่วง
“อืม”
“ร้อนเหรอครับ หรือว่าอึดอัด”
“เปล่า”
“…”
ร่างชายหนุ่มทั้งสองนอนหงายมองฝ้าเพดานเก่า ๆ เสียงพัดลมดังชัดที่สุดเมื่อไม่มีบทสนทนา แสงไฟอ่อน ๆ บนหัวเตียงที่พลับจีนเปิดเอาไว้ยังพอทำให้เห็นอะไรได้บ้าง ก่อนที่เคนจะพูดขึ้นมาอีกครั้ง
“ถามได้ไหม”
“ครับ?”
“ทำไมถึงไปทำงานพีอาร์” สิ่งที่เคนสงสัยมาตลอด เขาไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรถึงต้องไปทำงานแบบนั้น “แทนที่จะไปหางานให้ตรงสายที่ตัวเองเรียนมา จะมาเปลืองตัวทำงานกลางคืนไปทำไม”
“เพราะเงินครับ”
พลับจีนตอบออกไปตรง ๆ เพราะจุดประสงค์ที่เขาทำงานในตำแหน่งนี้ก็เพราะเงิน ไม่มีเหตุผลอื่นเลย ใครจะอยากมาเปลืองตัวฟรี ให้คนนั้นจับมือถือแขนง่าย ๆ แม้จะไม่ถึงขั้นไปต่อกันบนเตียง แต่ก็เลี่ยงไม่ได้อยู่แล้วที่จะถูกลวนลาม หรือล่วงเกินในสิ่งที่เขาไม่ได้เต็มใจ
“งานที่ดีกว่านี้มีเยอะแยะ”
“แต่เงินที่ได้มันไม่มากพอ และมันก็ได้ช้าเกินไป … พูดไปคุณอาจจะไม่เข้าใจก็ได้”
“ทำไมถึงคิดว่าฉันจะไม่เข้าใจ”
“เพราะเราต่างกันมาก ต้นทุนชีวิตของคุณกับพลับไม่มีอะไรใกล้เคียงกันเลย ต่อให้อธิบายไปคุยก็ไม่เข้าใจอยู่ดี”
“เธอตัดสินฉันด้วยอะไร?” จริงอยู่ที่เขาเป็นพวกไม่สนโลก ไม่สนใจชีวิตของใครว่าจะเป็นยังไง แต่ทำไมถึงตัดใจไปว่าเขาไม่เข้าใจหากอธิบายออกมา
พลับจีนเงียบไป ทว่ากลับคิดฟุ้งซ่านถึงเรื่องที่เคนถาม คำตอบมากมายที่ไม่ได้พูดออกมากำลังฉายชัดเป็นภาพอยู่ในหัวของเขา
“นอนเถอะครับ พลับง่วงแล้ว พรุ่งนี้ต้องไปทำงานอีก” พูดพลางพลิกตัวนอนตะแคงหันหลังให้อีกครั้ง ไม่อยากพูดเรื่องนี้แล้ว ไม่อยากให้ใครต้องมารับรู้ชีวิตน่าสมเพชของตัวเองที่เจอมา และเหตุผลที่ต้องทำงานเปลืองตัวแบบนั้น
เคนเองก็แค่อยากรู้ก็เท่านั้นว่าเพราะอะไรที่พลับจีนเลือกทำงานกลางคืนแบบนั้น ทั้งยังเก็บเป็นความลับกับน่านน้ำ ทั้งที่เรียบจบมาด้วยกัน คณะเดียวกัน หากจะขอให้น่านน้ำช่วยหางานทำบริษัทให้ก็คงไม่ยาก
แล้วทำไมเขาถึงต้องอยากรู้เรื่องของเด็กคนนี้ด้วยวะ!
...
“เป็นอะไรหรือเปล่าพลับ” น่านน้ำเอ่ยถามคนที่นั่งถอนหายใจนับครั้งไม่ถ้วนตั้งแต่เขาไปรับที่ทำงานจนตอนนี้ อีกทั้งยังทำสีหน้าเคร่งเครียดคล้ายคนกำลังคิดหนักอย่างไรอย่างนั้น
“เปล่าหรอก ไม่ได้เป็นอะไร”
“มีอะไรก็คุยกับเราได้นะ”
“เราแค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ไม่มีอะไรจริง ๆ”
แม้ว่าน่านน้ำไม่เชื่อที่พลับจีนพูดแต่ก็ไม่เซ้าซี้ถามอะไรมากนัก เพราะหากอยากเล่าเจ้าตัวก็คงบอกเอง ถึงจะมีนิสัยหลายอย่างที่ต่างกัน แต่เรื่องปากแข็ง มีปัญหาอะไรแล้วไม่ค่อยพูดเหมือนกันราวกับแกะ และน่านน้ำก็เข้าใจว่าเพราะอะไรถึงไม่พูด นอกเสียจากสังเกตและรู้ด้วยตัวเอง
วันนี้น่านน้ำตั้งใจไปรับพลับจีนมาทานข้าวเย็นด้วยกัน เนื่องจากไม่ได้ออกไปไหนมาไหนด้วยกันสองคนนานแล้ว ส่วนมีคุณก็ปล่อยให้อยู่กับสามี อีกอย่างใกล้จะวันเกิดน้องคีนแล้วเลยจะให้พลับช่วยเลือกของขวัญ
“พลับอยากกินอะไร”
“เราแล้วแต่น่านเลย”
“ไม่เอาอะ เราอยากตามใจพลับ”
“งั้น... ชาบูไหม อยากกินอะไรร้อน ๆ อยู่พอดี” รู้สึกเจ็บคอเหมือนจะเป็นหวัดตั้งแต่เมื่อเช้า อาจเป็นเพราะโดนฝนเมื่อคืนนี้
“เอาสิ”
น่านน้ำกอดแขนพลับจีนพากันเดินไปที่ร้านชาบูเจ้าประจำที่ช่วงสมัยเรียนแวะมากินด้วยกันบ่อย ๆ เวลาพลับจีนว่างงาน
ระหว่างทานทั้งน่านน้ำ และพลับจีนจะหาเรื่องมาคุยกันไปเรื่อยเปื่อย เพราะไม่ใช่ว่าจะได้เจอกันทุกวัน ต่างคนต่างมีหน้าที่ของตัวเอง พลีบจีนเองก็คิดถึงมีคุณมากเหมือนกัน หากมีเวลาว่างวันไหนคงจะแวะไปเล่นด้วย
“ช่วงนี้งานหนักไหม” พลับจีนเอ่ยถามขึ้น
“ก็มีงานลูกค้าเข้ามาเรื่อย ๆ จะว่าหนักไหมมันก็ไม่เท่าไรหรอก”
“แล้วน่านไม่คิดที่จะไปทำงานที่บริษัทกับเฮียคินทร์เหรอ”
“เรายังอยากทำงานฟรีแลนซ์แบบนี้อยู่น่ะ อีกอย่างต้องเลี้ยงน้องคุณด้วย เราไม่อยากกวนป๊ากับม๊ามากเกินไป”
ถึงแม้ว่าป๊ากับม๊าจะเต็มใจที่จะช่วยเลี้ยง แต่น่านน้ำก็ไม่อยากรบกวนมากนัก อีกอย่างช่วงนี้น้องคุณก็ติดแม่แทบไม่ออกห่าง ให้น่านน้ำทิ้งลูกไปทำงานที่อื่นก็คงไม่ได้ แต่เคยมีคิด ๆ ไว้บ้าง แต่คงเป็นช่วงที่น้องคุณขึ้นโรงเรียน ตอนนั้นคงคล่องตัวมากกว่านี้
“ไว้ว่างแล้วเราจะไปช่วยเลี้ยง”
“พลับเถอะ ไม่อยากทำงานที่บริษัทเหรอ เราให้เฮียคินทร์ช่วยได้นะ หรือจะทำฟรีแลนซ์แบบเราก็ได้”
“เราก็อยากทำนะ แต่งานที่ทำตอนนี้ก็ไม่อยากทิ้ง เราเองก็ไม่อยากรบกวนน่านกับเฮียคินทร์มากเกินไปเหมือนกัน เมื่อก่อนทั้งสองคนก็ช่วยเรามาตั้งเยอะแล้ว ส่วนงานฟรีแลนซ์มือใหม่อย่างเราไม่แน่ใจหรอกว่าจะทำได้ดีเท่าน่านหรือเปล่า เอาไว้ถ้าเราเปลี่ยนใจอยากทำตอนไหนจะขอให้น่านช่วยสอน”
“เรากับเฮียไม่เคยคิดว่าพลับรบกวนเลยนะ”
“เรารู้ แต่เราก็เกรงใจอยู่ดี”
ไม่ใช่ว่าถือดี หรืออวดเก่งที่เพื่อนยื่นมือเข้ามาช่วยแต่ไม่ยอมรับเอาไว้ แต่เพราะเขาเองก็อายุขนาดนี้แล้วจะเอาแต่พึ่งพาคนอื่นไปตลอดก็คงไม่ได้ งานมั่นคงใคร ๆ เขาก็อยากมีทั้งนั้น แต่เพราะความจำเป็นหลาย ๆ อย่างทำให้เขาหยุดอยู่แค่งานเดียวไม่ได้ เงินเดือนขั้นต่ำของคนที่ไม่มีประสบการณ์การทำงานมาก่อนแบบเขาก็ไม่ได้เยอะมากมาย เพราะลำพังแค่ทำงานจนตัวเป็นเกลียวยังแทบไม่พอใช้ นับประสาอะไรกับเงินเดือนแค่นั้น
น่านน้ำเงียบไป ไม่ใช่นึกน้อยใจที่เพื่อนปฏิเสธ เพราะคำว่าเกรงใจน่านน้ำเข้าใจดี ในเมื่อตัวเองเคยเป็นมาก่อน และตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ ยิ่งเป็นพลับจีนที่สู้ชีวิตมาตัวคนเดียวด้วยแล้วคงจะรู้สึกหนักใจที่ต้องพึ่งพาใครสักคน มากกว่าทำอะไรด้วยตัวเอง
“พลับจีน.. ใช่จริง ๆ ด้วย”
“...”
“จำฉันได้ไหม เฟญ่าไง”
“เพราะเราต่างกันมาก ต้นทุนชีวิตของคุณกับพลับไม่มีอะไรใกล้เคียงกันเลย ต่อให้อธิบายไปคุยก็ไม่เข้าใจอยู่ดี”
tbc.
คุยกันนักเขียน
ทุกคนพร้อมเข้าสู้ลูปของความฉิบหายยังคะ มันเดินทางมาถึงแล้วค่ะ เนื้อเรื่องจะเข้มข้นขึ้นหลังจากนี้ ทั้งความสัมพันธ์ และปมของตัวละคร เตรียมตัวรับแรงกระแทกแบบจัดหนักจัดเต็มได้เลยจ้าาาาา
ส่วนใครที่โหยหาอยากได้โมเมนต์จากพระเอกนายเอก คือ... มันมีค่ะ แต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ฮ่าๆ แต่มีค่ะ มีแน่ มากน้อยอยู่ที่ใครจะนับ55555
“รีบจัดการซะสิ มัวพิรี้พิไรอะไรอยู่”“คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงมาสั่งฉัน” พฤกษ์ตวัดตามองหญิงวัยกลางคนด้วยสายตารังเกียจ“นี่ ยังไงเราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว แกควรจะฟังฉันไว้บ้างก็ดีนะ”บุษบายืนกอดอกมองชายหนุ่มตรงหน้า ไม่มีท่าทางเกรงกลัวใด ๆ เธอรอเวลานี้มาตั้งนาน เวลาที่จะได้แก้แค้นเด็กคนนี้ ครั้งก่อนที่เธอโดนจับเขาคุกก็เพราะมัน หากไม่ได้ลูกสาวไปพลีกายให้กับคนใหญ่คนโตเพื่อหาทางมาช่วยเธอ ป่านนี้เธอคงยังนอนเน่าอยู่ในคุกเธอใช้เวลาตลอดหลายเดือนนับตั้งแต่ที่ออกมา วางแผนทุกอย่างเป็นอย่างดี ครั้งก่อนอาจเป็นเพราะบุ่มบ่ามเกินไปเลยทำให้ตัวเองซวย ทว่าครั้งนี้เธอมั่นใจว่ายังไงก็จะเอาคืนมันให้ได้ที่พฤกษ์ได้มาร่วมมือกับเธอก็เพราะคืนนั้นอีกฝ่ายเพิ่งโดนหักอกมาพอดิบพอดี ออกไปดื่มจนเมาเธอจึงส่งเฟญ่าให้ไปจัดการ หว่านล้อมอีกฝ่ายให้มาร่วมมือด้วยกันขอแค่เธอได้แก้แค้นเด็กคนนี้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการไหน ของแค่ให้มันเจ็บ รู้สึกผิด หรือทรมานทุรนทุรายยังไงก็ได้ ส่วนพฤกษ์ก็แค่ต้องการตัวพลับจีน และเด็กในท้องนั่นคือสิ่งที่สามารถทำให้เราทั้งสองฝ่ายได้ตามที่ต้องการแต่มีอีกสิ่งที่บุษบาต้องการ คือเงิน หลังจากที่ตามสืบมาหลา
23:21 น.ในช่วงกลางดึกตอนที่พลับจีนกำลังนอนหลับสนิท กลับต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงดังอยู่ตรงประตู ก่อนจะเอื้อมมือเปิดไฟในห้อง เห็นกลอนประตูกำลังถูกบิดไปมาคล้ายกับมีคนพยายามจะเข้ามาด้วยสัญชาตญาณพลับจีนกดโทรหาคุณป้าเจ้าของอะพาร์ตเมนต์ทว่าไม่มีใครรับ คงกำลังนอนหลับกันอยู่ ด้วยความกลัวคนที่คิดถึงตอนนี้ก็มีอยู่ไม่กี่คน และคนที่เด่นชัดขึ้นมาที่สุดก็ไม่เคยเป็นคนอื่นเลยนอกจากเคน แม้ว่าที่ผ่านมาอีกคนจะไม่เคยมาหาเลยสักครั้งก็ตาม“รับสิคุณเคน ขอร้อง” หากมีแค่เขาคนเดียวมันก็คงไม่เป็นอะไร แต่นี่มีลูกในท้องอีกคน เขาไม่อยากเสียเด็กคนนี้ไปเป็นครั้งที่สองคนที่อยู่ด้านนอกพลับจีนไม่รู้ว่าเป็นใคร จะใช่โจรหรือเปล่า ถ้าหากให้สู้ก็คงทำได้ไม่เต็มที่นักเพราะเป็นห่วงลูกในห้อง จะให้หนีก็ไม่มีหนทาง[ฮัลโหลพลับ]“ช่วยพลับด้วย มีคนพยายามงัดห้องพลับ”[ฉันจะรีบไป ในห้องมีอะไรพอป้องกันตัวเองได้ไหม โทรหาตำรวจก่อนพลับ]“รีบมาได้ไหม พลับกลัว”[ครับ ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะรีบไป เธอจะไม่เป็นอะไร]เคนรีบหยิบกุญแจรถและขับออกมาทันที ระยะทางจากคอนโดฯ ไปอะพาร์ตเมนต์ค่อนข้างไกลพอสมควร ประมาณสามสิบนาทีเห็นจะได้กว่าจะถึงท
“เรากลับมาเป็นเพื่อนกันเถอะครับพี่พฤกษ์”“ทำไมล่ะพลับ พี่ทำอะไรผิดไปหรือเปล่า พลับบอกพี่มาตรง ๆ ได้เลยนะ พี่พร้อมแก้ไขทุกอย่าง”ปากบางเม้มติดกันแน่น ก้มมองมือที่ถูกอีกฝ่ายกอบกุมเอาไว้แน่น ใบหน้าเปื้อนยิ้มยามนี้หม่นหมองคล้ายคนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ“พี่ไม่ได้ทำอะไรผิด.. ไม่เคยเลยสักครั้ง”“แล้วทำไมถึงบอกให้เรากลับไปเป็นเพื่อนกันล่ะครับ”หยดน้ำจากตาหยดแมะลงบนหลังมือพลับจีน เจ้าของร่างเล็กยืนตัวแข็ง นึกสงสารอีกฝ่ายจับใจ“พลับท้อง..”“ไม่เห็นเป็นไรเลย พี่รับได้ พี่ดูแลได้ทั้งพลับแล้วก็ลูกของพลับ”“แต่พลับทำแบบนั้นไม่ได้ จะให้พี่มารับผิดชอบดูแลทั้งพลับทั้งลูกได้ยังไง ไม่ได้ครับ ยังไงก็ไม่ได้”พลับจีนคิดมาดีมากแล้ว ยังไงเขาก็คงไปต่อกับพฤกษ์ไม่ได้ ถึงแม้อีกฝ่ายจะพูดว่ารับได้ที่เขามีลูกกับคนอื่น พร้อมที่จะดูแลทั้งเขาและเด็ก แต่ด้วยจิตสำนึกของพลับจีนในตอนนี้ทำไม่ได้จริง ๆ“ไม่ได้จริง ๆ เหรอครับ เป็นพี่ไม่ได้จริง ๆ เหรอ”“พลับขอโทษ”มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับพฤกษ์ แต่สำหรับพลับจีนแล้วมันเป็นเรื่องที่ใช้เวลาคิดตรึกตรองอยู่หลายวัน การตัดสินใจทำอะไรสักอย่างไม่ใช่ว่าจะปุบปับทันที“ไม่เป็นไร พี่เ
นอกจากจะตกใจที่พลับจีนท้องแล้ว ยังตกใจเรื่องที่พลับจีนเคยแท้งอีกด้วย เคนไม่รู้มาก่อนเลย ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ตอนไหน เรื่องราวเป็นมายังไง ไม่เคยรู้อะไรสักอย่างหรือว่า...“ขอบคุณครับพี่หมอ ผมขอตัวก่อน”เคนรีบออกมาจากห้อง ยังไงเรื่องนี้เขาก็ต้องฟังจากปากพลับจีนให้ได้ คาดว่าพลับจีนออกจากโรงพยาบาลก็น่าจะกลับห้องไปเลย ไม่น่าจะแวะที่ไหนต่อใช้เวลาไม่นานเคนก็กลับมายืนอยู่หน้าห้องพลับจีนแล้ว ยืนเคาะเรียกอยู่นานแต่ก็ไม่มีคนออกมาเปิด ไม่รู้จงใจที่จะไม่เปิดหรือไม่อยู่กันแน่ เจ้าของร่างสูงเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้อง จนได้ยินเสียงฝีเท้าอยู่ไม่ไกลร่างเล็กหยุดชะงักตรงบันได มองคนที่ยืนอยู่หน้าห้องตัวเองด้วยดวงตาวูบไหว เขาไม่รู้ว่าเคนมาที่นี่ทำไม พลับจีนทำทีเป็นไม่สนใจ เดินตรงมาที่ห้องไขกุญแจเปิดประตูเข้าไป“เดี๋ยวก่อน” เคนดันประตูเอาไว้ ดวงตาคมหลุบมองของในมือที่พลับจีนซื้อมา มีแต่ของบำรุงสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ไหนจะหนังสือสำหรับคุณแม่มือใหม่นั่นด้วย “ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม”พลับจีนชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบให้อีกฝ่ายได้เข้ามาให้ห้อง เคนยืนนิ่งอยู่ตรงประตู มองคนตัวเล็กเอาของที่ซื้
“อร่อยไหมครับ”“อร่อยครับ”“อร่อยก็กินเยอะ ๆ”พฤกษ์ว่าพลางตักกุ้งตัวโตที่แกะแล้วใส่จานให้พลับจีน ดูแลเป็นอย่างดี จนตัวเองแทบไม่ได้กิน แค่เห็นพลับจีนกินอิ่ม นอนหลับ ยิ้มได้พฤกษ์ก็พลอยมีความสุขไปด้วย ยิ่งช่วงนี้พลับจีนเปิดใจให้มากขึ้น ต้องยิ่งเร่งทำคะแนนส่วนคนที่คะแนนติดลบอย่างเคนก็เอาแต่ตามดูพลับจีนมาเกือบอาทิตย์แล้ว กลางวันก็แวะไปที่ร้านเบเกอรี่ วนเวียนอยู่แถว ๆ นั้นเพื่อให้ตัวเองได้เห็นหน้าพลับจีน พยายามที่จะหาจังหวะเข้าไปคุยด้วย แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะนอกจากอีกฝ่ายจะเมินกันเหมือนเคนเป็นอากาศ ก็ยังจะอยู่พฤกษ์ทุกครั้งที่เห็นไม่รู้ว่าไม่มีงานมีการทำหรือไง ถึงมาเฝ้าพลับจีนอยู่ได้ทั้งวันเขาละเกลียดขี้หน้ามันจริง ๆไม่ใช่ว่าพลับจีนไม่รู้ ไม่เห็นที่เคนคอยตามกันอยู่ทุกวัน แต่ก็แค่ทำเป็นไม่สนใจ เมินอีกฝ่ายไปเหมือนอย่างที่เคนเคยทำ อีกอย่างพลับจีนไม่อยากให้พฤกษ์รู้สึกไม่ดีวันหยุดแบบนี้พฤกษ์พาไปเที่ยวแบบหนำใจ เปิดโลกสุด ๆ ที่ผ่านมาพลับจีนเอาแต่โหมงานจะไปไหนก็ไม่สะดวกเพราะต้องหาเงิน ตอนอยู่กับเคนก็ไม่ได้ออกไปไหนด้วยกันเท่าไร ส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันที่ห้องมากกว่าในตอนแรกเคนตั้งใจว่าพลับจีนกลั
3 วันต่อมาวันนี้เป็นวันที่ตระกูลวิรุฬห์โยธินครึกครื้นที่สุด เพราะเจ้าลูกชายคนกลางเพิ่งจะกลับมาบ้านในรอบปี แม้จะติดต่อโทรหากันอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่ค่อยได้กลับมาบ้านใหญ่สักเท่าไร พี่ ๆ น้อง ๆ รวมตัวกันต้อนรับเคน จัดเตรียมอาหารกันเต็มโต๊ะเจ้าตัวเล็กอย่างมีคุณก็จอแจอาตัวเองไม่หยุด ชวนไปเล่นตรงนั้นตรงนี้ ถึงแม้เคนจะไม่ค่อยมีอารมณ์มากนักแต่ก็ไม่อยากขัดใจหลาน ออกมานั่งเล่นกับมีคุณที่สวนดอกไม้ของน่านน้ำ“คุณอาครับ”“ครับ”“เราโทรไปชวนน้าพลับมาด้วยดีไหมครับ”“...”“คุณอยากให้น้าพลับมาด้วย แต่คุณแม่บอกว่าน้าพลับไม่ว่าง เราโทรไปถามอีกทีดีไหม”มีคุณทำหน้าหงอย ออดอ้อนอาเคนให้ช่วยโทรชวนพลับอีกที เพราะเมื่อก่อนเวลารวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตาน่านน้ำก็จะชวนพลับจีนมาด้วยตลอด เหมือนกับว่าพลับจีนเป็นหนึ่งในครอบครัวนี้ และทุกคนก็รักและเอ็นดูพลับจีนเหมือนกันโดยเฉพาะมีคุณที่สนิทกับพลับจีนมาตั้งแต่เล็ก นั่นเพราะน้าพลับของเขาเล่นด้วยสนุกที่สุด ไม่ว่าจะชวนเล่นอะไรก็ไม่เคยขัด เวลาโดนดุก็มีน้าพลับคอยปกป้อง อีกอย่างเวลาไปหาที่ร้านเบเกอรี่เขาก็ได้กินเค้กฟรีเพราะน้าพลับตลอด พอวันนี้ไม่มีพลับจีนมาด้วยก็แอบเหงาอยู่เห

![What is a divorce? [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





