เข้าสู่ระบบ“อาหารมากมายแต่ต้องนั่งกินแค่คนเดียว” เอ่ยออกไปอย่างนั้นแล้วก้มหน้างุด กลัวว่าจะถูกตำหนิ แต่วาเลนติน่ากลับยิ้มละไมให้เธอ
“ฉันชินแล้ว ถ้าเหงาก็แค่ไปใช้เงิน คงดีถ้าลูกชายมีหลานมาให้เลี้ยงบ้าง” ตอบพลางยิ้มขัน นางก็เหมือนแม่ทั่วๆ ไป ยามที่ลูกชายไม่สามารถมาอยู่ใกล้ นางก็แค่อยากได้ตัวแทนของเขาสักคน
“อยากไปเที่ยวเมืองไทยไหมคะ” ถามแล้วเฝ้ารอคำตอบ วาเลนติน่าอึ้งไปนิด มือข้างหนึ่งที่ถือมีดเล่มบางแต่คมปลาบ วางมันลงราวกับว่ามันหนักจนมิสามารถถือต่อได้
“อยากสิ แต่ว่า...ไปไม่ได้หรอก การไปเที่ยวไกลๆ โดยมีบอดี้การ์ดล้อมหน้าล้อมหลังมันไม่สนุกหรอกชาช่า เชื่อฉันสิ”
ณัชรินทร์ยิ้มอย่างขออภัย วาเลนติน่าดูเงียบขรึมลงไปหลังประโยคนั้นของเธอ ทว่าไม่กี่อึดใจถัดมา เจ้าตัวก็ปรับสีหน้าท่าทางให้เป็นปกติ นางมีรอยยิ้มเป็นทัพหน้าและเริ่มต้นจ้อเจรจาไม่หยุด ดูเหมือนว่าหญิงสูงวัยจะพอใจที่เธออยู่ที่นี่ หรือว่าลึกๆ แล้ว วาเลนติน่าก็แค่อยากมีใครสักคนอยู่ข้างๆ คอยฟังนางพร่ำบ่นบ้างเท่านั้น
สองสาวต่างวัยใช้เวลาที่โต๊ะอาหารราวครึ่งชั่วโมง ก่อนจะมานั่งในห้องรับรองที่มีชากุหลาบส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ณัชรินทร์เพิ่งเห็นว่าห้องนี้อุ่นได้โดยไม่ต้องใช้ฮีตเตอร์ อย่างน้อยท่อนฟืนที่กำลังถูกเผาในเตาผิงก็ช่วยยืนยันได้
“กลิ่นไม้ถูกเผามันหอมดี” วาเลนติน่าเอ่ยขึ้นก่อน ในชุดเดรสสีไวน์แดงดีไซน์นำสมัย ประดับด้วยขนสัตว์ราคาแพงตรงคอเสื้อ ข้อมือทั้งสองและชายกระโปรง ทำให้นางดูเหมือนภาพวาดชิ้นโบว์แดงของจิตรกรเอกสักคน
วาเลนติน่านั่งอยู่หน้าเตาผิงด้วยมาดนางพญา โดยที่ณัชรินทร์นั่งอยู่ข้างๆ เหมือนแมวหลงที่ไร้เจ้าของ
“ค่ะ” เธอตอบอย่างนั้นเพราะไม่เข้าใจความสุนทรีย์ที่นางเอ่ย อยู่เมืองไทยเธอไม่เคยได้แตะไฟแช็กด้วยซ้ำ เธอไม่รู้ว่าความสุขตอนนั่งมองเตาผิงแล้วดมกลิ่นไม้ถูกเผานี่มันหอมอย่างไร
“น้องสาวเธอขโมยเงินไปเหรอ”
“ค่ะ แฟนของเธอเป็นคนที่นี่ หลังจากมื้อค่ำแสนอร่อย พวกเขาก็เอาเงินไปและทิ้งหนูไว้ที่คลับ ไม่เหลือไว้ให้แม้แต่ค่าห้องและอาหารที่จำเป็นต้องจ่าย และนั่นทำให้หนูต้องหนีออกมาจากคลับของพวกคุณ จนอเล็กเซย์ช่วยหนูไว้”
“เขาเป็นคนขี้สงสาร อเล็กเซย์น่ะ ไม่เหมือนเลฟ”
“พวกเขาแตกต่างกันมากค่ะ แม้ว่าจะหน้าตาเหมือนกันก็ตาม”
ณัชรินทร์รีบเอ่ย แลเห็นรอยยิ้มบางอย่างบนใบหน้าของวาเลนติน่าที่เธอไม่อาจคาดเดาว่ารอยยิ้มนั้นหมายถึงอะไรกันแน่
“ใช่...สำหรับฉัน อเล็กเซย์คือดวงตะวันที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ในขณะที่เลฟ เหมือนก้อนหิมะเย็นๆ ที่มือฉันคงได้แข็งชาถ้าจับมันไว้นานเกินไป บางครั้งเขาก็บกพร่องเรื่องการเข้าหาผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่เขาเรียกว่าแม่”
“เหมือนคุณ...รักลูกไม่เท่ากันเลย”
“ฉันรักลูกฉัน เฉพาะคนที่เชื่อฟังฉันเท่านั้นแหละ”
วาเลนติน่าเฉลย ณัชรินทร์ไม่อยากเข้าใจในข้อนี้เลย
“ไปนอนเถอะ ถ้าโชคดี ตื่นมาคงได้เจอพาสปอร์ตบนหมอนของเธอ”
เธอยิ้มกว้างให้เจ้าบ้าน มองนิ้วเรียวที่เริ่มเหี่ยวย่นของนางตอนถือถ้วยชา ไฟในห้องที่เปิดเพียงไม่กี่ดวงทำให้แสงไฟในเตาผิงส่องกระทบมือของนาง เธอมองแล้วรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างบอกไม่ถูก
“ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งนะคะ ในตอนที่หนูไร้ที่พึ่งพิงบนเกาะนี้ พวกคุณเหมือนเทวดาสำหรับหนูเลย ยกเว้นเลฟนะคะ”
วาเลนติน่ายิ้มขบขันถ้อยวาจาของแม่สาวน้อย นางไล่เจ้าหล่อนกลับห้องเสีย เพื่อจะได้นั่งมองเปลวไฟในเตาผิงเงียบๆ ราวกับว่ามันจะช่วยกล่อมให้หลับลงได้ หลังจากที่หลับได้ยากเหลือเกินตั้งแต่คู่ชีวิตจากไป สามีของนางเสียไปตั้งแต่ลูกชายยังเล็ก เหมือนดั่งวังวนของพวกมาเฟีย เฉพาะคนที่แกร่งที่สุดถึงจะอยู่รอด และนั่นทำให้เขาถูกลอบยิง...ที่เมืองไทย
...........
ณัชรินทร์กลับเข้าห้องมาอีกครา เธอเปลื้องผ้าเพื่อลงแช่กายในอ่างน้ำอุ่นที่สาวใช้เตรียมไว้ให้ อยู่ที่นี่เธอเหมือนเจ้าหญิง ช่างแตกต่างจากเมืองไทย เธอไม่ชินกับมันหรอก แต่ในเวลาที่นอกหน้าต่างหิมะกำลังโปรยปราย การแช่ในอ่างน้ำอุ่นก็ช่วยทำให้ผ่อนคลายไม่น้อย สาวใช้สามนางยังวนเวียนอยู่ในห้องของเธอ ช่วยจัดเตียงที่ยับเพียงเล็กน้อยให้กลับมาเรียบตึงดังเดิม และพอแสงสว่างนอกหน้าต่างเลือนหาย เธอก็สำนึกได้ว่าเตียงในห้องหับของนางวาเลนติน่า ไม่ใช่เตียงอย่างที่เธอโปรดปราน มันน่ากลัวพอๆ กับเตียงสี่เสาของเลฟ
“ขอผ้าคลุมเตียงอีกสองผืนได้ไหมจ๊ะ”
เธอพยายามสื่อสารกับสาวใช้เป็นภาษาอังกฤษ และโชคดีที่หนึ่งในสองของสาวใช้สามนาง พอจะรับรู้ได้ เธอช่วยพวกหล่อนคลุมผ้าสองผืนบนเตียงนุ่ม กระทั่งผ้าคลุมทั้งสองคลุมเตียงจนชายของมันระพื้น และแน่นอนว่ามองไม่เห็น ‘ช่องว่าง’ ใต้เตียง
เธอคงนอนไม่หลับตราบใดที่ได้นอนอยู่บนเตียงแบบนั้น เธอไม่ได้กลัวว่าผีจะโผล่มา เพราะสิ่งที่เธอกลัว มันน่ากลัวยิ่งกว่าผีเสียอีก น่ากลัว...เหลือเกิน
“ฉันไม่ใช่คนดีเลยลูก้า ฉันร้ายกาจที่สุด”“แน่นอน แต่ฉันเอาคืนเธอเรื่องนั้นไปแล้ว เรา...หายกันดีไหม”“หายกันเหรอ”“ใช่...เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะ ฉันไม่รู้ว่าจะรักเธอได้ไหม เพราะฉันก็ไม่เคยรักใคร ความรักมันห่างไกลตัวฉันมาก แต่ฉันจะเรียนรู้มันกับเธอนะ ขออย่างเดียว ขอให้เธอซื่อสัตย์ในความสัมพันธ์ของเรา มีแค่ฉัน มองแค่ฉัน อย่าหักหลังฉัน เท่านั้นก็พอ”“แน่นอนค่ะลูก้า ฉันจะรักษาไว้ให้ดี ทั้งแหวนวงนี้ แล้วก็...คุณ”เหมือนคำสัญญาสาบาน ตราบใดที่เธอยังได้มีโอกาสอยู่ใกล้ๆ เขา เธอจะทำทุกอย่างเพื่อเขาและลูก จนกว่าจะถึงวันที่เขาไม่ต้องการเธอลูก้ายื่นมือลงมาหา เธอวางมือเธอใส่มือเขา ให้เขาดึงเธอขึ้นจากผืนเสื่อ ก่อนที่เขาจะพาเดินเข้าบ้าน ทุกจังหวะการก้าวเดิน เธอประคองท้องกลมโต ในขณะที่ทุกจังหวะการก้าวเดินของเขา ประคองร่างเธอไว้ ไม่ให้ล้มลงไปเพราะแรงดูดของผืนทรายท่ามกลางสายลมและคลื่นทะเล หนุ่มสาวคู่หนึ่งประคองกันเดินขึ้นจากหาด ในขณะที่อีกคู่ ยืนมองแล้วยิ้มยินดี“คุณว่าพวกเขารักก
ลูก้ายืนอยู่ไม่ไกล เหมือนเขาจะตามเธออยู่ เขาควรไปตามดูเจ้านายสิ จะมาตามเธอทำไม“กลับกันเถอะ ลมมันแรงแล้วนะ” เขาชวน“อีกนิดน่า ให้พระอาทิตย์ตกดินก่อน เด็กๆ ยังไม่ขึ้นบ้านเลย” บอกเขาแล้วมองไปยังเด็กๆ ทว่ามาดามกลับกำลังปัดเศษทรายออกจากแข้งขาของเด็กน้อยแล้วพาจูงมือขึ้นบ้านไป“นั่นไง ขึ้นบ้านกันแล้ว เราก็ขึ้นบ้างเถอะ”เธอทำหน้ายุ่งเมื่อเขาสั่ง ก็ยังอยากดูพระอาทิตย์ตกนี่นา“โอ๊ะ! เจ็บ! โอย...” แรงบีบรัดที่น่องขวา ทำเอาเธอเกือบพาร่างทรุดลงผืนทราย ดีที่ลูก้าอุ้มไว้ทัน“เจ็บท้องเหรอ!”“ไม่! ตะคริวน่ะ ขาฉัน!” พอร้องบอก เขาก็อุ้มเธอไปยังเสื่อที่มาดามทิ้งไว้ สองมือเพียรนวดท่อนขาให้อาการเธอทุเลา เธอเจ็บมาก พักนี้มันเป็นบ่อยตอนกลางคืน และเธอต้องต่อสู้กับมันเพียงลำพัง“โอ...ดีขึ้นเยอะเลย”“เธอต้องไปหาหมอหรือเปล่า”“ไม่ต้อง มันเกิดขึ้นได้ พักนี้เป็นบ่อย ตอนกลางคืนที่อากาศเย็นๆ น่ะ”“แล้วเธอทำยังไง”
“อะไรกันชาช่า เมื่อคืนไม่พอเหรอ อยากเล่นสนุกอีกแล้วใช่ไหม”“ไม่ใช่น่า ทำไมคุณหื่นตลอดเลยนะ”“ต้องหื่นให้เสมอต้นเสมอปลายสิ หื่นเป็นพักๆ เดี๋ยวเมียไม่ร้ากกก”จุ๊บๆๆๆเสียงจุ๊บดังขึ้นรัวๆ ณัชรินทร์จุ๊บปลายคางเขาอย่างเอ็นดู“ไม่หื่นก็รัก แต่หื่นก็ดี บอกไว้ก่อนว่าเรื่องนี้ไม่ต้องลดนะคะ”“นั่นไง ว่าแล้วเชียว ทำไมคุณน่ารักอย่างนี้นะชาช่า ถอดดีกว่า ถอดเสื้อเร็ว จัดกันสักรอบแล้วค่อยลงไปกินมื้อเช้า”“ไม่เอาน่า เดี๋ยวมันนาน”“ไม่นานหรอก นะๆๆ” แล้วเลฟก็จับมือเมียไปทาบกับเป้ากางเกง เมียรักส่ายหัวรัวๆ เหมือนจะปฏิเสธ แต่มือนี่ลูบเจ้าเลฟน้อยไม่หยุดเลย“คุณจะทำให้เราสาย”“จะสายสักเท่าไหร่กัน อควาเรียยังไม่เปิดหรอกน่า อีกอย่าง นั่งเรือข้ามไปฝั่งโน้นแค่ไม่กี่นาทีเอง” เลฟออดอ้อน หอมแก้มเมีย จุ๊บปากเมียแล้วซุกจมูกคมๆ ลงกับซอกคอหอมกรุ่น ก็อยากทำต่อ ก็อยากจับเมียเปลื้องผ้า แต่ว่า...“แม่ค้าบ!! เฉ็จอ๊ะยัง ลุกซ์เฉ็จแล้ว
เลฟลุกมายืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า เปิดตู้แล้วแลหากางเกงว่ายน้ำ ทว่ามีแต่สีทึมทึบที่ใส่จนเบื่อแล้ว “เอ...ของอเล็กเซย์ยังมีไหมนะ” ว่าพลางเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าของอเล็กเซย์ มีกางเกงว่ายน้ำสีสันสดใสอยู่หลายตัว“ต้องอย่างนี้สิ เผื่อเป็นอะไรอยู่กลางทะเล จะได้หาเจอง่ายๆ”เลฟยิ้มอย่างนึกสนุก ดึงกางเกงว่ายน้ำสีส้มแสบทรวงมาสวม เขาออกจากห้องมา เดินลงมาข้างล่าง เสียงคลื่นยิ่งชัดเจน ฟีโอดอร์ตื่นแล้ว ตื่นเช้าเสมอเลย“อรุณสวัสดิ์ครับบอส กาแฟสักแก้วดีไหม”“ก็ดีนะ ว่าแต่...บ้านเรามีเซิร์ฟบอร์ดหรือเปล่า”“เซิร์ฟบอร์ด?”“ใช่ อเล็กเซย์เคยมีนี่นา ไม่ได้เอามาด้วยเหรอ”“ไม่ครับ ที่นี่คลื่นไม่แรงพอจะเล่นเซิร์ฟได้”“เอ้า...แย่จริง”“บอส...อยากเล่นหรือครับ”“ใช่”“แต่ว่า...”“อะไร?”พอเห็นหน้างงๆ ของคนเป็นเจ้านาย ฟีโอดอร์ก็ไม่คิดเอ่ยสิ่งที่รู้ออกมา“ไม่มีอะไรครับ จะไปเ
...........ตอนพิเศษเลฟ & ชาช่า...........เหนือหัวเตียงของณัชรินทร์คือหน้าต่างบานใหญ่ เธอชอบห้องนี้เพราะพอเปิดหน้าต่างไว้แล้วลมเย็นๆ จะพัดเข้ามา มันได้ยินเสียงคลื่นด้วย เสียงคลื่นทำให้เธอหลับสบาย แถมดวงจันทร์วันนี้ก็กลมโตเชียว ถ้าปิดไฟในห้อง แสงจันทร์ข้างนอกคงสาดส่องเข้ามา ที่นี่บรรยากาศดีมาก ดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือต้องส่งเด็กๆ ไปโรงเรียนทุกเช้า แม้ว่าเรือของเราจะขับอย่างปลอดภัย แต่เธอก็ยังกังวลเลฟบอกว่าจะหาครูมาสอนให้ เรียนที่บ้านก็ดี แต่มันออกจะเกินไปหน่อย เธออยากให้ลูกๆ พบเจอผู้คนมากกว่าอุดอู้อยู่ในบ้าน ยิ่งสมัยนี้ผู้คนไม่ได้ใจดีทุกคน ก็อยากให้ลูกเรียนรู้ จะได้มีประสบการณ์มากพอในการรับมือกับคนที่เข้ามาในชีวิตวันนี้เธอส่งลูกเข้านอนแต่หัววัน ในห้องของคนเป็นย่า ห้องเด็กที่เลฟจัดไว้ให้ สองแสบเลยได้ใช้แค่ตอนไปอาบน้ำแต่งตัว มาดามคนงามสดใสขึ้นมากเมื่อมีหลานอยู่ใกล้ๆ เธอเลยปล่อยเต็มที่ และรู้สึกว่ามีอิสระเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวตั้งแต่ลูกไม่ติดแม่ แต่ไปติดย่าแทน“
“ลูก้าล่ะ” ณัชรินทร์ถามเมื่อลูก้าไม่ยอมเดินตามมา“ไม่รู้สิ ไปเข้าห้องน้ำมั้ง”ตอบพี่แล้วแลหาเขา ทว่าไม่เจอ ทำไมหายตัวเก่งจังนะ“เขาดีกับเธอไหม”“อือ...ดี...พี่ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ใช้ชีวิตของพี่ไปเถอะ ฉันโอเค”“ขอให้จริง ถ้าเขากล้าทำร้ายเธอละก็ พี่จะฆ่าเขาเอง”คนเป็นพี่ชูหมัดให้น้องดูว่าเอาจริง ให้ลูก้าทำร้ายเมียกับลูกสิ เธอนี่แหละจะเอาปืนยิงหัวให้กระจุยเลย เธอยิงปืนแม่นนะ อย่าลืม“จ้า...คุณนายมาเฟียนี่โหดจริงๆ”“พูดจริงนะ ไม่ได้ล้อเล่น พ่อของลูกเธอน่ะ ต้องโดนหนักๆ”“ก็ว่าไป เขาก็ดีของเขาแล้วพี่ ไม่ได้รักกันชอบกัน เขายังช่วยฉันขนาดนี้”“ไม่ช่วยก็เรื่องของเขาสิ พี่เลี้ยงหลานได้น่า ตอนเจ้าแฝดคลอดน่ะ เธอยังช่วยเลี้ยงเลย เป็นเธอที่เปลี่ยนผ้าอ้อม ชงนมให้ เลี้ยงหลานแค่คนเดียว สบายเลย พี่เลี้ยงได้แน่”“จ้าๆๆ คุณนายเลี้ยงได้ ฉันรับรู้แล้ว โอเคไหม”“โอเค! ถ้าเขารังแกเธอ ถ้าเขาทำให้เธอเจ็
เจ้าลุกซ์รับคำ เลนี่วิ่งไปหาพี่ชาย ช่วยดึงแขนเจ้าเด็กพุงพลุ้ยให้เข้ามาชิดถนนฝั่งขวา ก่อนจะโดนรถเฉี่ยวเอาพาขวัญสลับมือที่ใช้หิ้วของกิน เธอซื้อมามากโข ก็ช่วงนี้ไม่ได้ทำงาน ซื้อของกินไปเก็บไว้สักมื้อสองมื้อ จะได้ไม่ต้องลงมาซื้อบ่อยๆ เดินอีกไม่กี่สิบเมตรก็ถึงตึกที่เธอเช่าอยู่ ทุกอย่างยังเหมือ
พาขวัญมองคุณพ่อบ้านอย่างตำหนิ เธอยังอยากสานสัมพันธ์กับผู้มาใหม่นี่นา ไม่แน่ว่าเขาอาจจะพาเธอออกไปจากที่นี่ โดยที่ ‘เพชรของเธอ’ ยังอยู่ครบก็ได้“ไม่เอาน่าฟีโอดอร์ นายจะเข้มงวดอะไรนักหนา เลฟไม่อยู่ซะหน่อย แล้วฉันก็ไม่ได้จะทำเรื่องไม่ดี ฉันแค่อยากคุยกับเพื่อนใหม่ก็แค่นั้น อย่าให้ฉันโมโหแล้วเผลอเล่าเรื่
“อย่านะเลฟ...อย่า...”“ชู่ว์...คราวนี้หนีฉันไม่พ้นหรอกชาช่า มาดูซิว่าสาวพรหมจรรย์จะรสชาติดีสมคำร่ำลือหรือเปล่า หึๆๆ”“อย่านะ! ฉันรู้นะว่าคุณโรคจิตแค่ไหน อเล็กซ์บอกฉันหมดแล้ว คุณชอบทรมานผู้หญิง...บนเตียงนี่!”“อา...เอาแล้วไง เขาไม่ใช่น้องที่ดีนะ เธอว่าไหม” เขาลุกจากฟูกนุ่มไปยืนข้างเตียง สองมือดึงเสื
เสียงอะไรสักอย่างกระแทกหมอนนุ่มฟูของเลฟ ณัชรินทร์ชักมึนศีรษะ เมื่อกี้นั่นแขนหรือขากันนะที่ผลักร่างเธอลงมา“จาทิ้งกันเหรอ ห้าม! ห้ามเลย เราต้องดื่ม เอื๊อก! ดื่มให้หมดขวด! อึกๆๆ”แล้วอเล็กเซย์ก็ยกขวดเหล้ากระดกอึกๆ ณัชรินทร์ปรือตามอง อยากจะยกขวดขึ้นดื่ม แต่ทำไม่ได้ แขนมันหนักอึ้งไม่ต่างจากกระบอกตา เธอ







