LOGINเจ้าของร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีน้ำตาล-ทองราคาแพงจากแบรนด์ชั้นนำในต่างประเทศ ความนุ่มของมันทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าเหลือเชื่อ ศีรษะทุยเอนพิงไปกับพนักโซฟา หลับตาลง คิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ หลายสิ่งที่เขายังไม่เข้าใจ และยังหาคำตอบไม่ได้
ปกติแล้วเคนมักจะหลับนอนที่ชั้นบนสุดของผับตัวเอง เพราะขี้เกียจขับรถกลับคอนโดฯ ส่วนบ้านใหญ่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ตั้งแต่ขึ้นเรียนมหา’ลัย เคนก็กลับไปที่นั่นน้อยลง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเวลาให้พ่อกับแม่เอาเสียเลย วันไหนที่พวกท่านเรียกหาเคนก็ไม่เคยปฏิเสธ เพียงแต่ไม่ได้นอนค้างก็เท่านั้น
คอนโดฯ ที่มีก็ซื้อไว้ตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนมหา’ลัย พอเรียนจบเปิดผับเปิดร้านอาหาร เคนก็ไม่ค่อยได้กลับไปนอนที่นั่นสักเท่าไร อาทิตย์หนึ่งอาจจะกลับไปนอนสักครั้ง หรือไม่ก็ไม่กลับไปเลย เรื่องทำความสะอาดเคนจะจ้างแม่บ้านให้มาทำทุกอาทิตย์
จนกระทั่งวันนี้ที่เขาเสนอให้พลับจีนมาทำหน้าที่นั้นแทน ในฐานะ ‘พ่อบ้าน’ ที่ต้องรับผิดชอบตั้งแต่ดูแลความสะอาด รวมถึงอาหารการกิน พอได้คิดทบทวนดูแล้วสิ่งที่เขากำลังทำเหมือนกับว่ากำลังเห็นใจเด็กคนนั้น เพราะอะไร...
เพราะเป็นเพื่อนน่านน้ำ
เพราะมีชีวิตที่น่าสงสารเหมือนน่านน้ำ
หรือเพราะอะไรกันแน่.. ทำไมเขาถึงต้องทำขนาดนั้น ทั้งที่ไม่จำเป็นเลยสักนิด
...
วันต่อมา
พลับจีนมาตามที่อยู่ที่เคนส่งมาทางข้อความเมื่อเช้านี้ การเดินทางอาจจะใช้เวลาสักหน่อย เพราะอยู่ห่างจากที่เขาอยู่พอสมควร ทันทีที่มาถึงพลับจีนตรงไปยังล็อบบี้เป็นอย่างแรกเพราะเคนได้ฝากคีย์การ์ดสำรองเอาไว้ที่นี่
ร่างเล็กค่อย ๆ เดินไปตามทาง มองไปรอบ ๆ ชื่นชมความสวยงามของที่นี่ ทางเดินก็ดูสะอาดตา น่าอยู่ผิดกับห้องแถวเก่า ๆ ที่เขาอยู่ราวฟ้ากับเหว แม้ว่าคอนโดฯ นี้จะไม่ได้ตั้งอยู่ใจกลางเมือง แต่ราคาก็แต่ละห้องก็แพงพอ ๆ กัน ยิ่งอยู่สูงราคาห้องยิ่งแพง นั่นเพราะขนาดห้องที่ใหญ่กว่า และแน่นอนว่าคนมีเงินอย่างเคนก็ต้องเลือกห้องที่ใหญ่ที่สุด
ประตูลิฟต์เปิดออกเมื่อถึงชั้นที่สามสิบสี่ พลับจีนเดินตรงไปยังห้องที่เคนบอกเอาไว้ เปิดประตูเข้าไปจะเจอกับโถงหน้าห้อง ตรงมาขวามือจะเป็นโซน Living Room มีห้องครัว และห้องนั่งเล่น ที่อยู่ไม่ไกลกัน ภายในห้องโดยรวมจะถูกจัดแต่งด้วยสีขาวมองแล้วสบายตา ทางด้านซ้ายจะเป็นทางเดินยาวไปยังพื้นที่พักผ่อน จะมีห้องน้ำอยู่ซ้ายมือตรงข้ามกับห้องนอนเล็ก และสุดทางเดินจะเป็นห้องนอนใหญ่ ที่มีพร้อมทั้งห้องน้ำในตัว และด้านในห้องยังมีโซน Walk-in Closet อีกด้วย แค่ห้องนอนเล็กห้องเดียวยังใหญ่กว่าห้องรูหนูที่เขาอาศัยอยู่เสียอีก
พลับจีนปิดประตูห้องนอนใหญ่หลังจากถือวิสาสะเปิดเข้ามาดู เพราะความอยากรู้อยากเห็น ทั้งที่เคนสั่งเอาไว้แล้วว่าไม่ให้เข้ามาในห้องนอนส่วนตัว
คนตัวเล็กเดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่นวางกระเป๋าสะพายบนโต๊ะ ก่อนจะหยิบเอาผ้ากันเปื้อนที่เตรียมมาสวมใส่ หันซ้ายหันขวาหาตู้เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด ก่อนจะเห็นว่ามีโซนที่ใช้ซักผ้าอยู่ตรงใกล้กับห้องน้ำ รวมถึงตู้เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ฝังไปกับผนัง
พลับจีนเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วก็เริ่มลงมือปัดกวาดเช็ดถูไปทีละโซน ไม่รีบร้อน ค่อย ๆ ทำให้สะอาดที่สุด แม้ว่ามันจะดูสะอาดอยู่แล้วก็ตาม
ใช้เวลาไปเกือบสามชั่วโมงทุกอย่างในห้องก็ดูเนี้ยบและสะอาดไม่มีแม้แต่ไรฝุ่น พลับจีนยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อตรงหน้าผาก แม้ว่าในห้องจะมีเครื่องปรับอากาศแต่ก็ไม่กล้าเปิดใช้ตามอำเภอใจ
แสงแดดจากด้านนอกสาดส่องเข้ามาภายในห้องผ่านผนังกระจกที่พลับจีนเปิดผ้าม่านเอาไว้ หากมองออกไปจะเห็นกับรางรถไฟที่ทอดเป็นสายยาวสุดลูกหูลูกตา บ้านเรือนของผู้คนที่เล็กแสนเล็กเมื่อมองจากบนนี้ แม้ว่าจะเคยเห็นวิวสวย ๆ แบบนี้มาแล้วบ้างตอนที่น่านน้ำพาไปเที่ยวที่คอนโดฯ เก่าก่อนจะย้ายไปอยู่ที่บ้านหลังแต่งงาน ทว่ากลับเป็นความสวยคนละแบบ พอได้ยืนมองอะไรแบบนี้แล้วเหมือนเหมือนได้ปล่อยตัวปล่อยใจให้ได้หลุดลอยไปคิดถึงหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่างที่แบกเอาไว้
เพิ่งรู้ว่าตัวเองเหนื่อยขนาดนี้.. ทั้งกาย และใจ
เขาอยากมีโอกาสชีวิตที่ดีขึ้น แต่ไม่ว่าพยายามมากขนาดไหนก็ยังไม่สามารถออกจากจุดเดิม ๆ ได้ แต่อย่างน้อยก็ใช่ว่าจะสูญเปล่าเสียทั้งหมด
แค่มีชีวิตอยู่รอดในแต่ละวัน ก็เก่งมากแล้ว...
หกโมงเย็นพลับจีนแวะมาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พร้อมกับของกินมากมายเต็มมือ ใบหน้ายิ้มแย้มของพลับจีนทำให้คนป่วยมีแรงที่จะยิ้มตาม
“พี่ซื้อของกินมาเยอะแยะเลย พลัมอยากกินอะไรก่อนดี”
“ไม่เห็นต้องซื้อมาเยอะเลยพี่พลับ พลัมกินได้นิดเดียวพี่ก็รู้”
“เอาน่า กินไปเถอะจะได้มีแรงไง”
ลูกพลัม น้องสาวแท้ ๆ วัยยี่สิบปีที่ตรวจพบว่าเป็นเนื้องอกในสมองเมื่อแปดปีที่แล้ว ได้ทำการรักษาผ่าตัดไปจนอาการดีขึ้น ผ่านมาแค่สามปีก็ได้ตรวจพบอีกว่าเธอกลับมาเป็นซ้ำ ความวิตกกังวลของเธอทำให้อาการทรุดลงจนต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งเย็นวันหนึ่งที่พลับจีนกลับจากทำงานก็เห็นว่าลูกพลัมนอนหมดสติอยู่บนพื้น ต้องรีบส่งตัวมาโรงพยาบาลด่วน
ในชีวิตของพลับจีนคนที่สำคัญในชีวิตที่สุดก็คือลูกพลัม ในตอนที่เขาสองพี่น้องถูกแม่เอาไปทิ้งไว้ที่สถานที่เลี้ยงเด็กกำพร้าเขาอายุเพียงเก้าขวบ และลูกพลัมอายุแค่สามขวบ เธอยังไม่รู้เดียงสาอะไรเลยแม้แต่น้อย พลับจีนจึงรักเธอมากที่สุดในชีวิต ยอมทำงานทุกอย่างเพื่อหาเงินมาจ่ายค่าพยาบาล ให้เธอได้เข้ารักษาในโรงพยาบาลดี ๆ เพียงเพราะอยากให้เธอหายจากโรคที่เป็นอยู่ แม้จะรู้ว่าโอกาสนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ไม่เคยยอมแพ้หรือทอดทิ้งเธอเหมือนอย่างที่แม่กับพ่อทำ
“พี่พลับ.. เหนื่อยไหม” น้ำเสียงหวานเอ่ยถามเสียงสั่น “จริง ๆ พลัมดีขึ้นแล้วนะ ให้พลัมกลับบ้านก็ได้”
“หมอยังต้องดูอาการอย่างใกล้ชิด ถ้าเกิดกลับไปแล้วหมดสติเหมือนครั้งก่อนอีกจะทำยังไง”
“แต่ค่ารักษามันแพง ค่าห้อง ค่ายา พี่พลับต้องหาอยู่คนเดียว พลัมไม่อยากเป็นภาระ”
“พลัม! พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าพลัมไม่เคยเป็นภาระ เมื่อไรจะเลิกคิดแบบนี้ พี่ไม่เหนื่อยเลยนะ พี่ยังทำงานหาเงินมาจ่ายค่ารักษาให้พลัมไหว ไม่ต้องเป็นห่วงพี่ แค่พลัมกินอิ่ม นอนหลับ อยู่รักษาตัวให้หายดีก็พอแล้ว”
“ขอโทษนะ.. ที่ทำให้พี่ต้องลำบาก”
ชีวิตที่พบเจอเรื่องแย่ ๆ มาเกือบทั้งชีวิต มันจะสิ้นสุดลงตอนไหนพลับจีนเองก็ตอบไม่ได้
“พลัม.. พี่มีน้องสาวแค่คนเดียว พี่ทำทุกอย่างได้เพื่อพลัม เพราะงั้นไม่ต้องคิดมากเข้าใจไหม พี่ไม่ได้ลำบากอะไรเลย” ฝ่ามืออุ่นวางลงบนกลุ่มผมนุ่มแผ่วเบา
ลูกพลัมรับรู้และเห็นมาตลอด.. พี่ชายของเธอทำเพื่อเธอได้ทุกอย่างจริง ๆ
แขนเรียวโอบกอดเอวของพลับจีนเอาไว้ แนบหน้าลงบนหน้าท้องบาง ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาอย่างไม่อาจห้าม
ที่บอกว่าไม่เหนื่อย โกหกทั้งนั้น... เธอรู้ดีว่าพี่ชายคงเหนื่อยจนแทบทนไม่ไหว แต่ก็หยุดไม่ได้เพราะเธอ เพียงเพราะหาเงินมารักษาโรคที่เธอเป็น แม้จะรู้ว่ารักษาไปก็ไม่หาย ทำได้ก็แค่ยื้อเวลาเอาไว้เท่านั้น
ท้องถนนยามค่ำคืน กับลมเย็น ๆ ที่พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างรถเมล์ ทำให้พลับจีนหลุดอยู่ในภวังค์
เขาไม่เคยบอกใครเรื่องน้องสาว ไม่เคยมีใครรู้แม้แต่น่านน้ำ เขาไม่อยากให้ใครมาสงสารชีวิตที่แสนอาภัพและโชคร้ายของตัวเอง เขามักจะแสดงออกไปในด้านที่อยากให้คนอื่นเห็น ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะขอความเห็นใจจากใคร
เมื่อก่อนเขามีแค่ลูกพลัมคนเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิต จนกระทั่งได้เจอกับน่านน้ำ คนที่มีชีวิตคล้าย ๆ กัน เราเข้ากันได้ดีมากจนสนิทกันในที่สุด และเพราะน่านน้ำดีกับเขา ดีมากเกินไปด้วยซ้ำ เขาจึงไม่อยากให้ความน่าสงสารของตัวเองไปทำให้น่านน้ำต้องมาทุกข์ใจไปด้วย เพราะยิ่งสนิทกันก็ยิ่งได้รู้นิสัยของน่านน้ำ คนที่เห็นอกเห็นใจคนอื่นมากกว่าตัวเองอย่างนั้นคงทนเห็นเพื่อนตัวเองลำบากไม่ได้แน่
เพราะแบบนี้พลับจีนถึงได้พยายามเก็บความลับของตัวเองเอาไว้ ไม่ใช่ไม่เชื่อใจ แค่ไม่อยากให้น่านน้ำต้องมาหนักใจไปด้วยก็เท่านั้น
แต่เอาเข้าจริงพอรู้สึกเหนื่อย ๆ แบบนี้ เขาก็อยากกอดใครสักคน อยากร้องไห้แล้วมีคนคอยปลอบ โดยที่ไม่ต้องถามหาเหตุผลอะไรทั้งนั้น
แค่มีชีวิตอยู่รอดในแต่ละวัน ก็เก่งมากแล้ว...
tbc.
คุยกับนักเขียน
ฮืออ แล้วชีวิตพลับจีนคือน่าสงสารมาก อยากบอกว่าโคตรเก่งเลยที่เติบโตมาได้อย่างดีขนาดนี้ ไม่ใช่แค่ตัวเอง แต่ยังมีน้องสาวอีกคนที่ดูแลมาอย่างดี อยากกอดจังเลยลูก ถ้าใครใจร้ายแม่จะสาปมันให้หมด!!!
“รีบจัดการซะสิ มัวพิรี้พิไรอะไรอยู่”“คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงมาสั่งฉัน” พฤกษ์ตวัดตามองหญิงวัยกลางคนด้วยสายตารังเกียจ“นี่ ยังไงเราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว แกควรจะฟังฉันไว้บ้างก็ดีนะ”บุษบายืนกอดอกมองชายหนุ่มตรงหน้า ไม่มีท่าทางเกรงกลัวใด ๆ เธอรอเวลานี้มาตั้งนาน เวลาที่จะได้แก้แค้นเด็กคนนี้ ครั้งก่อนที่เธอโดนจับเขาคุกก็เพราะมัน หากไม่ได้ลูกสาวไปพลีกายให้กับคนใหญ่คนโตเพื่อหาทางมาช่วยเธอ ป่านนี้เธอคงยังนอนเน่าอยู่ในคุกเธอใช้เวลาตลอดหลายเดือนนับตั้งแต่ที่ออกมา วางแผนทุกอย่างเป็นอย่างดี ครั้งก่อนอาจเป็นเพราะบุ่มบ่ามเกินไปเลยทำให้ตัวเองซวย ทว่าครั้งนี้เธอมั่นใจว่ายังไงก็จะเอาคืนมันให้ได้ที่พฤกษ์ได้มาร่วมมือกับเธอก็เพราะคืนนั้นอีกฝ่ายเพิ่งโดนหักอกมาพอดิบพอดี ออกไปดื่มจนเมาเธอจึงส่งเฟญ่าให้ไปจัดการ หว่านล้อมอีกฝ่ายให้มาร่วมมือด้วยกันขอแค่เธอได้แก้แค้นเด็กคนนี้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการไหน ของแค่ให้มันเจ็บ รู้สึกผิด หรือทรมานทุรนทุรายยังไงก็ได้ ส่วนพฤกษ์ก็แค่ต้องการตัวพลับจีน และเด็กในท้องนั่นคือสิ่งที่สามารถทำให้เราทั้งสองฝ่ายได้ตามที่ต้องการแต่มีอีกสิ่งที่บุษบาต้องการ คือเงิน หลังจากที่ตามสืบมาหลา
23:21 น.ในช่วงกลางดึกตอนที่พลับจีนกำลังนอนหลับสนิท กลับต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงดังอยู่ตรงประตู ก่อนจะเอื้อมมือเปิดไฟในห้อง เห็นกลอนประตูกำลังถูกบิดไปมาคล้ายกับมีคนพยายามจะเข้ามาด้วยสัญชาตญาณพลับจีนกดโทรหาคุณป้าเจ้าของอะพาร์ตเมนต์ทว่าไม่มีใครรับ คงกำลังนอนหลับกันอยู่ ด้วยความกลัวคนที่คิดถึงตอนนี้ก็มีอยู่ไม่กี่คน และคนที่เด่นชัดขึ้นมาที่สุดก็ไม่เคยเป็นคนอื่นเลยนอกจากเคน แม้ว่าที่ผ่านมาอีกคนจะไม่เคยมาหาเลยสักครั้งก็ตาม“รับสิคุณเคน ขอร้อง” หากมีแค่เขาคนเดียวมันก็คงไม่เป็นอะไร แต่นี่มีลูกในท้องอีกคน เขาไม่อยากเสียเด็กคนนี้ไปเป็นครั้งที่สองคนที่อยู่ด้านนอกพลับจีนไม่รู้ว่าเป็นใคร จะใช่โจรหรือเปล่า ถ้าหากให้สู้ก็คงทำได้ไม่เต็มที่นักเพราะเป็นห่วงลูกในห้อง จะให้หนีก็ไม่มีหนทาง[ฮัลโหลพลับ]“ช่วยพลับด้วย มีคนพยายามงัดห้องพลับ”[ฉันจะรีบไป ในห้องมีอะไรพอป้องกันตัวเองได้ไหม โทรหาตำรวจก่อนพลับ]“รีบมาได้ไหม พลับกลัว”[ครับ ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะรีบไป เธอจะไม่เป็นอะไร]เคนรีบหยิบกุญแจรถและขับออกมาทันที ระยะทางจากคอนโดฯ ไปอะพาร์ตเมนต์ค่อนข้างไกลพอสมควร ประมาณสามสิบนาทีเห็นจะได้กว่าจะถึงท
“เรากลับมาเป็นเพื่อนกันเถอะครับพี่พฤกษ์”“ทำไมล่ะพลับ พี่ทำอะไรผิดไปหรือเปล่า พลับบอกพี่มาตรง ๆ ได้เลยนะ พี่พร้อมแก้ไขทุกอย่าง”ปากบางเม้มติดกันแน่น ก้มมองมือที่ถูกอีกฝ่ายกอบกุมเอาไว้แน่น ใบหน้าเปื้อนยิ้มยามนี้หม่นหมองคล้ายคนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ“พี่ไม่ได้ทำอะไรผิด.. ไม่เคยเลยสักครั้ง”“แล้วทำไมถึงบอกให้เรากลับไปเป็นเพื่อนกันล่ะครับ”หยดน้ำจากตาหยดแมะลงบนหลังมือพลับจีน เจ้าของร่างเล็กยืนตัวแข็ง นึกสงสารอีกฝ่ายจับใจ“พลับท้อง..”“ไม่เห็นเป็นไรเลย พี่รับได้ พี่ดูแลได้ทั้งพลับแล้วก็ลูกของพลับ”“แต่พลับทำแบบนั้นไม่ได้ จะให้พี่มารับผิดชอบดูแลทั้งพลับทั้งลูกได้ยังไง ไม่ได้ครับ ยังไงก็ไม่ได้”พลับจีนคิดมาดีมากแล้ว ยังไงเขาก็คงไปต่อกับพฤกษ์ไม่ได้ ถึงแม้อีกฝ่ายจะพูดว่ารับได้ที่เขามีลูกกับคนอื่น พร้อมที่จะดูแลทั้งเขาและเด็ก แต่ด้วยจิตสำนึกของพลับจีนในตอนนี้ทำไม่ได้จริง ๆ“ไม่ได้จริง ๆ เหรอครับ เป็นพี่ไม่ได้จริง ๆ เหรอ”“พลับขอโทษ”มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับพฤกษ์ แต่สำหรับพลับจีนแล้วมันเป็นเรื่องที่ใช้เวลาคิดตรึกตรองอยู่หลายวัน การตัดสินใจทำอะไรสักอย่างไม่ใช่ว่าจะปุบปับทันที“ไม่เป็นไร พี่เ
นอกจากจะตกใจที่พลับจีนท้องแล้ว ยังตกใจเรื่องที่พลับจีนเคยแท้งอีกด้วย เคนไม่รู้มาก่อนเลย ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ตอนไหน เรื่องราวเป็นมายังไง ไม่เคยรู้อะไรสักอย่างหรือว่า...“ขอบคุณครับพี่หมอ ผมขอตัวก่อน”เคนรีบออกมาจากห้อง ยังไงเรื่องนี้เขาก็ต้องฟังจากปากพลับจีนให้ได้ คาดว่าพลับจีนออกจากโรงพยาบาลก็น่าจะกลับห้องไปเลย ไม่น่าจะแวะที่ไหนต่อใช้เวลาไม่นานเคนก็กลับมายืนอยู่หน้าห้องพลับจีนแล้ว ยืนเคาะเรียกอยู่นานแต่ก็ไม่มีคนออกมาเปิด ไม่รู้จงใจที่จะไม่เปิดหรือไม่อยู่กันแน่ เจ้าของร่างสูงเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้อง จนได้ยินเสียงฝีเท้าอยู่ไม่ไกลร่างเล็กหยุดชะงักตรงบันได มองคนที่ยืนอยู่หน้าห้องตัวเองด้วยดวงตาวูบไหว เขาไม่รู้ว่าเคนมาที่นี่ทำไม พลับจีนทำทีเป็นไม่สนใจ เดินตรงมาที่ห้องไขกุญแจเปิดประตูเข้าไป“เดี๋ยวก่อน” เคนดันประตูเอาไว้ ดวงตาคมหลุบมองของในมือที่พลับจีนซื้อมา มีแต่ของบำรุงสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ไหนจะหนังสือสำหรับคุณแม่มือใหม่นั่นด้วย “ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม”พลับจีนชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบให้อีกฝ่ายได้เข้ามาให้ห้อง เคนยืนนิ่งอยู่ตรงประตู มองคนตัวเล็กเอาของที่ซื้
“อร่อยไหมครับ”“อร่อยครับ”“อร่อยก็กินเยอะ ๆ”พฤกษ์ว่าพลางตักกุ้งตัวโตที่แกะแล้วใส่จานให้พลับจีน ดูแลเป็นอย่างดี จนตัวเองแทบไม่ได้กิน แค่เห็นพลับจีนกินอิ่ม นอนหลับ ยิ้มได้พฤกษ์ก็พลอยมีความสุขไปด้วย ยิ่งช่วงนี้พลับจีนเปิดใจให้มากขึ้น ต้องยิ่งเร่งทำคะแนนส่วนคนที่คะแนนติดลบอย่างเคนก็เอาแต่ตามดูพลับจีนมาเกือบอาทิตย์แล้ว กลางวันก็แวะไปที่ร้านเบเกอรี่ วนเวียนอยู่แถว ๆ นั้นเพื่อให้ตัวเองได้เห็นหน้าพลับจีน พยายามที่จะหาจังหวะเข้าไปคุยด้วย แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะนอกจากอีกฝ่ายจะเมินกันเหมือนเคนเป็นอากาศ ก็ยังจะอยู่พฤกษ์ทุกครั้งที่เห็นไม่รู้ว่าไม่มีงานมีการทำหรือไง ถึงมาเฝ้าพลับจีนอยู่ได้ทั้งวันเขาละเกลียดขี้หน้ามันจริง ๆไม่ใช่ว่าพลับจีนไม่รู้ ไม่เห็นที่เคนคอยตามกันอยู่ทุกวัน แต่ก็แค่ทำเป็นไม่สนใจ เมินอีกฝ่ายไปเหมือนอย่างที่เคนเคยทำ อีกอย่างพลับจีนไม่อยากให้พฤกษ์รู้สึกไม่ดีวันหยุดแบบนี้พฤกษ์พาไปเที่ยวแบบหนำใจ เปิดโลกสุด ๆ ที่ผ่านมาพลับจีนเอาแต่โหมงานจะไปไหนก็ไม่สะดวกเพราะต้องหาเงิน ตอนอยู่กับเคนก็ไม่ได้ออกไปไหนด้วยกันเท่าไร ส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันที่ห้องมากกว่าในตอนแรกเคนตั้งใจว่าพลับจีนกลั
3 วันต่อมาวันนี้เป็นวันที่ตระกูลวิรุฬห์โยธินครึกครื้นที่สุด เพราะเจ้าลูกชายคนกลางเพิ่งจะกลับมาบ้านในรอบปี แม้จะติดต่อโทรหากันอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่ค่อยได้กลับมาบ้านใหญ่สักเท่าไร พี่ ๆ น้อง ๆ รวมตัวกันต้อนรับเคน จัดเตรียมอาหารกันเต็มโต๊ะเจ้าตัวเล็กอย่างมีคุณก็จอแจอาตัวเองไม่หยุด ชวนไปเล่นตรงนั้นตรงนี้ ถึงแม้เคนจะไม่ค่อยมีอารมณ์มากนักแต่ก็ไม่อยากขัดใจหลาน ออกมานั่งเล่นกับมีคุณที่สวนดอกไม้ของน่านน้ำ“คุณอาครับ”“ครับ”“เราโทรไปชวนน้าพลับมาด้วยดีไหมครับ”“...”“คุณอยากให้น้าพลับมาด้วย แต่คุณแม่บอกว่าน้าพลับไม่ว่าง เราโทรไปถามอีกทีดีไหม”มีคุณทำหน้าหงอย ออดอ้อนอาเคนให้ช่วยโทรชวนพลับอีกที เพราะเมื่อก่อนเวลารวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตาน่านน้ำก็จะชวนพลับจีนมาด้วยตลอด เหมือนกับว่าพลับจีนเป็นหนึ่งในครอบครัวนี้ และทุกคนก็รักและเอ็นดูพลับจีนเหมือนกันโดยเฉพาะมีคุณที่สนิทกับพลับจีนมาตั้งแต่เล็ก นั่นเพราะน้าพลับของเขาเล่นด้วยสนุกที่สุด ไม่ว่าจะชวนเล่นอะไรก็ไม่เคยขัด เวลาโดนดุก็มีน้าพลับคอยปกป้อง อีกอย่างเวลาไปหาที่ร้านเบเกอรี่เขาก็ได้กินเค้กฟรีเพราะน้าพลับตลอด พอวันนี้ไม่มีพลับจีนมาด้วยก็แอบเหงาอยู่เห







